ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

มาตรฐาน BAP กับ ASC ในฟาร์มกุ้งส่งออก ต่างกันอย่างไร

มาตรฐาน BAP กับ ASC ในฟาร์มกุ้งส่งออกต่างกันอย่างไร เทียบข้อกำหนดหลัก ตลาดปลายทางที่ต้องการ และต้นทุนขอรับรองแต่ละแบบก่อนตัดสินใจลงทุนขอมาตรฐานจริงจัง

มาตรฐาน BAP กับ ASC ในฟาร์มกุ้งส่งออก ต่างกันอย่างไร
คำตอบเร็ว: BAP (Best Aquaculture Practices) เป็นมาตรฐานที่ตรวจสอบครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ฟาร์มถึงโรงงานแปรรูป และเป็นที่ยอมรับกว้างขวางในตลาดสหรัฐอเมริกา ส่วน ASC (Aquaculture Stewardship Council) เน้นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมที่เข้มงวด และเป็นที่ต้องการหลักในตลาดยุโรป ฟาร์มกุ้งที่ส่งออกทั้งสองตลาดอาจต้องขอทั้งสองมาตรฐานแยกกัน ซึ่งมีขั้นตอนตรวจประเมินและค่าใช้จ่ายต่างกัน ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานรับรองและผู้ซื้อปลายทางก่อนตัดสินใจลงทุนขอมาตรฐาน

ฟาร์มกุ้งที่ต้องการขยายตลาดส่งออกมักเจอคำถามจากผู้ซื้อว่าฟาร์มมีมาตรฐาน BAP หรือ ASC หรือไม่ ทั้งสองชื่อฟังดูคล้ายกันเพราะเป็นมาตรฐานการรับรองฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเหมือนกัน แต่มีที่มา ขอบเขตการตรวจ และตลาดปลายทางที่ต้องการต่างกันชัดเจน การเลือกขอมาตรฐานผิดตัวอาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ซื้อจริง บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองมาตรฐานให้เห็นความต่างที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ดูข่าวสารและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หมวดข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร

มาตรฐาน BAP คืออะไร ข้อกำหนดหลัก

ภาพประกอบ มาตรฐาน BAP คืออะไร ข้อกำหนดหลัก

BAP พัฒนาโดย Global Seafood Alliance เป็นมาตรฐานที่ตรวจสอบครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยง โรงเพาะฟักลูกกุ้ง โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ ไปจนถึงโรงงานแปรรูป โดยให้ระดับดาวตามจำนวนขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตที่ผ่านการรับรอง ครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัยอาหาร สวัสดิภาพสัตว์ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการผลิต จุดเด่นของ BAP คือเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจสูงในตลาดค้าปลีกและร้านอาหารของสหรัฐอเมริกา ผู้ซื้อจากฝั่งอเมริกาเหนือมักระบุการรับรอง BAP เป็นเงื่อนไขในการรับซื้อ

มาตรฐาน ASC คืออะไร ข้อกำหนดหลัก

ภาพประกอบ มาตรฐาน ASC คืออะไร ข้อกำหนดหลัก

ASC ก่อตั้งโดยองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับสากล เน้นหนักไปที่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการเพาะเลี้ยง เช่น การจัดการของเสียจากบ่อ การใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบ การป้องกันโรคระบาดในสัตว์น้ำ ตลอดจนสิทธิแรงงานและความสัมพันธ์กับชุมชนรอบฟาร์ม ข้อกำหนดของ ASC ถือว่าเข้มงวดในมิติสิ่งแวดล้อมมากกว่า BAP ในหลายประเด็น และเป็นมาตรฐานที่ผู้ซื้อในตลาดยุโรปให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ร้านค้าปลีกและผู้นำเข้าในยุโรปจำนวนมากกำหนดให้สินค้ากุ้งที่นำเข้าต้องมีการรับรอง ASC หรือมาตรฐานเทียบเท่า

ตลาดปลายทางที่ต้องการมาตรฐานต่างกัน

โดยภาพรวมที่พบในตลาดส่งออก BAP เป็นที่ต้องการหลักในฝั่งสหรัฐอเมริกาและบางส่วนของเอเชีย ขณะที่ ASC เป็นที่ต้องการหลักในฝั่งยุโรป แต่แนวโน้มนี้เป็นภาพกว้างเท่านั้น ผู้ซื้อแต่ละรายและแต่ละประเทศอาจมีเงื่อนไขเฉพาะที่แตกต่างออกไป บางเชนค้าปลีกอาจยอมรับทั้งสองมาตรฐาน หรือกำหนดมาตรฐานอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากสองมาตรฐานนี้ ฟาร์มที่วางแผนส่งออกควรสอบถามความต้องการที่แน่ชัดจากผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าปลายทางโดยตรงก่อนตัดสินใจลงทุนขอมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง เพราะการขอมาตรฐานที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ประโยชน์ทางการค้าเพิ่ม

เทียบข้อกำหนดและต้นทุนขอรับรอง

ภาพประกอบ เทียบข้อกำหนดและต้นทุนขอรับรอง
ประเด็นBAPASC
จุดเน้นหลักครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต ความปลอดภัยอาหารและสวัสดิภาพสัตว์สิ่งแวดล้อม การจัดการของเสีย และความรับผิดชอบต่อสังคม/แรงงาน
ตลาดที่ให้ความสำคัญสหรัฐอเมริกาเป็นหลักยุโรปเป็นหลัก
ขอบเขตการรับรองแยกระดับดาวตามจำนวนขั้นตอนของห่วงโซ่ที่ผ่านการรับรองเน้นรับรองระดับฟาร์มเลี้ยงเป็นหลัก
ค่าใช้จ่ายขอรับรองผันแปรตามขนาดฟาร์มและขอบเขตที่ขอ ควรสอบถามจากหน่วยงานรับรองโดยตรงผันแปรเช่นกัน มักรวมค่าตรวจประเมินภาคสนามและค่าธรรมเนียมรายปี
การต่ออายุต้องตรวจประเมินซ้ำตามรอบที่กำหนดต้องตรวจประเมินซ้ำตามรอบที่กำหนดเช่นกัน

เตรียมตัวก่อนขอรับรองมาตรฐาน

  1. สอบถามผู้ซื้อปลายทางว่าต้องการมาตรฐานใดเป็นเงื่อนไขหลัก
  2. ประเมินสภาพฟาร์มปัจจุบันเทียบกับข้อกำหนดของมาตรฐานที่เลือก โดยเฉพาะระบบจัดการของเสียและบันทึกการใช้สารเคมี
  3. จัดทำระบบบันทึกข้อมูลฟาร์มให้ครบถ้วนตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งแหล่งที่มาลูกกุ้ง อาหารสัตว์น้ำ และการใช้ยา
  4. ติดต่อหน่วยงานรับรองที่ได้รับการยอมรับเพื่อสอบถามขั้นตอนและค่าใช้จ่ายปัจจุบัน
  5. เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมินภาคสนามและแก้ไขจุดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก่อนตรวจจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ขอมาตรฐานตามกระแสโดยไม่สอบถามความต้องการจริงของผู้ซื้อปลายทางก่อน
  • คิดว่า BAP และ ASC เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือใช้แทนกันได้ ทั้งที่ผู้ซื้อบางรายระบุชัดเจนว่าต้องการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งเท่านั้น
  • ไม่จัดทำระบบบันทึกข้อมูลฟาร์มล่วงหน้า ทำให้ตรวจประเมินไม่ผ่านเพราะขาดเอกสารย้อนหลัง
  • ประเมินต้นทุนขอรับรองต่ำเกินจริงโดยไม่รวมค่าใช้จ่ายต่ออายุรายปีในระยะยาว
  • ไม่ปรับปรุงระบบจัดการของเสียหรือการใช้สารเคมีให้ตรงเกณฑ์ก่อนวันตรวจจริง ทำให้ต้องแก้ไขและตรวจซ้ำเสียเวลาเพิ่ม
  • ขอมาตรฐานเพียงมาตรฐานเดียวทั้งที่ต้องการส่งออกทั้งสองตลาด ทำให้เสียโอกาสทางการค้าในตลาดที่ต้องการอีกมาตรฐาน

สรุป

BAP และ ASC เป็นมาตรฐานฟาร์มกุ้งส่งออกที่มีจุดเน้นและตลาดปลายทางต่างกันชัดเจน BAP ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิตและเป็นที่ต้องการหลักในตลาดสหรัฐอเมริกา ส่วน ASC เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นที่ต้องการหลักในตลาดยุโรป ฟาร์มที่วางแผนส่งออกควรสอบถามความต้องการของผู้ซื้อปลายทางก่อนตัดสินใจลงทุนขอมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ประโยชน์ทางการค้าเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — แนวทางมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ข้อมูลมาตรฐานสินค้าประมงที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ฟาร์มกุ้งเล็กจำเป็นต้องขอทั้ง BAP และ ASC พร้อมกันไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ควรเริ่มจากมาตรฐานที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อหลักปัจจุบันก่อน แล้วค่อยขอเพิ่มเมื่อมีแผนขยายตลาด

มาตรฐานไหนขอยากกว่ากัน

ขึ้นอยู่กับสภาพฟาร์มเทียบกับข้อกำหนดแต่ละมาตรฐาน โดยทั่วไป ASC เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมกว่าในหลายประเด็น ส่วน BAP ครอบคลุมขอบเขตกว้างกว่าตลอดห่วงโซ่การผลิต

ขอมาตรฐานแล้วต้องต่ออายุทุกกี่ปี

ทั้งสองมาตรฐานกำหนดให้ตรวจประเมินซ้ำตามรอบที่หน่วยงานรับรองกำหนด ระยะเวลาที่แน่นอนควรสอบถามจากหน่วยงานรับรองที่ใช้บริการโดยตรง

ผู้ซื้อในไทยหรือตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการมาตรฐานเหล่านี้ด้วยไหม

บางรายเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นเงื่อนไขบังคับทั่วไปเท่าตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป ควรสอบถามความต้องการเฉพาะรายก่อนตัดสินใจ

มีหน่วยงานในประเทศไทยช่วยเตรียมความพร้อมขอมาตรฐานเหล่านี้ไหม

สามารถสอบถามแนวทางเบื้องต้นจากกรมประมงและมกอช. ได้ แต่การตรวจรับรองจริงต้องผ่านหน่วยงานรับรองที่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของมาตรฐานโดยตรง