ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ที่ดินเกษตรเสียภาษีเท่าไหร่ ใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าเป็นที่เกษตร

ที่ดินเกษตรเสียภาษีเท่าไหร่ อัตราตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2562 การยกเว้นสำหรับบุคคลธรรมดา เกณฑ์จำนวนต้นต่อไร่ และวิธีคัดค้านภายใน 30 วันเมื่อถูกประเมินผิดประเภท

ที่ดินเกษตรเสียภาษีเท่าไหร่ ใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าเป็นที่เกษตร

คำตอบสั้น ๆ

ที่ดินเกษตรกรรมเสียภาษีอัตราต่ำสุดตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ 2562 และบุคคลธรรมดาได้ยกเว้นฐานภาษี 50 ล้านบาทต่อ อปท. บทความนี้อธิบายอัตรา เกณฑ์จำนวนต้นต่อไร่ และขั้นตอนคัดค้านเมื่อถูกประเมินผิดประเภท

คำตอบเร็ว: ที่ดินที่ใช้ประกอบเกษตรกรรมเสียภาษีในอัตราต่ำที่สุดตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยเพดานอัตราตามกฎหมายอยู่ที่ร้อยละ 0.15 ของฐานภาษี ส่วนอัตราที่จัดเก็บจริงกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเริ่มต้นในระดับร้อยละ 0.01 สำหรับมูลค่าช่วงแรกและไต่ขึ้นตามมูลค่าที่ดิน ที่สำคัญคือ บุคคลธรรมดา ที่ใช้ที่ดินทำเกษตรกรรมได้รับยกเว้นฐานภาษีรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ทำให้เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ไม่ต้องจ่ายจริง ขณะที่นิติบุคคลไม่ได้รับยกเว้นส่วนนี้ ส่วนเกณฑ์ว่าเป็นที่เกษตรหรือไม่ ใช้ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดอัตราขั้นต่ำจำนวนต้นต่อไร่หรือการใช้ประโยชน์ของแต่ละกิจกรรมเป็นเกณฑ์

เรื่องที่ทำให้เจ้าของสวนหัวร้อนที่สุดคือ ได้รับใบแจ้งประเมินแล้วพบว่าที่ดินของตัวเองถูกจัดเป็น “ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์” ทั้งที่ปลูกมะม่วงอยู่เต็มแปลง เพราะจำนวนต้นต่อไร่ไม่ถึงเกณฑ์ หรือเพราะเจ้าหน้าที่สำรวจมาในช่วงที่เพิ่งตัดแต่งทรงพุ่ม ประเด็นนี้แก้ได้ แต่ต้องรู้ว่าต้องคัดค้านภายในกี่วันและใช้หลักฐานอะไร

อัตราภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรม

ภาพประกอบ อัตราภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรม

พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 แบ่งที่ดินเป็นสี่ประเภทหลัก คือ เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย ใช้ประโยชน์อื่น และที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ โดยที่ดินเกษตรกรรมได้อัตราต่ำที่สุด และที่ดินว่างเปล่าเสียแพงที่สุดพร้อมกลไกเพิ่มอัตราเมื่อปล่อยทิ้งร้างต่อเนื่องหลายปี นี่คือเหตุผลที่การถูกจัดประเภทผิดสร้างภาระเงินต่างกันหลายเท่าตัว

ประเด็นที่ดินเกษตรกรรมที่ดินว่างเปล่า/ไม่ได้ทำประโยชน์
เพดานอัตราตามกฎหมายไม่เกินร้อยละ 0.15 ของฐานภาษีเพดานสูงกว่าหลายเท่า และมีการเพิ่มอัตราเมื่อทิ้งร้างต่อเนื่อง
อัตราจัดเก็บจริงเริ่มที่ระดับร้อยละ 0.01 ในช่วงมูลค่าแรก แล้วไต่ขึ้นตามมูลค่าที่ดิน ตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับในปีนั้นอัตราสูงกว่าตั้งแต่ช่วงมูลค่าแรก
การยกเว้นสำหรับบุคคลธรรมดายกเว้นฐานภาษีรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อ อปท. แต่ละแห่งไม่มีการยกเว้นลักษณะนี้
กรณีนิติบุคคลไม่ได้รับยกเว้น 50 ล้านบาท เสียภาษีตั้งแต่บาทแรกตามอัตราเกษตรกรรมเสียตามอัตราที่ดินว่างเปล่า

ผลในทางปฏิบัติคือ เกษตรกรรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีที่ดินมูลค่าประเมินรวมในตำบลหนึ่งไม่ถึง 50 ล้านบาท มักได้รับแจ้งประเมินเป็นศูนย์บาทหรือจำนวนเล็กน้อย แต่ต้องย้ำว่าการยกเว้นนี้คิด แยกตาม อปท. แต่ละแห่ง ถ้ามีที่ดินกระจายหลายตำบลหลายอำเภอ แต่ละแห่งคิดวงยกเว้นของตัวเอง และฐานภาษีใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขายในตลาด

เกณฑ์อะไรตัดสินว่าเป็นที่ดินเกษตรกรรม

กฎหมายไม่ได้ให้ดูด้วยตาเปล่าว่ามีพืชอยู่หรือไม่ แต่อ้างอิงประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งกำหนดอัตราขั้นต่ำของการใช้ประโยชน์ไว้เป็นรายชนิดพืชและรายกิจกรรม โดยมีบัญชีแนบท้ายระบุจำนวนต้นต่อไร่ขั้นต่ำ ตัวอย่างแนวทางที่ใช้กันคือ

  • ไม้ผลยืนต้นทรงพุ่มใหญ่ เช่น ทุเรียน มะม่วง ลำไย มักกำหนดขั้นต่ำในระดับราวยี่สิบต้นต่อไร่
  • ยางพารา กำหนดขั้นต่ำในระดับหลายสิบต้นต่อไร่ เพราะปลูกถี่กว่าไม้ผล
  • ปาล์มน้ำมัน กำหนดขั้นต่ำในระดับยี่สิบต้นเศษต่อไร่
  • กล้วย ซึ่งปลูกถี่มาก กำหนดขั้นต่ำในหลักร้อยต้นต่อไร่
  • พืชล้มลุก นาข้าว พืชไร่ ผัก ใช้เกณฑ์การใช้ประโยชน์ของพื้นที่แทนการนับต้น
  • การเลี้ยงสัตว์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้เกณฑ์พื้นที่ต่อจำนวนสัตว์หรือพื้นที่บ่อ ตามบัญชีแนบท้าย

ตัวเลขจำนวนต้นต่อไร่ที่ถูกต้องต้องเปิดจากบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับที่ใช้บังคับอยู่ เพราะมีรายละเอียดรายชนิดพืชจำนวนมากและมีการปรับปรุงได้ ให้ขอดูได้ที่ อปท. หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ อย่าคำนวณจากตัวเลขที่จำต่อ ๆ กันมา

ข้อสังเกตจากพื้นที่จริงที่มีผลมาก คือแปลงผสมผสานแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ที่มีทั้งบ่อน้ำ แปลงผัก ไม้ผล และคันดิน มักถูกสำรวจแล้วตีความไม่ครบ เพราะแต่ละส่วนดูไม่ถึงเกณฑ์เมื่อแยกดู ทางแก้คือทำผังแปลงระบุพื้นที่แต่ละกิจกรรมพร้อมจำนวนต้น แล้วยื่นประกอบตั้งแต่ตอนสำรวจ ไม่ใช่รอตอนอุทธรณ์ และควรขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้เป็นหลักฐานประกอบ

เมื่อได้รับแจ้งประเมินผิดประเภทต้องทำอย่างไร

รอบภาษีของแต่ละปีมีจังหวะของมันอยู่ โดย อปท. จะแจ้งบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก่อน แล้วจึงแจ้งประเมินภาษี และกำหนดเวลาชำระในช่วงกลางปี ซึ่งอาจมีการขยายเวลาได้ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยในบางปี จุดสำคัญคือกรอบเวลาการคัดค้านเดินทันทีนับจากวันที่ได้รับแจ้ง ไม่ใช่นับจากวันครบกำหนดชำระ

  1. ตรวจบัญชีรายการที่ดินทันทีที่ อปท. ติดประกาศหรือส่งให้ ดูว่าประเภทการใช้ประโยชน์ เนื้อที่ และรายการสิ่งปลูกสร้างตรงความจริงหรือไม่ ขั้นนี้แก้ง่ายที่สุด
  2. ถ้าผิด ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขบัญชีรายการต่อผู้บริหารท้องถิ่น พร้อมหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายแปลง ผังแปลง ทะเบียนเกษตรกร ใบรับรองจากเกษตรอำเภอ ใบเสร็จค่าปัจจัยการผลิต และหลักฐานการขายผลผลิต
  3. กรณีได้รับใบแจ้งประเมินแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้อง ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง ซึ่งเป็นกรอบเวลาตามกฎหมาย
  4. ถ้าผลการพิจารณาไม่เป็นที่พอใจ ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากยังไม่พอใจจึงใช้สิทธิทางศาลต่อไป
  5. ระหว่างคัดค้าน ให้สอบถาม อปท. เรื่องการชำระภาษีไว้ก่อน เพราะการค้างชำระเกินกำหนดมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการที่เราคัดค้านถูกหรือผิด

เอกสารที่ช่วยให้เรื่องจบเร็วที่สุดจากประสบการณ์คือ ภาพถ่ายแปลงที่มีวันที่และเห็นจำนวนต้นชัด ผังแปลงที่ระบุเนื้อที่แต่ละกิจกรรม และทะเบียนเกษตรกรที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบัน สามอย่างนี้ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ได้เกือบทั้งหมด หากต้องการติดตามประกาศและการขยายเวลาชำระภาษีรายปี ดูเพิ่มได้ที่หมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตรวจบัญชีรายการที่ดินตอน อปท. ติดประกาศ แล้วมาโวยตอนได้ใบแจ้งประเมิน ซึ่งกรอบเวลาสั้นกว่ามาก
  • เข้าใจว่าปลูกอะไรก็ได้ถือเป็นที่เกษตร ทั้งที่มีเกณฑ์จำนวนต้นต่อไร่และการใช้ประโยชน์ขั้นต่ำกำกับอยู่
  • ปล่อยที่ดินรกร้างข้ามปี ซึ่งเข้าข่ายที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์และมีกลไกเพิ่มอัตราเมื่อทิ้งร้างต่อเนื่อง
  • คิดว่าการยกเว้น 50 ล้านบาทใช้ได้กับนิติบุคคลด้วย ทั้งที่กฎหมายให้เฉพาะบุคคลธรรมดา
  • รวมมูลค่าที่ดินทุกจังหวัดเข้าด้วยกันเอง ทั้งที่การยกเว้นคิดแยกตาม อปท. แต่ละแห่ง
  • ใช้ราคาซื้อขายจริงมาคำนวณภาษี แทนราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นฐานภาษีจริง
  • ไม่เก็บหลักฐานการทำเกษตร เช่น ใบเสร็จปุ๋ย ใบชั่งผลผลิต ทำให้ตอนคัดค้านไม่มีอะไรยืนยัน

สรุป

ที่ดินเกษตรกรรมเสียภาษีในอัตราต่ำที่สุดตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยมีเพดานร้อยละ 0.15 และอัตราจัดเก็บจริงเริ่มต้นระดับร้อยละ 0.01 ตามพระราชกฤษฎีกา ที่สำคัญกว่าอัตราคือการยกเว้นฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อ อปท. สำหรับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ไม่มีภาษีต้องชำระ ขณะที่นิติบุคคลไม่ได้รับสิทธิ์นี้ การจะถูกจัดเป็นที่เกษตรต้องผ่านเกณฑ์จำนวนต้นต่อไร่หรือการใช้ประโยชน์ขั้นต่ำตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย และหากได้รับแจ้งประเมินผิดประเภทต้องยื่นคัดค้านต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง พร้อมหลักฐานการทำเกษตรจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 — ประเภทที่ดิน เพดานอัตราภาษี การยกเว้นฐานภาษีสำหรับที่ดินเกษตรกรรมของบุคคลธรรมดา และกรอบเวลาคัดค้าน/อุทธรณ์การประเมิน
  • 📄ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม — บัญชีแนบท้ายกำหนดอัตราขั้นต่ำจำนวนต้นต่อไร่และการใช้ประโยชน์รายกิจกรรม
  • 📄กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ — บัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ใบแจ้งประเมิน กำหนดชำระภาษี และการรับคำร้องคัดค้าน
  • 📄กรมธนารักษ์ — ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งใช้เป็นฐานคำนวณภาษีแทนราคาซื้อขายในตลาด
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — ทะเบียนเกษตรกรและหนังสือรับรองการทำการเกษตร ซึ่งใช้เป็นหลักฐานประกอบการยืนยันการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

มีที่นา 15 ไร่ ต้องเสียภาษีที่ดินเท่าไหร่

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้ที่ดินทำเกษตรกรรมจริง จะได้รับยกเว้นฐานภาษีรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่นา 15 ไร่ในพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ต่ำกว่าวงเงินนี้มาก จึงมักไม่มีภาษีต้องชำระ อย่างไรก็ตามตัวเลขจริงขึ้นกับราคาประเมินของแปลงนั้น ให้สอบถามยอดประเมินกับเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่โดยตรง

ปลูกกล้วยไม่กี่กอในที่ดินเปล่า ถือเป็นที่เกษตรหรือไม่

โดยทั่วไปยังไม่ถือ เพราะประกาศหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมกำหนดอัตราขั้นต่ำของจำนวนต้นต่อไร่ไว้ และกล้วยเป็นพืชที่กำหนดจำนวนต้นขั้นต่ำต่อไร่ค่อนข้างสูงเพราะปลูกได้ถี่ การปลูกไม่กี่กอเพื่อเลี่ยงภาษีจึงมักถูกประเมินเป็นที่ดินว่างเปล่า ควรเปิดบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับปัจจุบันกับ อปท. เพื่อดูเกณฑ์ของพืชที่จะปลูกก่อนตัดสินใจ

ที่ดินอยู่คนละตำบล นับรวมวงเงินยกเว้นด้วยกันไหม

ไม่นับรวม เพราะการยกเว้นฐานภาษี 50 ล้านบาทสำหรับที่ดินเกษตรกรรมของบุคคลธรรมดาคิดแยกตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่ดินในเขต อบต. หนึ่งและอีกเขตหนึ่งจึงมีวงยกเว้นของตัวเอง แต่ถ้ามีหลายแปลงในเขตเดียวกันต้องรวมมูลค่ากันภายในเขตนั้น ให้ตรวจสอบยอดรวมรายเขตกับ อปท. เจ้าของพื้นที่

ได้รับใบแจ้งประเมินผิดประเภท ต้องคัดค้านภายในกี่วัน

ตามกฎหมายต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ดังนั้นอย่าเก็บซองไว้เฉย ๆ ให้เปิดอ่านและลงวันที่รับไว้ทันที เตรียมภาพถ่ายแปลง ผังแปลง ทะเบียนเกษตรกร และหลักฐานการขายผลผลิตไปยื่นพร้อมคำร้อง หากผลไม่เป็นที่พอใจจึงใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ระดับจังหวัดต่อไป

ปล่อยที่ดินว่างไว้ปีเดียวจะโดนอัตราที่ดินรกร้างเลยไหม

การจัดประเภทดูจากการใช้ประโยชน์จริงในปีภาษีนั้น ถ้าไม่มีการทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพก็เข้าข่ายที่ดินว่างเปล่าได้ตั้งแต่ปีนั้น และกฎหมายยังมีกลไกเพิ่มอัตราเมื่อปล่อยทิ้งร้างต่อเนื่องหลายปี ทางเลือกที่เจ้าของที่ดินใช้กันคือเริ่มทำเกษตรให้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ หรือให้ผู้อื่นเช่าทำการเกษตรพร้อมทำเอกสารให้ชัด แล้วแจ้งข้อมูลกับ อปท. ก่อนรอบสำรวจ

นิติบุคคลที่ทำฟาร์มได้รับยกเว้นภาษีเหมือนเกษตรกรรายย่อยไหม

ไม่ได้รับ การยกเว้นฐานภาษี 50 ล้านบาทสำหรับที่ดินเกษตรกรรมกฎหมายให้เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น นิติบุคคลที่ใช้ที่ดินทำเกษตรจะเสียภาษีตามอัตราประเภทเกษตรกรรมตั้งแต่มูลค่าแรก ซึ่งยังต่ำกว่าประเภทอื่นแต่ไม่ได้เป็นศูนย์ ผู้ที่วางแผนจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อทำฟาร์มควรคำนวณภาระส่วนนี้ไว้ล่วงหน้า