ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

รถ EV และมอเตอร์ไซค์โดนน้ำท่วม อันตรายไหม ต้องเช็กอะไรก่อนใช้

รถ EV น้ำท่วมและมอเตอร์ไซค์น้ำท่วม อันตรายไหม ห้ามสตาร์ต ห้ามชาร์จ ห้ามแตะสายไฟส้ม ถ่ายรูป แจ้งประกัน แล้วให้ศูนย์ตรวจก่อนใช้ ตามแนวทาง คปภ. และขนส่งทางบก

รถ EV และมอเตอร์ไซค์โดนน้ำท่วม อันตรายไหม ต้องเช็กอะไรก่อนใช้

คำตอบสั้น ๆ

หลายบ้านที่น้ำเพิ่งลดเจอโจทย์เดียวกัน คือรถไฟฟ้าที่จอดไว้ใต้ถุนบ้านโดนน้ำถึงท้องรถ หรือมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ขี่ไปไร่ไปตลาดดับกลางน้ำแล้วเข็นกลับมา คำถามแร

คำตอบเร็ว: อันตรายได้ทั้งต่อตัวรถและต่อคน ถ้ารถ EV หรือมอเตอร์ไซค์จมน้ำหรือดับกลางน้ำ อย่าเพิ่งสตาร์ต อย่ากดปุ่ม ON และสำหรับ EV ห้ามชาร์จไฟ ห้ามแตะสายไฟแรงดันสูงสีส้ม ให้ถ่ายภาพเก็บหลักฐาน แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว แล้วให้ศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง ส่วนมอเตอร์ไซค์ที่เครื่องดับในน้ำ ให้เข็นขึ้นที่แห้งแล้วให้ช่างตรวจ ห้ามสตาร์ตไล่น้ำเอง

หลายบ้านที่น้ำเพิ่งลดเจอโจทย์เดียวกัน คือรถไฟฟ้าที่จอดไว้ใต้ถุนบ้านโดนน้ำถึงท้องรถ หรือมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ขี่ไปไร่ไปตลาดดับกลางน้ำแล้วเข็นกลับมา คำถามแรกที่ทุกคนอยากรู้คือ "ลองสตาร์ตดูได้ไหม" คำตอบตามแนวทางที่หน่วยงานไทยและแหล่งอ้างอิงด้านความปลอดภัยให้ไว้ คือยังไม่ควร เพราะการสตาร์ตหรือเปิดระบบตอนที่น้ำยังค้างในระบบไฟฟ้า อาจทำให้ความเสียหายลุกลาม และในกรณีรถ EV ยังมีความเสี่ยงจากแบตเตอรี่แรงดันสูงเพิ่มเข้ามาอีกชั้น บทความนี้แยกให้ดูทีละอาการ ว่าเห็นอะไรแล้วต้องทำอะไร และอะไรที่ห้ามทำเด็ดขาด (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

รถไฟฟ้าจมน้ำอันตรายไหม ทำไมต่างจากรถน้ำมัน

ภาพประกอบ รถไฟฟ้าจมน้ำอันตรายไหม ทำไมต่างจากรถน้ำมัน

รถเครื่องยนต์สันดาปที่โดนน้ำ ความเสียหายหลักอยู่ที่เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าในรถ แต่รถ EV น้ำท่วม มีจุดที่ต้องคิดเพิ่มคือแบตเตอรี่ขับเคลื่อนขนาดใหญ่และสายไฟแรงดันสูง สำนักงาน คปภ. วางแนวทางปี 2569 ไว้ชัดว่าการประเมินรถยนต์ไฟฟ้าต้อง "พิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ" โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพียงใด และต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย

แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือ รถ EV ที่ดูภายนอกแห้งแล้วยังไม่ได้แปลว่าปลอดภัย คำแนะนำที่ไทยรัฐเผยแพร่เมื่อ 26 ก.ย. 2569 โดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงของสหรัฐฯ (NHTSA ซึ่งเป็นหน่วยงานต่างประเทศ ไม่ใช่หน่วยงานไทย) ระบุว่า "การรอให้แห้งไม่ได้หมายความว่ารถปลอดภัยพอจะเปิดระบบหรือขับต่อได้เอง" และเจ้าของรถไม่ควรสตาร์ต ชาร์จไฟ หรือทดลองขับ แม้ภายนอกจะแห้งแล้วก็ตาม

สัญญาณอันตรายที่ต้องถอยห่างทันที

ถ้าเห็นหรือได้กลิ่นสิ่งเหล่านี้จากรถ EV ที่โดนน้ำ ให้ถอยห่างจากตัวรถและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที ตามคำแนะนำที่อ้าง NHTSA

  • มีควันออกจากตัวรถหรือบริเวณแบตเตอรี่
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • มีเสียงดังจากแบตเตอรี่
  • ตัวรถร้อนผิดปกติ

จุดที่คนมักพลาดคือเดินเข้าไปเปิดประตูดูข้างใน หรือพยายามเข็นรถออกเองเพราะกลัวน้ำจะกลับมาอีก ถ้ามีสัญญาณข้างต้นแม้แต่ข้อเดียว อย่าเสี่ยงเข้าใกล้ ชีวิตสำคัญกว่าตัวรถ

เช็กลิสต์รถ EV น้ำท่วม ทำอะไรก่อนหลัง

ลำดับด้านล่างเรียบเรียงจากคำแนะนำที่อ้าง NHTSA (ผ่านไทยรัฐ 26 ก.ย. 2569) ร่วมกับแนวทางของ คปภ. ปี 2569 ใช้เป็นลำดับทำงานหลังน้ำลดได้

  1. ห้ามสตาร์ตรถหรือกดปุ่ม ON แม้ไฟหน้าปัดจะดูเหมือนปกติ
  2. ห้ามชาร์จไฟ และอย่าเสียบสายชาร์จที่บ้านเพื่อ "ลองดู"
  3. ห้ามสัมผัสสายไฟแรงดันสูงสีส้มโดยตรง
  4. ถอดขั้วแบตเตอรี่ 12 โวลต์ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ถ้าไม่แน่ใจขั้นตอนของรุ่นตัวเอง ให้ดูคู่มือผู้ผลิตหรือถามศูนย์บริการก่อน อย่าเดาเอง
  5. ถ่ายภาพและวิดีโอเก็บหลักฐาน ทั้งภายนอกและภายใน ให้เห็นระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ
  6. รอให้น้ำลดต่ำกว่าท้องรถ และทิ้งรถไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพรถ
  7. ถ้าต้องย้ายรถ ใช้รถสไลด์หรือรถยก แทนการลากโดยให้ล้อขับเคลื่อนหมุน
  8. แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย
  9. ให้ศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจ ตามข้อกำหนดของผู้ผลิตยี่ห้อและรุ่นนั้น ก่อนเปิดระบบหรือขับ

ข้อ 6 เรื่อง 24 ชั่วโมง เป็นเวลาขั้นต่ำก่อน "ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน" ไม่ใช่เวลาที่รอครบแล้วขับได้เอง หลายคนอ่านข้ามตรงนี้ไป

เรื่องความลึกน้ำที่รถ EV "ลุยได้" เช่นตัวเลขเป็นเซนติเมตรหรือระดับมาตรฐานกันน้ำของแบตเตอรี่ ที่แชร์กันในโซเชียลว่าเป็นคำแนะนำของกรมการขนส่งทางบก เรายังไม่พบหน้าต้นฉบับของกรมฯ ที่ยืนยันตัวเลขเฉพาะ EV จึงไม่ขอยกมาเป็นข้อเท็จจริง ให้ยึดคำแนะนำการขับลุยน้ำที่ใช้กับรถทุกคันในหัวข้อถัดไป และคู่มือผู้ผลิตของรุ่นที่ใช้อยู่

ระดับน้ำแค่ไหนที่ไม่ควรขับลุย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้คำแนะนำช่วงฤดูน้ำท่วม 2569 (เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์) ว่าหากระดับน้ำสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร ยังพอขับผ่านได้ แต่ต้องปิดแอร์ ใช้เกียร์ต่ำ และค่อย ๆ ชะลอความเร็ว ส่วนระดับน้ำสูง 60–80 เซนติเมตร ถือเป็นระดับอันตรายที่ไม่แนะนำให้ขับลุยโดยเด็ดขาด และควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมขังสูงจนมองไม่เห็นขอบทาง

ถ้าน้ำท่วมจนเคลื่อนย้ายรถไม่ได้ ให้ดับเครื่องทันทีและห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด เพราะน้ำอาจเข้าสู่ระบบไฟฟ้าทำให้ลัดวงจร เมื่อน้ำลดให้ยกรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด

มอเตอร์ไซค์น้ำท่วม เครื่องดับกลางน้ำทำอย่างไร

มอเตอร์ไซค์คือพาหนะหลักของหลายครอบครัวในชนบท ใช้ทั้งขนของ ไปไร่ ไปรับลูก พอน้ำท่วมถนนก็มักต้องขี่ฝ่าน้ำ เพจ "ขับขี่ปลอดภัย by DLT" ของกรมการขนส่งทางบก เคยให้คำแนะนำไว้ (โพสต์ปี 2565 ซึ่งเป็นข้อมูลเก่ากว่าปีนี้) ว่า

  • ระดับน้ำต้องสูงไม่เกิน 1 ฟุตจากพื้นถนน ห้ามท่วมถึงกรองอากาศ หรือสูงเกินท่อไอเสีย
  • ไม่ขี่เร็ว ใช้เกียร์ต่ำ รักษาความเร็วให้คงที่ระหว่างลุยน้ำ เพราะพื้นถนนอาจมีหลุมบ่อที่มองไม่เห็น
  • หากเครื่องยนต์ดับ ห้ามสตาร์ตรถโดยเด็ดขาด ให้รีบเข็นไปไว้บนที่แห้ง แล้วทำการตรวจเช็ก
  • หลังโดนน้ำนาน ๆ ปัญหาที่พบบ่อยคือน้ำมันโซ่แห้ง ควรหยอดน้ำมันเพื่อถนอมโซ่

ข้อควรรู้: ในโพสต์เดียวกันมีประโยคท้ายที่บอกให้สตาร์ตและเร่งเครื่องเพื่อไล่น้ำออกจากท่อไอเสีย ซึ่งขัดกับคำว่า "ห้ามสตาร์ท" ในประโยคก่อนหน้า และขัดกับแนวทางกรมการขนส่งทางบกปี 2569 ที่ให้ดับเครื่องและห้ามสตาร์ต เราจึงแนะนำเฉพาะแนวทาง "ห้ามสตาร์ต เข็นขึ้นที่แห้ง แล้วให้ช่างตรวจ" เท่านั้น และปีนี้ยังไม่พบคำแนะนำเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่หน่วยงานราชการออกใหม่ หากมีข้อสงสัยให้สอบถามสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็มีแบตเตอรี่ขับเคลื่อนเช่นกัน แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้ให้แนวทางแยกเฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จึงควรใช้หลักเดียวกับรถ EV คือไม่เปิดระบบ ไม่ชาร์จ และให้ศูนย์บริการของยี่ห้อนั้นตรวจก่อน

ตารางเทียบ: เห็นอาการแบบนี้ ควรทำอะไร

สถานการณ์ห้ามทำควรทำอ้างอิง
รถ EV จอดแล้วน้ำท่วมถึงตัวรถสตาร์ต กดปุ่ม ON ชาร์จไฟ ทดลองขับถอดขั้วแบต 12 โวลต์ตามขั้นตอน ถ่ายภาพ รอน้ำลดต่ำกว่าท้องรถ ทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินไทยรัฐ อ้าง NHTSA
รถ EV มีควัน กลิ่นผิดปกติ เสียงดังจากแบต หรือร้อนผิดปกติเข้าใกล้ เปิดประตู เข็นรถถอยห่าง โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันทีไทยรัฐ อ้าง NHTSA
ต้องย้ายรถ EV ที่จมน้ำลากโดยให้ล้อขับเคลื่อนหมุนใช้รถสไลด์หรือรถยกไทยรัฐ อ้าง NHTSA
รถยนต์ดับกลางน้ำ เคลื่อนย้ายไม่ได้สตาร์ตซ้ำดับเครื่องทันที น้ำลดแล้วยกเข้าศูนย์หรืออู่กรมการขนส่งทางบก 2569
มอเตอร์ไซค์ดับกลางน้ำสตาร์ต หรือเร่งเครื่องไล่น้ำเข็นขึ้นที่แห้ง ให้ช่างตรวจ หยอดน้ำมันโซ่เพจ DLT ปี 2565
ป้ายทะเบียนหลุดหายไปกับน้ำขับโดยไม่มีป้ายขอใหม่ที่สำนักงานขนส่ง ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาทกรมการขนส่งทางบก 2569

ประกันจ่ายไหม เมื่อรถ EV หรือมอเตอร์ไซค์โดนน้ำ

เลขาธิการ คปภ. ระบุว่าประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่ สำหรับประเภท 2 และ 3 แบบธรรมดา คปภ. ไม่ได้พูดถึงในแถลงปี 2569 จึงควรดูตารางกรมธรรม์หรือสอบถามบริษัทโดยตรง สำหรับมอเตอร์ไซค์ แถลงของ คปภ. ปี 2569 ไม่ได้ระบุแยกไว้ ให้ตรวจตารางกรมธรรม์ที่ทำไว้ว่าคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือไม่ หรือสอบถามบริษัทประกันโดยตรง

สำหรับรถ EV คปภ. ให้ประเมินแบตเตอรี่ประกอบกับตัวรถ ถ้าแบตเตอรี่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือไม่ ไม่ได้แปลว่าแบตโดนน้ำแล้วจะถือเป็น Total Loss ทันที ส่วนตารางค่าซ่อมระดับ A ถึง E ที่ คปภ. เผยแพร่ เป็นแนวทางสำหรับรถเครื่องยนต์สันดาป และเป็น "ค่าซ่อมประมาณ" ไม่ใช่เงินที่จะได้แน่ ๆ การจ่ายจริงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

คปภ. แนะนำให้จำง่าย ๆ ว่า "ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษัทไว้ก่อน–เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้" ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพียงเพื่อถ่ายภาพ ถ้าหาช่องทางติดต่อบริษัทประกันไม่เจอ ใช้ "ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท" ผ่านเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือ LINE @OICCONNECT ได้ หรือติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 (ประกาศเดิมระบุว่าเปิด 24 ชั่วโมงถึงวันที่ 5 ต.ค. 2569 ยังไม่พบประกาศขยายเวลา จึงควรตรวจเวลาทำการล่าสุดก่อนโทร) ดูรายละเอียดการเคลมเพิ่มเติมได้ที่ รถยนต์น้ำท่วมประกันจ่ายไหม ประกันชั้นไหนคุ้มครอง และเคลมอย่างไร

ป้ายทะเบียนหลุดหายไปกับน้ำ ทำอย่างไร

มอเตอร์ไซค์ที่โดนกระแสน้ำพัดมักป้ายทะเบียนหลุด กรมการขนส่งทางบกแจ้งว่าขอรับใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงและบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ ให้ติดต่อไฟแนนซ์ให้ดำเนินการแทน หรือถ้าทำเองต้องใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง บัตรประชาชนผู้เช่าซื้อ หนังสือรับรองจากบริษัทไฟแนนซ์ และหนังสือมอบอำนาจจากไฟแนนซ์พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สตาร์ตลองเพราะไฟหน้าปัดยังติด ทั้ง คปภ. และกรมการขนส่งทางบกแนะนำตรงกันว่าอย่าเพิ่งสตาร์ต เพราะความเสียหายอาจเพิ่มขึ้น
  • เสียบชาร์จรถ EV ที่บ้านเพื่อดูว่าแบตยังดีไหม คำแนะนำที่อ้าง NHTSA ระบุชัดว่าไม่ควรชาร์จไฟแม้ภายนอกจะแห้ง
  • ใช้รถอีกคันลากรถ EV โดยให้ล้อหมุน ให้ใช้รถสไลด์หรือรถยกแทน
  • คิดว่าตากแดดครบวันแล้วขับได้ การรอให้แห้งไม่ได้หมายความว่ารถปลอดภัยพอจะเปิดระบบหรือขับต่อเอง ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน
  • สตาร์ตมอเตอร์ไซค์แล้วเร่งเครื่องไล่น้ำออกจากท่อ เป็นคำแนะนำที่ขัดกับหลัก "ห้ามสตาร์ต" ให้เข็นขึ้นที่แห้งแล้วให้ช่างตรวจ
  • ลุยกลับเข้าไปถ่ายรูปรถตอนน้ำยังสูง คปภ. ย้ำว่าไม่ควรเสี่ยงเข้าพื้นที่ไม่ปลอดภัยเพื่อเก็บหลักฐาน ให้แจ้งบริษัทไว้ก่อน
  • เชื่อตัวเลขความลึกน้ำที่ EV "ลุยได้" จากโซเชียล ยังไม่มีต้นฉบับทางการยืนยัน ให้ยึดคู่มือผู้ผลิตและคำแนะนำของกรมการขนส่งทางบก

สรุป

รถ EV และมอเตอร์ไซค์ที่โดนน้ำท่วมอันตรายได้ทั้งต่อตัวรถและผู้ใช้ หลักที่ต้องจำคือห้ามสตาร์ต ห้ามกด ON และสำหรับ EV ห้ามชาร์จ ห้ามแตะสายไฟสีส้ม ให้ถ่ายภาพ แจ้งประกัน แล้วให้ศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนใช้ทุกครั้ง ถ้ารถ EV มีควัน กลิ่น เสียง หรือความร้อนผิดปกติ ให้ถอยห่างและแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ควรตรวจคู่มือผู้ผลิตและเงื่อนไขกรมธรรม์ของตัวเองประกอบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประชาสัมพันธ์ (ข่าวกรมการขนส่งทางบก ฤดูน้ำท่วม 2569) — ระดับน้ำที่ขับผ่านได้/อันตราย การดับเครื่องห้ามสตาร์ต และการขอป้ายทะเบียนใหม่ https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/545262
  • 📄The Standard (มาตรการ คปภ. 28 ก.ย. 2569) — แนวทางประเมินรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ https://thestandard.co/oic-insurance-flood-claims-relief/
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ (เลขาธิการ คปภ. 2 ต.ค. 2569) — อย่าเพิ่งสตาร์ตรถ ความคุ้มครองประกันรถ ระดับความเสียหาย A–E และช่องทางติดต่อ https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1254749
  • 📄ไทยรัฐ (26 ก.ย. 2569 อ้างข้อมูล NHTSA สหรัฐฯ) — ข้อปฏิบัติเมื่อรถ EV จมน้ำ https://www.thairath.co.th/news/auto/evcar/2962163
  • 📄ไทยโพสต์ (เพจ ขับขี่ปลอดภัย by DLT ปี 2565) — คำแนะนำมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำ https://www.thaipost.net/general-news/219055/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

รถ EV โดนน้ำท่วมแค่ล้อ ต้องส่งศูนย์ไหม

แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้กำหนดเกณฑ์ความลึกเฉพาะรถ EV ไว้ หลักที่ปลอดภัยคือถ้าน้ำท่วมขังถึงตัวรถหรือสงสัยว่าน้ำถึงแบตเตอรี่ ให้งดเปิดระบบ งดชาร์จ และให้ศูนย์บริการตรวจตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรุ่นนั้นก่อน

รถไฟฟ้าจมน้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงแล้วขับได้เลยไหม

ไม่ได้ ตามคำแนะนำที่อ้าง NHTSA ให้รอน้ำลดต่ำกว่าท้องรถและทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง "ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพรถ" การรอให้แห้งไม่ได้หมายความว่ารถปลอดภัยพอจะเปิดระบบหรือขับต่อเอง

มอเตอร์ไซค์น้ำท่วมจนเครื่องดับ สตาร์ตไล่น้ำได้ไหม

ไม่ควร แนวทางของกรมการขนส่งทางบกคือหากเครื่องยนต์ดับ ห้ามสตาร์ตรถโดยเด็ดขาด ให้เข็นไปไว้บนที่แห้งแล้วตรวจเช็ก และให้ช่างตรวจก่อนใช้งาน

แบตรถ EV โดนน้ำ ประกันจะตีเป็น Total Loss ทันทีหรือเปล่า

ไม่ทันทีเสมอไป คปภ. ให้ประเมินมูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับตัวรถ ถ้าฟื้นฟูให้ปลอดภัยไม่ได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่าย Total Loss หรือไม่ และดูข้อกำหนดผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นประกอบด้วย

ป้ายทะเบียนมอเตอร์ไซค์หายไปกับน้ำ ขอใหม่เสียเงินเท่าไร

กรมการขนส่งทางบกแจ้งว่าค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท ขอได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่ง ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงและบัตรประชาชนเจ้าของรถ สอบถามได้ที่สายด่วน 1584

ถ้ารถ EV มีควันหรือกลิ่นไหม้หลังน้ำลด ควรทำอย่างไร

ถอยห่างจากรถทันทีและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ห้ามเข้าไปเปิดประตูหรือพยายามดับเอง ตามคำแนะนำที่อ้าง NHTSA