คำตอบสั้น ๆ
สรุปข้อมูลบังคับบนฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ หน่วยงานที่กำกับดูแล และบทลงโทษกรณีติดฉลากผิด สำหรับเกษตรกรที่กำลังจะเริ่มบรรจุขายสินค้าอินทรีย์ของตัวเอง
คำตอบเร็ว: ฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่จะวางขายได้ต้องระบุชื่อสินค้า/ชนิด ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย ปริมาณสุทธิ วันที่ผลิต และเลขทะเบียน/เครื่องหมายรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เช่น Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตร หรือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ มกอช. รับรอง หากติดฉลากอ้างว่าเป็นเกษตรอินทรีย์โดยไม่มีใบรับรองจริง มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายมาตรฐานสินค้าเกษตร
เกษตรกรจำนวนมากที่เริ่มแปรรูปผลผลิตของตัวเองมาบรรจุขาย เช่น ข้าวอินทรีย์บรรจุถุง ผักสลัดอินทรีย์แพ็กกล่อง หรือน้ำผึ้งอินทรีย์ มักสงสัยว่าเขียนคำว่า "อินทรีย์" หรือ "ออร์แกนิก" บนฉลากได้เลยหรือไม่ ถ้าเพิ่งเริ่มปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีมาเพียงหนึ่งถึงสองปี คำตอบคือยังไม่ได้ เพราะคำว่าเกษตรอินทรีย์บนฉลากสินค้าไม่ใช่คำโฆษณาที่พูดได้ตามใจ แต่เป็นคำที่มีกฎหมายกำกับ ต้องผ่านการตรวจรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับก่อนจึงจะติดฉลากอ้างได้จริง ถ้าติดฉลากผิดเงื่อนไข นอกจากจะถูกร้องเรียนจากผู้บริโภคหรือคู่แข่งแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายที่มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกด้วย
ฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
องค์ประกอบบนฉลากไม่ได้มีแค่คำว่า "อินทรีย์" ตัวโต ๆ แต่ต้องมีรายละเอียดที่ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแปลง/ผู้ผลิตได้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสามารถยืนยันแหล่งที่มาได้จริง
| รายการที่ต้องมีบนฉลาก | รายละเอียดที่ต้องระบุ |
|---|---|
| ชื่อสินค้า/ชนิด | ระบุชนิดสินค้าให้ชัดเจน เช่น "ข้าวหอมมะลิอินทรีย์" ไม่ใช่แค่ "ข้าวอินทรีย์" กว้าง ๆ |
| ชื่อ-ที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้บรรจุ/ผู้จำหน่าย | ต้องระบุตัวตนที่ติดต่อและตรวจสอบได้จริง ไม่ใช้ชื่อทางการค้าอย่างเดียว |
| ปริมาณสุทธิ | ระบุหน่วยน้ำหนัก/ปริมาตรที่ถูกต้องตามที่บรรจุจริง |
| วันที่ผลิต/วันหมดอายุ (ถ้ามี) | สินค้าสดที่เก็บได้ไม่นานควรระบุวันที่ควรบริโภคก่อนด้วย |
| เลขทะเบียน/เครื่องหมายรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ | ต้องเป็นเลขที่ได้รับจริงจากหน่วยรับรอง เช่น Organic Thailand หรือหน่วยรับรองที่ มกอช. ยอมรับ พร้อมโลโก้ตามรูปแบบที่หน่วยรับรองกำหนด |
| ส่วนประกอบ (กรณีสินค้าแปรรูป) | ระบุสัดส่วนวัตถุดิบ โดยเฉพาะถ้ามีส่วนผสมที่ไม่ใช่อินทรีย์ต้องแจ้งให้ชัดเจน ห้ามกลบด้วยคำว่าอินทรีย์รวม ๆ |
| เลขที่ อย. (กรณีเข้าข่ายอาหารแปรรูปบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท) | สินค้าที่ผ่านการแปรรูปและปิดผนึกขายต้องขอเลข อย. เพิ่มเติมจากเครื่องหมายเกษตรอินทรีย์ |
หน่วยงานที่กำกับดูแลฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์
ฉลากเกษตรอินทรีย์เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานตามบทบาทที่ต่างกัน ไม่ใช่หน่วยงานเดียวดูแลทั้งหมด:
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — กำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยและรับรองหน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่มีสิทธิ์ออกใบรับรองให้เกษตรกร
- กรมวิชาการเกษตร — เป็นหน่วยรับรองหลักที่ออกเครื่องหมาย Organic Thailand ให้กับแปลงพืชที่ผ่านการตรวจตามมาตรฐาน
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — กำกับฉลากกรณีสินค้าเป็นอาหารแปรรูปที่บรรจุภาชนะปิดสนิทพร้อมขาย ต้องขอเลขสารบบอาหารเพิ่มเติมจากเครื่องหมายเกษตรอินทรีย์
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) — ดูแลเรื่องฉลากสินค้าทั่วไปไม่ให้โฆษณาหรือแสดงข้อความเกินจริงจนหลอกลวงผู้บริโภค
ขั้นตอนก่อนติดฉลากอ้างว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ได้จริง
- เลือกหน่วยรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับ เช่น กรมวิชาการเกษตร (Organic Thailand) หรือหน่วยรับรองเอกชนที่ มกอช. ขึ้นทะเบียนไว้
- ยื่นคำขอตรวจรับรองพร้อมประวัติแปลง/ฟาร์ม บันทึกการใช้ปัจจัยการผลิตย้อนหลัง
- รับการตรวจสถานที่ปลูก/กระบวนการผลิตจริงตามรอบที่หน่วยรับรองกำหนด รวมถึงช่วงปรับเปลี่ยน (transition period) หากเพิ่งเลิกใช้สารเคมี
- เมื่อผ่านเกณฑ์ทุกข้อจะได้รับเลขทะเบียน/ใบรับรองและสิทธิ์ใช้ตราสัญลักษณ์ตามรูปแบบที่หน่วยรับรองกำหนดเท่านั้น
- นำเลขทะเบียนและตราสัญลักษณ์ไปออกแบบฉลากให้ครบองค์ประกอบตามตารางข้างต้น ก่อนพิมพ์ฉลากจริงจำนวนมาก
- หากสินค้าเป็นอาหารแปรรูปบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท ต้องยื่นขอเลข อย. เพิ่มเติมคู่กับเครื่องหมายเกษตรอินทรีย์ก่อนวางขาย
บทลงโทษกรณีติดฉลากไม่ถูกต้องหรือแอบอ้างว่าเป็นเกษตรอินทรีย์
การติดฉลากเท็จหรือใช้ตราสัญลักษณ์รับรองโดยไม่ได้รับอนุญาตเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยอาหาร (กรณีเป็นอาหารและติดฉลากเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ) กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (กรณีโฆษณาหรือแสดงฉลากเกินจริงจนหลอกลวงผู้บริโภค) และกฎหมายมาตรฐานสินค้าเกษตร (กรณีใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้เกินขอบเขตที่ได้รับ) ความผิดเหล่านี้มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกตามแต่ละฐานความผิด แต่อัตราโทษที่แน่นอนมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบอัตราโทษล่าสุดโดยตรงกับหน่วยงานก่อนตัดสินใจ ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขเก่าที่อาจไม่ตรงกับปัจจุบัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เขียนคำว่า "อินทรีย์" หรือ "ออร์แกนิก" บนฉลากทั้งที่ยังอยู่ระหว่างขอรับรองหรืออยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน ยังไม่ได้เลขทะเบียนจริง
- ใช้โลโก้ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานรับรองผิดสัดส่วน/สี หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามรูปแบบที่กำหนด
- ลืมใส่วันที่ผลิตหรือเลขทะเบียนผู้ผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแหล่งที่มาไม่ได้เมื่อมีข้อร้องเรียน
- นำสินค้าที่ยังไม่ผ่านการรับรองไปวางขายในตลาดที่โฆษณาว่าเป็น "ตลาดเกษตรอินทรีย์" โดยอ้างปากเปล่าอย่างเดียว ไม่มีใบรับรองแนบ
- เข้าใจผิดว่าใบรับรองมาตรฐาน GAP เทียบเท่ากับเกษตรอินทรีย์ ทั้งที่เป็นมาตรฐานคนละชุดกันและมีเกณฑ์ต่างกันมาก
- สินค้าแปรรูปที่มีส่วนผสมไม่ใช่อินทรีย์ทั้งหมด แต่ติดฉลากว่า "อินทรีย์ล้วนทั้งหมด" โดยไม่แยกแสดงสัดส่วนส่วนผสมให้ชัดเจน
เกษตรกรที่กำลังวางแผนแปรรูปและทำฉลากของตัวเอง ควรติดตามข่าวสารกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ อ่านเพิ่มเติมได้ที่หมวด ข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร เพื่อไม่ให้พลาดการปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่อาจกระทบต่อธุรกิจ
สรุป
ฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่แค่การเขียนคำว่า "อินทรีย์" ให้สวยงาม แต่ต้องมีข้อมูลบังคับครบถ้วนและมีเลขทะเบียน/เครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับกำกับอยู่จริง ก่อนพิมพ์ฉลากควรตรวจสอบให้ครบทั้งองค์ประกอบบนฉลาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสถานะใบรับรองของตัวเอง เพราะการติดฉลากผิดเงื่อนไขมีบทลงโทษตามกฎหมายจริง ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์เท่านั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และหน่วยรับรองที่ได้รับการยอมรับ
- กรมวิชาการเกษตร — เครื่องหมายรับรอง Organic Thailand และขั้นตอนขอรับรองแปลง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — ข้อกำหนดฉลากอาหารแปรรูปและเลขสารบบอาหาร
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ไหม ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง
กฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหายแม้ไม่ได้ประมาท แต่เกษตรกรยังต้องพิสูจน์ความเสียหายและโยงให้ถึงจุดปล่อยน้ำ บทความนี้สรุปหลักฐานที่ต้องเก็บตั้งแต่วันแรกและเส้นทางเรียกค่าเสียหาย
น้ำเสียโรงงานไหลเข้านาหรือบ่อปลา ร้องเรียนที่ไหน และเก็บหลักฐานอย่างไรให้หน่วยงานรับเรื่อง
น้ำเสียไหลเข้านาหรือบ่อปลา หลักฐานที่เก็บในชั่วโมงแรกและช่องทางที่ถูกต้องทำให้เรื่องเดินเร็วขึ้น สรุปขั้นตอนพร้อมบทเรียนจากกรณีปทุมธานีและปราจีนบุรี
แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ทำนาปรังได้แค่ไหน เกษตรกรต้องเช็กประกาศจากไหน
ณ 19 ต.ค. 2569 ยังไม่มีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ออกมา น้ำในอ่างทั้งประเทศอยู่ที่ร้อยละ 84 ให้รอแผนกรมชลประทานและรอบส่งน้ำของโครงการในพื้นที่ก่อนตัดสินใจทำนาปรัง
ปุ๋ยทางใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ ใช้ทดแทนปุ๋ยทางดินได้หรือไม่
ปุ๋ยทางใบคือการให้ธาตุอาหารผ่านใบ ใช้เสริมหรือแก้อาการขาดธาตุที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่ตัวแทนปุ๋ยทางดิน บทความนี้สรุปจากแหล่งทางการพร้อมวิธีตัดสินใจ
เกษตรกรประสบภัยแล้งขอความช่วยเหลือ เยียวยาอะไรได้บ้าง ต้องลงทะเบียนที่ไหน
สรุปเงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือภัยแล้งตามเกณฑ์ใหม่ที่มีผล 21 ส.ค. 2569 พร้อมแนวตัดสินใจ ถ้า...ให้ทำ อัตราต่อไร่ไม่ระบุเพราะข่าวไม่ตรงกัน ให้ตรวจกับเกษตรอำเภอ
พื้นที่ไหนห้ามหรือควบคุมการขุดบ่อบาดาล เกษตรกรเช็กได้ที่ไหนก่อนจ้างเจาะ
การจะเจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ขึ้นกับว่าที่ดินอยู่ในเขตแบบไหน บทความนี้แยกให้เห็นเขตน้ำบาดาล เขตวิกฤตการณ์ และเขตห้ามสูบตามกฎหมาย แล้วบอกว่าต้องเช็กรายแปลงที่หน่วยงานใดก่อนจ้างเจาะ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

NIIMBOT N1 เครื่องพิมพ์ฉลากถ่ายโอนความร้อน…
ฉลาก/สติกเกอร์สินค้า
ใช้ติดชื่อ ราคา หรือวันที่บนถุงผลผลิตก่อนวางขาย

เครื่องปิดผนึกถุงความร้อนขนาดเล็กแพ็คถุงซีลอาหารถุงพลาสติก…
บรรจุภัณฑ์ผลผลิต
ใช้แพ็กผักผลไม้หรือไข่เพื่อขายและขนส่ง

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ฉลากเกษตรอินทรีย์ต้องมีเครื่องหมายรับรองด้วยหรือไม่
ต้องมี หากจะใช้คำว่า "เกษตรอินทรีย์" หรือ "ออร์แกนิก" บนฉลาก ต้องมีเลขทะเบียนหรือตราสัญลักษณ์จากหน่วยรับรองที่ได้รับการยอมรับกำกับอยู่ด้วยเสมอ
ถ้าอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน (transition) เขียนว่าเกษตรอินทรีย์บนฉลากได้ไหม
ไม่ได้ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรอินทรีย์ จนกว่าจะผ่านระยะปรับเปลี่ยนตามเกณฑ์ของหน่วยรับรองและได้รับใบรับรองจริง
เกษตรกรรายย่อยที่ขายเองในตลาดนัดชุมชนต้องขอใบรับรองด้วยหรือไม่
ถ้าจะใช้คำว่าเกษตรอินทรีย์บนฉลากหรือป้ายขาย ต้องมีใบรับรองไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด กฎเกณฑ์เดียวกันใช้กับทุกช่องทางจำหน่าย
ฉลากภาษาอังกฤษอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ถ้าขายในประเทศ
ไม่เพียงพอ สินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องมีฉลากภาษาไทยแสดงข้อมูลบังคับครบถ้วนตามกฎหมายฉลากสินค้า
ถ้าถูกร้องเรียนว่าฉลากเป็นเท็จ ต้องทำอย่างไร
ให้เตรียมสำเนาใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และเอกสารประวัติแปลง/กระบวนการผลิตยืนยันกับเจ้าหน้าที่ทันที หากไม่มีใบรับรองรองรับข้อความบนฉลาก อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
