ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

ใบอนุญาต วอ./อ.1 สำหรับโรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็ก ต้องขอที่ไหน

อธิบายว่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (วอ.) กับคำขออนุญาตผลิตอาหาร (อ.1) ขอที่หน่วยงานไหน ต้องเตรียมเอกสารและมาตรฐานสถานที่อะไรบ้าง ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ใบอนุญาต วอ./อ.1 สำหรับโรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็ก ต้องขอที่ไหน
คำตอบเร็ว: โรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็กอาจต้องขอเอกสารสองชุดคู่กัน คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า "วอ." ตามพระราชบัญญัติโรงงาน) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งจำเป็นเฉพาะกรณีที่กิจการเข้าข่ายเป็นโรงงานตามเกณฑ์เครื่องจักรหรือจำนวนแรงงานที่กฎหมายกำหนด และคำขออนุญาตผลิตอาหาร/เลขสถานที่ผลิตอาหาร (แบบ อ.1) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตาม พ.ร.บ.อาหาร ซึ่งจำเป็นสำหรับผู้ผลิตอาหารทุกขนาด ควรตรวจสอบกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดก่อนว่ากิจการของตนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตโรงงานหรือไม่ เพราะเกณฑ์และชื่อแบบฟอร์มอาจปรับปรุงเป็นระยะ

ผู้ที่เริ่มตั้งโรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็ก เช่น แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าบรรจุขาย มักสับสนว่า "วอ." กับ "อ.1" คือเอกสารเดียวกันหรือคนละใบ และต้องไปขอที่หน่วยงานไหน บทความนี้อธิบายแยกให้ชัดว่าแต่ละเอกสารดูแลเรื่องอะไร ขอที่ไหน เพื่อไม่ให้เตรียมเอกสารผิดหน่วยงานจนเสียเวลา ดูข่าวและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร

หน่วยงานที่รับผิดชอบออกใบอนุญาตแต่ละประเภท

ภาพประกอบ หน่วยงานที่รับผิดชอบออกใบอนุญาตแต่ละประเภท
ใบอนุญาตดูแลเรื่องอะไรหน่วยงานที่ยื่นขอ
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (วอ.)ความปลอดภัยด้านเครื่องจักร อาคาร และผลกระทบสิ่งแวดล้อม เฉพาะกิจการที่เข้าข่ายโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน (เช่น กำลังเครื่องจักรหรือจำนวนแรงงานเกินเกณฑ์ที่กำหนด)กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรุงเทพฯ) หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (ต่างจังหวัด)
คำขอเลขสถานที่ผลิตอาหาร/ใบอนุญาตผลิตอาหาร (อ.1)ความปลอดภัยของอาหารและสถานที่ผลิตตามมาตรฐาน GMP ตาม พ.ร.บ.อาหาร จำเป็นสำหรับผู้ผลิตอาหารทุกขนาดไม่ว่าจะเข้าข่ายโรงงานหรือไม่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

กิจการขนาดเล็กที่ใช้เครื่องจักรกำลังต่ำและแรงงานน้อยกว่าที่กฎหมายโรงงานกำหนด อาจไม่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตโรงงาน (วอ.) เลย แต่ยังคงต้องขอเลขสถานที่ผลิตอาหารและเลขสารบบอาหารจาก อย./สสจ. เสมอ เพราะเป็นข้อบังคับตามกฎหมายอาหารที่ไม่เกี่ยวกับขนาดโรงงาน

เอกสารและมาตรฐานสถานที่ผลิตที่ต้องมี

  • เอกสารตัวบุคคล/นิติบุคคล — บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์ (ถ้าจดนิติบุคคล)
  • เอกสารสถานที่ — แผนที่ตั้งโรงงาน แผนผังอาคารและผังการผลิต หลักฐานสิทธิ์การใช้ที่ดิน/อาคาร
  • มาตรฐานสถานที่ผลิตตามเกณฑ์ GMP — แยกโซนผลิตสะอาด/ไม่สะอาดชัดเจน มีระบบระบายน้ำเสียและกำจัดของเสียที่เหมาะสม มีระบบป้องกันสัตว์และแมลงพาหะ พร้อมบันทึกกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • เอกสารเฉพาะกรณีเข้าข่ายโรงงาน — รายละเอียดเครื่องจักร กำลังการผลิต ระบบบำบัดของเสีย และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด

ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

รายการระยะเวลาโดยประมาณ
คำขอเลขสถานที่ผลิตอาหาร (อ.1) + ตรวจสถานที่ตามเกณฑ์ GMPประมาณ 2-8 สัปดาห์ ขึ้นกับความพร้อมของสถานที่และคิวเจ้าหน้าที่
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (วอ.) กรณีเข้าข่ายมักใช้เวลานานกว่า เพราะต้องตรวจเครื่องจักรและระบบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ควรสอบถามกรอบเวลาที่แน่นอนกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

ค่าธรรมเนียมของทั้งสองใบอนุญาตมีหลายอัตราแยกตามประเภทและขนาดกิจการ และอาจปรับเปลี่ยนตามประกาศของแต่ละหน่วยงาน ผู้ประกอบการควรสอบถามอัตราปัจจุบันกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดโดยตรงก่อนวางงบประมาณ เพื่อไม่ให้ประเมินต้นทุนคลาดเคลื่อน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจว่า "วอ." กับ "อ.1" คือใบเดียวกัน ทำให้ยื่นเรื่องผิดหน่วยงานและเสียเวลาย้อนกลับมาแก้ไข
  • คิดว่ากิจการขนาดเล็กไม่ต้องขอเอกสารใดเลย ทั้งที่เลขสถานที่ผลิตอาหารจำเป็นสำหรับผู้ผลิตอาหารทุกขนาด
  • ไม่แยกโซนผลิตสะอาด/ไม่สะอาดตามเกณฑ์ GMP ตั้งแต่ตอนสร้างอาคาร ทำให้ต้องรื้อปรับปรุงภายหลัง
  • ติดตั้งเครื่องจักรกำลังสูงโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่าเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตโรงงานหรือไม่
  • ประเมินระยะเวลาขอใบอนุญาตสั้นเกินไปจนวางแผนเปิดกิจการหรือรับออเดอร์ล่วงหน้าไว้ก่อนเอกสารพร้อม

สรุป

โรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็กต้องแยกให้ชัดว่าเอกสารสองชุดนี้คนละหน่วยงานกัน ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (วอ.) ขอที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด จำเป็นเฉพาะกิจการที่เข้าข่ายตามเกณฑ์เครื่องจักร/แรงงาน ส่วนเลขสถานที่ผลิตอาหาร (อ.1) ขอที่ อย./สสจ. จำเป็นสำหรับผู้ผลิตอาหารทุกขนาด การตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่ากิจการเข้าข่ายโรงงานหรือไม่ จะช่วยวางแผนออกแบบอาคารและงบประมาณได้แม่นยำกว่าเริ่มก่อสร้างแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — หลักเกณฑ์การขอเลขสถานที่ผลิตอาหารและมาตรฐาน GMP ตามพระราชบัญญัติอาหาร
  • 📄กรมโรงงานอุตสาหกรรม / สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด — เกณฑ์การเข้าข่ายโรงงานและขั้นตอนขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

โรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็กในบ้านต้องขอใบอนุญาตโรงงาน (วอ.) ไหม

ขึ้นอยู่กับกำลังเครื่องจักรและจำนวนแรงงานที่ใช้ หากต่ำกว่าเกณฑ์อาจไม่เข้าข่าย แต่ยังต้องขอเลขสถานที่ผลิตอาหารจาก อย./สสจ. เสมอ ควรสอบถามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อยืนยัน

ต้องขอ อ.1 ก่อน หรือขอใบอนุญาตโรงงานก่อน

แนะนำให้ตรวจสอบว่ากิจการเข้าข่ายโรงงานหรือไม่ตั้งแต่ต้น เพราะกระทบการออกแบบอาคาร จากนั้นเตรียมสถานที่ให้ผ่านเกณฑ์ GMP ควบคู่กันไปได้ ไม่ต้องรอใบใดใบหนึ่งเสร็จก่อน

ถ้ายังไม่มีใบอนุญาตครบ วางขายสินค้าได้ไหม

ไม่ควรวางขาย เพราะการผลิตอาหารขายโดยไม่มีเลขสถานที่ผลิตและเลขสารบบอาหารถือว่าผิดกฎหมายอาหาร มีโทษปรับและอาจถูกสั่งเรียกคืนสินค้า

เปลี่ยนที่ตั้งโรงงานภายหลัง ต้องขอใบอนุญาตใหม่ไหม

ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือขอใหม่ตามสถานที่ตั้งจริง เพราะใบอนุญาตทั้งสองผูกกับที่ตั้งเฉพาะแห่งที่ผ่านการตรวจ ควรติดต่อหน่วยงานทันทีเมื่อมีแผนย้ายที่ตั้ง

ใครช่วยให้คำแนะนำเรื่องนี้ได้ฟรีบ้าง

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่มักมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเบื้องต้นก่อนยื่นเรื่องจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย