คำตอบเร็ว: กรมประมงคือหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ดูแลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมงทะเลและน้ำจืด รวมถึงทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) ใบอนุญาตทำการประมง และมาตรฐานฟาร์มสัตว์น้ำ เกษตรกรที่เลี้ยงปลา กุ้ง หรือสัตว์น้ำอื่นควรขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบันไว้เสมอ เพราะเป็นเงื่อนไขต้นทางของสิทธิ์ช่วยเหลือและการขอมาตรฐานฟาร์มในอนาคต
คนที่เริ่มขุดบ่อเลี้ยงปลาหรือกุ้งครั้งแรกมักไม่รู้ว่าต้องติดต่อหน่วยงานไหน ต้องขึ้นทะเบียนก่อนหรือเลี้ยงไปก่อนแล้วค่อยจดทีหลังก็ได้ และถ้าปลาป่วยหรือสงสัยโรคระบาดต้องแจ้งใคร บทความนี้อธิบายบทบาทของกรมประมงแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เตรียมตัวถูกทางตั้งแต่เริ่มต้น
กรมประมงคือใคร ดูแลเรื่องอะไรบ้าง
กรมประมงเป็นหน่วยงานราชการภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำและผู้ประกอบอาชีพด้านประมงทั้งระบบ ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ กระชัง หรือนากุ้ง ไปจนถึงการทำประมงในแหล่งน้ำธรรมชาติและทะเล รวมถึงงานด้านวิชาการ เช่น การพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำและการควบคุมโรคระบาดในสัตว์น้ำ
ใครเกี่ยวข้องและควรติดต่อใคร
- สำนักงานประมงอำเภอ/จังหวัด — หน่วยปฏิบัติหน้างานที่เกษตรกรติดต่อได้โดยตรง ดูแลทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและให้คำปรึกษาเบื้องต้น
- กรมประมง (ส่วนกลาง) — กำหนดนโยบาย มาตรฐานฟาร์ม และงานวิชาการด้านสัตว์น้ำ
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประจำภูมิภาค — ให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค เช่น การจัดการคุณภาพน้ำและโรคสัตว์น้ำ
ขั้นตอนติดต่อกรมประมงครั้งแรก
- เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานพื้นที่บ่อ/แหล่งเลี้ยงให้พร้อม
- ไปที่สำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์น้ำจริง
- แจ้งความประสงค์ เช่น ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือขอคำปรึกษาการเลี้ยง
- รับคำแนะนำเอกสารเพิ่มเติมหากมี และนัดหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อ
- เก็บหลักฐานการยื่นเรื่อง เช่น เลขที่คำขอ ไว้ติดตามภายหลัง
เอกสารที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการใช้ประโยชน์พื้นที่บ่อ/กระชัง
- สมุดทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเดิม (ถ้ามีอยู่แล้ว)
- ภาพถ่ายบ่อ/พื้นที่เลี้ยง (ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบง่ายขึ้น)
ตารางสรุปบริการตามความต้องการ
| ความต้องการ | ติดต่อหน่วยงานย่อย | เอกสารหลักที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|
| ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) | สำนักงานประมงอำเภอ | บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานที่ดิน |
| ขอใบอนุญาตทำการประมง | สำนักงานประมงจังหวัด | ตามประเภทเครื่องมือ/พื้นที่ทำประมง |
| สงสัยโรคระบาดในสัตว์น้ำ | สำนักงานประมงอำเภอ | ภาพถ่ายอาการ ตัวอย่างสัตว์น้ำ (ถ้าเก็บได้) |
| ขอคำปรึกษามาตรฐานฟาร์ม/GAP สัตว์น้ำ | สำนักงานประมงจังหวัด/ศูนย์วิจัยฯ | ทะเบียนเกษตรกร แผนที่บ่อ |
ช่องทางตรวจสอบและติดตามสถานะ
เกษตรกรควรติดตามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอผ่านสำนักงานประมงอำเภอที่ยื่นเรื่องไว้ สอบถามเลขที่คำขอที่ได้รับตอนยื่นครั้งแรก และติดตามประกาศหรือข้อมูลข่าวสารทางการจากเว็บไซต์กรมประมงเป็นระยะ เพราะเงื่อนไขบางเรื่อง เช่น รอบเปิดขอใบอนุญาตหรือมาตรฐานฟาร์ม อาจเปลี่ยนแปลงตามปี
ข้อควรระวังสำคัญ
ห้ามปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือสัตว์น้ำที่อาจรุกรานระบบนิเวศลงแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะมีกฎหมายควบคุมชนิดพันธุ์ที่อนุญาตให้เพาะเลี้ยงและปล่อยไว้ชัดเจน หากสงสัยว่าสัตว์น้ำในบ่อป่วยหรือตายผิดปกติจำนวนมากในเวลาสั้น ควรแจ้งประมงอำเภอทันทีก่อนเคลื่อนย้ายหรือทิ้งน้ำจากบ่อออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงโรคแพร่กระจาย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เลี้ยงสัตว์น้ำไปหลายปีโดยไม่เคยขึ้นทะเบียนกับประมงอำเภอเลย ทำให้เสียสิทธิ์ตอนขอความช่วยเหลือ
- ไม่แจ้งเปลี่ยนชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยงเมื่อเปลี่ยนจากปลามาเป็นกุ้งหรือสัตว์น้ำชนิดอื่น
- ปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ตรวจสอบว่าเป็นชนิดที่อนุญาตหรือไม่
- รอจนสัตว์น้ำตายเกือบหมดบ่อก่อนถึงจะแจ้งประมงอำเภอ ทำให้ควบคุมปัญหาไม่ทัน
- สับสนว่าใบอนุญาตทำการประมงกับทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคือเรื่องเดียวกัน ทั้งที่เป็นคนละขั้นตอน
สรุป
กรมประมงคือหน่วยงานต้นทางที่ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำควรรู้จักและติดต่อไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ปลาป่วยหรือเกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยไปหา การขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันคือกุญแจสำคัญที่เปิดสิทธิ์เข้าถึงบริการอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นคำปรึกษาด้านโรค มาตรฐานฟาร์ม หรือความช่วยเหลือยามเกิดภัยพิบัติ ควรสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอในพื้นที่ไว้เป็นประจำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — ภารกิจ โครงสร้าง และบริการด้านทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
- สำนักงานประมงอำเภอ/จังหวัด (หน่วยปฏิบัติในพื้นที่) — ช่องทางติดต่อและขั้นตอนบริการเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
อ่านเพิ่มเติม: โรคและการดูแลสัตว์น้ำ · ตลาดสินค้าประมง · ต้นทุนและกำไรฟาร์ม
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

การเกษตร ประมง เลี้ยงสัตว์ : การเลี้ยงเป็ด ปลาดุก การเพาะพันธ์ุปลาน้ำจืด คู่มือกระต่าย เลี้ยงกระต่าย ปลาดุกอุย
ดูรายละเอียด
หนังสือราคา 150 บาท คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำและปลากระชัง...เงินล้าน : การเลี้ยงสัตว์ สัตว์และการเกษตร การลงทุน
ดูรายละเอียด
หนังสือคู่มือ การเพาะเลี้ยงปลาหมอไทย ปลาหมอตาล ปลาหมอเทศ ปลาหมอ ANADANTIDAC
ดูรายละเอียด
หนังสือคู่มือการเพาะเลี้ยง ปลาเก๋า ปลาช่อน ปลาบู่ ปลากระพง ราคาปก 90 บาท ใหม่
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
กรมประมงคืออะไร?
กรมประมงคือหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ดูแลการเพาะเลี้ยงและการทำประมงสัตว์น้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ใบอนุญาตทำการประมง ไปจนถึงงานวิชาการด้านพันธุ์สัตว์น้ำและควบคุมโรคระบาด
เลี้ยงปลาในบ่อหลังบ้านไม่กี่บ่อ ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมงหรือไม่?
โดยหลักการเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อจำหน่ายควรขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไว้ เพราะเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงสำหรับสิทธิ์ช่วยเหลือในอนาคต ส่วนเกณฑ์ว่าขนาดหรือจำนวนเท่าใดต้องขึ้นทะเบียนบังคับหรือไม่ ควรสอบถามสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่โดยตรงเพราะรายละเอียดอาจต่างกันตามชนิดสัตว์น้ำ
ปลาในบ่อตายผิดปกติพร้อมกันหลายตัว ต้องทำอย่างไร?
ควรแจ้งสำนักงานประมงอำเภอทันทีเมื่อสงสัยว่าอาจเป็นโรคระบาด พร้อมถ่ายภาพอาการและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำไว้หากทำได้ ไม่ควรทิ้งซากหรือระบายน้ำจากบ่อออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะก่อนได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ เพื่อลดความเสี่ยงโรคแพร่กระจายไปยังบ่ออื่น
อยากขอใบอนุญาตทำการประมงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ต้องติดต่อที่ไหน?
ต้องยื่นคำขอที่สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งเงื่อนไขและประเภทใบอนุญาตแตกต่างกันตามชนิดเครื่องมือประมงและพื้นที่ทำการประมง ควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดกับเจ้าหน้าที่โดยตรงก่อนเริ่มทำการประมงเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย
ทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) ต้องปรับปรุงบ่อยแค่ไหน?
ควรปรับปรุงข้อมูลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยง ขยายหรือลดพื้นที่บ่อ หรือเมื่อข้อมูลเดิมไม่ตรงกับสภาพจริง เพราะฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมีผลต่อสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือของภาครัฐ
อยากได้มาตรฐานฟาร์มสัตว์น้ำเพื่อขายราคาดีขึ้น ต้องเริ่มจากอะไร?
ควรเริ่มจากขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นสอบถามสำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ถึงเกณฑ์และขั้นตอนขอรับรองมาตรฐานฟาร์มที่เหมาะกับชนิดสัตว์น้ำที่เลี้ยง
