ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

มาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ เกษตรกรต้องรู้อะไรบ้าง

สรุปมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ หน่วยงานที่รับผิดชอบ แนวทางกำจัดที่ภาครัฐสนับสนุน และผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ระบาดที่ต้องรับมือ

มาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ เกษตรกรต้องรู้อะไรบ้าง
คำตอบเร็ว: กรมประมงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดและคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ แนวทางหลักที่ภาครัฐสนับสนุนคือการเร่งจับออกจากแหล่งน้ำ ส่งเสริมการปล่อยปลาผู้ล่าควบคุมประชากร และสนับสนุนการนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งและปลาในพื้นที่ระบาดควรแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดทันทีเมื่อพบปลาชนิดนี้ในบ่อหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง เพราะการแจ้งช้าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การระบาดขยายวงกว้างขึ้น

ปลาหมอคางดำกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาปากท้องของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายจังหวัดของไทย เนื่องจากเป็นปลาต่างถิ่นที่แพร่พันธุ์เร็ว ทนสภาพน้ำได้กว้างทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย และกินลูกกุ้งลูกปลาในบ่อเลี้ยงเป็นอาหาร บทความนี้เจาะลึกเฉพาะประเด็นมาตรการควบคุมของภาครัฐและผลกระทบที่เกษตรกรต้องเตรียมรับมือ ไม่ใช่ภาพรวมกว้าง ๆ ของปัญหา

ทำไมปลาหมอคางดำจึงเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกร

ภาพประกอบ ทำไมปลาหมอคางดำจึงเป็นปัญหาสำหรับเกษตรกร

ปลาหมอคางดำเป็นปลาต่างถิ่น (alien species) ที่มีลักษณะกินได้แทบทุกอย่าง ทั้งลูกกุ้ง ลูกปลา และไข่สัตว์น้ำขนาดเล็กในบ่อเลี้ยง เมื่อหลุดรอดเข้าไปในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อเลี้ยงของเกษตรกร จะแย่งอาหารและล่าลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่เกษตรกรปล่อยไว้ ทำให้ผลผลิตกุ้งและปลาในบ่อลดลงโดยที่เกษตรกรมักไม่ทันสังเกตในระยะแรก เพราะปลาชนิดนี้มีขนาดไม่ใหญ่และปะปนอยู่กับปลาพื้นถิ่นได้ง่าย

หน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรการควบคุมและกำจัด

ภาพประกอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรการควบคุมและกำจัด

กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลมาตรการควบคุมปลาหมอคางดำในระดับนโยบายและวิชาการ โดยทำงานร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดและสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ที่พบการระบาด ซึ่งเป็นจุดที่เกษตรกรควรติดต่อโดยตรงเมื่อต้องการแจ้งพบปลาชนิดนี้หรือขอคำแนะนำการจัดการในบ่อของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีกลไกระดับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการมาตรการระหว่างหน่วยงาน ทั้งกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ระบาด เนื่องจากโครงสร้างและรายละเอียดของมาตรการมีการปรับปรุงต่อเนื่องตามสถานการณ์ระบาด เกษตรกรควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสำนักงานประมงจังหวัดของตนเองก่อนดำเนินการใด ๆ

แนวทางกำจัดที่ภาครัฐสนับสนุน

ภาพประกอบ แนวทางกำจัดที่ภาครัฐสนับสนุน

มาตรการที่ภาครัฐผลักดันในพื้นที่ระบาดโดยทั่วไปครอบคลุมหลายแนวทางร่วมกัน ไม่ใช่วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

  • การรณรงค์จับออกจากแหล่งน้ำ ทั้งในรูปแบบการจัดกิจกรรมจับปลาร่วมกับชุมชนและการสนับสนุนให้เกษตรกรจับปลาที่หลุดเข้าบ่อออกอย่างต่อเนื่อง
  • การส่งเสริมปลาผู้ล่าธรรมชาติ เช่น การปล่อยปลากะพงขาวลงในแหล่งน้ำที่พบการระบาด เพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งการจับด้วยแรงงานคนอย่างเดียว
  • การสนับสนุนแปรรูปใช้ประโยชน์ เช่น การนำปลาที่จับได้ไปทำปลาป่น ปุ๋ยหมัก หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการจับออกอย่างต่อเนื่องแทนที่จะปล่อยทิ้ง
  • การควบคุมการเพาะเลี้ยงและครอบครอง ปลาหมอคางดำถูกจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่ต้องควบคุม ห้ามเพาะเลี้ยงหรือปล่อยเพิ่มในแหล่งน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต เกษตรกรที่จับได้ต้องไม่นำไปปล่อยต่อในแหล่งน้ำอื่น
  • การเฝ้าระวังพื้นที่ใหม่ ผ่านเครือข่ายประมงอำเภอและอาสาสมัครประมงในพื้นที่ เพื่อตรวจพบการระบาดในบ่อหรือแหล่งน้ำใหม่ให้เร็วที่สุด
มาตรการหน่วยงานที่ดำเนินการสิ่งที่เกษตรกรควรทำ
รณรงค์จับออกจากแหล่งน้ำกรมประมง / สำนักงานประมงจังหวัด-อำเภอ ร่วมกับชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมจับปลาในพื้นที่ และจับปลาที่หลุดเข้าบ่อของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยกลับ
ปล่อยปลาผู้ล่าควบคุมประชากรกรมประมง (ในพื้นที่ระบาดที่กำหนด)ติดตามประกาศจากสำนักงานประมงจังหวัดว่าพื้นที่ของตนอยู่ในแผนปล่อยปลาผู้ล่าหรือไม่
สนับสนุนแปรรูปใช้ประโยชน์กรมประมง ร่วมกับผู้ประกอบการรับซื้อในพื้นที่สอบถามจุดรับซื้อ/รับแปรรูปในพื้นที่จากสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรง เพราะจุดรับซื้ออาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
ควบคุมการเพาะเลี้ยง/ครอบครองกรมประมง (กำกับตามกฎหมายว่าด้วยการประมง)ห้ามเพาะเลี้ยงหรือปล่อยปลาหมอคางดำเพิ่มในแหล่งน้ำใด ๆ โดยเด็ดขาด

ผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ระบาด

ภาพประกอบ ผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ระบาด

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งและปลาในพื้นที่ที่พบการระบาดเผชิญผลกระทบหลายด้าน ทั้งผลผลิตลูกกุ้งลูกปลาในบ่อลดลงจากการถูกล่า ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการต้องลงทุนติดตั้งตาข่ายหรือระบบกรองน้ำเข้าบ่อเพื่อป้องกันปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาปะปน และภาระเวลาที่ต้องเพิ่มขึ้นในการตรวจสอบและจับปลาชนิดนี้ออกจากบ่อเป็นประจำ นอกจากนี้เกษตรกรในพื้นที่นาข้าวหรือแหล่งน้ำใกล้เคียงกับพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมหากปลาชนิดนี้แพร่เข้าสู่คลองส่งน้ำที่ใช้ร่วมกัน ความเสียหายทางเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไปตามความหนาแน่นของการระบาดและชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยง จึงควรประเมินความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ของตัวเองร่วมกับประมงอำเภอ มากกว่าอ้างอิงตัวเลขความเสียหายจากพื้นที่อื่น

ข้อผิดพลาด/ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของเกษตรกร

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาด/ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของเกษตรกร
  • เข้าใจว่ามาตรการภาครัฐจับปลาหมอคางดำหมดไปแล้วในพื้นที่ตนเอง จึงหยุดตรวจสอบบ่อของตัวเอง ทั้งที่ปลาชนิดนี้แพร่พันธุ์เร็วและอาจกลับมาระบาดซ้ำได้หากมีแหล่งน้ำเชื่อมต่อกับพื้นที่ระบาดเดิม
  • ทิ้งปลาที่จับได้ลงแหล่งน้ำอื่นแทนการทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการขยายพื้นที่ระบาดโดยไม่ตั้งใจ
  • ไม่แจ้งสำนักงานประมงเมื่อพบปลาชนิดนี้ในบ่อหรือแหล่งน้ำใหม่ ทำให้หน่วยงานไม่มีข้อมูลอัปเดตพื้นที่ระบาดล่าสุดเพื่อวางแผนมาตรการ
  • ปล่อยปลาชนิดอื่นเข้าบ่อเพื่อพยายามควบคุมปลาหมอคางดำเองโดยไม่ปรึกษาหน่วยงาน ซึ่งอาจสร้างปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นซ้อนขึ้นมาอีก
  • ไม่ป้องกันช่องทางที่ปลาหมอคางดำเข้าบ่อได้ เช่น ท่อระบายน้ำหรือรอยรั่วของคันบ่อ ทำให้จับออกได้เท่าไหร่ก็มีตัวใหม่เข้ามาซ้ำ

สรุป

มาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบหลักของกรมประมง ผ่านการรณรงค์จับ ส่งเสริมปลาผู้ล่า สนับสนุนแปรรูป และควบคุมการเพาะเลี้ยง/ครอบครองอย่างเข้มงวด เกษตรกรในพื้นที่ระบาดมีบทบาทสำคัญในการแจ้งข้อมูลและป้องกันบ่อของตัวเองไม่ให้ปลาชนิดนี้เข้าไปแย่งอาหารและล่าสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ การประสานกับสำนักงานประมงจังหวัดอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มาตรการภาครัฐได้ผลจริงในพื้นที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — ประกาศและมาตรการควบคุมชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานในแหล่งน้ำ รวมถึงปลาหมอคางดำ
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — นโยบายและความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่าง ๆ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

พบปลาหมอคางดำในบ่อ ต้องแจ้งหน่วยงานไหน

ควรแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลพื้นที่ระบาดและให้คำแนะนำการจัดการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในบ่อของตัวเอง

จับปลาหมอคางดำได้แล้วต้องทำอย่างไรต่อ

ไม่ควรปล่อยกลับลงแหล่งน้ำใด ๆ ควรทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์ตามช่องทางที่หน่วยงานในพื้นที่แนะนำ เช่น จุดรับซื้อเพื่อแปรรูป ควรสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรงเพราะอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา

ปล่อยปลากะพงขาวเองในบ่อช่วยควบคุมปลาหมอคางดำได้หรือไม่

การปล่อยปลาผู้ล่าเป็นมาตรการที่ภาครัฐดำเนินการในพื้นที่ที่ประเมินแล้วว่าเหมาะสม เกษตรกรที่ต้องการทำเองควรปรึกษาสำนักงานประมงก่อน เพราะต้องพิจารณาผลกระทบต่อสัตว์น้ำอื่นในบ่อเดียวกันด้วย

มีวิธีป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำเข้าบ่อเลี้ยงกุ้ง-ปลาได้อย่างไร

ควรติดตั้งตาข่ายกรองที่ท่อน้ำเข้า-ออกบ่อ ตรวจสอบคันบ่อไม่ให้มีรอยรั่วที่ปลาลอดเข้าได้ในช่วงน้ำหลาก และตรวจบ่อเป็นประจำเพื่อจับปลาที่หลุดเข้ามาออกก่อนที่จะเพิ่มจำนวน

มาตรการควบคุมปลาหมอคางดำใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของการระบาดในแต่ละพื้นที่และความต่อเนื่องของการดำเนินมาตรการ เกษตรกรควรติดตามความคืบหน้าจากประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ