คำตอบสั้น ๆ
เจ้าของบ่อปลาที่น้ำท่วมมักเจอคำถามแรกว่า "ปลาหลุดออกจากบ่อไปแล้ว จะเรียกค่าเสียหายได้อย่างไร" และคำถามที่สองว่า "ที่เลี้ยงปลาในกระชังกับที่เลี้ยงในบ่อ
คำตอบเร็ว: ความช่วยเหลือด้านประมงตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งแยกตามประเภทการเลี้ยง คือ สัตว์น้ำชั้นสูง (กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล) ได้ 12,350 บาท/ไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ การเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ได้ 4,890 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 5 ไร่ (นับเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) และการเลี้ยงกระชังหรือบ่อซีเมนต์ ได้ 390 บาท/ตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตร (ถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท จ่ายให้ 390 บาท) ทุกประเภทต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร (สมุดเล่มเขียว) และมีหลักฐานความเสียหายจริง ตัวเลขทั้งหมดมาจากเอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับประกาศ ข้อ 5.2 ควรยืนยันกับสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดก่อนยื่นเรื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569
เจ้าของบ่อปลาที่น้ำท่วมมักเจอคำถามแรกว่า "ปลาหลุดออกจากบ่อไปแล้ว จะเรียกค่าเสียหายได้อย่างไร" และคำถามที่สองว่า "ที่เลี้ยงปลาในกระชังกับที่เลี้ยงในบ่อดิน ได้ไม่เท่ากันหรือเปล่า" คำตอบของข้อสอง คือใช่ ประกาศแยกตามประเภทการเลี้ยง และหน่วยวัดก็ต่างกัน บ่อดินวัดเป็นไร่ ส่วนกระชังวัดเป็นตารางเมตร ถ้าเตรียมหลักฐานผิดหน่วยจะเสียเวลาแก้ไขภายหลัง
ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ คืออัตราช่วยเหลือด้านประมงในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารหลักเกณฑ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2569 ฉบับประกาศ ข้อ 5.2 ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมประมง ตัวเลขชุดอื่นที่อาจเห็นในข่าวหรือโพสต์เก่าเป็นอัตราของหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 ซึ่งถูกยกเลิกแล้ว อย่านำมาใช้
แยกให้ชัด: การเลี้ยงสามประเภทที่ประกาศมองต่างกัน
ประเภทที่หนึ่ง สัตว์น้ำชั้นสูง
หมายถึง กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ข้อ 5.2 อัตราช่วยเหลือคือ 12,350 บาท/ไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ ตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ข้อ 5.2 เหมาะกับผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ในพื้นที่เลี้ยงที่ถูกน้ำท่วม
ประเภทที่สอง เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน
เป็นการเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ดินที่ขุดหรือใช้งานร่วมกับการเกษตรอื่น เช่น ปลาในบ่อดิน ปลาในนาข้าว หรือสัตว์น้ำในร่องสวน ช่วยเหลือไม่เกินรายละ 5 ไร่ อัตราของกลุ่มนี้คือ 4,890 บาท/ไร่ โดยนับเฉพาะพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำจริง ไม่รวมพื้นที่ส่วนอื่นของแปลง ควรยืนยันอัตราและวิธีนับพื้นที่กับสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดอีกครั้ง
ประเภทที่สาม เลี้ยงในกระชังหรือบ่อซีเมนต์
เป็นการเลี้ยงในภาชนะหรือโครงสร้าง ไม่ใช่ดินธรรมชาติ ช่วยเหลือไม่เกิน 80 ตารางเมตร และหน่วยของกลุ่มนี้คือตารางเมตร ไม่ใช่ไร่ ดังนั้นหากคุณเลี้ยงกระชังหลายชุด ต้องวัดและบันทึกพื้นที่ผิวรวมของกระชังให้ชัด อัตราของกลุ่มนี้คือ 390 บาท/ตารางเมตร และถ้าคำนวณแล้วได้ต่ำกว่า 390 บาท จะจ่ายให้ 390 บาท ควรยืนยันอัตรากับสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดอีกครั้ง
ตารางเปรียบเทียบประเภทการเลี้ยง
| ประเภทการเลี้ยง | หน่วยที่ใช้คิด | เพดานตามหลักเกณฑ์ | อัตราบาท |
|---|---|---|---|
| สัตว์น้ำชั้นสูง (กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล) | ไร่ | ไม่เกิน 5 ไร่ | 12,350 บาท/ไร่ |
| เลี้ยงบ่อดิน นาข้าว ร่องสวน | ไร่ | ไม่เกินรายละ 5 ไร่ | 4,890 บาท/ไร่ (นับเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) |
| เลี้ยงกระชัง บ่อซีเมนต์ | ตารางเมตร | ไม่เกิน 80 ตร.ม. | 390 บาท/ตร.ม. (ถ้าคำนวณได้ต่ำกว่า 390 บาท จ่าย 390 บาท) |
ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างของหน่วยและเพดานในแต่ละประเภท ตัวอย่างการคำนวณอยู่ในหัวข้อถัดไป ส่วนยอดจริงให้ยืนยันกับประมงอำเภอหรือจังหวัด
ผังตัดสินใจ: ถ้าเลี้ยงแบบนี้ ให้ทำอย่างนี้
- ถ้าเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ให้เตรียมหลักฐานตามพื้นที่เลี้ยงเป็นไร่ แล้วตรวจกับประมงอำเภอว่าสัตว์น้ำของคุณถูกจัดเป็นสัตว์น้ำชั้นสูงตามประกาศหรือไม่ ก่อนคำนวณยอดด้วยอัตรา 12,350 บาท/ไร่
- ถ้าเลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ให้วัดพื้นที่เลี้ยงเป็นไร่ แล้วคำนวณด้วยอัตรา 4,890 บาท/ไร่ เพดานคือไม่เกินรายละ 5 ไร่ และสอบถามประมงอำเภอหรือจังหวัดเพื่อยืนยันอัตราจริง
- ถ้าเลี้ยงในกระชังหรือบ่อซีเมนต์ ให้วัดพื้นที่เป็นตารางเมตร รวมทุกชุด แล้วคำนวณด้วยอัตรา 390 บาท/ตารางเมตร เพดานคือไม่เกิน 80 ตารางเมตร และสอบถามประมงอำเภอหรือจังหวัดเพื่อยืนยันอัตราจริง
- ถ้าเลี้ยงหลายแบบในครัวเรือนเดียว ให้ถามประมงอำเภอว่าพื้นที่แต่ละประเภทนับแยกหรือรวม เราไม่มีข้อมูลที่ยืนยันเรื่องนี้
- ถ้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ให้สอบถามประมงอำเภอก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นเงื่อนไขที่ข่าวระบุ
- ถ้าไม่มีหลักฐานความเสียหายจริง เช่น ภาพถ่ายตอนน้ำท่วมบ่อ ให้เริ่มเก็บหลักฐานทันทีเท่าที่ยังทำได้ เช่น ภาพบ่อที่พังคันหรือกระชังที่เสียหาย
เงื่อนไขร่วมของทุกประเภท: ทะเบียนเกษตรกรและหลักฐานเสียหายจริง
ตามข่าวที่ตรงกันสองแหล่ง ผู้รับความช่วยเหลือด้านประมงต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร (สมุดเล่มเขียว) และมีหลักฐานความเสียหายจริง สองเงื่อนไขนี้ใช้กับทุกประเภทการเลี้ยง ในทางปฏิบัติ เจ้าของบ่อควรเช็กสมุดทะเบียนก่อนว่าข้อมูลพื้นที่เลี้ยงและชนิดสัตว์น้ำตรงกับการเลี้ยงจริงหรือไม่ หากเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดใหม่หรือขยายบ่อโดยไม่ได้ปรับปรุงทะเบียน ให้สอบถามประมงอำเภอว่าควรแก้ไขอย่างไร เพราะจากแนวทางของภาคเกษตรโดยรวม กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าผู้ที่ไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ เราไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่ากฎข้อนี้ใช้กับทะเบียนด้านประมงอย่างไรโดยเฉพาะ จึงต้องถามประมงอำเภอ
เก็บหลักฐานความเสียหายจริงให้ได้ผลสำหรับบ่อปลา
ความเสียหายของบ่อปลาต่างจากแปลงพืช เพราะสัตว์น้ำหลุดหายไปกับน้ำ หลักฐานจึงมักเป็นสภาพบ่อ ไม่ใช่ตัวสัตว์ ลองเก็บหลักฐานตามนี้
- ภาพคันบ่อที่ถูกน้ำล้น พัง หรือกัดเซาะ ถ่ายให้เห็นความกว้างของรอยแตกโดยมีวัตถุอ้างอิง
- ภาพบ่อที่น้ำจากภายนอกไหลท่วมจนระดับน้ำเสมอกับพื้นที่รอบ ๆ ให้เห็นว่าบ่อไม่อาจเก็บสัตว์น้ำได้
- ภาพกระชังที่ขาด หลุด หรือจมน้ำ รวมทั้งภาพโครงสร้างที่พังพร้อมวันที่
- สมุดบันทึกการเลี้ยง เช่น วันที่ปล่อยลูกพันธุ์ ชนิด และจำนวน ซึ่งช่วยยืนยันว่าบ่อมีสัตว์น้ำอยู่จริงก่อนเกิดเหตุ
- ใบเสร็จซื้อพันธุ์สัตว์น้ำหรืออาหาร ถ้าเก็บไว้
- ภาพแผนที่หรือพิกัดบ่อ และขนาดบ่อหรือกระชังที่วัดได้ เพื่อใช้เทียบกับเพดานไม่เกิน 5 ไร่ หรือ 80 ตารางเมตร
ตัวอย่างคำนวณสำหรับสัตว์น้ำชั้นสูง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ยอดที่จะได้รับจริง สมมติผู้เลี้ยงกุ้งทะเลมีพื้นที่เลี้ยงที่ได้รับความเสียหายจริงและผ่านเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว
| สถานการณ์สมมติ | วิธีคิด | ผลลัพธ์ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| พื้นที่ได้รับความเสียหาย 3 ไร่ | 3 × 12,350 | 37,050 บาท |
| พื้นที่เลี้ยง 8 ไร่ (เกินเพดาน) | คิดได้ไม่เกิน 5 ไร่ จึงเป็น 5 × 12,350 | 61,750 บาท |
ตัวอย่างแถวที่สองแสดงว่าเพดาน 5 ไร่ ตัดส่วนที่เกินออก ยอดจริงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เงื่อนไขเอกสาร และการยืนยันอัตราจากประมงอำเภอ ตัวอย่างข้างต้นเป็นของสัตว์น้ำชั้นสูง ส่วนบ่อดินและกระชังคิดตามตัวอย่างด้านล่าง
ตัวอย่างบ่อดินและกระชัง (สมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ยอดที่จะได้รับจริง)
| สถานการณ์สมมติ | วิธีคิด | ผลลัพธ์ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เลี้ยงปลาในบ่อดิน พื้นที่เลี้ยงเสียหาย 2 ไร่ | 2 × 4,890 | 9,780 บาท |
| เลี้ยงปลาในบ่อดิน พื้นที่เลี้ยง 7 ไร่ (เกินเพดาน) | คิดได้ไม่เกิน 5 ไร่ จึงเป็น 5 × 4,890 | 24,450 บาท |
| เลี้ยงปลาในกระชัง พื้นที่รวม 50 ตารางเมตร | 50 × 390 | 19,500 บาท |
| เลี้ยงปลาในกระชัง พื้นที่รวม 100 ตารางเมตร (เกินเพดาน) | คิดได้ไม่เกิน 80 ตารางเมตร จึงเป็น 80 × 390 | 31,200 บาท |
ตัวอย่างข้างต้นยังไม่รวมกรณีที่คำนวณแล้วต่ำกว่า 390 บาท ซึ่งตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ จะจ่ายให้ 390 บาท ยอดจริงขึ้นอยู่กับผลตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และการยืนยันจากประมงอำเภอหรือจังหวัด
ก่อนยื่นเรื่อง ควรยืนยันอัตรากับประมงอำเภออย่างไร
อัตราในบทความนี้มาจากเอกสารฉบับประกาศ แต่ยอดที่จ่ายจริงขึ้นกับผลตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ และข้อกำหนดอาจมีการปรับ ก่อนยื่นเรื่องจึงควรทำดังนี้
- จดว่าคุณเลี้ยงประเภทใดและพื้นที่เท่าใด
- ไปที่สำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด ยืนยันอัตราและเงื่อนไขที่ใช้จริงสำหรับประเภทนั้น
- ขอให้เจ้าหน้าที่ระบุอัตราลงในเอกสารหรือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าทำได้
- ติดตามประกาศผลการตรวจสอบและการประชาคมในพื้นที่
เงินช่วยเหลือครัวเรือนและเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เลี้ยงปลา
นอกเหนือจากความช่วยเหลือด้านประมง ครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมยังลงทะเบียนเงินช่วยเหลือผ่านแอป "ทางรัฐ" ตามที่รัฐบาลแจ้ง เริ่มตั้งแต่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. โดยที่อยู่อาศัยประจำน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน หรือท่วมขังไม่เกิน 7 วันแต่ทรัพย์สินเสียหาย ได้ครัวเรือนละ 9,000 บาท และถูกน้ำล้อม หรืออยู่อาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ดำรงชีวิตตามปกติไม่ได้ติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป ได้ครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับอุทกภัยที่เกิดช่วง 15 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 ได้ 1 ครั้งต่อครัวเรือน ในพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต เงินก้อนนี้เป็นของครัวเรือน ไม่ผูกกับประเภทหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ
สำหรับทุนฟื้นฟูบ่อ ธ.ก.ส. มีมาตรการสินเชื่อสำหรับลูกค้าเกษตรกรที่ประสบภัยในปีบัญชี 2569/70 คือ สินเชื่อฉุกเฉิน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท และสินเชื่อฟื้นฟู ดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี วงเงินไม่เกินรายละ 500,000 บาท ชำระภายใน 15 ปี ตามประกาศ ธ.ก.ส. ยื่นที่สาขาที่เป็นลูกค้า หรือสอบถามที่ BAAC Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้หน่วยไร่กับกระชัง ทั้งที่กระชังวัดเป็นตารางเมตร
- หยิบตัวเลขจากข่าวหรือโพสต์เก่ามาคำนวณ ทั้งที่อัตราของหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 ถูกยกเลิกแล้ว ให้ใช้ตัวเลขตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569
- คิดว่าพื้นที่เกินเพดาน 5 ไร่ ก็ยังได้ครบทั้งหมด
- เก็บกวาดบ่อหรือซ่อมคันบ่อก่อนถ่ายภาพความเสียหาย
- ลืมตรวจสมุดทะเบียนเกษตรกรว่าข้อมูลตรงกับการเลี้ยงปัจจุบันหรือไม่
- เข้าใจว่าเงินช่วยเหลือครัวเรือนผ่านแอป "ทางรัฐ" คือเงินชดเชยสัตว์น้ำ
- ไม่ถามว่าสัตว์น้ำของตนนับเป็น "สัตว์น้ำชั้นสูง" หรือไม่ จึงใช้อัตราผิดกลุ่ม
สรุป
ความช่วยเหลือด้านประมงแยกตามประเภทการเลี้ยง คือสัตว์น้ำชั้นสูง 12,350 บาท/ไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ บ่อดิน นาข้าว ร่องสวน 4,890 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 5 ไร่ และกระชังหรือบ่อซีเมนต์ 390 บาท/ตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตร โดยต้องมีทะเบียนเกษตรกรและหลักฐานความเสียหายจริง ควรยืนยันกับสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดก่อนวางแผน ข้อมูลเป็นไปตามประกาศที่อ้างอิง ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569
อ่านข่าวและข้อกำหนดด้านการเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ หมวดข่าว กฎหมาย มาตรฐานการเกษตร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- The Standard (thestandard.co) — ข่าวมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมอัตราด้านประมง ซึ่งเป็นแหล่งรอง (thestandard.co/agriculture-ministry-flood-aid-farmers/)
- สำนักประชาสัมพันธ์ (PRD) — ข่าวหลักเกณฑ์ช่วยเหลือด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (prd.go.th)
- กรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) — หลักการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและขั้นตอนขอรับความช่วยเหลือ (doaenews.doae.go.th/archives/34053)
- เว็บไซต์รัฐบาลไทย (thaigov.go.th) — เงินช่วยเหลือครัวเรือนผ่านแอป "ทางรัฐ" (thaigov.go.th/th/news/169722)
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) — มาตรการสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ประสบภัย (baac.or.th/news/baacfloodpolicy2026)
- กรมประมง (fisheries.go.th) — เอกสารหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการเกษตร พ.ศ. 2569 ข้อ 5.2 อัตราช่วยเหลือด้านประมง ลงนามเมื่อ 21 สิงหาคม 2569 (www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ทุเรียนส่งจีนถูกตรวจแคดเมียมและสี BY2 ชาวสวนต้องเตรียมอะไร
จีนให้ทุเรียนไทยแนบผลตรวจแคดเมียมและสี BY2 ก่อนส่งออก บทความนี้สรุปสิ่งที่ชาวสวนควบคุมได้ตั้งแต่ในสวนจนถึงล้ง พร้อมบอกว่าเรื่องไหนยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานทางการ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ปลูกกัญชาปี 2569 ต้องขออนุญาตอะไร และกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ปี 2569 กฎหมายกัญชามีทั้งส่วนที่ใช้อยู่แล้วและร่างที่ ครม. เพิ่งเห็นชอบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรมีผลแล้ว อะไรยังเป็นร่าง และเรื่องไหนต้องถามหน่วยงานโดยตรงก่อนลงมือปลูกหรือขาย
เงินช่วยเหลือชาวนาปี 2569/70 ใครได้บ้าง และตรวจสอบสิทธิ์อย่างไร
ไร่ละ 2,000 บาทสำหรับชาวนาปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่านการอนุมัติครบทุกขั้น บทความนี้แยกสิ่งที่ยืนยันแล้วกับสิ่งที่ยังไม่ประกาศ และบอกวิธีเตรียมทะเบียนเกษตรกรและบัญชี ธ.ก.ส. ไว้ล่วงหน้า
โครงการบ่อจิ๋วในไร่นา ใครสมัครได้และมีขั้นตอนอย่างไร
โครงการบ่อจิ๋วของกรมพัฒนาที่ดินให้เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์นอกเขตชลประทานสมัครผ่านสถานีพัฒนาที่ดิน ออกเงินสมทบ 2,500 บาทต่อบ่อ บทความนี้สรุปคุณสมบัติ ขั้นตอน และสิ่งที่ยังต้องถามหน่วยงาน
ปีเอลนีโญควรทำนาปรังรอบสองไหม หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย
รัฐบาลเคยแจ้งให้งดทำนาปรังรอบสองเมื่อ 4 พ.ค. 2569 แต่แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ฉบับทางการยังไม่พบ ณ ต.ค. 2569 บทความนี้ช่วยตัดสินใจด้วยข้อมูลน้ำและคำถาม 5 ข้อก่อนลงทุน
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง
ปี 2569/70 นบข. อนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรยืนยันแล้ว อะไรยังต้องถาม ธ.ก.ส. พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนเก็บข้าวในยุ้ง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

หนังสือเกษตร คู่มือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และปลากระชังเงินล้าน : สัตว์น้ำ ปลากระชัง การเลี้ยงปลา การเลี้ยงสัตว์น้ำ
ดูรายละเอียด
หนังสือ ราคา 150 บาท คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำและปลากระชัง...เงินล้าน : สัตว์น้ำ ปลากระชัง สัตว์และการเกษตร การเลี้ยงปลา
ดูรายละเอียด
อวนคลุมบ่อกันนก อวนปิดปากบ่อ บ่อผ้าใบ บ่อดิน เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ รุ่นเคลือบสารพิเศษกันแดด
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เลี้ยงบ่อดิน กระชัง และสัตว์น้ำชั้นสูง ต่างกันอย่างไรในเรื่องเงินช่วยเหลือ
ต่างกันที่หน่วยและเพดาน สัตว์น้ำชั้นสูงคิดเป็นไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ ที่ 12,350 บาท/ไร่ บ่อดิน นาข้าว ร่องสวน 4,890 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 5 ไร่ ส่วนกระชังหรือบ่อซีเมนต์คิดเป็นตารางเมตร 390 บาท/ตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตร ควรยืนยันอัตรากับประมงอำเภอหรือจังหวัดก่อนยื่นเรื่อง
สัตว์น้ำชั้นสูงหมายถึงอะไรบ้าง
ตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ข้อ 5.2 หมายถึง กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ถ้าคุณเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่ ให้ถามสำนักงานประมงอำเภอ
อัตราเงินช่วยเหลือบ่อดินและกระชังเท่าไหร่
ตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ข้อ 5.2 การเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ได้ 4,890 บาท/ไร่ นับเฉพาะพื้นที่เลี้ยง ไม่เกินรายละ 5 ไร่ ส่วนกระชังหรือบ่อซีเมนต์ได้ 390 บาท/ตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตร ถ้าคำนวณแล้วได้ต่ำกว่า 390 บาท จะจ่ายให้ 390 บาท ควรยืนยันกับสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดอีกครั้งก่อนยื่นเรื่อง
ต้องมีอะไรบ้างจึงจะขอรับความช่วยเหลือได้
ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร (สมุดเล่มเขียว) และมีหลักฐานความเสียหายจริง ตามที่ข่าวสองแหล่งรายงานตรงกัน รายการเอกสารเฉพาะที่ต้องยื่น ให้ยืนยันกับประมงอำเภอ
เลี้ยงปลาในนาข้าวจะนับเป็นประเภทไหน
ตามข่าว การเลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ช่วยเหลือไม่เกินรายละ 5 ไร่ แต่ถ้าคุณปลูกข้าวในนาเดียวกันด้วย ให้ถามเกษตรอำเภอและประมงอำเภอว่าความช่วยเหลือด้านพืชกับด้านประมงนับซ้ำหรือแยกกัน เพราะเราไม่มีข้อมูลเรื่องนี้
ธ.ก.ส. มีสินเชื่อสำหรับผู้เลี้ยงปลาที่ประสบภัยไหม
สำหรับลูกค้าเกษตรกรที่ประสบภัยในปีบัญชี 2569/70 มีสินเชื่อฉุกเฉิน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท และสินเชื่อฟื้นฟู วงเงินไม่เกินรายละ 500,000 บาท ชำระภายใน 15 ปี สอบถามที่ 02 555 0555
