ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

เอลนีโญกับลานีญาส่งผลกับการเกษตรไทยยังไง วางแผนยังไง

เอลนีโญกับลานีญาต่างกันอย่างไรและส่งผลกับฝนในไทยแบบไหน พร้อมวิธีปรับแผนปลูก เลือกพันธุ์ สำรองน้ำ รับมือน้ำท่วม และแหล่งข้อมูลพยากรณ์ที่เกษตรกรใช้ตามได้จริง

เอลนีโญกับลานีญาส่งผลกับการเกษตรไทยยังไง วางแผนยังไง

คำตอบสั้น ๆ

เอลนีโญมักทำให้ฝนน้อยและร้อนกว่าปกติ ส่วนลานีญามักทำให้ฝนมากและเสี่ยงน้ำท่วม บทความนี้สรุปความต่างของสองปรากฏการณ์ วิธีปรับแผนปลูกและสำรองน้ำ พร้อมแหล่งพยากรณ์ที่ใช้ตามได้จริง

คำตอบเร็ว: เอลนีโญและลานีญาเป็นสองขั้วของปรากฏการณ์เดียวกันในมหาสมุทรแปซิฟิก เอลนีโญคือช่วงที่ผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรด้านตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้ประเทศไทยมีฝนรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น และอากาศร้อนกว่าปกติ ส่วนลานีญาคือช่วงที่ผิวน้ำบริเวณเดียวกันเย็นกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้ฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย มีโอกาสน้ำท่วมและพายุเข้าใกล้มากขึ้น ผลกระทบไม่ได้เท่ากันทุกภาคและทุกเดือน จึงต้องดูคาดหมายรายฤดูของกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบกับสถานการณ์น้ำในอ่างของกรมชลประทานก่อนตัดสินใจ สิ่งที่เกษตรกรทำได้จริงคือปรับวันปลูกตามฝนจริงแทนปฏิทินเดิม เลือกพันธุ์อายุสั้นหรือทนสภาพที่คาดว่าจะเจอ สำรองน้ำไว้ล่วงหน้า และลดพื้นที่เสี่ยงแทนการเสี่ยงทั้งแปลง โดยตรวจสอบประกาศและคาดหมายล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานน้ำทุกครั้งก่อนลงมือ

เวลามีข่าวว่าปีนี้เข้าสู่เอลนีโญหรือลานีญา คำถามในใจเกษตรกรไม่ใช่เรื่องอุณหภูมิผิวน้ำทะเล แต่เป็นคำถามตรง ๆ ว่าจะหว่านเมื่อไหร่ จะปลูกกี่ไร่ และจะเหลือน้ำให้รอดถึงเก็บเกี่ยวไหม บทความนี้แปลข่าวสภาพอากาศให้เป็นการตัดสินใจหน้าแปลง พร้อมบอกว่าควรตามข้อมูลจากที่ไหนและตามถี่แค่ไหน

เอลนีโญกับลานีญาต่างกันอย่างไร และส่งผลกับฝนในไทยแบบไหน

ภาพประกอบ เอลนีโญกับลานีญาต่างกันอย่างไร และส่งผลกับฝนในไทยแบบไหน

ทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เกิดจากความผันแปรของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและกระแสลมเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยมีสภาวะปกติคั่นกลาง นักอุตุนิยมวิทยาติดตามด้วยดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่อ้างอิงกลางมหาสมุทร แล้วประกาศสถานะเป็นช่วง ๆ พร้อมความน่าจะเป็นที่สภาวะนั้นจะคงอยู่ต่ออีกกี่เดือน

ประเด็นเอลนีโญลานีญา
สิ่งที่เกิดในมหาสมุทรผิวน้ำแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรด้านตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ลมค้าอ่อนลงผิวน้ำบริเวณเดียวกันเย็นกว่าปกติ ลมค้าแรงขึ้น
แนวโน้มฝนในไทยฝนรวมมักต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงกลางฤดูยาวขึ้นฝนรวมมักสูงกว่าค่าเฉลี่ย ฝนตกหนักเป็นช่วงถี่ขึ้น
อุณหภูมิร้อนกว่าปกติ โดยเฉพาะฤดูร้อนและฤดูหนาวที่อุ่นกว่าเดิมมักเย็นกว่าปกติในฤดูหนาว และความชื้นสูงต่อเนื่อง
พายุหมุนเขตร้อนแนวโน้มเคลื่อนเข้าไทยน้อยลงในบางปีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้ไทยมากขึ้น เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ความเสี่ยงหลักต่อการผลิตขาดน้ำช่วงวิกฤต ผลผลิตต่อไร่ลด น้ำในอ่างลดจนจำกัดการปลูกฤดูแล้งน้ำท่วมขัง รากเน่าโคนเน่า โรคจากเชื้อรา เก็บเกี่ยวและตากผลผลิตยาก
ศัตรูพืชที่มักตามมาเพลี้ยและไรที่ชอบอากาศแห้งร้อน ระบาดเร็วในช่วงฝนทิ้งช่วงโรคจากเชื้อราและแบคทีเรีย หอยเชอรี่และวัชพืชน้ำในนาข้าว

ข้อควรจำที่ทำให้หลายคนวางแผนพลาดคือปรากฏการณ์เหล่านี้บอกแนวโน้มของฤดู ไม่ได้บอกว่าฝนจะตกวันไหน ปีเอลนีโญยังมีฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้ และปีลานีญาก็ยังมีช่วงฝนทิ้งช่วงได้เช่นกัน จึงต้องใช้คู่กับคาดหมายรายเดือนและการสังเกตหน้าแปลงเสมอ นอกจากนี้ผลกระทบยังไม่เท่ากันในแต่ละภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบนที่พึ่งน้ำฝนมากจะรู้สึกถึงปีแล้งชัดกว่าพื้นที่ในเขตชลประทาน

ปรับแผนปลูกและสำรองน้ำอย่างไรเมื่อมีการประกาศ

เมื่อคาดว่าจะเข้าสู่ปีที่ฝนน้อย

  • เลื่อนวันปลูกตามฝนจริง อย่ายึดวันที่เคยหว่านทุกปี ให้รอจนดินมีความชื้นต่อเนื่องหรือจนมีฝนสะสมพอที่กล้าจะตั้งตัวได้ การหว่านแห้งรอฝนในปีที่ฝนมาช้าคือสาเหตุอันดับต้นของการต้องหว่านซ้ำ
  • เลือกพันธุ์อายุสั้นลง เพื่อให้รอบการผลิตจบก่อนช่วงที่น้ำจะหมด โดยยอมรับว่าผลผลิตต่อไร่อาจต่ำกว่าพันธุ์อายุยาว แต่ความเสี่ยงเสียทั้งแปลงลดลงมาก
  • ลดพื้นที่ปลูกให้พอดีกับน้ำที่มีจริง คำนวณจากปริมาณน้ำในสระหรือโควตาน้ำที่ได้รับ แล้วปลูกเท่าที่ประคองได้จนเก็บเกี่ยว ดีกว่าปลูกเต็มพื้นที่แล้วเสียทั้งหมดในช่วงติดผล
  • สำรองน้ำล่วงหน้า ขุดลอกสระก่อนเข้าฤดูฝน ซ่อมรอยรั่วของคันสระและท่อ ตรวจปั๊มและบ่อบาดาลตั้งแต่ก่อนถึงหน้าแล้ง ไม่ใช่รอตอนน้ำใกล้หมด
  • ลดการสูญเสียน้ำ ใช้ระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์ในไม้ผลและพืชผัก คลุมโคนด้วยฟางหรือเศษพืชเพื่อลดการระเหย และให้น้ำช่วงเช้าตรู่หรือเย็นแทนช่วงแดดจัด
  • จัดลำดับความสำคัญของแปลง ในสวนไม้ผล ให้ความสำคัญกับต้นที่ให้ผลอยู่และต้นเล็กที่ยังตั้งตัวไม่ได้ก่อน เพราะต้นใหญ่ที่สมบูรณ์ทนช่วงแล้งสั้นได้ดีกว่า

เมื่อคาดว่าจะเข้าสู่ปีที่ฝนมาก

  • เตรียมระบบระบายน้ำก่อนฝนมา ขุดร่องระบายรอบแปลง ยกร่องหรือยกแปลงปลูกในพืชผัก และลอกคูคลองรอบสวนให้น้ำไหลออกได้จริง
  • ยกโคนและคุมความชื้นในสวนไม้ผล ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งเพื่อลดความชื้นสะสม และเฝ้าระวังอาการใบเหลือง ยอดเหี่ยว และเปลือกโคนต้นฉ่ำน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรครากเน่าโคนเน่า
  • วางแผนเก็บเกี่ยวเผื่อฝน เตรียมลานตากที่ระบายน้ำดี หาที่จอดรถเกี่ยวและเส้นทางขนย้ายสำรอง เพราะช่วงฝนชุกคิวรถและคิวเครื่องอบจะแน่นกว่าปกติ
  • ย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงล่วงหน้า ทั้งปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์ และเครื่องจักร รวมถึงเตรียมคันกั้นรอบบ่อปลาเพื่อลดความเสี่ยงปลาหลุดเมื่อน้ำหลาก
  • เตรียมรับมือโรคที่มากับความชื้น วางแผนการสำรวจแปลงถี่ขึ้นเป็นรายสัปดาห์ และปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเรื่องแนวทางป้องกันที่เหมาะกับพืชของตน

สิ่งที่ควรทำทั้งสองกรณีคือกระจายความเสี่ยง เช่น แบ่งปลูกเป็นสองถึงสามรุ่นห่างกันสองถึงสามสัปดาห์แทนการปลูกพร้อมกันทั้งแปลง ปลูกพืชมากกว่าหนึ่งชนิดในฤดูเดียวกัน และพิจารณาการทำประกันภัยพืชผลในพืชที่มีโครงการรองรับ โดยตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลารับสมัครปัจจุบันจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ

แหล่งข้อมูลพยากรณ์ที่เกษตรกรใช้ตามได้จริง

ข้อมูลที่ต้องการดูได้จากความถี่ที่ควรตาม
สถานะเอลนีโญหรือลานีญาและแนวโน้มรายฤดูกรมอุตุนิยมวิทยา ในส่วนคาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและข่าวสภาวะปรากฏการณ์ทุกเดือน และก่อนเริ่มฤดูปลูกทุกครั้ง
คาดหมายฝนรายเดือนและรายสัปดาห์ของพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำภาครายสัปดาห์ในช่วงตัดสินใจหว่านหรือให้น้ำ
ปริมาณน้ำในอ่างและแผนจัดสรรน้ำกรมชลประทาน และโครงการชลประทานในจังหวัดทุกเดือน โดยเฉพาะก่อนวางแผนปลูกฤดูแล้ง
ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติทุกเดือน หรือถี่ขึ้นในช่วงเสี่ยงน้ำหลาก
คำแนะนำการปลูกตามสถานการณ์กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเกษตรอำเภอ กรมการข้าวสำหรับนาข้าวก่อนตัดสินใจปลูกแต่ละรอบ
ราคาผลผลิตเพื่อประเมินความคุ้มค่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และตลาดกลางสินค้าเกษตรในพื้นที่ก่อนตัดสินใจขยายหรือลดพื้นที่ ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันทุกครั้ง

วิธีใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์จริงคือดูสามชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือแนวโน้มรายฤดูเพื่อกำหนดว่าปีนี้จะวางแผนแบบระวังแล้งหรือระวังน้ำ ชั้นที่สองคือคาดหมายรายเดือนเพื่อกำหนดช่วงเตรียมดินและช่วงหว่าน ชั้นที่สามคือพยากรณ์รายสัปดาห์เพื่อตัดสินใจงานเฉพาะหน้า เช่น จะให้น้ำหรือรอฝน จะพ่นสารหรือเลื่อนออกไป การดูแค่ชั้นเดียวมักทำให้ตัดสินใจพลาด เช่น เห็นข่าวปีแล้งแล้วไม่ปลูกเลยทั้งที่พื้นที่ตนอยู่ในเขตชลประทานที่ยังมีน้ำจัดสรร

สัญญาณหน้าแปลงที่ใช้ยืนยันข้อมูลพยากรณ์

  • ระดับน้ำในสระและบ่อตื้นของตัวเองเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวชี้วัดที่ตรงกับแปลงเรามากกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัด
  • ระยะเวลาที่ผิวดินแห้งหลังฝนตกแต่ละครั้ง ถ้าแห้งเร็วขึ้นชัดเจนแปลว่าการระเหยสูงและต้องปรับรอบให้น้ำ
  • การเริ่มระบาดของเพลี้ยและไรในช่วงฝนทิ้งช่วง ซึ่งมักมาก่อนที่ต้นจะแสดงอาการขาดน้ำชัดเจน
  • ในปีฝนมาก ให้สังเกตน้ำขังในร่องเกิน 1-2 วันหลังฝนหยุด เป็นสัญญาณว่าระบบระบายน้ำไม่พอและต้องแก้ก่อนฝนรอบถัดไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตีความว่าเอลนีโญแปลว่าไม่มีฝนเลยทั้งปี แล้วงดปลูกทั้งที่พื้นที่ยังมีน้ำจัดสรรเพียงพอสำหรับพืชอายุสั้น
  • ยึดปฏิทินการปลูกเดิมทุกปีโดยไม่ดูความชื้นดินจริง ทำให้ต้องหว่านซ้ำเมื่อฝนมาช้ากว่าที่เคย
  • ปลูกเต็มพื้นที่ในปีที่คาดว่าฝนน้อย เพราะเสียดายที่ว่าง แล้วน้ำไม่พอประคองช่วงออกดอกติดผลซึ่งเป็นช่วงที่ขาดน้ำไม่ได้
  • ในปีฝนมาก ไม่ทำร่องระบายน้ำล่วงหน้าเพราะคิดว่าค่อยทำตอนฝนมา ทั้งที่เครื่องจักรจะเข้าแปลงไม่ได้เมื่อดินอิ่มน้ำแล้ว
  • ดูแต่ข่าวระดับประเทศโดยไม่ดูสถานการณ์น้ำในอ่างและแผนจัดสรรน้ำของจังหวัดตัวเอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะปลูกฤดูแล้งได้หรือไม่
  • ไม่จดบันทึกวันฝนตกและปริมาณน้ำที่ใช้ในแต่ละปี ทำให้ไม่มีข้อมูลของตัวเองไว้เทียบเมื่อวางแผนฤดูถัดไป

ติดตามประกาศและมาตรการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐานการเกษตร และดูแนวทางจัดการน้ำกับการปรับปรุงดินให้ทนสภาพอากาศแปรปรวนได้ที่หมวด ดิน น้ำ ปุ๋ย

สรุป

เอลนีโญมักทำให้ไทยฝนน้อยกว่าปกติ ร้อนกว่าปกติ และฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น ส่วนลานีญามักทำให้ฝนมากกว่าปกติและเสี่ยงน้ำท่วมมากขึ้น แต่ทั้งคู่บอกแนวโน้มของฤดู ไม่ได้บอกวันที่ฝนจะตก การวางแผนที่ใช้ได้จริงจึงต้องดูสามชั้นคือแนวโน้มรายฤดู คาดหมายรายเดือน และพยากรณ์รายสัปดาห์ ควบคู่กับสถานการณ์น้ำในอ่างของพื้นที่ตัวเอง ปีที่คาดว่าฝนน้อยให้เลื่อนวันปลูกตามฝนจริง ใช้พันธุ์อายุสั้น ลดพื้นที่ให้พอดีกับน้ำ และสำรองน้ำล่วงหน้า ปีที่คาดว่าฝนมากให้เร่งทำระบบระบายน้ำและวางแผนเก็บเกี่ยวเผื่อฝนไว้ก่อน ข้อมูลพยากรณ์และแผนจัดสรรน้ำเปลี่ยนได้ตลอดฤดู ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมอุตุนิยมวิทยา — ข่าวสถานะปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา คาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและรายเดือนของแต่ละภาค
  • 📄กรมชลประทาน — ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แผนการจัดสรรน้ำฤดูฝนและฤดูแล้ง และคำแนะนำการใช้น้ำรายพื้นที่
  • 📄สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ — ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศและการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการปรับแผนการผลิตตามสถานการณ์น้ำ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร และการติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนปรับพื้นที่ปลูก

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

เอลนีโญแปลว่าจะแล้งทั้งปีเลยหรือไม่

ไม่ใช่ เอลนีโญบอกแนวโน้มว่าฝนรวมทั้งฤดูมักต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น แต่ยังมีฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้ และผลกระทบไม่เท่ากันทุกภาค พื้นที่ในเขตชลประทานที่ยังมีน้ำจัดสรรจึงอาจปลูกได้ตามปกติในขณะที่พื้นที่นาน้ำฝนได้รับผลชัดกว่า ควรดูคาดหมายรายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับสถานการณ์น้ำในอ่างของพื้นที่ตนเองก่อนตัดสินใจ

รู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้อยู่ในสภาวะไหน

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกข่าวสถานะของปรากฏการณ์พร้อมแนวโน้มความน่าจะเป็นในช่วงเดือนถัดไปเป็นระยะ ซึ่งอ้างอิงดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางปฏิบัติที่ง่ายที่สุดคือติดตามคาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและรายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำมาใช้คู่กับรายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทานในจังหวัด

ปีลานีญาควรปลูกพืชอะไรดี

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ เพราะขึ้นกับสภาพแปลงว่าระบายน้ำได้ดีแค่ไหน หลักที่ใช้ได้คือเลี่ยงพืชที่อ่อนไหวต่อน้ำขังในแปลงที่ระบายน้ำไม่ดี ยกร่องหรือยกแปลงให้สูงขึ้น และเลือกช่วงปลูกที่ทำให้ระยะเก็บเกี่ยวไม่ตรงกับช่วงฝนชุกที่สุดของพื้นที่ ควรปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอซึ่งมีข้อมูลพืชที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และปฏิทินฝนของตำบลนั้น

ควรสำรองน้ำเท่าไรจึงจะพอ

ให้คำนวณย้อนกลับจากความต้องการน้ำของพืชที่ปลูกและจำนวนวันที่ต้องประคองช่วงฝนทิ้งช่วง แทนการกะจากขนาดสระ วิธีที่ใช้ได้จริงคือดูสถิติช่วงฝนทิ้งช่วงที่เคยยาวที่สุดในพื้นที่ แล้วเตรียมน้ำให้พอสำหรับช่วงนั้นบวกเผื่ออีกส่วนหนึ่ง หากประเมินเองไม่ได้ ให้ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ชลประทานหรือเกษตรอำเภอ พร้อมตรวจสอบแผนจัดสรรน้ำของพื้นที่ในปีนั้น

ปรากฏการณ์นี้กระทบปศุสัตว์และการเลี้ยงปลาด้วยไหม

กระทบชัดเจน ปีที่ร้อนและแล้งจะทำให้สัตว์เครียดจากความร้อน กินอาหารลดลง และแหล่งน้ำในฟาร์มลดเร็วกว่าปกติ ส่วนในบ่อปลา น้ำที่ตื้นและร้อนจะทำให้ออกซิเจนละลายน้ำลดลงในช่วงกลางคืน ขณะที่ปีฝนมากเสี่ยงน้ำหลากพัดปลาออกจากบ่อและเสี่ยงโรคที่มากับน้ำขุ่น ทางป้องกันคือเพิ่มร่มเงาและน้ำสะอาด เตรียมเครื่องเติมอากาศ และทำคันกั้นรอบบ่อไว้ล่วงหน้า

มีประกันภัยพืชผลรองรับความเสียหายจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมไหม

มีโครงการประกันภัยสำหรับพืชบางชนิดที่เปิดรับสมัครเป็นรอบตามฤดูการผลิต โดยมีเงื่อนไขความคุ้มครอง วงเงิน และช่วงเวลารับสมัครที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี ผู้ที่สนใจควรสอบถามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูปลูก เพราะการสมัครหลังเกิดภัยแล้วจะไม่ทัน และต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันด้วย