คำตอบสั้น ๆ
แยกให้ชัดว่าพาราควอตกับไกลโฟเซตอยู่ตรงไหนของกฎหมายไทย ทั้งชนิดวัตถุอันตราย ปีที่ประกาศมีผล บทลงโทษกรณีครอบครอง และทางเลือกคุมวัชพืชที่ใช้แทนได้
คำตอบเร็ว: พาราควอตถูกยกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 แปลว่าห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และห้ามมีไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด ส่วนไกลโฟเซตยังเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ใช้ได้แต่ถูกจำกัดการใช้ตามมาตรการที่ออกในปี 2562 สถานะเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ด้วยประกาศฉบับใหม่ ก่อนซื้อหรือใช้ทุกครั้งควรตรวจสอบสถานะล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตร
คำถามนี้ยังวนกลับมาทุกฤดูฝน เพราะร้านบางแห่งยังพูดถึงพาราควอตเหมือนเป็นของที่หาซื้อได้ปกติ ขณะที่เกษตรกรอีกกลุ่มเข้าใจว่าไกลโฟเซตถูกแบนไปพร้อมกันแล้ว ความจริงคือสารสองตัวนี้อยู่คนละสถานะทางกฎหมายโดยสิ้นเชิง และความเข้าใจผิดในเรื่องนี้มีราคาที่ต้องจ่ายจริง เพราะการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 บทความนี้จะแยกให้ชัดว่าสารแต่ละตัวอยู่ตรงไหนของกฎหมาย มีโทษอย่างไร และมีทางเลือกคุมวัชพืชอะไรบ้างที่ใช้แทนได้
ระบบวัตถุอันตรายของไทยแบ่งเป็น 4 ชนิด
ก่อนจะตอบว่าสารตัวไหนใช้ได้ ต้องเข้าใจโครงของกฎหมายก่อน พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แบ่งวัตถุอันตรายออกเป็น 4 ชนิด โดยชนิดที่สูงขึ้นหมายถึงการควบคุมที่เข้มขึ้น สำหรับวัตถุอันตรายทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ส่วนบัญชีรายชื่อว่าสารใดอยู่ชนิดใดออกเป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
| ชนิด | ระดับการควบคุม | ความหมายในทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกร |
|---|---|---|
| ชนิดที่ 1 | ควบคุมน้อยที่สุด | ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี |
| ชนิดที่ 2 | ต้องแจ้งดำเนินการ | ผู้ประกอบการต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการ |
| ชนิดที่ 3 | ต้องขออนุญาต | ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองต้องได้รับใบอนุญาต สารกำจัดศัตรูพืชที่ขายในร้านทั่วไปส่วนใหญ่อยู่ในชนิดนี้ ผู้ใช้ปลายทางใช้ได้ตามฉลาก |
| ชนิดที่ 4 | ห้ามโดยเด็ดขาด | ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และห้ามมีไว้ในครอบครอง แม้แต่ขวดเก่าที่เหลือค้างในโรงเก็บก็ถือเป็นการครอบครอง |
จุดที่เกษตรกรมักพลาดคือคำว่า มีไว้ในครอบครอง ในชนิดที่ 4 ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายอย่างเดียว ขวดที่ซื้อมาก่อนกฎหมายมีผลแล้วเก็บไว้ในโรงเก็บปุ๋ยจนถึงวันนี้ ก็ยังนับเป็นการครอบครอง การเก็บไว้เพราะเสียดายของจึงเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่ไม่คุ้มกับราคาของที่เหลือ
พาราควอต สถานะปัจจุบันคือวัตถุอันตรายชนิดที่ 4
พาราควอตถูกยกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา ในประกาศฉบับเดียวกันนี้ คลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่เคยใช้กันแพร่หลาย ก็ถูกยกระดับเป็นชนิดที่ 4 พร้อมกัน
สิ่งที่ตามมาในทางปฏิบัติมีสามข้อ
- ซื้อขายไม่ได้ ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่ยังขายอยู่ถือว่าทำผิดกฎหมาย ถ้าพบเห็นสามารถแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรได้
- ครอบครองไม่ได้ รวมถึงของเก่าที่เหลือจากฤดูก่อน ๆ ช่วงที่ประกาศมีผลใหม่ ๆ ทางราชการเปิดให้ส่งคืนสารคงเหลือผ่านช่องทางที่กำหนด ปัจจุบันถ้ายังพบของเหลืออยู่ในมือ ควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อสอบถามวิธีส่งมอบที่ถูกต้อง อย่าเทลงดินหรือลงแหล่งน้ำ และอย่าฝังเอง
- ผลผลิตที่ตรวจพบสารนี้มีปัญหาแน่นอนเรื่องการรับซื้อ เพราะเป็นสารที่ไม่มีการใช้อย่างถูกกฎหมายในประเทศแล้ว การตรวจพบจึงตีความได้ทางเดียวว่ามาจากการใช้ที่ผิดกฎหมาย
ที่สำคัญคือต้องระวังสารที่ขายแบบไม่มีฉลากภาษาไทยหรือฉลากลอกเลียน ซึ่งพบได้ตามแนวชายแดนและในการขายผ่านช่องทางออนไลน์บางแห่ง สินค้าเหล่านี้อาจมีพาราควอตเป็นสารสำคัญโดยไม่แจ้ง ผู้ซื้อที่ไม่รู้ก็ยังตกอยู่ในสถานะครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 อยู่ดี วิธีป้องกันที่ตรงที่สุดคือซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาต ขอใบเสร็จทุกครั้ง และตรวจเลขทะเบียนวัตถุอันตรายบนฉลากกับกรมวิชาการเกษตร
ไกลโฟเซต ยังใช้ได้แต่เป็นสารที่ถูกจำกัดการใช้
ไกลโฟเซตไม่ได้ถูกยกระดับเป็นชนิดที่ 4 พร้อมพาราควอต ยังคงสถานะเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ซึ่งผลิต นำเข้า และจำหน่ายได้โดยผู้ได้รับใบอนุญาต และเกษตรกรใช้ได้ตามฉลากที่ขึ้นทะเบียน แต่ตั้งแต่มาตรการจำกัดการใช้ที่ออกในปี 2562 เป็นต้นมา การใช้ไกลโฟเซตมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต่างจากสารกำจัดวัชพืชทั่วไป โดยสาระสำคัญของมาตรการชุดนั้นประกอบด้วย
- จำกัดพืชที่อนุญาตให้ใช้ โดยกำหนดไว้เฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล
- ผู้ซื้อและผู้ใช้ต้องผ่านการอบรมหรือการทดสอบความรู้ และต้องแจ้งพื้นที่ปลูกพร้อมปริมาณที่ต้องการใช้ ร้านจำหน่ายจะขายให้ตามปริมาณที่สอดคล้องกับพื้นที่จริง
- ร้านจำหน่ายต้องบันทึกข้อมูลการขาย ทั้งชื่อผู้ซื้อ ปริมาณ และพื้นที่ใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ร้านขอบัตรประชาชนและเอกสารสิทธิ์ที่ดิน
- ห้ามใช้ในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงบริเวณแหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อที่มักถูกละเลยเวลาฉีดพ่นริมคลองส่งน้ำหรือริมถนน
สำหรับคนที่ถามว่าสรุปแล้วไกลโฟเซตยังซื้อได้จริงไหม คำตอบคือได้ ถ้าซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาต ปลูกพืชที่อยู่ในรายการที่กำหนด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการอบรมและการแจ้งพื้นที่ แต่คำตอบนี้ผูกกับประกาศและมาตรการที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงได้ด้วยประกาศฉบับใหม่ ก่อนวางแผนการใช้ในฤดูถัดไป ให้ตรวจสอบสถานะและเงื่อนไขล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอเสมอ
บทลงโทษถ้าครอบครองหรือใช้สารที่ถูกยกเลิก
โทษของการฝ่าฝืนเรื่องวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยมาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษเพื่อการศึกษาวิจัยตามที่กำหนด และบทกำหนดโทษในมาตรา 74 ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
| พฤติการณ์ | สถานะทางกฎหมาย | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| มีขวดพาราควอตเหลือค้างในโรงเก็บ | เข้าข่ายมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 | ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อสอบถามวิธีส่งมอบ ห้ามเททิ้งหรือฝังเอง |
| ซื้อสารไม่มีฉลากภาษาไทยจากผู้ขายออนไลน์ | เสี่ยงได้สารต้องห้ามโดยไม่รู้ตัว และอาจเป็นสินค้าปลอม | ซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาต ขอใบเสร็จ และตรวจเลขทะเบียนวัตถุอันตรายบนฉลาก |
| ใช้ไกลโฟเซตในพืชที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด | ขัดเงื่อนไขการจำกัดการใช้และขัดกับฉลาก | เปลี่ยนไปใช้สารที่ขึ้นทะเบียนตรงกับพืชนั้น หรือใช้วิธีจัดการวัชพืชแบบไม่ใช้สาร |
| พ่นไกลโฟเซตริมคลองส่งน้ำหรือพื้นที่สาธารณะ | ขัดเงื่อนไขเรื่องพื้นที่ห้ามใช้ | ใช้การตัดหรือคลุมดินในแนวริมน้ำแทน และเว้นแนวกันชนจากขอบน้ำ |
ตัวเลขโทษข้างต้นอ้างอิงจากตัวบทที่ใช้อยู่ ณ วันที่เขียน กฎหมายและอัตราโทษแก้ไขได้ด้วยกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ถ้ากำลังเผชิญกรณีจริง ควรตรวจสอบตัวบทฉบับล่าสุดและปรึกษาพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรก่อนดำเนินการ
ทางเลือกคุมวัชพืชที่ใช้แทนได้
คำถามที่ตามมาเสมอคือถ้าไม่ใช้สารที่คุ้นเคยแล้วจะคุมวัชพืชอย่างไรให้ต้นทุนไม่บาน คำตอบที่ใช้ได้จริงคือไม่มีสารตัวเดียวมาแทนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ต้องประกอบหลายวิธีเข้าด้วยกันตามช่วงเวลาของพืช แนวทางที่หน่วยงานส่งเสริมของรัฐแนะนำแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม
วิธีกลและวิธีเขตกรรม
- ตัดหญ้าแทนการฉีดในสวนยางและสวนปาล์ม โดยเน้นตัดก่อนวัชพืชออกดอกเพื่อลดเมล็ดที่ตกลงดินในรอบถัดไป แนวทางนี้ยังช่วยรักษาความชื้นผิวดินในหน้าแล้ง
- คลุมดินด้วยวัสดุในไร่ เช่น ทางปาล์ม ใบอ้อยที่เหลือจากการตัดสด ฟางข้าว หรือเศษหญ้าที่ตัด ชั้นคลุมที่หนาพอจะบังแสงจนเมล็ดวัชพืชงอกได้น้อยลง
- ไถกลบและเตรียมดินให้ทันช่วง โดยเว้นระยะให้วัชพืชงอกขึ้นมาชุดหนึ่งก่อนแล้วจึงไถกลบ เป็นการลดธนาคารเมล็ดในดินก่อนปลูกจริง
- ปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่ว ในสวนยางและสวนปาล์มช่วงที่ทรงพุ่มยังไม่ปิด ซึ่งช่วยทั้งคุมวัชพืชและเพิ่มไนโตรเจนให้ดิน
- ปลูกให้ทรงพุ่มปิดเร็ว ด้วยระยะปลูกและการจัดการธาตุอาหารที่เหมาะสม เพราะร่มเงาของพืชหลักคือเครื่องมือคุมวัชพืชที่ถูกที่สุด
สารกำจัดวัชพืชที่ยังขึ้นทะเบียนถูกต้อง
ยังมีสารกำจัดวัชพืชอีกหลายชนิดที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมวิชาการเกษตรและใช้ได้ตามฉลาก ทั้งกลุ่มที่ใช้ก่อนวัชพืชงอกและกลุ่มที่ใช้หลังงอก การเลือกต้องดูสามอย่างพร้อมกันคือพืชของคุณต้องอยู่ในตารางคำแนะนำบนฉลาก ชนิดวัชพืชเป้าหมายต้องตรงกัน และช่วงเวลาที่ใช้ต้องถูกตามที่ฉลากระบุ ให้ขอคำแนะนำจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่หรือสำนักงานของกรมวิชาการเกษตรก่อนเปลี่ยนสาร และอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงเป็นหลักเสมอ บทความนี้ไม่ให้คำแนะนำเรื่องอัตราการใช้
การวางแผนต้นทุนเมื่อเปลี่ยนวิธี
การเปลี่ยนจากการฉีดมาเป็นการตัดและคลุมดินมักย้ายต้นทุนจากค่าสารไปเป็นค่าแรงและค่าน้ำมัน ต้นทุนรวมต่อไร่จึงอาจไม่ต่างกันมากอย่างที่กลัว แต่โครงสร้างต้นทุนเปลี่ยนไป และผลที่ได้กลับคืนมาคือความเสี่ยงทางกฎหมายที่หายไป กับสถานะการรับรองมาตรฐานที่รักษาไว้ได้ ลองจดต้นทุนจริงของทั้งสองวิธีในแปลงเดียวกันสักหนึ่งฤดูก่อนตัดสินใจถาวร โดยบันทึกไว้ที่ สมุดบันทึกฟาร์ม และประเมินความพร้อมด้านเอกสารเพื่อขอการรับรองด้วย แบบเช็กความพร้อม GAP ข่าวสารด้านกฎหมายและมาตรฐานเพิ่มเติมดูได้ในหมวด ข่าวสาร กฎหมาย และมาตรฐาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าไกลโฟเซตถูกแบนไปพร้อมพาราควอต ทั้งที่อยู่คนละชนิดตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ทำให้เลือกวิธีคุมวัชพืชผิดไปจากที่ควรเป็น
- เก็บขวดเก่าไว้เพราะเสียดายของ ซึ่งเข้าข่ายการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยไม่ได้ตั้งใจ
- เชื่อคำบอกของร้านโดยไม่ดูฉลาก ทั้งที่ชื่อการค้าเปลี่ยนได้ แต่ชื่อสามัญและเลขทะเบียนบนฉลากคือข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนได้
- ซื้อสารราคาถูกผิดปกติจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งเสี่ยงทั้งได้สารต้องห้ามและได้สินค้าปลอมที่ไม่มีข้อมูลระยะปลอดภัยรองรับ
- เททิ้งสารที่เหลือลงดินหรือลงแหล่งน้ำ เพื่อกำจัดของ ซึ่งสร้างปัญหาการปนเปื้อนที่ร้ายแรงกว่าเดิมและยังเป็นความผิดในตัวเอง
- พ่นสารริมคลองส่งน้ำหรือพื้นที่สาธารณะ โดยไม่รู้ว่าเป็นพื้นที่ที่มาตรการจำกัดการใช้ห้ามไว้
- ยึดข้อมูลจากบทความหรือคลิปเก่าเป็นหลัก ทั้งที่สถานะทางกฎหมายของสารเปลี่ยนได้ด้วยประกาศฉบับใหม่ ต้องตรวจสอบกับกรมวิชาการเกษตรก่อนทุกฤดู
สรุป
พาราควอตกับไกลโฟเซตอยู่คนละสถานะทางกฎหมาย พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 จึงห้ามทั้งซื้อขายและครอบครอง โดยมีโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ส่วนไกลโฟเซตยังเป็นชนิดที่ 3 ที่ใช้ได้ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้ตั้งแต่ปี 2562 ทั้งเรื่องพืชที่อนุญาต การอบรมผู้ใช้ และพื้นที่ห้ามใช้ ทางออกระยะยาวสำหรับสวนและไร่คือการประกอบวิธีกล วิธีเขตกรรม และสารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเข้าด้วยกัน สถานะทางกฎหมายเหล่านี้เปลี่ยนได้ด้วยประกาศฉบับใหม่ ก่อนซื้อหรือใช้ทุกครั้งให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 — การกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563
- พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 — การแบ่งชนิดวัตถุอันตราย ข้อห้ามตามมาตรา 43 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 74
- กรมวิชาการเกษตร — ทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร มาตรการจำกัดการใช้ไกลโฟเซต และการตรวจสอบสถานะปัจจุบันของสารแต่ละชนิด
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน การใช้พืชคลุมดิน และการคลุมดินด้วยวัสดุเหลือใช้ในแปลง
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
![[คลา] จอบขนาดเล็กสําหรับขุดดินจอบสวนจอบการเกษตรเครื่องมือทําฟาร์มกลางแจ้งในครัวเรือนสําหรับการปลูกผักและดอกไม้ [ไทย]](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F41055123226.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_F2oBEV47oB6RoBVzqn188zWoDYP2)
[คลา] จอบขนาดเล็กสําหรับขุดดินจอบสวนจอบการเกษตรเครื่องมือทําฟาร์มกลางแจ้งในครัวเรือนสําหรับการปลูกผักและดอกไม้ [ไทย]
ดูรายละเอียด
BDGF ที่เก็บของในครัวแบบพกพาอาหารขนมขบเคี้ยวบิดซีลรูปซีลซีลซีลหนีบเครื่องมือพลาสติกอุปกรณ์ครัวถุงอาหารคลิป ไทย
ดูรายละเอียด
ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน อุปกรณ์พรวนดิน อุปกรณ์จัดสวน อุปกรณ์เกษตร น้ำหนักเบา
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
พาราควอตยังซื้อได้ไหม
ไม่ได้ พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 จึงห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และห้ามมีไว้ในครอบครอง ร้านที่ยังขายอยู่ถือว่าทำผิดกฎหมาย และควรตรวจสอบสถานะล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรเสมอ
ไกลโฟเซตยังใช้ได้ไหม
ยังใช้ได้ เพราะยังเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไม่ได้ถูกยกระดับเป็นชนิดที่ 4 พร้อมพาราควอต แต่อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้ที่ออกในปี 2562 ซึ่งกำหนดพืชที่ใช้ได้ กำหนดให้ผู้ซื้อผ่านการอบรมและแจ้งพื้นที่ปลูก และห้ามใช้ในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่สาธารณะ ควรยืนยันเงื่อนไขปัจจุบันกับกรมวิชาการเกษตรก่อนซื้อ
ยังมีพาราควอตเหลือในโรงเก็บ ต้องทำอย่างไร
อย่าใช้และอย่าเททิ้งเองโดยเด็ดขาด เพราะการมีไว้ในครอบครองเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เพื่อสอบถามวิธีส่งมอบที่ถูกต้อง การเทลงดินหรือลงแหล่งน้ำสร้างปัญหาการปนเปื้อนที่แก้คืนได้ยากกว่ามาก
โทษของการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 หนักแค่ไหน
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 43 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 และมาตรา 74 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อัตราโทษแก้ไขได้ด้วยกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบตัวบทฉบับล่าสุดหากเผชิญกรณีจริง
มีอะไรใช้แทนได้บ้างสำหรับคุมหญ้าในสวนยางและสวนปาล์ม
แนวทางที่ใช้ได้จริงคือประกอบหลายวิธีเข้าด้วยกัน ทั้งการตัดหญ้าก่อนออกดอก การคลุมดินด้วยทางปาล์มหรือเศษวัสดุในสวน การปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่วช่วงทรงพุ่มยังไม่ปิด และการใช้สารกำจัดวัชพืชที่ยังขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลาก ควรขอคำแนะนำการเลือกสารจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ก่อนเปลี่ยน
