ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม 2569 ขั้นตอนตั้งแต่ทะเบียนเกษตรกรถึงรับเงิน

เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม 2569 ขั้นตอนตาม DOAE 3 ขั้น ตรวจทะเบียน ยื่น กษ.01 เข้าประชาคม พร้อมเงื่อนไขขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย ประกาศเขต และหลักฐานที่ควรเก็บไว้

เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม 2569 ขั้นตอนตั้งแต่ทะเบียนเกษตรกรถึงรับเงิน

คำตอบสั้น ๆ

บ้านที่น้ำเพิ่งลด สวนที่ยังเฉอะแฉะ คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลานั่งอ่านระเบียบ แต่เรื่องเงินเยียวยาเป็นเรื่องที่ "ลำดับขั้นตอน" สำคัญไม่แพ้จำนวนเงิน เพราะขั้นท

คำตอบเร็ว: ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) อธิบาย การขอเยียวยาด้านพืชมี 3 ขั้นตอน คือ (1) ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร (2) ยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง และ (3) เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผลตรวจสอบ เงื่อนไขสำคัญคือต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัย และพื้นที่ต้องถูกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยคือไม่ได้รับเงิน (ข้อมูล ณ 6 ตุลาคม 2569)

บ้านที่น้ำเพิ่งลด สวนที่ยังเฉอะแฉะ คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลานั่งอ่านระเบียบ แต่เรื่องเงินเยียวยาเป็นเรื่องที่ "ลำดับขั้นตอน" สำคัญไม่แพ้จำนวนเงิน เพราะขั้นที่พลาดไปหนึ่งขั้นอาจทำให้ทั้งกระบวนการหลุดมือ บทความนี้เรียงขั้นตอนตามเวลาจริงที่เกษตรกรควรทำ โดยใช้เฉพาะสิ่งที่กรมส่งเสริมการเกษตรและประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุไว้ และเมื่อมีส่วนที่ไม่มีข้อมูลทางการรองรับ จะบอกตรง ๆ ว่าให้ไปถามเกษตรอำเภอ แทนที่จะเดาให้ฟัง

ข้อมูลทั้งหมดเป็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตามประกาศและข่าวที่อ้างอิงท้ายบทความ หากมีประกาศใหม่หลังจากนี้ ให้ถือตามประกาศล่าสุด

ภาพรวมก่อนเริ่ม เงินก้อนไหนเกี่ยวกับขั้นตอนนี้

ภาพประกอบ ภาพรวมก่อนเริ่ม เงินก้อนไหนเกี่ยวกับขั้นตอนนี้

ขั้นตอนในบทความนี้คือการขอความช่วยเหลือด้านพืชตามประกาศ "หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ซึ่งใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ช่วยไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 ไม่ใช่การลงทะเบียนเงินครัวเรือนผ่านแอป "ทางรัฐ" (ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน หรือท่วมขังไม่เกิน 7 วันแต่ทรัพย์สินเสียหาย ครัวเรือนละ 9,000 บาท ถูกน้ำล้อม หรืออยู่อาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ดำรงชีวิตตามปกติไม่ได้ติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป ครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับอุทกภัยที่เกิดช่วง 15 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569) ซึ่งเป็นช่องทางแยกกัน คุณอาจต้องทำทั้งสองอย่างโดยแยกกัน และหากมีข้อสงสัยเรื่องการรับซ้อนกันให้ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการ

เรื่องอัตราต่อไร่ ตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับประกาศ คือ ข้าว 2,240 พืชไร่/พืชผัก 3,180 ไม้ผล/ไม้ยืนต้นเสียหายสิ้นเชิง 6,800 และชะงักฟื้นฟูได้ 3,400 บาทต่อไร่ ยืนยันอัตราจริงกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องเกษตรกรน้ำท่วมได้เงินเท่าไหร่ของเว็บนี้

ไทม์ไลน์ 3 ขั้นตอนตาม DOAE

ขั้นสิ่งที่ต้องทำใคร/ที่ไหนจุดที่ต้องระวัง
1ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัย
2ยื่นแบบ กษ.01สำนักงานเกษตรอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรองต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจรับรองตามที่กำหนด ถามเกษตรอำเภอหากสงสัย
3เข้าร่วมประชาคม และติดตามประกาศผลตรวจสอบชุมชน ตามที่เกษตรอำเภอหรือหน่วยงานแจ้งติดตามประกาศเอง อย่ารอให้มีคนมาแจ้งถึงบ้าน

ตารางนี้สรุปตามลำดับที่ DOAE ระบุ ขอเน้นว่าแต่ละขั้นมีรายละเอียดเชิงปฏิบัติ เช่น เอกสารแนบ เวลาทำการ หรือวันที่นัดประชาคม ซึ่งเราไม่มีข้อมูลทางการที่ตรวจสอบแล้ว จึงไม่เขียนเป็นข้อเท็จจริง และวันปิดรับเรื่องก็ยังไม่ยืนยัน ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรงว่ากำหนดอย่างไร

ขั้นที่ 0 ก่อนจะเริ่ม เช็กด่านที่ตัดสิทธิ์ได้

มีสองเรื่องที่ต้องรู้ตั้งแต่แรก เพราะเป็นด่านที่ถ้าไม่ผ่านแล้ว ขั้นตอนหลังจากนั้นไม่ช่วยอะไร

ด่านที่ 1 ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุชัดว่าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยย่อมไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ความหมายเชิงปฏิบัติคือ การไปขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมไม่ใช่ทางลัด หากทะเบียนของคุณยังไม่มีหรือข้อมูลแปลงไม่ตรงกับความจริง (เช่น ปลูกพืชต่างจากที่ลงไว้ หรือพื้นที่ไม่ตรง) ให้ไปถามเกษตรอำเภอทันทีว่ามีทางแก้หรือไม่ และสถานะของคุณคืออะไร ไม่ควรเดาเอาเองว่าแก้ได้

ด่านที่ 2 พื้นที่ต้องถูกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศเขต แปลงของคุณเสียหายจริงแต่ถ้าพื้นที่ยังไม่ถูกประกาศก็ยังไม่เข้าเกณฑ์ เรื่องนี้เกษตรกรทำเองไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือติดตามประกาศของจังหวัดและอำเภอ และถามเกษตรอำเภอว่าตำบลของคุณอยู่ในประกาศหรือยัง ยังไม่มีรายชื่อจังหวัดที่ประกาศอย่างเป็นทางการที่ตรวจสอบได้ในชุดข้อมูลนี้ จึงไม่ขอระบุรายจังหวัด

ขั้นที่ 1 ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร

ขั้นแรกคือยืนยันว่าชื่อคุณและแปลงที่เสียหายอยู่ในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตรหรือไม่ สิ่งที่ควรตรวจสอบตามหลักการคือ ชื่อเจ้าของทะเบียน ตำแหน่งและขนาดแปลงที่ลงไว้ และชนิดพืชที่ลงไว้ว่าตรงกับสิ่งที่ปลูกจริงหรือไม่ เพราะความช่วยเหลือผูกกับพื้นที่และชนิดพืชที่เสียหาย และมีเพดานไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ถ้าข้อมูลในทะเบียนกับสภาพจริงไม่ตรงกัน ให้แจ้งเกษตรอำเภอก่อนยื่นเรื่อง

กรณีที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปคือ ทะเบียนที่ลงไว้นานแล้วไม่ตรงกับสิ่งที่ปลูกอยู่ตอนนี้ เช่น เปลี่ยนจากทำนาเป็นปลูกผัก หรือเช่าที่แปลงใหม่เพิ่ม หากเป็นแบบนี้ ให้ถามเกษตรอำเภอว่าต้องปรับปรุงทะเบียนอย่างไร และคำถามสำคัญคือ การปรับปรุงที่ทำหลังเกิดภัยจะนับหรือไม่ เพราะเงื่อนไขกำหนดว่าต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัย

ขั้นที่ 2 ยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ

แบบ กษ.01 ยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และต้องให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนมักลืมว่าต้องไปขอลายเซ็นก่อนมายื่นหรือไม่ จึงควรโทรถามหรือเดินไปถามเกษตรอำเภอก่อนว่าให้ทำแบบไหนก่อนหลัง บทความเรื่องแบบ กษ.01 ของเว็บนี้อธิบายแบบฟอร์มโดยละเอียดขึ้น แต่เนื้อหาในแบบ ช่องกรอก และเอกสารแนบไม่มีข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ในชุดนี้ จึงไม่ขอบรรยายเอง

หลักการเตรียมตัวที่ปลอดภัยคือ เตรียมข้อมูลของตัวเองให้ครบและสอดคล้องกัน ได้แก่ ข้อมูลที่ยืนยันตัวตนของเจ้าของทะเบียน ข้อมูลแปลงที่เสียหายว่าอยู่ที่ไหน พื้นที่กี่ไร่ ปลูกอะไร และหลักฐานความเสียหายที่ถ่ายไว้ จากนั้นให้ถามเกษตรอำเภอว่าต้องแนบเอกสารใดเพิ่มหรือไม่

ขั้นที่ 3 เข้าประชาคม และติดตามประกาศผลตรวจสอบ

หลังยื่นแล้ว กระบวนการยังไม่จบ DOAE ระบุให้เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผลตรวจสอบ โดยทั่วไปประชาคมคือเวทีที่คนในชุมชนมาร่วมรับรู้และตรวจสอบรายชื่อผู้ประสบภัย แต่รูปแบบจริงของแต่ละพื้นที่ให้ถามเกษตรอำเภอ เกษตรกรควรไปด้วยตัวเองหรือมอบหมายตามที่เกษตรอำเภอแจ้ง และต้องตรวจดูว่าชื่อและพื้นที่ที่ประกาศตรงกับของตนหรือไม่ หากพบว่าผิดพลาด ให้ทักท้วงกับเกษตรอำเภอตามวิธีที่กำหนด สอบถามเรื่องกำหนดเวลาและวิธีอุทธรณ์ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เพราะไม่มีข้อมูลทางการในชุดนี้

เอกสารและหลักฐานที่ควรถ่ายรูปเก็บไว้ (เชิงหลักการ)

ความช่วยเหลือต้องเป็นความเสียหายจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลักฐานที่คุณเก็บไว้เองจะช่วยให้การตรวจสอบง่ายขึ้นและลดข้อโต้แย้ง ต่อไปนี้เป็นหลักการทั่วไป ไม่ใช่รายการเอกสารที่หน่วยงานกำหนด

  • ภาพกว้างระบุตำแหน่ง ถ่ายให้เห็นสิ่งที่ยืนยันตำแหน่งได้ เช่น ถนน คันนา เสาไฟ หรือป้ายชื่อสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่โยงภาพกับแปลงที่ขึ้นทะเบียนได้
  • ภาพใกล้ของพืช ให้เห็นสภาพจริง เช่น ต้นข้าวถูกน้ำท่วมมิด ใบผักเน่า หรือไม้ผลยืนต้นที่รากแช่น้ำ ถ่ายเมื่อน้ำยังอยู่ถ้าทำได้
  • ภาพสภาพดิน หากมีตะกอน ทราย หรือดินทับถม ให้ถ่ายความหนาให้เห็นด้วยวัตถุเทียบขนาด เพราะกรณีที่ดินใช้ไม่ได้เป็นรายการขุดลอกที่มีอัตราแยก (16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่)
  • เก็บไฟล์ต้นฉบับ ที่มีวันเวลาในข้อมูลภาพ อย่าตัดต่อหรือแต่งภาพ
  • จดบันทึกสั้น ๆ เช่น วันที่น้ำเข้า วันที่น้ำลด ชนิดพืช ระยะการเติบโต
  • เก็บใบเสร็จปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ที่ซื้อในรอบนั้น เป็นหลักฐานประกอบว่าลงทุนจริง

ก่อนเก็บกวาดหรือไถกลบแปลง ให้ถามเกษตรอำเภอก่อนว่าต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพหรือไม่ การกวาดล้างเร็วเกินไปโดยไม่มีหลักฐานอาจทำให้ยืนยันความเสียหายยาก

จุดตัดสินใจ ถ้าเจอสถานการณ์เหล่านี้

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำ
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไปถามเกษตรอำเภอว่ากรณีของคุณมีทางออกหรือไม่ และอย่าเตรียมแผนการเงินโดยคิดว่าจะได้เงินตามต่อไร่ เพราะ DOAE ระบุว่าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยไม่ได้
ทะเบียนมี แต่พื้นที่ยังไม่ถูกประกาศเขตติดตามประกาศจังหวัดและอำเภอ แจ้งความเสียหายและเก็บหลักฐานไว้
ข้อมูลทะเบียนไม่ตรงกับพืชที่ปลูกจริงแจ้งเกษตรอำเภอก่อนยื่น กษ.01 และถามวิธีแก้ไข
ผู้รับรองไม่อยู่ถามเกษตรอำเภอว่าใครลงนามแทนได้
ชื่อหรือพื้นที่ในประกาศผลไม่ตรงกับของเราทักท้วงเกษตรอำเภอโดยเร็ว พร้อมหลักฐาน
เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ต้องการเงินหมุนเวียนระหว่างรอดูมาตรการสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นเงินกู้ ไม่ใช่เงินเยียวยา

ระหว่างรอเงิน มีทางเลือกอะไรบ้าง

ถ้าเป็นลูกค้าเกษตรกรของ ธ.ก.ส. ที่ประสบภัยปีบัญชี 2569/70 ธ.ก.ส. มีสินเชื่อฉุกเฉิน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท ใช้เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน ซ่อมบ้านหรือเครื่องมือ หรือทุนการผลิต และสินเชื่อฟื้นฟู/คุณภาพชีวิต ดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี วงเงินไม่เกินรายละ 500,000 บาท ชำระภายใน 15 ปี อัตรา MRR ให้ดูตามประกาศ ธ.ก.ส. ยื่นที่สาขาที่เป็นลูกค้า หรือโทร BAAC Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดเป็นเงินกู้ที่ต้องชำระคืน ควรคำนวณความสามารถชำระคืนก่อนตัดสินใจ และอย่าตัดสินใจกู้โดยนับเงินเยียวยาที่ยังไม่ได้รับเป็นแหล่งชำระ

นอกจากนี้ยังมีเงินช่วยเหลือครัวเรือนผ่านแอป "ทางรัฐ" ซึ่งกำหนดตามสภาพน้ำท่วมของครัวเรือน ตามที่รัฐบาลแจ้ง ณ 08.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนสะสม 851,547 ราย ใครที่ยังไม่ได้ทำให้ตรวจเงื่อนไขในประกาศอีกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รอให้น้ำลดหมดแล้วค่อยเริ่มเรื่องเอกสาร ทั้งที่ควรตรวจทะเบียนและเก็บหลักฐานระหว่างที่น้ำยังอยู่
  • คิดว่าไปขึ้นทะเบียนหลังท่วมได้ แล้วจะทัน ตามเงื่อนไขต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย
  • เชื่อว่าท่วมแล้วจะได้ทุกที่ โดยไม่เช็กว่าพื้นที่ถูกประกาศเขตหรือยัง
  • ปล่อยให้ข้อมูลทะเบียนไม่ตรงกับแปลงจริง แล้วมาพบปัญหาตอนประชาคม
  • ไม่ไปประชาคมและไม่ติดตามประกาศผล เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของหน่วยงาน ซึ่ง DOAE ระบุเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ
  • เก็บกวาดแปลงก่อนถ่ายรูป ทำให้หลักฐานหาย
  • ใช้ตัวเลขเก่า พ.ศ. 2564 หรือตัวเลขที่ได้ยินมาโดยไม่ตรวจ ในการวางแผนเงิน

สรุป

ขั้นตอนเยียวยาด้านพืชตาม DOAE คือ ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ.01 ที่เกษตรอำเภอโดยมีผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง แล้วเข้าประชาคมและติดตามผล ด่านที่ตัดสิทธิ์คือต้องขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย และพื้นที่ต้องถูกประกาศเขตโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานตั้งแต่ตอนน้ำยังอยู่ และถามเกษตรอำเภอในเรื่องที่ยังไม่มีข้อมูลทางการ เช่น เอกสารแนบ กำหนดเวลา และวันโอนเงิน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — เอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับประกาศ — "หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ลงนามปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 21 สิงหาคม 2569 ข้อ 5.1 อัตราด้านพืช (www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ประกาศ "หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ซึ่งเป็นที่มาของอัตราและเงื่อนไขด้านพืช
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) — หน้าข่าว doaenews.doae.go.th/archives/34053 ลงวันที่ 22/08/2569 ซึ่งระบุอัตราด้านพืชตรงกับเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ฉบับประกาศ และอธิบายขั้นตอนทะเบียนเกษตรกร แบบ กษ.01 และประชาคม
  • 📄เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (thaigov.go.th) — ข่าวเงินช่วยเหลือครัวเรือนผ่านแอป "ทางรัฐ" (thaigov.go.th/th/news/169722)
  • 📄ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) — มาตรการสินเชื่อช่วยเหลือลูกค้าเกษตรกรที่ประสบภัย (baac.or.th/news/baacfloodpolicy2026)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม 2569 ต้องทำกี่ขั้นตอน

ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรอธิบาย มี 3 ขั้นตอน คือ ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอพร้อมให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง แล้วเข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผลการตรวจสอบ

ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อนน้ำท่วม ยังยื่นขอได้ไหม

ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรระบุ ถ้าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ควรสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่ากรณีของคุณมีช่องทางอื่นหรือไม่ และตรวจสอบมาตรการอื่นที่ไม่ผูกกับทะเบียนเกษตรกร เช่น เงินครัวเรือนผ่านแอปทางรัฐ

พื้นที่ไม่ถูกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ จะทำอย่างไร

การประกาศเขตเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรกรไม่สามารถประกาศเองได้ ให้ติดตามประกาศจากจังหวัดหรืออำเภอ และแจ้งความเสียหายกับเกษตรอำเภอไว้ตามหลักการ แต่ยังไม่มีข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ว่าจังหวัดใดประกาศแล้ว ให้ตรวจสอบกับจังหวัดโดยตรง

ควรถ่ายรูปความเสียหายอย่างไร

ตามหลักการ ควรถ่ายรูปให้เห็นทั้งภาพกว้างที่ระบุตำแหน่งแปลง และภาพใกล้ของพืชที่เสียหาย ถ่ายตั้งแต่ตอนน้ำยังอยู่ และเก็บไฟล์ต้นฉบับที่มีวันเวลา ส่วนหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ต้องการจริงให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอ

ผู้ใหญ่บ้านหรือ อบต. ไม่อยู่ ลงนามรับรองได้ที่ใครอีก

ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่าผู้ให้การรับรองคือผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาล หากคนใดคนหนึ่งไม่อยู่ ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่าผู้ใดลงนามแทนได้ ไม่ควรให้ผู้อื่นลงนามโดยไม่มีอำนาจ

หลังประชาคมแล้ว เงินเข้าเมื่อไหร่

ยังไม่มีข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้เรื่องกำหนดวันโอนเงิน และยังไม่ยืนยันวันปิดรับเรื่อง ให้ติดตามประกาศผลตรวจสอบและสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ