ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ตัดทุเรียนวันไหนไม่ผิดกติกา วันเก็บเกี่ยวรายพันธุ์และเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้ง

ทุเรียนอ่อน กำหนดวันตัด ตรวจน้ำหนักแห้ง ปี 2569 ภาคตะวันออก กระดุม 20 มี.ค. ชะนี 10 เม.ย. หมอนทอง 20 เม.ย. เกณฑ์ 27/30/32% ตาม มกษ. 3-2567 พร้อมวิธีตรวจก่อนตัด

ตัดทุเรียนวันไหนไม่ผิดกติกา วันเก็บเกี่ยวรายพันธุ์และเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้ง

คำตอบสั้น ๆ

วันประกาศตัดทุเรียนปี 2569 แยกตามพันธุ์และภาค พร้อมเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งตาม มกษ. 3-2567 และวิธีตรวจก่อนตัดเพื่อไม่ให้เป็นทุเรียนอ่อน

คำตอบเร็ว: ปี 2569 ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) กำหนดวันเริ่มตัดไว้ 3 รอบ คือ กระดุม 20 มี.ค. ชะนีและพวงมณี 10 เม.ย. หมอนทองและก้านยาว 20 เม.ย. แต่วันประกาศเป็นแค่ "วันเร็วที่สุดที่ตัดได้" ผลที่จะตัดต้องผ่านเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งตาม มกษ. 3-2567 ด้วย คือ กระดุมทองไม่น้อยกว่า 27% ชะนีและพวงมณีไม่น้อยกว่า 30% หมอนทองและก้านยาวไม่น้อยกว่า 32% ถ้าต่ำกว่านี้ถือเป็นทุเรียนอ่อน แม้จะตัดหลังวันประกาศแล้วก็ตาม

ช่วงต้นเมษายนของทุกปี คำถามที่เจ้าหน้าที่เกษตรได้ยินบ่อยที่สุดจากสวนทุเรียนภาคตะวันออกคือ "ล้งมาถามแล้ว ตัดได้หรือยัง" ราคาต้นฤดูดึงใจให้อยากรีบ แต่ปีนี้การตรวจเข้มทั้งที่สวน ที่ด่าน และที่โรงคัดบรรจุ ถ้าตัดผิดจังหวะ ผลที่เสียไม่ได้มีแค่ราคาทุเรียนลอตนั้น แต่ลามไปถึงล้งที่รับซื้อและชื่อเสียงของทั้งจังหวัด บทความนี้ไม่ได้พูดเรื่องเอกสารส่งออกหรือการขึ้นทะเบียนสวน (เรื่องนั้นอ่านต่อได้ที่ ส่งออกทุเรียนไปจีน มาตรฐานและเอกสารที่ต้องเตรียม) แต่จะตอบคำถามเดียวให้ชัด คือ "วันไหนตัดได้ และต้องผ่านเกณฑ์อะไรก่อนตัด" ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

วันเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียนปี 2569 แยกตามพันธุ์และภาค

ภาพประกอบ วันเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียนปี 2569 แยกตามพันธุ์และภาค

จังหวัดเป็นผู้ประกาศวันเริ่มตัด โดยอิงข้อมูลการออกดอกและการตรวจตัวอย่างร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ ตัวเลขด้านล่างนี้มาจากข่าวที่อ้างการประกาศของจังหวัดและกระทรวงเกษตรฯ ในปี 2569

พื้นที่พันธุ์วันเริ่มเก็บเกี่ยว ปี 2569
ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด)กระดุม20 มีนาคม 2569
ภาคตะวันออกชะนี และพวงมณี10 เมษายน 2569
ภาคตะวันออกหมอนทอง และก้านยาว20 เมษายน 2569
ชุมพร ระนองหมอนทอง22 มิถุนายน 2569
พังงา กระบี่ สตูลหมอนทอง8 มิถุนายน 2569
สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรังหมอนทอง20 มิถุนายน 2569
พัทลุง สงขลาหมอนทอง5 กรกฎาคม 2569
ปัตตานี ยะลา นราธิวาสหมอนทอง21 กรกฎาคม 2569

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือวันประกาศเปลี่ยนทุกปี ตัวอย่างเช่นปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรเผยแพร่ประกาศของ 3 จังหวัดภาคตะวันออกไว้ว่า กระดุมและพวงมณีเริ่ม 10 มี.ค. ชะนี 20 มี.ค. และหมอนทอง 15 เม.ย. ซึ่งต่างจากปี 2569 ทั้งวันและการจัดกลุ่มพันธุ์ ดังนั้นห้ามจำตัวเลขของปีที่แล้วมาใช้ ทุกต้นฤดูให้เช็กประกาศจังหวัดของปีนั้นกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ส่วนภาคเหนือ (อุตรดิตถ์) และภาคอีสาน (ศรีสะเกษ) มีประกาศแยกของจังหวัด ซึ่งบทความนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ของปี 2569 ให้สอบถามสำนักงานเกษตรจังหวัดโดยตรง

วันประกาศไม่ใช่ใบอนุญาตตัดทั้งสวน

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือคิดว่าพอถึงวันที่ 20 เม.ย. หมอนทองทุกลูกในสวนตัดได้หมด ในความเป็นจริง วันประกาศคิดจากรุ่นดอกแรก ๆ ของพื้นที่ ถ้าสวนเราออกดอกช้า หรือมีหลายรุ่นในต้นเดียว รุ่นหลังยังอ่อนอยู่แน่ ๆ จุดที่ตัดสินจริงคือความแก่ของผลแต่ละรุ่น ซึ่งมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 3-2567 เรื่องทุเรียน กำหนดให้ดูจาก 3 อย่างร่วมกัน คือ ลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน และน้ำหนักเนื้อแห้ง

นับอายุจากวันดอกบาน

กรมวิชาการเกษตรเคยให้แนวทางไว้ (ข่าวเผยแพร่ช่วงต้นปี 2566) ว่าอายุผลขั้นต่ำนับจากดอกบานคือ กระดุมทองไม่น้อยกว่า 80 วัน ชะนีไม่น้อยกว่า 100 วัน และหมอนทองไม่น้อยกว่า 110 วัน ตัวเลขนี้เป็นขั้นต่ำ ไม่ใช่วันตัด สวนที่ทำงานเป็นระบบจะผูกป้ายสีหรือริบบิ้นตามรุ่นดอกบานไว้ตั้งแต่ช่วงดอกบาน พอถึงหน้าตัด แค่ดูสีป้ายก็รู้ว่ากิ่งไหนครบอายุ ใครไม่ได้ทำปีนี้ ปีหน้าให้เริ่มทำตั้งแต่ระยะดอกบาน เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยได้มากเวลาเจ้าหน้าที่หรือล้งถามว่าลูกนี้อายุเท่าไร

ลักษณะภายนอกของผลแก่ตามมาตรฐาน

  • ขั้วผลแข็งและสีเข้มกว่าปกติ จับแล้วรู้สึกสากมือ รอยต่อระหว่างขั้วผลกับก้านผล (ปลิง) บวมใหญ่ขึ้น
  • ปลายหนามแห้งสีน้ำตาล ร่องโคนหนามห่าง บีบปลายหนามเข้าหากันแล้วรู้สึกยืดหยุ่นมาก
  • เห็นรอยร่องโคนหนามเป็นแนวยาวสีน้ำตาลกลางพูชัดขึ้น (ยกเว้นพันธุ์ก้านยาว)
  • สีเปลือกเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นเขียวปนน้ำตาลหรือเขียวแกมเทา

ลักษณะภายในและจำนวนวันสุก

มาตรฐานระบุว่าหมอนทองที่แก่ เนื้อสีเหลืองอ่อน เมล็ดสีน้ำตาลปนครีม สุกเองตามธรรมชาติหลังตัดราว 6–9 วัน ชะนีเนื้อสีเหลือง เมล็ดสีน้ำตาลปนครีม สุกราว 4–5 วัน กระดุมทองเนื้อสีเหลือง เมล็ดสีน้ำตาล สุกราว 4–5 วัน มาตรฐานยังบอกไว้ด้วยว่าการจัดการแปลง สภาพอากาศ และละอองเกสรตัวผู้ ทำให้สีเนื้อ สีเมล็ด และวันสุกคลาดไปได้ จึงใช้ดูประกอบ ไม่ใช่ตัวตัดสินอย่างเดียว

เกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งรายพันธุ์ ตาม มกษ. 3-2567

ภาพประกอบ เกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งรายพันธุ์ ตาม มกษ. 3-2567

น้ำหนักเนื้อแห้ง (dry matter) คือสัดส่วนเนื้อที่เหลือหลังอบไล่น้ำออกหมด ยิ่งผลแก่ แป้งในเนื้อยิ่งสะสมมาก ค่านี้ยิ่งสูง เป็นตัวเลขที่วัดได้จริง ไม่ต้องเถียงกันด้วยการเคาะฟังเสียง มาตรฐานฉบับปี 2567 กำหนดไว้ดังนี้

พันธุ์น้ำหนักเนื้อแห้งขั้นต่ำ (% โดยมวล)วันเริ่มตัดภาคตะวันออก 2569
กระดุมทองไม่น้อยกว่า 27%20 มี.ค.
ชะนีไม่น้อยกว่า 30%10 เม.ย.
พวงมณีไม่น้อยกว่า 30%10 เม.ย.
หมอนทองไม่น้อยกว่า 32%20 เม.ย.
ก้านยาวไม่น้อยกว่า 32%20 เม.ย.

พันธุ์ที่ไม่มีเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้ง เช่น หลงลับแล หรือพันธุ์พื้นเมืองอื่น มาตรฐานให้พิจารณาความแก่จากลักษณะภายนอกและภายในแทน มาตรฐานฉบับนี้ใช้แทนฉบับเดิม (มกษ. 3-2556) ซึ่งเป็นฐานของประกาศวันตัดในปีก่อน ๆ ถ้าเจอเอกสารเก่าที่อ้างฉบับ 2556 ให้ยึดตัวเลขในฉบับ 2567 เป็นหลัก

วิธีตรวจน้ำหนักเนื้อแห้งที่มาตรฐานกำหนด

หลายสวนซื้อเครื่องชั่งกับไมโครเวฟมาลองเอง ซึ่งช่วยตัดสินใจเบื้องต้นได้ แต่ต้องทำให้ตรงวิธีของมาตรฐาน ไม่อย่างนั้นตัวเลขจะเพี้ยนและเข้าใจผิดว่าผ่าน มาตรฐานภาคผนวก ซ ระบุไว้ดังนี้

  1. ผ่าผลตามแนวขวาง ให้ชิ้นหนา 2.5 ซม. เลือกเฉพาะชิ้นจากส่วนกลางผล
  2. ตัดเนื้อจากทุกพูมาหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็กราว 1 x 1 x 5 มม. แล้วคลุกให้เข้ากัน (ห้ามเลือกเฉพาะพูที่ดูแก่)
  3. เกลี่ยเนื้อในภาชนะที่ชั่งน้ำหนักเปล่าไว้แล้ว ชั่งเนื้อ 10.0 กรัมต่อผลทันที ด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลที่ละเอียดอย่างน้อยทศนิยม 1 ตำแหน่ง
  4. วิธีอ้างอิงใช้ตู้อบลมร้อน 70 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 48 ชั่วโมง อบและชั่งจนน้ำหนักคงที่ ส่วนวิธีทางเลือกใช้ไมโครเวฟระดับความร้อนต่ำ ครั้งละ 2–3 นาที ชั่งซ้ำจนน้ำหนักคงที่ และเนื้อต้องไม่ไหม้ ถ้าใช้จานกระดาษต้องอบไล่ความชื้นจานก่อน
  5. คำนวณ น้ำหนักเนื้อแห้ง (%) = น้ำหนักหลังอบ ÷ น้ำหนักก่อนอบ × 100

ตัวอย่างการคำนวณ (สมมติ): ชั่งเนื้อหมอนทองก่อนอบ 10.0 กรัม อบจนคงที่เหลือ 3.4 กรัม ได้ 3.4 ÷ 10.0 × 100 = 34% ผ่านเกณฑ์ 32% ถ้าเหลือ 3.0 กรัม ได้ 30% ไม่ผ่าน ต้องรอ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประกอบวิธีคิดเท่านั้น ผลจริงขึ้นกับสวนและรุ่น

ประสบการณ์จากหน้าสวน: ลูกที่ใช้ตรวจควรมาจากรุ่นดอกเดียวกับที่ตั้งใจจะตัด และไม่ใช่ลูกที่ใหญ่หรือสวยที่สุดในต้น เพราะลูกที่ได้แดดดีมักแก่ก่อน ผลตรวจจะสูงเกินจริงกว่าทั้งรุ่น ถ้าตรวจแล้วค่าก้ำกึ่ง เช่น 31.5% สำหรับหมอนทอง ให้รออีกสัปดาห์แล้วตรวจซ้ำดีกว่าเสี่ยง

ขั้นตอนก่อนตัดในปี 2569 ที่สวนต้องทำ

ข่าวเปิดฤดูทุเรียนตะวันออกปี 2569 ระบุว่าเกษตรกรต้องนำตัวอย่างไปตรวจที่สำนักงานเกษตรอำเภอก่อนตัด ลอตที่ผ่านจะได้เอกสารรับรองผลตรวจไว้ใช้กำกับตอนขนส่งไปโรงคัดบรรจุ ลำดับงานที่ใช้ได้จริงในสวนคือ

  1. เช็กว่ารุ่นที่จะตัดครบอายุนับจากดอกบานตามป้ายที่ผูกไว้
  2. ดูลักษณะภายนอกครบทั้ง 4 ข้อด้านบน
  3. ตัดลูกตัวอย่างจากรุ่นนั้นไปตรวจน้ำหนักเนื้อแห้งตามจุดที่สำนักงานเกษตรอำเภอกำหนด
  4. เก็บเอกสารผลตรวจไว้ ส่งให้ล้งหรือคนขนส่งพร้อมผลผลิต
  5. ตัดเฉพาะรุ่นที่ผ่าน ห้ามตัดเหมารวมกิ่งอื่นที่ยังไม่ครบอายุ
  6. หลังตัดห้ามวางผลบนดินโดยตรง กรมวิชาการเกษตรเตือนไว้เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคผลเน่า

ถ้าสวนจะขายเข้าระบบส่งออก ให้เตรียมข้อมูลรหัสแปลงให้ตรงกับระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วย รายละเอียดอยู่ใน ระบบ QR Code ตรวจสอบย้อนกลับทุเรียนส่งออกจีน

ถ้าตรวจเจอทุเรียนอ่อน ใครโดนอะไร

ภาพประกอบ ถ้าตรวจเจอทุเรียนอ่อน ใครโดนอะไร

ช่วง 16 มี.ค.–7 เม.ย. 2569 กรมวิชาการเกษตรรายงานผ่านสื่อว่าสุ่มตรวจทุเรียนภาคตะวันออก 2,554 ตัวอย่าง ไม่ผ่านเกณฑ์ 162 ตัวอย่าง และอธิบดีกรมวิชาการเกษตรระบุว่าโรงคัดบรรจุที่พบทุเรียนอ่อนครั้งที่สองจะถูกพักใช้ใบอนุญาต (ขั้นต่ำ 30 วันถึง 90 วัน) และครั้งที่สามเพิกถอนใบอนุญาต ฝั่งชาวสวน ประกาศจังหวัดจันทบุรีย้อนหลัง (ปี 2566) เขียนชัดว่าการตัดก่อนกำหนด การไม่ส่งตัวอย่างตรวจ และการขนส่งหรือขายทุเรียนอ่อน จะถูกดำเนินมาตรการทางปกครองและทางกฎหมาย

อัตราโทษหรือค่าปรับที่ใช้กับชาวสวนรายบุคคลในปี 2569 ยังไม่พบประกาศตัวเลขชัดจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ขอระบุตัวเลข ให้ถามสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือที่ทำการปกครองจังหวัดของพื้นที่ตัวเอง สิ่งที่เห็นจริงในพื้นที่คือ ล้งที่เคยโดนตรวจเจอจะเลิกรับซื้อจากสวนต้นทาง และกดราคาสวนที่ไม่มีเอกสารผลตรวจ ซึ่งเจ็บกว่าค่าปรับในระยะยาว ใครอยากเข้าใจว่าทำไมตลาดกลางจันทบุรีถึงสำคัญกับการคุมคุณภาพ อ่านต่อที่ ทำไมทุเรียนภาคตะวันออกต้องผ่านตลาดกลางจันทบุรีก่อนส่งออก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตัดตามวันประกาศโดยไม่ตรวจ วันประกาศคือวันเร็วที่สุด ไม่ได้แปลว่ารุ่นของเราแก่แล้ว
  • เลือกลูกที่ดูแก่ที่สุดไปตรวจ ผลจะสูงเกินจริงกว่าทั้งรุ่น พอตัดทั้งรุ่นแล้วโดนสุ่มตรวจปลายทางกลับไม่ผ่าน
  • ไม่ได้ผูกป้ายรุ่นดอกบาน พอถึงหน้าตัดแยกรุ่นไม่ได้ ต้องใช้การเดาและเคาะฟังเสียงอย่างเดียว
  • ใช้ตัวเลขวันตัดของปีก่อน ปี 2566 กับ 2569 วันต่างกันชัดเจน ต้องเช็กประกาศใหม่ทุกปี
  • อบไมโครเวฟไฟแรงจนเนื้อไหม้ น้ำหนักหายมากกว่าน้ำจริง ตัวเลขเพี้ยน มาตรฐานกำหนดให้ใช้ไฟต่ำและห้ามไหม้
  • ยอมให้คนตัดของล้งตัดเหมาทั้งต้น ถ้ามีหลายรุ่นในต้นเดียว ต้องกำกับให้ตัดเฉพาะกิ่งที่ครบอายุ

สรุป

ปี 2569 ทุเรียนภาคตะวันออกเริ่มตัดกระดุม 20 มี.ค. ชะนีและพวงมณี 10 เม.ย. หมอนทองและก้านยาว 20 เม.ย. แต่ตัวตัดสินจริงคือความแก่ของผลแต่ละรุ่น ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้ง 27/30/32% ตาม มกษ. 3-2567 สวนที่ผูกป้ายรุ่นดอกบาน ตรวจตัวอย่างตามวิธีมาตรฐาน และเก็บเอกสารผลตรวจไว้ จะขายได้ไม่ติดขัดและไม่ทำให้ล้งที่รับซื้อเดือดร้อน วันประกาศเปลี่ยนทุกปี ให้เช็กกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนฤดูเสมอ และวางงานปีหน้าล่วงหน้าได้จาก ปฏิทินงานสวนทุเรียนรายเดือน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 3-2567 ทุเรียน — เกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งรายพันธุ์ ลักษณะผลแก่ และวิธีวิเคราะห์ (ไฟล์เผยแพร่ที่ https://www.agrithai.org/wp-content/uploads/2024/09/มาตรฐานสินค้าเกษตร-เรื่อง-ทุเรียน-มกษ.-3-2567.pdf)
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — ประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก 3 จังหวัด ปี 2566 พร้อมเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง https://www.doae.go.th/เช็กด่วน-ประกาศวันเก็บเ/
  • 📄เดลินิวส์ (13 มี.ค. 2569) — จันทบุรีประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียนปี 2569 แยกตามพันธุ์ https://www.dailynews.co.th/news/5683104/
  • 📄Spacebar — เปิดฤดูทุเรียนตะวันออกปี 69 เกณฑ์น้ำหนักแห้งและการส่งตัวอย่างตรวจที่เกษตรอำเภอ https://spacebar.th/business/economic-business-thai-eastern-durian
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ (10 เม.ย. 2569) — ผลสุ่มตรวจทุเรียนอ่อน 16 มี.ค.–7 เม.ย. 2569 และมาตรการพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาตโรงคัดบรรจุ https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/656288
  • 📄เดลินิวส์ (14 พ.ค. 2569) — วันเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทองภาคใต้ปี 2569 แยกกลุ่มจังหวัด https://www.dailynews.co.th/news/5860319/
  • 📄เรื่องเล่าข่าวเกษตร (ม.ค. 2566) — คำแนะนำกรมวิชาการเกษตร อายุผลนับจากดอกบานและข้อห้ามวางผลบนดิน https://www.agrinewsthai.com/economic-crops/47055
  • 📄เรื่องเล่าข่าวเกษตร (ม.ค. 2566) — ประกาศจังหวัดจันทบุรีปี 2566 และมาตรการทางปกครอง/กฎหมายกับทุเรียนอ่อน https://www.agrinewsthai.com/economic-crops/50808

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตัดหมอนทองภาคตะวันออกปี 2569 ได้ตั้งแต่วันไหน

ตั้งแต่ 20 เมษายน 2569 ตามประกาศที่สื่ออ้างจากจังหวัดจันทบุรีและกระทรวงเกษตรฯ และผลต้องมีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 32%

ตัดหลังวันประกาศแล้ว ถ้าน้ำหนักแห้งไม่ถึงเกณฑ์ยังผิดไหม

ผิด เพราะมาตรฐานถือว่าผลที่ต่ำกว่าเกณฑ์เป็นทุเรียนอ่อน วันประกาศเป็นแค่วันเริ่มต้นที่ตัดได้ ต้องผ่านทั้งวันและเกณฑ์คุณภาพ

พันธุ์หลงลับแลหรือพันธุ์พื้นเมืองใช้เกณฑ์น้ำหนักแห้งเท่าไร

มกษ. 3-2567 ไม่ได้กำหนดตัวเลขให้พันธุ์อื่นนอกจากหมอนทอง ชะนี กระดุมทอง ก้านยาว และพวงมณี พันธุ์อื่นให้ดูความแก่จากลักษณะภายนอกและภายใน และตรวจประกาศจังหวัดของพื้นที่ปลูก

ตรวจน้ำหนักแห้งเองด้วยไมโครเวฟใช้ได้ไหม

มาตรฐานรับรองไมโครเวฟเป็นวิธีทางเลือก ใช้ไฟต่ำ ครั้งละ 2–3 นาที จนน้ำหนักคงที่ แต่เอกสารที่ใช้กำกับการขนส่งให้ยึดผลตรวจตามจุดที่สำนักงานเกษตรอำเภอกำหนด

ทุเรียนภาคใต้ใช้เกณฑ์เดียวกับภาคตะวันออกไหม

เกณฑ์น้ำหนักแห้งใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ หมอนทองไม่น้อยกว่า 32% แต่วันเริ่มตัดต่างกันตามกลุ่มจังหวัด ปี 2569 เริ่มตั้งแต่ 8 มิ.ย. ถึง 21 ก.ค.

ล้งที่รับทุเรียนอ่อนโดนอะไร

กรมวิชาการเกษตรระบุว่าถ้าพบครั้งที่สองจะพักใช้ใบอนุญาต 30–90 วัน และครั้งที่สามเพิกถอนใบอนุญาต