คำตอบสั้น ๆ
เอลนีโญมักทำให้ฝนน้อยและร้อนกว่าปกติ ส่วนลานีญามักทำให้ฝนมากและเสี่ยงน้ำท่วม บทความนี้สรุปความต่างของสองปรากฏการณ์ วิธีปรับแผนปลูกและสำรองน้ำ พร้อมแหล่งพยากรณ์ที่ใช้ตามได้จริง
คำตอบเร็ว: เอลนีโญและลานีญาเป็นสองขั้วของปรากฏการณ์เดียวกันในมหาสมุทรแปซิฟิก เอลนีโญคือช่วงที่ผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรด้านตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้ประเทศไทยมีฝนรวมน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น และอากาศร้อนกว่าปกติ ส่วนลานีญาคือช่วงที่ผิวน้ำบริเวณเดียวกันเย็นกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้ฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย มีโอกาสน้ำท่วมและพายุเข้าใกล้มากขึ้น ผลกระทบไม่ได้เท่ากันทุกภาคและทุกเดือน จึงต้องดูคาดหมายรายฤดูของกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบกับสถานการณ์น้ำในอ่างของกรมชลประทานก่อนตัดสินใจ สิ่งที่เกษตรกรทำได้จริงคือปรับวันปลูกตามฝนจริงแทนปฏิทินเดิม เลือกพันธุ์อายุสั้นหรือทนสภาพที่คาดว่าจะเจอ สำรองน้ำไว้ล่วงหน้า และลดพื้นที่เสี่ยงแทนการเสี่ยงทั้งแปลง โดยตรวจสอบประกาศและคาดหมายล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานน้ำทุกครั้งก่อนลงมือ
เวลามีข่าวว่าปีนี้เข้าสู่เอลนีโญหรือลานีญา คำถามในใจเกษตรกรไม่ใช่เรื่องอุณหภูมิผิวน้ำทะเล แต่เป็นคำถามตรง ๆ ว่าจะหว่านเมื่อไหร่ จะปลูกกี่ไร่ และจะเหลือน้ำให้รอดถึงเก็บเกี่ยวไหม บทความนี้แปลข่าวสภาพอากาศให้เป็นการตัดสินใจหน้าแปลง พร้อมบอกว่าควรตามข้อมูลจากที่ไหนและตามถี่แค่ไหน
เอลนีโญกับลานีญาต่างกันอย่างไร และส่งผลกับฝนในไทยแบบไหน

ทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เกิดจากความผันแปรของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและกระแสลมเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยมีสภาวะปกติคั่นกลาง นักอุตุนิยมวิทยาติดตามด้วยดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่อ้างอิงกลางมหาสมุทร แล้วประกาศสถานะเป็นช่วง ๆ พร้อมความน่าจะเป็นที่สภาวะนั้นจะคงอยู่ต่ออีกกี่เดือน
| ประเด็น | เอลนีโญ | ลานีญา |
|---|---|---|
| สิ่งที่เกิดในมหาสมุทร | ผิวน้ำแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรด้านตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ลมค้าอ่อนลง | ผิวน้ำบริเวณเดียวกันเย็นกว่าปกติ ลมค้าแรงขึ้น |
| แนวโน้มฝนในไทย | ฝนรวมมักต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงกลางฤดูยาวขึ้น | ฝนรวมมักสูงกว่าค่าเฉลี่ย ฝนตกหนักเป็นช่วงถี่ขึ้น |
| อุณหภูมิ | ร้อนกว่าปกติ โดยเฉพาะฤดูร้อนและฤดูหนาวที่อุ่นกว่าเดิม | มักเย็นกว่าปกติในฤดูหนาว และความชื้นสูงต่อเนื่อง |
| พายุหมุนเขตร้อน | แนวโน้มเคลื่อนเข้าไทยน้อยลงในบางปี | แนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้ไทยมากขึ้น เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน |
| ความเสี่ยงหลักต่อการผลิต | ขาดน้ำช่วงวิกฤต ผลผลิตต่อไร่ลด น้ำในอ่างลดจนจำกัดการปลูกฤดูแล้ง | น้ำท่วมขัง รากเน่าโคนเน่า โรคจากเชื้อรา เก็บเกี่ยวและตากผลผลิตยาก |
| ศัตรูพืชที่มักตามมา | เพลี้ยและไรที่ชอบอากาศแห้งร้อน ระบาดเร็วในช่วงฝนทิ้งช่วง | โรคจากเชื้อราและแบคทีเรีย หอยเชอรี่และวัชพืชน้ำในนาข้าว |
ข้อควรจำที่ทำให้หลายคนวางแผนพลาดคือปรากฏการณ์เหล่านี้บอกแนวโน้มของฤดู ไม่ได้บอกว่าฝนจะตกวันไหน ปีเอลนีโญยังมีฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้ และปีลานีญาก็ยังมีช่วงฝนทิ้งช่วงได้เช่นกัน จึงต้องใช้คู่กับคาดหมายรายเดือนและการสังเกตหน้าแปลงเสมอ นอกจากนี้ผลกระทบยังไม่เท่ากันในแต่ละภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบนที่พึ่งน้ำฝนมากจะรู้สึกถึงปีแล้งชัดกว่าพื้นที่ในเขตชลประทาน
ปรับแผนปลูกและสำรองน้ำอย่างไรเมื่อมีการประกาศ
เมื่อคาดว่าจะเข้าสู่ปีที่ฝนน้อย
- เลื่อนวันปลูกตามฝนจริง อย่ายึดวันที่เคยหว่านทุกปี ให้รอจนดินมีความชื้นต่อเนื่องหรือจนมีฝนสะสมพอที่กล้าจะตั้งตัวได้ การหว่านแห้งรอฝนในปีที่ฝนมาช้าคือสาเหตุอันดับต้นของการต้องหว่านซ้ำ
- เลือกพันธุ์อายุสั้นลง เพื่อให้รอบการผลิตจบก่อนช่วงที่น้ำจะหมด โดยยอมรับว่าผลผลิตต่อไร่อาจต่ำกว่าพันธุ์อายุยาว แต่ความเสี่ยงเสียทั้งแปลงลดลงมาก
- ลดพื้นที่ปลูกให้พอดีกับน้ำที่มีจริง คำนวณจากปริมาณน้ำในสระหรือโควตาน้ำที่ได้รับ แล้วปลูกเท่าที่ประคองได้จนเก็บเกี่ยว ดีกว่าปลูกเต็มพื้นที่แล้วเสียทั้งหมดในช่วงติดผล
- สำรองน้ำล่วงหน้า ขุดลอกสระก่อนเข้าฤดูฝน ซ่อมรอยรั่วของคันสระและท่อ ตรวจปั๊มและบ่อบาดาลตั้งแต่ก่อนถึงหน้าแล้ง ไม่ใช่รอตอนน้ำใกล้หมด
- ลดการสูญเสียน้ำ ใช้ระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์ในไม้ผลและพืชผัก คลุมโคนด้วยฟางหรือเศษพืชเพื่อลดการระเหย และให้น้ำช่วงเช้าตรู่หรือเย็นแทนช่วงแดดจัด
- จัดลำดับความสำคัญของแปลง ในสวนไม้ผล ให้ความสำคัญกับต้นที่ให้ผลอยู่และต้นเล็กที่ยังตั้งตัวไม่ได้ก่อน เพราะต้นใหญ่ที่สมบูรณ์ทนช่วงแล้งสั้นได้ดีกว่า
เมื่อคาดว่าจะเข้าสู่ปีที่ฝนมาก
- เตรียมระบบระบายน้ำก่อนฝนมา ขุดร่องระบายรอบแปลง ยกร่องหรือยกแปลงปลูกในพืชผัก และลอกคูคลองรอบสวนให้น้ำไหลออกได้จริง
- ยกโคนและคุมความชื้นในสวนไม้ผล ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งเพื่อลดความชื้นสะสม และเฝ้าระวังอาการใบเหลือง ยอดเหี่ยว และเปลือกโคนต้นฉ่ำน้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรครากเน่าโคนเน่า
- วางแผนเก็บเกี่ยวเผื่อฝน เตรียมลานตากที่ระบายน้ำดี หาที่จอดรถเกี่ยวและเส้นทางขนย้ายสำรอง เพราะช่วงฝนชุกคิวรถและคิวเครื่องอบจะแน่นกว่าปกติ
- ย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงล่วงหน้า ทั้งปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์ และเครื่องจักร รวมถึงเตรียมคันกั้นรอบบ่อปลาเพื่อลดความเสี่ยงปลาหลุดเมื่อน้ำหลาก
- เตรียมรับมือโรคที่มากับความชื้น วางแผนการสำรวจแปลงถี่ขึ้นเป็นรายสัปดาห์ และปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเรื่องแนวทางป้องกันที่เหมาะกับพืชของตน
สิ่งที่ควรทำทั้งสองกรณีคือกระจายความเสี่ยง เช่น แบ่งปลูกเป็นสองถึงสามรุ่นห่างกันสองถึงสามสัปดาห์แทนการปลูกพร้อมกันทั้งแปลง ปลูกพืชมากกว่าหนึ่งชนิดในฤดูเดียวกัน และพิจารณาการทำประกันภัยพืชผลในพืชที่มีโครงการรองรับ โดยตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลารับสมัครปัจจุบันจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ
แหล่งข้อมูลพยากรณ์ที่เกษตรกรใช้ตามได้จริง
| ข้อมูลที่ต้องการ | ดูได้จาก | ความถี่ที่ควรตาม |
|---|---|---|
| สถานะเอลนีโญหรือลานีญาและแนวโน้มรายฤดู | กรมอุตุนิยมวิทยา ในส่วนคาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและข่าวสภาวะปรากฏการณ์ | ทุกเดือน และก่อนเริ่มฤดูปลูกทุกครั้ง |
| คาดหมายฝนรายเดือนและรายสัปดาห์ของพื้นที่ | กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำภาค | รายสัปดาห์ในช่วงตัดสินใจหว่านหรือให้น้ำ |
| ปริมาณน้ำในอ่างและแผนจัดสรรน้ำ | กรมชลประทาน และโครงการชลประทานในจังหวัด | ทุกเดือน โดยเฉพาะก่อนวางแผนปลูกฤดูแล้ง |
| ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศ | สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ | ทุกเดือน หรือถี่ขึ้นในช่วงเสี่ยงน้ำหลาก |
| คำแนะนำการปลูกตามสถานการณ์ | กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเกษตรอำเภอ กรมการข้าวสำหรับนาข้าว | ก่อนตัดสินใจปลูกแต่ละรอบ |
| ราคาผลผลิตเพื่อประเมินความคุ้มค่า | สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และตลาดกลางสินค้าเกษตรในพื้นที่ | ก่อนตัดสินใจขยายหรือลดพื้นที่ ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันทุกครั้ง |
วิธีใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์จริงคือดูสามชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือแนวโน้มรายฤดูเพื่อกำหนดว่าปีนี้จะวางแผนแบบระวังแล้งหรือระวังน้ำ ชั้นที่สองคือคาดหมายรายเดือนเพื่อกำหนดช่วงเตรียมดินและช่วงหว่าน ชั้นที่สามคือพยากรณ์รายสัปดาห์เพื่อตัดสินใจงานเฉพาะหน้า เช่น จะให้น้ำหรือรอฝน จะพ่นสารหรือเลื่อนออกไป การดูแค่ชั้นเดียวมักทำให้ตัดสินใจพลาด เช่น เห็นข่าวปีแล้งแล้วไม่ปลูกเลยทั้งที่พื้นที่ตนอยู่ในเขตชลประทานที่ยังมีน้ำจัดสรร
สัญญาณหน้าแปลงที่ใช้ยืนยันข้อมูลพยากรณ์
- ระดับน้ำในสระและบ่อตื้นของตัวเองเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นตัวชี้วัดที่ตรงกับแปลงเรามากกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัด
- ระยะเวลาที่ผิวดินแห้งหลังฝนตกแต่ละครั้ง ถ้าแห้งเร็วขึ้นชัดเจนแปลว่าการระเหยสูงและต้องปรับรอบให้น้ำ
- การเริ่มระบาดของเพลี้ยและไรในช่วงฝนทิ้งช่วง ซึ่งมักมาก่อนที่ต้นจะแสดงอาการขาดน้ำชัดเจน
- ในปีฝนมาก ให้สังเกตน้ำขังในร่องเกิน 1-2 วันหลังฝนหยุด เป็นสัญญาณว่าระบบระบายน้ำไม่พอและต้องแก้ก่อนฝนรอบถัดไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตีความว่าเอลนีโญแปลว่าไม่มีฝนเลยทั้งปี แล้วงดปลูกทั้งที่พื้นที่ยังมีน้ำจัดสรรเพียงพอสำหรับพืชอายุสั้น
- ยึดปฏิทินการปลูกเดิมทุกปีโดยไม่ดูความชื้นดินจริง ทำให้ต้องหว่านซ้ำเมื่อฝนมาช้ากว่าที่เคย
- ปลูกเต็มพื้นที่ในปีที่คาดว่าฝนน้อย เพราะเสียดายที่ว่าง แล้วน้ำไม่พอประคองช่วงออกดอกติดผลซึ่งเป็นช่วงที่ขาดน้ำไม่ได้
- ในปีฝนมาก ไม่ทำร่องระบายน้ำล่วงหน้าเพราะคิดว่าค่อยทำตอนฝนมา ทั้งที่เครื่องจักรจะเข้าแปลงไม่ได้เมื่อดินอิ่มน้ำแล้ว
- ดูแต่ข่าวระดับประเทศโดยไม่ดูสถานการณ์น้ำในอ่างและแผนจัดสรรน้ำของจังหวัดตัวเอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะปลูกฤดูแล้งได้หรือไม่
- ไม่จดบันทึกวันฝนตกและปริมาณน้ำที่ใช้ในแต่ละปี ทำให้ไม่มีข้อมูลของตัวเองไว้เทียบเมื่อวางแผนฤดูถัดไป
ติดตามประกาศและมาตรการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐานการเกษตร และดูแนวทางจัดการน้ำกับการปรับปรุงดินให้ทนสภาพอากาศแปรปรวนได้ที่หมวด ดิน น้ำ ปุ๋ย
สรุป
เอลนีโญมักทำให้ไทยฝนน้อยกว่าปกติ ร้อนกว่าปกติ และฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น ส่วนลานีญามักทำให้ฝนมากกว่าปกติและเสี่ยงน้ำท่วมมากขึ้น แต่ทั้งคู่บอกแนวโน้มของฤดู ไม่ได้บอกวันที่ฝนจะตก การวางแผนที่ใช้ได้จริงจึงต้องดูสามชั้นคือแนวโน้มรายฤดู คาดหมายรายเดือน และพยากรณ์รายสัปดาห์ ควบคู่กับสถานการณ์น้ำในอ่างของพื้นที่ตัวเอง ปีที่คาดว่าฝนน้อยให้เลื่อนวันปลูกตามฝนจริง ใช้พันธุ์อายุสั้น ลดพื้นที่ให้พอดีกับน้ำ และสำรองน้ำล่วงหน้า ปีที่คาดว่าฝนมากให้เร่งทำระบบระบายน้ำและวางแผนเก็บเกี่ยวเผื่อฝนไว้ก่อน ข้อมูลพยากรณ์และแผนจัดสรรน้ำเปลี่ยนได้ตลอดฤดู ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุตุนิยมวิทยา — ข่าวสถานะปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา คาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและรายเดือนของแต่ละภาค
- กรมชลประทาน — ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แผนการจัดสรรน้ำฤดูฝนและฤดูแล้ง และคำแนะนำการใช้น้ำรายพื้นที่
- สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ — ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศและการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการปรับแผนการผลิตตามสถานการณ์น้ำ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร และการติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนปรับพื้นที่ปลูก
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ทุเรียนส่งจีนถูกตรวจแคดเมียมและสี BY2 ชาวสวนต้องเตรียมอะไร
จีนให้ทุเรียนไทยแนบผลตรวจแคดเมียมและสี BY2 ก่อนส่งออก บทความนี้สรุปสิ่งที่ชาวสวนควบคุมได้ตั้งแต่ในสวนจนถึงล้ง พร้อมบอกว่าเรื่องไหนยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานทางการ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ปลูกกัญชาปี 2569 ต้องขออนุญาตอะไร และกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ปี 2569 กฎหมายกัญชามีทั้งส่วนที่ใช้อยู่แล้วและร่างที่ ครม. เพิ่งเห็นชอบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรมีผลแล้ว อะไรยังเป็นร่าง และเรื่องไหนต้องถามหน่วยงานโดยตรงก่อนลงมือปลูกหรือขาย
เงินช่วยเหลือชาวนาปี 2569/70 ใครได้บ้าง และตรวจสอบสิทธิ์อย่างไร
ไร่ละ 2,000 บาทสำหรับชาวนาปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่านการอนุมัติครบทุกขั้น บทความนี้แยกสิ่งที่ยืนยันแล้วกับสิ่งที่ยังไม่ประกาศ และบอกวิธีเตรียมทะเบียนเกษตรกรและบัญชี ธ.ก.ส. ไว้ล่วงหน้า
โครงการบ่อจิ๋วในไร่นา ใครสมัครได้และมีขั้นตอนอย่างไร
โครงการบ่อจิ๋วของกรมพัฒนาที่ดินให้เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์นอกเขตชลประทานสมัครผ่านสถานีพัฒนาที่ดิน ออกเงินสมทบ 2,500 บาทต่อบ่อ บทความนี้สรุปคุณสมบัติ ขั้นตอน และสิ่งที่ยังต้องถามหน่วยงาน
ปีเอลนีโญควรทำนาปรังรอบสองไหม หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย
รัฐบาลเคยแจ้งให้งดทำนาปรังรอบสองเมื่อ 4 พ.ค. 2569 แต่แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ฉบับทางการยังไม่พบ ณ ต.ค. 2569 บทความนี้ช่วยตัดสินใจด้วยข้อมูลน้ำและคำถาม 5 ข้อก่อนลงทุน
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง
ปี 2569/70 นบข. อนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรยืนยันแล้ว อะไรยังต้องถาม ธ.ก.ส. พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนเก็บข้าวในยุ้ง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

การเกษตร ประมง เลี้ยงสัตว์ : การเลี้ยงเป็ด ปลาดุก การเพาะพันธ์ุปลาน้ำจืด คู่มือกระต่าย เลี้ยงกระต่าย ปลาดุกอุย
ดูรายละเอียด
คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด![[คลา] จอบขนาดเล็กสําหรับขุดดินจอบสวนจอบการเกษตรเครื่องมือทําฟาร์มกลางแจ้งในครัวเรือนสําหรับการปลูกผักและดอกไม้ [ไทย]](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F41055123226.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_F2oBEV47oB6RoBVzqn188zWoDYP2)
[คลา] จอบขนาดเล็กสําหรับขุดดินจอบสวนจอบการเกษตรเครื่องมือทําฟาร์มกลางแจ้งในครัวเรือนสําหรับการปลูกผักและดอกไม้ [ไทย]
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เอลนีโญแปลว่าจะแล้งทั้งปีเลยหรือไม่
ไม่ใช่ เอลนีโญบอกแนวโน้มว่าฝนรวมทั้งฤดูมักต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น แต่ยังมีฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้ และผลกระทบไม่เท่ากันทุกภาค พื้นที่ในเขตชลประทานที่ยังมีน้ำจัดสรรจึงอาจปลูกได้ตามปกติในขณะที่พื้นที่นาน้ำฝนได้รับผลชัดกว่า ควรดูคาดหมายรายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับสถานการณ์น้ำในอ่างของพื้นที่ตนเองก่อนตัดสินใจ
รู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้อยู่ในสภาวะไหน
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกข่าวสถานะของปรากฏการณ์พร้อมแนวโน้มความน่าจะเป็นในช่วงเดือนถัดไปเป็นระยะ ซึ่งอ้างอิงดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางปฏิบัติที่ง่ายที่สุดคือติดตามคาดหมายลักษณะอากาศรายฤดูและรายเดือนของกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำมาใช้คู่กับรายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทานในจังหวัด
ปีลานีญาควรปลูกพืชอะไรดี
ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ เพราะขึ้นกับสภาพแปลงว่าระบายน้ำได้ดีแค่ไหน หลักที่ใช้ได้คือเลี่ยงพืชที่อ่อนไหวต่อน้ำขังในแปลงที่ระบายน้ำไม่ดี ยกร่องหรือยกแปลงให้สูงขึ้น และเลือกช่วงปลูกที่ทำให้ระยะเก็บเกี่ยวไม่ตรงกับช่วงฝนชุกที่สุดของพื้นที่ ควรปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอซึ่งมีข้อมูลพืชที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และปฏิทินฝนของตำบลนั้น
ควรสำรองน้ำเท่าไรจึงจะพอ
ให้คำนวณย้อนกลับจากความต้องการน้ำของพืชที่ปลูกและจำนวนวันที่ต้องประคองช่วงฝนทิ้งช่วง แทนการกะจากขนาดสระ วิธีที่ใช้ได้จริงคือดูสถิติช่วงฝนทิ้งช่วงที่เคยยาวที่สุดในพื้นที่ แล้วเตรียมน้ำให้พอสำหรับช่วงนั้นบวกเผื่ออีกส่วนหนึ่ง หากประเมินเองไม่ได้ ให้ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ชลประทานหรือเกษตรอำเภอ พร้อมตรวจสอบแผนจัดสรรน้ำของพื้นที่ในปีนั้น
ปรากฏการณ์นี้กระทบปศุสัตว์และการเลี้ยงปลาด้วยไหม
กระทบชัดเจน ปีที่ร้อนและแล้งจะทำให้สัตว์เครียดจากความร้อน กินอาหารลดลง และแหล่งน้ำในฟาร์มลดเร็วกว่าปกติ ส่วนในบ่อปลา น้ำที่ตื้นและร้อนจะทำให้ออกซิเจนละลายน้ำลดลงในช่วงกลางคืน ขณะที่ปีฝนมากเสี่ยงน้ำหลากพัดปลาออกจากบ่อและเสี่ยงโรคที่มากับน้ำขุ่น ทางป้องกันคือเพิ่มร่มเงาและน้ำสะอาด เตรียมเครื่องเติมอากาศ และทำคันกั้นรอบบ่อไว้ล่วงหน้า
มีประกันภัยพืชผลรองรับความเสียหายจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมไหม
มีโครงการประกันภัยสำหรับพืชบางชนิดที่เปิดรับสมัครเป็นรอบตามฤดูการผลิต โดยมีเงื่อนไขความคุ้มครอง วงเงิน และช่วงเวลารับสมัครที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี ผู้ที่สนใจควรสอบถามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูปลูก เพราะการสมัครหลังเกิดภัยแล้วจะไม่ทัน และต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันด้วย
