ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

เผาตอซัง/เศษพืชผิดกฎหมายไหม ช่วงห้ามเผามีโทษอะไร

เผาตอซังผิดกฎหมายไหม สรุปฐานอำนาจประกาศห้ามเผาของจังหวัด ช่วงเวลาที่มักประกาศ บทลงโทษ ผลต่อสิทธิ์ช่วยเหลือและการรับซื้อ พร้อมทางเลือกแทนการเผาที่ทำได้จริงในแปลง

เผาตอซัง/เศษพืชผิดกฎหมายไหม ช่วงห้ามเผามีโทษอะไร

คำตอบสั้น ๆ

การเผาตอซังผิดกฎหมายได้หลายทาง ทั้งประกาศห้ามเผาของจังหวัด เหตุรำคาญจากควัน และความผิดอาญาเมื่อไฟลาม บทความนี้สรุปฐานอำนาจ บทลงโทษ ผลต่อสิทธิ์ช่วยเหลือ และทางเลือกแทนการเผา

คำตอบเร็ว: การเผาตอซังและเศษพืชในแปลงไม่ได้ถูกห้ามด้วยกฎหมายฉบับเดียว แต่ผิดกฎหมายได้หลายทางพร้อมกัน ที่พบบ่อยที่สุดคือช่วงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเขตห้ามเผาเด็ดขาดในฤดูแล้ง ซึ่งแต่ละจังหวัดกำหนดช่วงเวลาเองและมักอยู่ในราวเดือนมกราคมถึงเมษายน นอกจากนี้ควันและเขม่ายังเข้าข่ายเหตุรำคาญตามกฎหมายสาธารณสุข ส่วนไฟที่ลามไปไหม้ทรัพย์สินผู้อื่นหรือลามเข้าเขตป่าจะเข้าข่ายความผิดอาญาที่โทษหนักขึ้นอีกชั้น ผลกระทบที่กระทบกระเป๋าเร็วกว่าค่าปรับคือการถูกตัดสิทธิ์รับความช่วยเหลือหรือถูกหักราคารับซื้อเมื่อตรวจพบจุดความร้อนในแปลง โทษและเงื่อนไขปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศแต่ละปี ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดจากจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนลงมือจัดการเศษพืช

ทุกปลายฤดูเก็บเกี่ยว คำถามเดิมกลับมาเสมอ คือฟางกับตอซังที่เหลือเต็มแปลงจะจัดการอย่างไรให้ทันรอบปลูกถัดไปโดยไม่ผิดกฎหมาย หลายคนรู้ว่ามีประกาศห้ามเผา แต่ไม่รู้ว่าห้ามด้วยอำนาจอะไร ห้ามช่วงไหน และถ้าฝืนแล้วจะเสียอะไรบ้างนอกจากค่าปรับ บทความนี้ตอบทีละประเด็นแบบที่เอาไปใช้ตัดสินใจหน้าแปลงได้จริง

ฐานอำนาจที่ใช้ประกาศห้ามเผาและช่วงเวลาที่มักประกาศ

ภาพประกอบ ฐานอำนาจที่ใช้ประกาศห้ามเผาและช่วงเวลาที่มักประกาศ

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามีกฎหมายห้ามเผาโดยตรงฉบับเดียว ความจริงคือรัฐใช้กฎหมายหลายฉบับประกอบกัน ซึ่งทำให้การเผาครั้งเดียวอาจถูกดำเนินการได้มากกว่าหนึ่งทาง

ฐานอำนาจที่ใช้บ่อยใครเป็นผู้ใช้อำนาจลักษณะที่ใช้กับการเผาในแปลง
กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดประกาศเขตควบคุมการเผาหรือห้ามเผาเด็ดขาดตามช่วงเวลาที่กำหนด และกำหนดพื้นที่ที่ต้องขออนุญาตก่อน
กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขเจ้าพนักงานท้องถิ่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลควัน เขม่า กลิ่นที่รบกวนเพื่อนบ้านเข้าข่ายเหตุรำคาญ ออกคำสั่งให้ระงับได้ และมีโทษหากฝ่าฝืนคำสั่ง
ประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการทำให้เกิดเพลิงไหม้พนักงานสอบสวนไฟลามไปไหม้ทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น สวนข้างเคียง เสาไฟ คอกสัตว์ โทษหนักกว่ากรณีทั่วไปมาก
กฎหมายว่าด้วยป่าไม้และอุทยานแห่งชาติเจ้าหน้าที่ป่าไม้และอุทยานไฟที่ลามเข้าเขตป่าหรือการเผาในพื้นที่ป่า มีโทษเฉพาะที่รุนแรง
ข้อกำหนดด้านการจราจรและความปลอดภัยตำรวจในพื้นที่ควันข้ามถนนจนบังสายตาผู้ขับขี่ และกรณีเกิดอุบัติเหตุจากควัน

ช่วงเวลาที่มักมีประกาศคือฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะราวเดือนมกราคมถึงเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่อากาศปิดและฝุ่นสะสมง่าย หลายจังหวัดกำหนดเป็นช่วงห้ามเผาเด็ดขาดติดต่อกันหลายสิบวัน บางจังหวัดใช้ระบบขออนุญาตแบบจัดคิวเผาผ่านแอปพลิเคชันหรือผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านในช่วงนอกวันห้ามเด็ดขาด จุดสำคัญคือวันเริ่มและวันสิ้นสุดไม่เท่ากันทุกจังหวัดและเปลี่ยนได้ทุกปี ต้องดูประกาศของจังหวัดตัวเองเป็นหลัก ไม่ใช่ฟังจากข่าวของจังหวัดอื่น

เผาในวันที่ไม่ได้ห้าม ก็ยังไม่ใช่ว่าทำได้ตามใจ

แม้อยู่นอกช่วงห้ามเด็ดขาด การเผายังต้องไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ถ้าควันลอยเข้าบ้านเรือนหรือโรงเรียนจนมีผู้ร้องเรียน เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งระงับได้ และถ้าไฟหลุดไปไหม้แปลงข้างเคียง ความรับผิดทางแพ่งเรื่องค่าเสียหายตามมาแน่ ในทางปฏิบัติ พื้นที่ที่ยังเปิดให้เผาแบบมีการจัดการมักกำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น ต้องทำแนวกันไฟ ต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ต้องมีคนเฝ้าจนไฟดับสนิท และต้องเลี่ยงช่วงลมแรงหรือช่วงที่ค่าฝุ่นในพื้นที่สูง

บทลงโทษและผลต่อสิทธิ์รับความช่วยเหลือกับการรับซื้อ

โทษตามกฎหมายแต่ละฉบับไม่เท่ากัน ตั้งแต่โทษปรับของการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไปจนถึงโทษจำคุกในกรณีทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินผู้อื่นหรือเผาในเขตป่า อัตราโทษและค่าปรับมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจากประกาศจังหวัดและหน่วยงานที่บังคับใช้ ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขที่แชร์ต่อกันในกลุ่มไลน์

แต่สิ่งที่เกษตรกรเจอเร็วกว่าคดีความคือผลทางเศรษฐกิจสามข้อนี้

  • สิทธิ์รับความช่วยเหลือและการเข้าร่วมโครงการรัฐ หลายมาตรการผูกเงื่อนไขไว้ว่าแปลงที่ตรวจพบร่องรอยการเผาหรือจุดความร้อนซ้ำอาจถูกตัดสิทธิ์รับการช่วยเหลือหรือเงินสนับสนุนในรอบนั้น เงื่อนไขนี้ต่างกันไปตามโครงการและตามปี ต้องตรวจสอบกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน
  • การรับซื้อของโรงงานและผู้ส่งออก สินค้าอย่างอ้อยมีกลไกทางกฎหมายและกลไกของโรงงานที่ทำให้อ้อยไฟไหม้ถูกหักราคาและถูกจำกัดสัดส่วนที่รับได้ในแต่ละฤดูหีบ ส่วนพืชอื่นที่ส่งออกไปตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ผู้รับซื้อหลายรายเริ่มกำหนดเงื่อนไขไม่รับผลผลิตจากแปลงที่เผา อัตราการหักและเพดานสัดส่วนเปลี่ยนตามฤดู ต้องเช็กเงื่อนไขล่าสุดจากโรงงานคู่สัญญาและหน่วยงานที่กำกับสินค้านั้น
  • สถานะมาตรฐานการผลิต แปลงที่ขอ GAP หรือมาตรฐานอื่นต้องมีการจัดการเศษวัสดุที่สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายท้องถิ่น การเผาในช่วงห้ามจึงเป็นความเสี่ยงต่อการคงสถานะใบรับรอง

อีกเรื่องที่คนมักประเมินต่ำคือการตรวจจับ ทุกวันนี้จุดความร้อนถูกตรวจจับด้วยภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานเป็นรายวันลงถึงระดับตำบล พร้อมภาพร่องรอยเผาไหม้ที่ดูย้อนหลังได้ การอ้างว่าไฟลามมาเองจึงตรวจสอบได้ยากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ทางเลือกแทนการเผาที่ทำได้จริงในแปลง

เหตุผลที่คนยังเผาไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าผิด แต่เพราะเวลาระหว่างเก็บเกี่ยวกับรอบปลูกถัดไปสั้นมาก และตอซังกับฟางเป็นอุปสรรคต่อการเตรียมดิน ทางเลือกที่ใช้ได้จริงจึงต้องดูที่เวลาและเงินเป็นหลัก

ทางเลือกเหมาะกับสถานการณ์สิ่งที่ต้องเตรียมและข้อควรระวัง
ไถกลบตอซังพร้อมใช้น้ำหมักหรือจุลินทรีย์ย่อยสลายนาน้ำถึง มีเวลาก่อนปลูกรอบถัดไปอย่างน้อยประมาณ 2-3 สัปดาห์ต้องมีน้ำหล่อให้ดินชื้นระหว่างย่อยสลาย ถ้าไถกลบแล้วปล่อยแห้งจะย่อยไม่ทันและเกิดแก๊สในนาช่วงปักดำ
อัดฟางก้อนขายหรือเก็บไว้ใช้เองแปลงที่รถอัดฟางเข้าถึง และมีผู้รับซื้อฟางในพื้นที่ต้องนัดคิวรถล่วงหน้าเพราะคิวชนกันทั้งตำบลในช่วงเดียวกัน ฟางที่โดนฝนแล้วราคาตก
ใช้ฟางและเศษพืชเป็นวัสดุคลุมดินหรืออาหารหยาบสัตว์ฟาร์มที่มีโคกระบือ หรือแปลงพืชผักและไม้ผลที่ต้องการคลุมโคนเศษพืชที่มีโรคติดมาไม่ควรนำไปคลุมแปลงเดิม ควรแยกจัดการต่างหาก
สับกลบด้วยเครื่องสับย่อยก่อนเตรียมดินพืชไร่ที่มีเศษซากหยาบ เช่น ข้าวโพด โดยเฉพาะแปลงที่รวมกลุ่มใช้เครื่องจักรร่วมกันค่าจ้างเครื่องต่อไร่ต้องคิดรวมในต้นทุน และควรนัดใช้เครื่องร่วมกลุ่มเพื่อลดค่าย้ายเครื่อง
เพาะเห็ดฟางหรือทำปุ๋ยหมักกองจากเศษพืชครัวเรือนที่มีแรงงานและต้องการรายได้เสริมช่วงหลังเก็บเกี่ยวต้องมีร่มเงาและน้ำ ควบคุมความชื้นสม่ำเสมอ ไม่เหมาะกับปริมาณฟางมหาศาลทั้งแปลง
ขายเศษวัสดุเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลหรือส่งโรงงานแปรรูปพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าชีวมวลหรือโรงงานรับซื้ออยู่ในระยะขนส่งที่คุ้มราคารับซื้อผันผวนตามฤดูและระยะทาง ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากผู้รับซื้อในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ

ลำดับการตัดสินใจเมื่อเวลาน้อย

  1. เช็กก่อนว่าวันนี้อยู่ในช่วงห้ามเผาเด็ดขาดของจังหวัดหรือไม่ และพื้นที่ต้องขออนุญาตแบบใด
  2. ถ้ามีน้ำและมีเวลาเกินสองสัปดาห์ ให้เลือกไถกลบพร้อมจุลินทรีย์ย่อยสลาย เพราะได้อินทรียวัตถุคืนลงดินและลดปุ๋ยในรอบถัดไปได้บางส่วน
  3. ถ้าเวลาสั้นแต่รถอัดฟางเข้าถึง ให้อัดฟางออกก่อนแล้วค่อยเตรียมดิน จะเร็วกว่ารอการย่อยสลาย
  4. ถ้าทั้งสองทางไม่ได้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องเครื่องจักรของกลุ่มแปลงใหญ่หรือศูนย์บริการในพื้นที่ แทนการตัดสินใจจุดไฟเพราะจนตรอก
  5. บันทึกภาพและวันที่ของวิธีจัดการที่ใช้ไว้ เพราะเป็นหลักฐานยืนยันได้เมื่อมีการตรวจสอบจุดความร้อนใกล้แปลง

ข้อสังเกตจากพื้นที่จริงคือแปลงที่ไถกลบตอซังต่อเนื่องหลายปีจะสังเกตได้ว่าดินร่วนขึ้น อุ้มน้ำได้นานกว่าเดิม และวัชพืชบางชนิดลดลงเพราะถูกกลบลึก ในขณะที่แปลงที่เผาทุกปีมักเจอหน้าดินแน่นและต้องเพิ่มปุ๋ยเคมีขึ้นทุกรอบเพื่อให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม ส่วนต่างตรงนี้ไม่ได้เห็นในปีแรก แต่เห็นชัดเมื่อเทียบต้นทุนย้อนหลังสามถึงสี่ฤดู

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เชื่อว่าเผาตอนกลางคืนหรือตอนใกล้รุ่งแล้วจะไม่ถูกตรวจพบ ทั้งที่ระบบติดตามจุดความร้อนและร่องรอยเผาไหม้ตรวจย้อนหลังได้
  • เผาโดยไม่ทำแนวกันไฟและไม่มีคนเฝ้า จนไฟลามเข้าสวนข้างเคียงกลายเป็นคดีอาญาและค่าเสียหายที่หนักกว่าค่าปรับหลายเท่า
  • อ้างอิงช่วงห้ามเผาของจังหวัดอื่น เพราะเห็นข่าวจากพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งที่แต่ละจังหวัดกำหนดวันไม่ตรงกัน
  • ไถกลบตอซังแล้วรีบปักดำทันทีโดยไม่ปล่อยเวลาย่อยสลายและไม่มีน้ำหล่อ ทำให้ต้นข้าวเหลืองและชะงักในช่วงแรก แล้วสรุปว่าไถกลบใช้ไม่ได้
  • ไม่นัดคิวรถอัดฟางล่วงหน้า พอถึงเวลาจริงคิวเต็มทั้งตำบลจึงกลับไปเผาเพราะไม่มีทางเลือก
  • มองข้ามผลต่อการรับซื้อ โดยเฉพาะอ้อยไฟไหม้ที่ถูกหักราคาและถูกจำกัดสัดส่วนการรับเข้าหีบ ทำให้รายได้ต่อไร่ลดลงมากกว่าที่คิด

อ่านความเคลื่อนไหวของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐานการเกษตร ส่วนวิธีฟื้นฟูหน้าดินหลังเลิกเผา ดูแนวทางได้ที่หมวด ดิน น้ำ ปุ๋ย

สรุป

การเผาตอซังและเศษพืชผิดกฎหมายได้หลายทางพร้อมกัน ทั้งการฝ่าฝืนประกาศห้ามเผาของจังหวัดในฤดูแล้ง เหตุรำคาญจากควันตามกฎหมายสาธารณสุข ความผิดอาญาเมื่อไฟลามไปไหม้ทรัพย์สินผู้อื่นหรือลามเข้าเขตป่า สิ่งที่เจ็บเร็วกว่าค่าปรับคือการถูกตัดสิทธิ์รับความช่วยเหลือและการถูกหักราคาหรือจำกัดโควตารับซื้อ ทางออกที่ใช้ได้จริงคือวางแผนจัดการเศษพืชไว้ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว เลือกระหว่างไถกลบพร้อมจุลินทรีย์ย่อยสลาย อัดฟางขาย ใช้เป็นวัสดุคลุมดินหรืออาหารสัตว์ และจองคิวเครื่องจักรล่วงหน้า เพราะทุกวิธีต้องใช้เวลาและคิวที่กระจุกกันทั้งตำบล ช่วงเวลาห้ามเผา อัตราโทษ และเงื่อนไขการรับซื้อเปลี่ยนได้ทุกปี ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — ฐานอำนาจการประกาศเขตควบคุมการเผาและมาตรการป้องกันไฟในช่วงฤดูแล้งของแต่ละจังหวัด
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา การใช้เครื่องจักรกลในพื้นที่ และการติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — การไถกลบตอซัง การใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ และการฟื้นฟูอินทรียวัตถุในดิน
  • 📄กรมควบคุมมลพิษ — ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กและแนวทางลดการเผาในที่โล่ง
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเกษตรสำหรับเปรียบเทียบทางเลือกจัดการเศษพืช

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เผาตอซังในที่ดินของตัวเองยังผิดกฎหมายไหม

ผิดได้ แม้เป็นที่ดินของตัวเอง เพราะช่วงที่จังหวัดประกาศห้ามเผาเด็ดขาดครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัดนั้นทั้งหมด ไม่ได้ยกเว้นให้ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ นอกจากนั้นควันที่รบกวนผู้อื่นยังเข้าข่ายเหตุรำคาญตามกฎหมายสาธารณสุขได้อีกทาง ถ้าจำเป็นต้องจัดการเศษพืชด้วยไฟ ต้องดูว่าช่วงนั้นพื้นที่ของตนเปิดให้ขออนุญาตหรือไม่และทำตามเงื่อนไขที่กำหนด

ช่วงห้ามเผาของแต่ละจังหวัดเริ่มเมื่อไหร่

ไม่มีวันที่ตายตัวที่ใช้ได้ทั้งประเทศ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศตามสถานการณ์ฝุ่นและปฏิทินการเกษตรของพื้นที่ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงฤดูแล้งราวเดือนมกราคมถึงเมษายน และอาจขยายเวลาเพิ่มเมื่อค่าฝุ่นสูงต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดจากจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือสอบถามเกษตรอำเภอในพื้นที่

ถ้าไฟลามมาจากแปลงข้างเคียงจะโดนด้วยไหม

เจ้าของแปลงที่เกิดจุดความร้อนมักเป็นผู้ที่ต้องชี้แจงก่อน ดังนั้นถ้าไฟลามมาจากที่อื่นจริง ควรถ่ายภาพ บันทึกเวลา และแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไว้ทันทีเพื่อให้มีบันทึกเป็นหลักฐาน การทำแนวกันไฟรอบแปลงและการเก็บภาพวิธีจัดการเศษพืชของตัวเองไว้จะช่วยยืนยันได้มากเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง

ไถกลบตอซังแทนการเผา ทำให้ปลูกรอบถัดไปช้าลงมากไหม

โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาราว 2-3 สัปดาห์ให้ตอซังย่อยสลายก่อนปลูกรอบถัดไป และต้องมีความชื้นในดินตลอดช่วงนั้น ถ้าเร่งปลูกทันทีหลังไถกลบในสภาพแห้ง ต้นกล้ามักชะงักเพราะจุลินทรีย์แย่งไนโตรเจนไปใช้ย่อยเศษพืช ทางแก้คือวางปฏิทินการผลิตเผื่อช่วงนี้ไว้ตั้งแต่ต้นฤดู หรือเลือกอัดฟางออกก่อนหากเวลาไม่พอ

อ้อยไฟไหม้ยังขายได้อยู่หรือไม่

ยังมีการรับซื้ออยู่ แต่มีกลไกที่ทำให้เสียเปรียบชัดเจน ทั้งการหักราคาสำหรับอ้อยไฟไหม้และการจำกัดสัดส่วนที่โรงงานรับเข้าหีบในแต่ละฤดู ทำให้คิวรับอ้อยสดได้เปรียบกว่า อัตราการหักและเพดานสัดส่วนเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูหีบ ควรตรวจสอบเงื่อนไขปัจจุบันจากโรงงานคู่สัญญาและหน่วยงานที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

มีตัวช่วยอะไรบ้างสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีเครื่องจักรจัดการเศษพืช

สามทางที่ใช้กันมากคือ ขอใช้เครื่องจักรของกลุ่มแปลงใหญ่หรือศูนย์บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในพื้นที่ รวมกลุ่มเพื่อนบ้านจ้างรถอัดฟางหรือเครื่องสับย่อยเป็นล็อตเพื่อลดค่าย้ายเครื่อง และขอรับน้ำหมักหรือจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังจากสถานีพัฒนาที่ดินหรือหมอดินอาสา ทั้งสามทางต้องติดต่อล่วงหน้าก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยวจริง