คำตอบสั้น ๆ
เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ใกล้ชุมชนเข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไหม เกณฑ์จำนวนตัวมาจากข้อบัญญัติท้องถิ่น พร้อมขั้นตอนขอใบอนุญาตกับ อบต. และเอกสารที่ต้องเตรียม
คำตอบเร็ว: การเลี้ยงสัตว์เป็นกิจการที่เข้าข่าย "กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ" ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ซึ่งจัดการเลี้ยงสัตว์ไว้ในกลุ่มที่ 1 แต่ตัวเลข "เลี้ยงกี่ตัวถึงต้องขออนุญาต" ไม่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ กฎหมายให้อำนาจ อบต. หรือเทศบาลออกข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติกำหนดเอง ตัวเลขที่พบบ่อยคือสุกรและโคกระบือตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไป และสัตว์ปีกตั้งแต่ 100 ตัวขึ้นไป จึงต้องขอดูข้อบัญญัติของท้องถิ่นที่ฟาร์มตั้งอยู่เป็นหลัก ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีและต้องต่อทุกปี
เรื่องนี้มักเริ่มเหมือนกันแทบทุกราย เลี้ยงหมูหลังบ้านห้าหกตัวมาสองปีไม่มีใครว่า พอเพิ่มเป็นยี่สิบตัว หน้าฝนมาน้ำจากคอกไหลลงร่องข้างถนน กลิ่นตีขึ้นตอนเย็น แล้ววันหนึ่งมีหนังสือจาก อบต. มาถึงบ้าน ระบุว่ามีผู้ร้องเรียนเหตุรำคาญและให้ไปพบเจ้าหน้าที่ คำถามแรกที่เจ้าของฟาร์มถามคือ "ผมเลี้ยงในที่ดินตัวเอง ทำไมต้องขออนุญาต" คำตอบคือกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้คุ้มครองที่ดิน แต่คุ้มครองสุขภาพของคนที่อยู่รอบ ๆ และผู้ที่มีอำนาจตัดสินไม่ใช่กรมปศุสัตว์ แต่คือเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งก็คือนายก อบต. หรือนายกเทศมนตรีในพื้นที่
กฎหมายที่ใช้และหน่วยงานที่มีอำนาจ
กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 โดยมี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานเจ้าของกฎหมายและเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสาธารณสุข ส่วนผู้ใช้อำนาจออกใบอนุญาต ออกคำสั่ง และสั่งหยุดกิจการคือ เจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้แก่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่นรูปแบบอื่นในเขตที่ฟาร์มตั้งอยู่
รายชื่อกิจการที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่ใน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ซึ่งแบ่งกิจการออกเป็น 13 กลุ่ม และกลุ่มที่ 1 คือกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ครอบคลุมทั้งการเพาะพันธุ์ การเลี้ยง และการอนุบาลสัตว์ รวมถึงกิจการเกี่ยวกับมูลสัตว์ หนังสัตว์ และซากสัตว์ในกลุ่มอื่น ๆ ประกาศฉบับนี้เป็นตัวบอกว่า "กิจการอะไรเข้าข่าย" เท่านั้น ไม่ได้บอกว่าต้องเลี้ยงกี่ตัว
ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงกฎหมายและประกาศฉบับปี 2535 แก้ไขถึงปี 2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2558 ซึ่งเป็นกรอบที่ใช้อยู่ ณ วันเขียน ส่วนรายละเอียดระดับพื้นที่เปลี่ยนได้ตลอด ก่อนลงทุนสร้างโรงเรือน ให้ขอดูข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติฉบับที่ใช้บังคับอยู่จริงกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่
เลี้ยงกี่ตัวถึงเข้าข่ายต้องขออนุญาต
นี่คือจุดที่ทำให้คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด เพราะคำตอบไม่ใช่ตัวเลขเดียวทั้งประเทศ กฎหมายกำหนดว่าราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อกำหนดประเภทกิจการที่ต้องควบคุมในเขตของตน รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียม ดังนั้น อบต. แห่งหนึ่งอาจกำหนดว่าเลี้ยงสุกรตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไปต้องขอใบอนุญาต ขณะที่เทศบาลตำบลข้างเคียงอาจกำหนดที่ 10 ตัว หรือกำหนดเป็นขั้นบันไดตามขนาดฝูง
ตัวเลขที่พบบ่อยในข้อบัญญัติของหลายท้องถิ่น ใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ สำหรับประเมินความเสี่ยงของตัวเองก่อนไปถามเจ้าหน้าที่
| ชนิดสัตว์ | เกณฑ์จำนวนที่พบบ่อยในข้อบัญญัติท้องถิ่น | ประเด็นที่ท้องถิ่นมักดูเพิ่ม |
|---|---|---|
| สุกร | ตั้งแต่ประมาณ 5 ตัวขึ้นไป บางแห่งแบ่งช่วง 5-50 ตัว และเกิน 50 ตัว คนละอัตราค่าธรรมเนียม | ระยะห่างจากบ้านเรือนข้างเคียงและแหล่งน้ำสาธารณะ ระบบบำบัดน้ำเสีย บ่อหมักมูล |
| โค กระบือ | ตั้งแต่ประมาณ 5 ตัวขึ้นไป | การจัดการมูลกองรวม น้ำล้างคอก แมลงวัน |
| ไก่ เป็ด และสัตว์ปีกอื่น | ตั้งแต่ประมาณ 100 ตัวขึ้นไป บางแห่งเริ่มที่ 50 ตัวสำหรับเขตชุมชนหนาแน่น | กลิ่นจากแกลบรองพื้น ฝุ่นขนไก่ การกำจัดซากและมูล |
| แพะ แกะ | ตั้งแต่ประมาณ 5-10 ตัวขึ้นไป | กลิ่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะแพะพ่อพันธุ์ ระยะห่างจากบ้าน |
| สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้า | ขึ้นกับข้อบัญญัติ บางแห่งกำหนดตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไปสำหรับการเพาะพันธุ์เพื่อขาย | เสียงรบกวน กลิ่น การจัดการของเสีย |
ย้ำอีกครั้งว่าตัวเลขในตารางนี้คือ "ตัวเลขที่พบบ่อย" ไม่ใช่ตัวเลขตามกฎหมายกลาง ห้ามใช้อ้างอิงกับเจ้าหน้าที่ วิธีที่ถูกต้องคือเดินเข้าไปที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ อบต. หรือเทศบาล แล้วขอสำเนา "ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ" หรือเทศบัญญัติชื่อทำนองเดียวกัน แล้วเปิดดูบัญชีท้ายข้อบัญญัติซึ่งจะระบุชนิดสัตว์ จำนวนตัว และอัตราค่าธรรมเนียมไว้เป็นข้อ ๆ
มีอีกสองจุดที่ต้องแยกให้ออก ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากท้องถิ่น เป็นคนละเรื่องกับการขึ้นทะเบียนฟาร์มหรือการขอรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP กับกรมปศุสัตว์ และเป็นคนละเรื่องกับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ฟาร์มขนาดกลางขึ้นไปมักต้องมีทั้งสามอย่าง ใครกำลังเตรียมยื่นขอมาตรฐานฟาร์มควบคู่กัน ลองไล่ความพร้อมก่อนด้วย แบบประเมินความพร้อม GAP
ขั้นตอนยื่นขอใบอนุญาตกับ อบต. หรือเทศบาล
- สอบถามและขอดูข้อบัญญัติก่อน ที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม บอกชนิดสัตว์และจำนวนที่จะเลี้ยง เจ้าหน้าที่จะบอกได้ทันทีว่าเข้าข่ายหรือไม่ และต้องใช้เอกสารอะไร
- ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามแบบที่ข้อบัญญัติกำหนด พร้อมเอกสารประกอบ ควรยื่นก่อนเริ่มประกอบกิจการ เพราะกฎหมายห้ามประกอบกิจการก่อนได้รับใบอนุญาต
- เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่ เจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะลงพื้นที่ดูสภาพจริง ทั้งระยะห่างจากบ้านข้างเคียง ทิศทางลม ระบบรองรับน้ำเสีย จุดกองมูล และการจัดการซากสัตว์
- พิจารณาและแจ้งผล พระราชบัญญัติการสาธารณสุขกำหนดกรอบเวลาให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วน ถ้ามีเงื่อนไขให้แก้ไขก่อน เจ้าหน้าที่จะแจ้งเป็นหนังสือ
- ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต แล้วติดแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบกิจการ
- ต่ออายุทุกปี ใบอนุญาตตามกฎหมายฉบับนี้มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออก ต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ถ้ายื่นหลังหมดอายุ กฎหมายกำหนดให้ต้องชำระค่าปรับเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนค่าธรรมเนียม
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีขอในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
- เอกสารสิทธิ์ที่ดิน เช่น สำเนาโฉนดหรือ น.ส.3 ก. หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของที่ดินพร้อมสำเนาบัตรของเจ้าของ
- แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งฟาร์ม ระยะห่างจากบ้านเรือนใกล้เคียง ถนน และแหล่งน้ำสาธารณะ
- แบบแปลนโรงเรือนหรือผังคอก พร้อมตำแหน่งบ่อบำบัดหรือบ่อพักน้ำเสียและจุดกองมูล
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร กรณีมีสิ่งปลูกสร้างที่เข้าข่ายตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- สำเนาทะเบียนเกษตรกรหรือทะเบียนฟาร์มของกรมปศุสัตว์ ถ้ามี ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพการจัดการฟาร์มชัดขึ้น
- รูปถ่ายสถานที่ปัจจุบัน 4-6 รูป ทั้งภายในคอกและมุมกว้างรอบแปลง
ค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขเดียวทั้งประเทศเช่นกัน แต่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติของแต่ละท้องถิ่น ภายใต้เพดานที่กฎกระทรวงกำหนด และมักแปรตามขนาดกิจการ เช่น แบ่งช่วงจำนวนสัตว์เป็นขั้นบันได ฟาร์มรายย่อยในหลายพื้นที่อยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อปี ให้สอบถามอัตราจริงจากกองสาธารณสุขหรือกองคลังของ อบต. หรือเทศบาลที่ฟาร์มตั้งอยู่ ค่าธรรมเนียมนี้เป็นต้นทุนคงที่รายปีที่ควรใส่ไว้ในบัญชีฟาร์มตั้งแต่แรก ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายจร รวมเข้าไปในโครงสร้างต้นทุนได้ผ่าน เครื่องคำนวณต้นทุนเลี้ยงสัตว์
ถูกร้องเรียนเรื่องกลิ่นและน้ำเสีย ต้องทำอะไรก่อนถูกสั่งหยุดกิจการ
กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่น และแมลงวัน เข้าข่าย "เหตุรำคาญ" ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งเป็นคนละหมวดกับเรื่องใบอนุญาต หมายความว่าแม้มีใบอนุญาตครบ ถ้าก่อเหตุรำคาญก็ยังถูกสั่งแก้ไขได้ และในทางกลับกัน ฟาร์มที่ไม่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตเพราะเลี้ยงน้อย ก็ยังถูกสั่งเรื่องเหตุรำคาญได้เหมือนกัน
ลำดับที่กฎหมายเปิดทางให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการ โดยทั่วไปไล่จากเบาไปหนัก
- รับเรื่องร้องเรียนแล้วส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่
- ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ก่อเหตุระงับเหตุรำคาญหรือปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่ง
- ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการเองแล้วเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ก่อเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมาย
- กรณีเป็นกิจการที่มีใบอนุญาตและยังฝ่าฝืน มีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สั่งได้ครั้งละไม่เกิน 15 วัน และถ้ายังไม่แก้ไขอีก สามารถสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
- ผู้ได้รับคำสั่งมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง โดยยื่นผ่านเจ้าพนักงานท้องถิ่น และการอุทธรณ์ไม่ทำให้คำสั่งนั้นหยุดผลบังคับโดยอัตโนมัติ
จุดที่ฟาร์มรายย่อยมักแพ้ตัวเองคือ ปล่อยให้ถึงขั้นที่ 3 เพราะคิดว่าหนังสือฉบับแรกเป็นแค่การเตือน ความจริงคือหนังสือฉบับแรกคือคำสั่งที่มีกำหนดเวลา และเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเจ้าของฟาร์มรับทราบแล้วแต่ไม่แก้ไข
สิ่งที่ควรทำภายใน 7 วันแรกหลังได้รับหนังสือ
- ไปพบเจ้าหน้าที่ตามนัด และขอสำเนาคำสั่งพร้อมรายละเอียดว่าข้อร้องเรียนคืออะไร วัดจากจุดไหน และต้องแก้ไขให้เสร็จเมื่อไร อย่าให้เรื่องเดินโดยที่เราไม่ได้ให้ข้อมูล
- ทำแผนแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุงาน วันที่จะทำเสร็จ และผู้รับผิดชอบ ยื่นเข้า อบต. เพื่อให้เข้าแฟ้มเรื่อง แผนที่เขียนชัดช่วยให้เจ้าหน้าที่ขยายเวลาให้ได้ง่ายกว่าการรับปากด้วยวาจา
- ถ่ายรูปก่อนและหลังทุกจุดที่แก้ ลงวันที่กำกับ ใช้เป็นหลักฐานยืนยันการปฏิบัติตามคำสั่ง
- หยุดจุดที่เห็นชัดที่สุดก่อน ปิดทางน้ำจากคอกที่ไหลลงร่องสาธารณะภายในวันเดียวด้วยการทำคันดินและบ่อพักชั่วคราว นี่คือประเด็นที่เจ้าหน้าที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด เพราะกระทบแหล่งน้ำสาธารณะ
- คุยกับเพื่อนบ้านที่ร้องเรียน ด้วยตัวเอง บอกแผนที่จะทำและกรอบเวลา หลายเรื่องจบที่ขั้นนี้ เพราะผู้ร้องมักต้องการให้ปัญหาหาย ไม่ได้ต้องการให้ฟาร์มปิด
มาตรการลดกลิ่นและน้ำเสียที่ทำได้จริงในฟาร์มรายย่อย
- เก็บมูลแห้งออกจากคอกทุกวันแทนการฉีดน้ำล้างคอกทั้งหมด เพราะการล้างน้ำเปลี่ยนของเสียแห้งให้กลายเป็นน้ำเสียปริมาณมากที่ต้องบำบัดต่อ
- แยกร่องน้ำฝนออกจากร่องน้ำเสียของคอก ไม่ให้น้ำฝนจากหลังคาไหลผ่านคอกแล้วพาของเสียลงที่สาธารณะ
- ทำบ่อพักและบ่อหมักแบบไร้อากาศต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2-3 บ่อ ให้น้ำล้นจากบ่อสุดท้ายลงแปลงพืชอาหารสัตว์หรือแปลงหญ้าในที่ดินตัวเอง ไม่ปล่อยออกนอกแปลง
- กองมูลต้องมีหลังคาคลุมกันฝนชะ และกลับกองทุก 7-10 วันเพื่อให้ย่อยสลายแบบใช้อากาศ กองที่ชื้นแฉะและไม่มีการกลับกองคือแหล่งกลิ่นและแมลงวันหลัก
- โรยวัสดุดูดซับ เช่น แกลบหรือขี้เลื่อย ในจุดที่ชื้นประจำ และใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
- ปลูกแนวไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มหนาด้านที่ลมพัดไปหาบ้านข้างเคียง ช่วยกระจายกลิ่นและบังสายตา ใช้เวลาโต 1-2 ปี จึงควรเริ่มปลูกตั้งแต่วันแรกที่สร้างฟาร์ม ไม่ใช่รอถูกร้องเรียนก่อน
- เลือกเวลาทำงานที่สร้างกลิ่นแรง เช่น ขนมูลหรือล้างบ่อ ในช่วงสายถึงบ่ายที่อากาศยกตัว หลีกเลี่ยงช่วงเย็นที่ลมนิ่งและกลิ่นลอยต่ำเข้าหาบ้านคน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าที่ดินเป็นของตัวเองจึงไม่ต้องขออนุญาต กรรมสิทธิ์ที่ดินไม่เกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบกิจการ กฎหมายควบคุมที่ตัวกิจการและผลกระทบต่อคนรอบข้าง
- ใช้ตัวเลขจำนวนสัตว์จากอินเทอร์เน็ตมาอ้างกับเจ้าหน้าที่ เกณฑ์จริงอยู่ในข้อบัญญัติของท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งต่างกันได้แม้อยู่คนละตำบลติดกัน
- สร้างโรงเรือนเสร็จแล้วค่อยไปถาม ทำให้แก้ยากมากเมื่อเจอปัญหาระยะห่างจากบ้านข้างเคียงหรือทิศทางลม ควรไปถามตั้งแต่ตอนเลือกจุดวางโรงเรือน
- ลืมต่ออายุใบอนุญาต ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี การยื่นหลังหมดอายุทำให้ต้องเสียค่าปรับเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งเตือนล่วงหน้า 45 วันไว้ในโทรศัพท์
- ไม่เก็บหลักฐานการแก้ไข ทำไปแล้วแต่ไม่มีรูปถ่ายหรือบันทึก เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจรอบสองจึงพิสูจน์ไม่ได้ว่าทำตามคำสั่งแล้ว
- ตอบโต้ผู้ร้องเรียนด้วยอารมณ์ ทำให้เรื่องบานปลายจากเหตุรำคาญกลายเป็นข้อพิพาทส่วนตัวที่จบยากขึ้นมาก
- เข้าใจว่ามาตรฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ใช้แทนใบอนุญาตท้องถิ่นได้ เป็นคนละระบบและคนละหน่วยงาน ต้องมีทั้งคู่ตามที่แต่ละฉบับกำหนด
ใครกำลังวางแผนขยายฝูงหรือย้ายจุดสร้างโรงเรือน ควรอ่านประกอบกับเรื่องกฎหมายและมาตรฐานอื่นในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน และดูแนวทางการจัดการฟาร์มในหมวด เลี้ยงสัตว์
สรุป
การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าใกล้ชุมชนอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้การเลี้ยงสัตว์เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จำนวนตัวที่ทำให้เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตไม่ได้กำหนดไว้เป็นตัวเลขเดียวทั้งประเทศ เพราะมาจากข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบัญญัติของแต่ละพื้นที่ ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดจึงได้จากการถามกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ อบต. หรือเทศบาลที่ฟาร์มตั้งอยู่ ก่อนลงทุนสร้างโรงเรือน ควรยื่นขออนุญาตให้เรียบร้อยและวางระบบจัดการกลิ่นกับน้ำเสียไว้ตั้งแต่ต้น เพราะการแก้ปัญหาหลังถูกร้องเรียนมีต้นทุนสูงกว่ามาก และควรตรวจสอบข้อบัญญัติ อัตราค่าธรรมเนียม และเอกสารประกอบคำขอฉบับล่าสุดกับสำนักงานท้องถิ่นเสมอ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม — กฎหมายหลักเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเหตุรำคาญ
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 — ประกาศที่ระบุให้การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าอยู่ในกลุ่มกิจการที่ต้องควบคุม
- องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่ — ผู้ออกข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติกำหนดประเภท จำนวนสัตว์ และอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข — หน่วยงานที่ให้คำแนะนำด้านสุขลักษณะและการจัดการเหตุรำคาญจากการเลี้ยงสัตว์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กลอนประตู กลอนหางปลา กลอนคอกหมู กลอนติดเล้าหมู ตัวล็อค กรงแมว สุนัข หมู ราคาถูก
ดูรายละเอียด
กลอนประตูหมู ลูกบิดประตู กลอนหางปลา ล็อกประตู ตัวล็อคประตูหมู กลอน สุนัข หมู คอกหมู
ดูรายละเอียด
1 ชิ้น กลอนหางปลา กลอนประตูหมู ตัวล็อคกรงแมว กลอนเล้าหมู กลอนประตู กลอนหางปลา ตัวล็อค กรงแมว สุนัข หมู กลอนคอกหมู
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เลี้ยงไก่ไว้กินเองในบ้านต้องขออนุญาตไหม
โดยทั่วไปการเลี้ยงสัตว์จำนวนน้อยเพื่อบริโภคในครัวเรือนมักไม่เข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเกณฑ์มุ่งไปที่การเลี้ยงเพื่อการค้า แต่ถ้ากลิ่นหรือน้ำเสียรบกวนเพื่อนบ้าน เจ้าพนักงานท้องถิ่นยังมีอำนาจสั่งให้แก้ไขในฐานะเหตุรำคาญได้ ควรสอบถามเกณฑ์ที่ใช้จริงกับ อบต. หรือเทศบัญญัติในพื้นที่
จำนวนตัวที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตกำหนดไว้เท่าไร
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ทั้งประเทศ เพราะกฎหมายให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติกำหนดเอง ตัวเลขที่พบบ่อยในหลายพื้นที่คือสุกรและโคกระบือระดับไม่กี่ตัวขึ้นไป และสัตว์ปีกระดับหลักร้อยตัวขึ้นไป แต่ต้องยืนยันกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ อบต. หรือเทศบาลที่ฟาร์มตั้งอยู่เท่านั้น
ใบอนุญาตมีอายุเท่าไร และต่ออายุอย่างไร
ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยทั่วไปมีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออก และต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ หากยื่นล่าช้าจะมีค่าปรับเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ควรจดวันหมดอายุไว้และเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน
ถูกเพื่อนบ้านร้องเรียนเรื่องกลิ่น จะโดนสั่งปิดเลยไหม
โดยทั่วไปเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน ถ้าไม่แก้ไขจึงจะใช้มาตรการที่หนักขึ้นตามลำดับ เช่น พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต การตอบสนองเร็วและมีหลักฐานการแก้ไขจึงสำคัญมาก
ยื่นขออนุญาตแล้วต้องรอนานไหม
เมื่อยื่นคำขอพร้อมเอกสารครบ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะตรวจสอบสถานที่และแจ้งผลภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารไม่ครบหรือสถานที่ต้องปรับปรุง ระยะเวลาจะยืดออกไป แนะนำให้นัดเจ้าหน้าที่ดูพื้นที่ตั้งแต่ก่อนสร้างโรงเรือนเพื่อลดการแก้ไขย้อนหลัง
