ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

เงินช่วยเหลือภัยพิบัติด้านเกษตร: เกษตรกรควรรู้อะไรและต้องติดตามจากไหน

โค สุกร สัตว์ปีก หรือปลากุ้งในบ่อเสียหายจากภัยพิบัติ ต้องแจ้งใครก่อนกำจัดซาก เตรียมเอกสารอะไร และมีขั้นตอนขอรับความช่วยเหลืออย่างไร อ่านสรุปก่อนดำเนินการจริง

เงินช่วยเหลือภัยพิบัติด้านเกษตร: เกษตรกรควรรู้อะไรและต้องติดตามจากไหน
คำตอบเร็ว: ถ้าสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ สุกร สัตว์ปีก หรือสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงตาย/สูญหายจากภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมฉับพลันหรืออากาศหนาวจัด เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์กับกรมปศุสัตว์ หรือขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงไว้แล้ว มีสิทธิ์แจ้งความเสียหายกับปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ จุดสำคัญที่ต่างจากพืชคือต้องแจ้งและให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากสัตว์ก่อนกำจัดทิ้ง เพราะเมื่อกำจัดซากแล้วจะพิสูจน์ความเสียหายย้อนหลังได้ยาก อัตราและเอกสารต้องตรวจสอบล่าสุดกับหน่วยงานในพื้นที่เสมอ

น้ำท่วมโรงเรือนสัตว์ปีก คอกหมู หรือบ่อปลา-กุ้งที่เลี้ยงไว้เสียหายในคืนเดียวเป็นเหตุการณ์ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเจอบ่อย บทความนี้อธิบายหลักการและขั้นตอนทั่วไปที่ทราบแน่ชัดในการขอรับความช่วยเหลือ โดยเน้นความแตกต่างจากกรณีพืชผลตรงที่ต้องรีบแจ้งก่อนซากสัตว์เน่าเสียหรือถูกกำจัดทิ้ง

เงินช่วยเหลือกรณีสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำเสียหายคืออะไร

เป็นเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ อิงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เช่นเดียวกับกรณีพืช แต่แยกหน่วยงานรับผิดชอบตามชนิดสัตว์ คือกรมปศุสัตว์ดูแลสัตว์บกอย่างโค กระบือ สุกร แพะ แกะ และสัตว์ปีก ส่วนกรมประมงดูแลสัตว์น้ำในบ่อ กระชัง หรือนาข้าวที่เลี้ยงกุ้งปลาร่วม อัตราต่อตัวหรือต่อไร่บ่อไม่คงที่และไม่ระบุในบทความนี้ ต้องตรวจสอบประกาศล่าสุดจากหน่วยงานโดยตรง

ใครเกี่ยวข้องและมีสิทธิ์ขอรับความช่วยเหลือ

  • เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ (ทบ.1) กับกรมปศุสัตว์ และปรับปรุงข้อมูลจำนวนสัตว์ให้เป็นปัจจุบัน
  • เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1 ประมง) กับกรมประมง
  • สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ/จังหวัด รับแจ้งและตรวจสอบความเสียหายด้านสัตว์บก
  • สำนักงานประมงอำเภอ/จังหวัด รับแจ้งและตรวจสอบความเสียหายด้านสัตว์น้ำ
  • คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับตำบล/อำเภอ ที่พิจารณาอนุมัติร่วมกับหน่วยงานหลัก

ลักษณะความเสียหายที่มักเข้าเกณฑ์พิจารณา

ด้านปศุสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร หรือสัตว์ปีกจมน้ำตายจากน้ำท่วมฉับพลัน สัตว์เล็กเสียชีวิตจากอากาศหนาวจัดต่อเนื่องในพื้นที่ที่ไม่มีการเตรียมโรงเรือนป้องกัน หรือสูญหายจากน้ำพัดพา ด้านสัตว์น้ำ เช่น ปลาหรือกุ้งในบ่อตายจากน้ำท่วมล้นบ่อจนปนเปื้อนหรือคุณภาพน้ำเปลี่ยนกะทันหัน บ่อแตกจากน้ำหลาก ทำให้สัตว์น้ำหลุดออกทั้งหมด ทั้งสองกรณีต้องมีหลักฐานจำนวนและชนิดสัตว์ที่เสียหายให้ชัดเจนก่อนมีการกำจัดซากหรือเก็บกู้บ่อ

  • ถ่ายภาพ/วิดีโอซากสัตว์หรือบ่อที่เสียหายก่อนเคลื่อนย้ายหรือกำจัด
  • นับจำนวนและแยกชนิด/ขนาดสัตว์ที่ตายหรือสูญหายให้ชัดเจน
  • บันทึกวันเวลาที่เกิดเหตุและพิกัดฟาร์ม/บ่อเลี้ยง
  • เก็บหลักฐานการซื้อพันธุ์สัตว์หรือลูกพันธุ์ถ้ามี เพื่อยืนยันการเลี้ยงจริง

ขั้นตอนการแจ้งและขอรับความช่วยเหลือ

  1. แจ้งความเสียหายกับปศุสัตว์อำเภอ (กรณีสัตว์บก) หรือประมงอำเภอ (กรณีสัตว์น้ำ) ทันทีที่พบความเสียหาย ก่อนกำจัดซากหรือเก็บกู้บ่อ
  2. เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจนับจำนวนสัตว์ที่ตาย/สูญหาย และบันทึกภาพเป็นหลักฐานทางราชการ
  3. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว จึงกำจัดซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาลเพื่อป้องกันโรคระบาด
  4. คณะกรรมการระดับตำบล/อำเภอพิจารณารับรองความเสียหายและเสนอระดับจังหวัดอนุมัติ
  5. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติ เปิดช่วงเวลาตรวจสอบและคัดค้านกรณีตกหล่น
  6. โอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับทะเบียนเกษตรกร ส่วนใหญ่ผ่านบัญชี ธ.ก.ส.

เอกสารที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า

  • สำเนาทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ (ทบ.1) หรือทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ปรับปรุงข้อมูลปีล่าสุด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • ภาพถ่าย/วิดีโอความเสียหายพร้อมวันที่ ก่อนกำจัดซากหรือเก็บกู้บ่อ
  • บันทึกจำนวนและชนิดสัตว์ที่เสียหายจากการตรวจนับร่วมกับเจ้าหน้าที่
  • สมุดบัญชีธนาคาร (ธ.ก.ส.) ที่ผูกกับทะเบียนเกษตรกร
ชนิดสัตว์/กรณีหน่วยงานรับแจ้งสิ่งที่ต้องรีบทำก่อน
โค กระบือ สุกร แพะ แกะ สัตว์ปีกสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแจ้งก่อนกำจัดซาก ให้เจ้าหน้าที่ตรวจนับ
ปลา กุ้ง ในบ่อ/กระชังสำนักงานประมงอำเภอแจ้งก่อนเก็บกู้บ่อ ถ่ายภาพสภาพบ่อ/น้ำ
ทั้งสองกรณีคณะกรรมการระดับตำบล/อำเภอรอผลรับรองก่อนดำเนินการฟื้นฟูฟาร์ม

ช่องทางตรวจสอบสถานะและติดตามเรื่อง

  • สอบถามโดยตรงที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอในพื้นที่ ตามชนิดสัตว์ที่เสียหาย
  • โทรสายด่วนกรมปศุสัตว์หรือกรมประมงเพื่อสอบถามหลักเกณฑ์และความคืบหน้า
  • ตรวจสอบสถานะทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์/ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมปศุสัตว์และกรมประมง
  • ติดตามประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติที่ที่ว่าการอำเภอหรือเว็บไซต์จังหวัด

ข้อควรระวัง

ห้ามกำจัดหรือฝัง/เผาซากสัตว์ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะจะไม่มีหลักฐานยืนยันจำนวนความเสียหาย กรณีสัตว์น้ำ ห้ามรีบสูบน้ำออกจากบ่อหรือเก็บกู้บ่อก่อนแจ้งประมงอำเภอ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องประเมินสภาพบ่อประกอบการพิจารณา อัตราเงินช่วยเหลือต่อตัวหรือต่อไร่บ่อเปลี่ยนแปลงได้ตามมติคณะรัฐมนตรีแต่ละคราว และกรณีสัตว์ตายจากโรคระบาดทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับภัยพิบัติมักไม่เข้าเกณฑ์นี้ ต้องแยกสาเหตุให้ชัดเจนกับเจ้าหน้าที่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เผาหรือฝังซากสัตว์ทันทีเพื่อป้องกันกลิ่นและโรค โดยไม่รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน ทำให้ตรวจสอบความเสียหายย้อนหลังไม่ได้
  • ไม่แยกชนิดและนับจำนวนสัตว์ที่ตายให้ชัดเจน ทำให้ข้อมูลที่แจ้งกับที่ตรวจสอบไม่ตรงกัน
  • รีบสูบน้ำออกจากบ่อหรือเก็บกู้บ่อปลา/กุ้งก่อนแจ้งประมงอำเภอ
  • ลืมปรับปรุงทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์หรือทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประจำปี ทำให้ข้อมูลจำนวนสัตว์ไม่ตรงกับสภาพจริง
  • เข้าใจผิดว่าสัตว์ตายจากโรคระบาดทุกกรณีเข้าเกณฑ์ภัยพิบัติ ทั้งที่ต้องพิสูจน์ว่าสาเหตุมาจากภัยธรรมชาติโดยตรง
  • ไม่ติดตามประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติ ปล่อยผ่านช่วงเวลาคัดค้านกรณีตกหล่น

สรุป

เงินช่วยเหลือกรณีสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำเสียหายจากภัยพิบัติมีหลักการคล้ายกรณีพืชผล คือเป็นเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นตามอัตราที่ประกาศ ไม่ใช่ค่าชดเชยเต็มมูลค่า สิ่งที่ต่างและสำคัญที่สุดคือต้องแจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอทันทีก่อนกำจัดซากสัตว์หรือเก็บกู้บ่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจนับความเสียหายได้ทัน เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ล่วงหน้าและปฏิบัติตามขั้นตอนนี้จะมีโอกาสได้รับสิทธิ์สูงสุด และควรตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานในพื้นที่เสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ — หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์และขั้นตอนการแจ้งความเสียหายด้านปศุสัตว์จากภัยพิบัติ
  • 📄กรมประมง — หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและขั้นตอนการแจ้งความเสียหายด้านสัตว์น้ำจากภัยพิบัติ
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านการเกษตร

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์หรือผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก่อนเกิดภัยหรือไม่

โดยหลักการควรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงจำนวนสัตว์ให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียนควรติดต่อปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอโดยเร็วที่สุด

ทำไมต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนกำจัดซากสัตว์

เพราะการตรวจนับจำนวนและชนิดสัตว์ที่เสียหายเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ หากกำจัดซากไปก่อนจะพิสูจน์ย้อนหลังไม่ได้ว่าเสียหายจริงเท่าไร

สัตว์น้ำในนาข้าวที่เลี้ยงร่วม (นากุ้ง-นาข้าว) แจ้งความเสียหายกับหน่วยงานไหน

โดยทั่วไปแยกแจ้งตามชนิดความเสียหาย คือแจ้งด้านข้าวกับเกษตรอำเภอ และแจ้งด้านกุ้งหรือปลากับประมงอำเภอ ควรแจ้งทั้งสองหน่วยงานหากเสียหายทั้งสองส่วน

สัตว์ตายจากโรคระบาดหลังน้ำท่วมนับเป็นภัยพิบัติหรือไม่

ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุก่อน หากพิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวเนื่องโดยตรงจากภัยพิบัติอาจเข้าเกณฑ์พิจารณา แต่โรคระบาดทั่วไปมักใช้หลักเกณฑ์อื่นแยกต่างหาก ควรสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรง

เงินช่วยเหลือกรณีสัตว์เลี้ยงคำนวณอย่างไร

คำนวณตามจำนวนและชนิด/ขนาดสัตว์ที่เสียหายจริงตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจนับ ภายใต้อัตราต่อตัวและวงเงินสูงสุดต่อรายที่ประกาศในแต่ละคราว ควรสอบถามอัตราล่าสุดกับปศุสัตว์อำเภอหรือประมงอำเภอ

หลังได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว ต้องทำอะไรต่อเพื่อฟื้นฟูฟาร์ม

ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือน/บ่อก่อนนำสัตว์ชุดใหม่เข้าเลี้ยง ปรึกษาปศุสัตว์หรือประมงอำเภอเรื่องมาตรการป้องกันโรค และวางแผนต้นทุนการเริ่มเลี้ยงใหม่ให้รอบคอบ