ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

การจัดการซากสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนกตามกฎหมาย ต้องทำอย่างไร

การจัดการซากสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนกตามกฎหมาย ต้องแจ้งปศุสัตว์ทันที ห้ามเคลื่อนย้ายเอง ทำลายซากตามหลักสุขาภิบาล พร้อมสิทธิขอรับค่าชดเชยความเสียหายจากภาครัฐ

การจัดการซากสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนกตามกฎหมาย ต้องทำอย่างไร
คำตอบเร็ว: เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติจำนวนมากและสงสัยไข้หวัดนก เจ้าของฟาร์มต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่หรือกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านทันทีตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ห้ามเคลื่อนย้ายหรือขายซากและสัตว์ปีกที่เหลือออกจากฟาร์มเองเด็ดขาด การทำลายซากต้องทำภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ด้วยวิธีฝังกลบหรือเผาตามหลักสุขาภิบาลเพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจาย และเกษตรกรที่มีฟาร์มขึ้นทะเบียนถูกต้องมีสิทธิได้รับพิจารณาค่าชดเชยตามหลักเกณฑ์ที่ราชการกำหนด

สัญญาณที่ต้องสงสัยไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีก

ภาพประกอบ สัญญาณที่ต้องสงสัยไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีก

สัญญาณที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เป็ด หรือสัตว์ปีกอื่นควรสังเกตคือสัตว์ปีกตายเฉียบพลันจำนวนมากผิดปกติในเวลาสั้น ๆ ไข่ลดลงอย่างรวดเร็ว หงอนและเหนียงมีสีคล้ำ ขาบวมแดง ซึม ขนยุ่ง และหายใจลำบาก หากพบลักษณะเหล่านี้พร้อมกับอัตราการตายที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติของฟาร์ม ควรถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรรอดูอาการต่อไปอีกหลายวันเพราะโรคนี้แพร่กระจายเร็วมากทั้งในฝูงเดียวกันและระหว่างฟาร์มใกล้เคียง

ขั้นตอนแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบการระบาด

พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กำหนดให้เจ้าของสัตว์ที่พบหรือสงสัยว่าสัตว์เป็นโรคระบาดต้องแจ้งต่อสัตวแพทย์ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่โดยไม่ชักช้า ช่องทางที่ทำได้จริงคือติดต่อปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดโดยตรง หรือแจ้งผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรืออาสาปศุสัตว์ในพื้นที่ให้ช่วยประสานงานต่อ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ เกษตรกรต้องแยกสัตว์ปีกที่ยังปกติออกจากจุดที่พบสัตว์ป่วยตาย งดนำสัตว์ปีก ไข่ มูล หรืออุปกรณ์ในฟาร์มออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด และจำกัดคนเข้า-ออกฟาร์มให้น้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงพาเชื้อออกไปแพร่ที่อื่น

วิธีทำลายซากตามหลักสุขาภิบาล

ภาพประกอบ วิธีทำลายซากตามหลักสุขาภิบาล

เมื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ยืนยันหรือสงสัยอย่างมีนัยสำคัญว่าเป็นไข้หวัดนก การทำลายซากและสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยงจะดำเนินการภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เกษตรกรไม่สามารถตัดสินใจฝังหรือเผาเองตามลำพังได้ เพราะต้องประเมินความเสี่ยงและวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ก่อน

ขั้นตอนรายละเอียด
1. แยกและกักพื้นที่แยกสัตว์ป่วย/ตายออกจากฝูงปกติ กำหนดเขตควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม
2. เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์สัตวแพทย์/เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจ เก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยันเชื้อ
3. ทำลายซากภายใต้การควบคุมฝังกลบในหลุมลึกพร้อมสารฆ่าเชื้อ หรือเผาทำลาย ตามวิธีที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้เหมาะกับพื้นที่
4. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือนล้างทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วโรงเรือนและอุปกรณ์ที่สัมผัสสัตว์ป่วย
5. เว้นระยะก่อนเลี้ยงรอบใหม่เว้นช่วงพักโรงเรือนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนนำสัตว์ปีกรุ่นใหม่เข้าเลี้ยง

หลักการสำคัญคือการฝังกลบต้องลึกพอที่จะป้องกันสัตว์อื่นคุ้ยและป้องกันการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน พร้อมใช้สารฆ่าเชื้อโรยทับตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ส่วนวิธีเผาทำลายต้องเลือกพื้นที่ที่ไม่กระทบชุมชนโดยรอบและมีการควบคุมควันไฟตามหลักสุขาภิบาล รายละเอียดวิธีที่ใช้จริงในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำพื้นที่ตามสภาพภูมิประเทศและระดับความเสี่ยงของการระบาด

มาตรการควบคุมพื้นที่หลังพบเชื้อ

เมื่อยืนยันพบเชื้อ เจ้าหน้าที่จะประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวครอบคลุมรัศมีรอบจุดเกิดโรคตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ซากสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกเข้า-ออกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟาร์มข้างเคียงในรัศมีเสี่ยงมักถูกขอความร่วมมือให้เฝ้าระวังอาการสัตว์ปีกของตนอย่างใกล้ชิดและงดนำสัตว์ปีกเข้า-ออกฟาร์มชั่วคราวเช่นกัน แม้จะยังไม่พบเชื้อในฟาร์มตนเองโดยตรง

การชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร

ภาพประกอบ การชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร

เกษตรกรที่สัตว์ปีกถูกทำลายเพื่อควบคุมโรคระบาดตามคำสั่งเจ้าหน้าที่มีสิทธิยื่นขอรับเงินชดเชยความเสียหายจากภาครัฐ โดยหลักเกณฑ์และอัตราชดเชยกำหนดตามระเบียบราชการซึ่งพิจารณาจากชนิดและจำนวนสัตว์ปีกที่ถูกทำลายจริง เงื่อนไขสำคัญคือฟาร์มหรือสัตว์ปีกนั้นควรมีการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องกับกรมปศุสัตว์ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการควบคุมโรค การยื่นขอค่าชดเชยทำได้ผ่านปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ ส่วนอัตราชดเชยที่แน่นอนในปีปัจจุบันควรสอบถามจากปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดโดยตรง เพราะมีการทบทวนอัตราเป็นระยะ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รอดูอาการสัตว์ปีกป่วยหลายวันก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ ทำให้เชื้อมีเวลาแพร่กระจายในฝูงและพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น
  • ฝังหรือเผาซากสัตว์ปีกเองโดยไม่รอเจ้าหน้าที่ ทำให้เสียสิทธิพิจารณาค่าชดเชยและอาจแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ
  • ขายสัตว์ปีกที่เหลือในฝูงออกก่อนเจ้าหน้าที่มาตรวจ เพราะกลัวขาดทุนทั้งหมด ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและเสี่ยงแพร่เชื้อสู่ตลาด
  • ไม่จำกัดคนและยานพาหนะเข้า-ออกฟาร์มระหว่างรอผลตรวจ ทำให้เชื้ออาจติดไปกับรองเท้าหรือล้อรถของผู้มาเยือน
  • ฟาร์มไม่เคยขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์มาก่อน ทำให้ยุ่งยากเมื่อต้องยื่นขอค่าชดเชยความเสียหาย
  • เข้าใจว่าค่าชดเชยจะได้รับเต็มมูลค่าตลาดของสัตว์ปีกเสมอ ทั้งที่อัตราชดเชยจริงกำหนดตามหลักเกณฑ์ราชการซึ่งอาจต่ำกว่าราคาตลาด

ติดตามข่าวสารและกฎหมายด้านปศุสัตว์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่หมวด ข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร

สรุป

เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติที่สงสัยไข้หวัดนก ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันทีตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 งดเคลื่อนย้ายและขายสัตว์ปีกออกจากฟาร์มเด็ดขาด ปล่อยให้การทำลายซากดำเนินการภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ด้วยวิธีที่ถูกหลักสุขาภิบาล และเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือพร้อมมีฟาร์มขึ้นทะเบียนถูกต้องจะมีสิทธิยื่นขอรับค่าชดเชยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของราชการต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ — หน่วยงานหลักที่รับแจ้งและควบคุมโรคระบาดสัตว์ปีก รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การทำลายซากและค่าชดเชยความเสียหาย
  • 📄พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 — กฎหมายที่กำหนดหน้าที่แจ้งเจ้าหน้าที่และข้อห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ในเขตโรคระบาด

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในกี่ชั่วโมงเมื่อพบสัตว์ปีกตายผิดปกติ

กฎหมายกำหนดให้แจ้งโดยไม่ชักช้าเมื่อพบหรือสงสัยว่าสัตว์เป็นโรคระบาด ควรแจ้งทันทีที่พบความผิดปกติ ไม่ควรรอสะสมจำนวนสัตว์ตายเพิ่มก่อนแจ้ง

ถ้าไม่แจ้งเจ้าหน้าที่แล้วจัดการซากเองมีความผิดหรือไม่

มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ทั้งในแง่ไม่แจ้งเมื่อพบโรคระบาดและการเคลื่อนย้าย/ทำลายซากโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีบทลงโทษตามกฎหมายและอาจเสียสิทธิรับค่าชดเชยด้วย

ฟาร์มที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ ยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่

การขึ้นทะเบียนฟาร์มช่วยให้กระบวนการตรวจสอบและยื่นขอค่าชดเชยราบรื่นกว่ามาก แต่ละกรณีขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่ราชการกำหนด ควรสอบถามปศุสัตว์อำเภอโดยตรงเพื่อความชัดเจน

เพื่อนบ้านที่มีฟาร์มใกล้กันแต่ยังไม่พบเชื้อ ต้องทำอะไรบ้าง

ฟาร์มในรัศมีเสี่ยงมักถูกขอความร่วมมือเฝ้าระวังอาการสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิดและงดเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้า-ออกชั่วคราวตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด แม้ฟาร์มตนเองจะยังไม่พบเชื้อโดยตรง

หลังทำลายซากแล้วต้องเว้นระยะเท่าไรก่อนเลี้ยงสัตว์ปีกรุ่นใหม่

ระยะเวลาพักโรงเรือนขึ้นอยู่กับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ตามระดับความเสี่ยงของแต่ละกรณี ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือนให้ครบก่อนนำสัตว์ปีกรุ่นใหม่เข้าเลี้ยง