คำตอบสั้น ๆ
ทบก.01 คือแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกรที่ใช้ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลรายปี บทความนี้สรุปข้อมูลที่ต้องกรอก เอกสารแนบ ขั้นตอนยื่น และสิทธิ์ที่ใช้ทะเบียนเป็นเงื่อนไข
คำตอบเร็ว: ทบก.01 คือแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร ใช้สำหรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรครั้งแรกและใช้ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนในทุกปีการผลิต ยื่นได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงตั้งอยู่ ข้อมูลที่ต้องกรอกมีสามกลุ่มหลัก คือข้อมูลหัวหน้าครัวเรือนและสมาชิกที่ช่วยทำการเกษตร ข้อมูลแปลงแต่ละแปลงพร้อมการถือครองที่ดิน และข้อมูลกิจกรรมการผลิตว่าปลูกอะไร เนื้อที่เท่าไร ปลูกวันไหน คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเมื่อไร เอกสารแนบพื้นฐานคือบัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐานการถือครองที่ดิน เช่น เอกสารสิทธิ์ สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน ประโยชน์ของการมีทะเบียนคือเป็นเงื่อนไขตั้งต้นของสิทธิ์และโครงการช่วยเหลือของรัฐหลายเรื่อง เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรและโครงการสนับสนุนของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งนี้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละโครงการเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายรายปี ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมส่งเสริมการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนยื่น
เวลามีข่าวโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ประโยคที่ตามมาเสมอคือ "ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรก่อน" แล้วคนที่ไม่เคยยื่นก็จะเจอชื่อแบบฟอร์มที่ฟังแล้วงงว่าคืออะไร นั่นคือ ทบก.01 ปัญหาที่พบบ่อยไม่ใช่การกรอกยาก แต่เป็นการไปถึงสำนักงานเกษตรอำเภอแล้วเอกสารไม่ครบจนต้องกลับไปเอาใหม่ หรือกรอกเนื้อที่กับวันปลูกไม่ตรงกับความจริงจนข้อมูลไม่ผ่านการตรวจสอบ บทความนี้อธิบายว่าแบบฟอร์มนี้ใช้ทำอะไร ต้องกรอกอะไรบ้าง ต้องแนบอะไร และทะเบียนเกษตรกรไปเกี่ยวข้องกับสิทธิ์อะไรบ้าง
ทบก.01 คือแบบฟอร์มอะไร และใครต้องใช้

ทบก.01 เป็นแบบคำร้องที่ใช้แจ้งข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรเข้าสู่ระบบทะเบียนเกษตรกรซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรดูแล ตัวแบบฟอร์มทำหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือใช้ขึ้นทะเบียนครั้งแรกสำหรับครัวเรือนที่ยังไม่เคยมีข้อมูลในระบบ อย่างที่สองคือใช้ปรับปรุงข้อมูลในปีการผลิตถัดไป เพราะทะเบียนเกษตรกรไม่ใช่เอกสารที่ทำครั้งเดียวจบ ข้อมูลชนิดพืช เนื้อที่ และวันปลูกเปลี่ยนทุกปี ถ้าไม่ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สถานะในระบบจะไม่สะท้อนการผลิตจริง และอาจทำให้เสียสิทธิ์ในโครงการที่ใช้ข้อมูลปีการผลิตปัจจุบันเป็นเกณฑ์
อีกเรื่องที่ทำให้สับสนบ่อยคือการแยกว่าใครขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานไหน เพราะทะเบียนเกษตรกรด้านพืชอยู่กับกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนผู้เลี้ยงสัตว์และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีระบบทะเบียนของกรมปศุสัตว์และกรมประมงแยกต่างหาก ครัวเรือนที่ทำหลายอย่างพร้อมกันจึงอาจต้องขึ้นทะเบียนมากกว่าหนึ่งที่
| ลักษณะการผลิต | หน่วยงานที่ดูแลทะเบียน | จุดที่ติดต่อ |
|---|---|---|
| ปลูกพืช ทำไร่ ทำสวน ทำนา รวมถึงแมลงเศรษฐกิจตามที่กำหนด | กรมส่งเสริมการเกษตร | สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงตั้งอยู่ |
| เลี้ยงสัตว์ เช่น โค สุกร ไก่ แพะ | กรมปศุสัตว์ | สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัด |
| เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ | กรมประมง | สำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด |
| ทำหลายอย่างในครัวเรือนเดียว | ขึ้นทะเบียนกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | สอบถามเกษตรอำเภอเพื่อไล่รายการให้ครบ |
ข้อมูลที่ต้องกรอกในแบบ ทบก.01
โครงของแบบฟอร์มไล่จากข้อมูลคนไปสู่ข้อมูลที่ดินและข้อมูลการผลิต ถ้าเตรียมข้อมูลสามกลุ่มนี้ไปจากบ้านจะกรอกเสร็จภายในเวลาไม่นาน
| ส่วนของแบบฟอร์ม | ข้อมูลที่ต้องเตรียม | สิ่งที่มักตกหล่น |
|---|---|---|
| ข้อมูลหัวหน้าครัวเรือน | ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เบอร์โทรที่ติดต่อได้จริง | เบอร์โทรเก่าที่ใช้ไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไม่ได้เมื่อข้อมูลมีปัญหา |
| ข้อมูลสมาชิกในครัวเรือน | รายชื่อสมาชิกที่ร่วมทำการเกษตรและความเกี่ยวข้องกับหัวหน้าครัวเรือน | ลืมใส่สมาชิกที่เป็นเจ้าของแปลงคนละแปลงกับหัวหน้าครัวเรือน |
| ข้อมูลที่ดินและการถือครอง | ที่ตั้งแปลงรายแปลง เนื้อที่ ประเภทเอกสารสิทธิ์ และสถานะว่าเป็นที่ของตนเอง ที่เช่า หรือที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ | แจ้งเนื้อที่รวมแบบเหมารวมทุกแปลง ทั้งที่ต้องแยกรายแปลง |
| ข้อมูลกิจกรรมการผลิต | ชนิดพืชและพันธุ์ เนื้อที่ปลูกของแต่ละชนิด วันที่ปลูก และวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว | ใส่วันปลูกคร่าว ๆ จากความจำ ทำให้ช่วงเก็บเกี่ยวคลาดเคลื่อน |
| ข้อมูลประกอบอื่น | แหล่งน้ำที่ใช้ การเข้าร่วมกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกร และรายได้จากการเกษตรโดยประมาณ | ข้ามช่องแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ประเมินความเสี่ยงภัยแล้ง |
ช่องที่กรอกผิดแล้วมีผลจริงตอนขอรับสิทธิ์
- เนื้อที่ปลูกรายแปลง ตัวเลขนี้ถูกใช้คำนวณวงเงินช่วยเหลือในหลายโครงการ การแจ้งเกินความจริงมีผลต่อการตรวจสอบภายหลัง ส่วนการแจ้งน้อยกว่าจริงทำให้เสียสิทธิ์ในส่วนที่ควรได้
- วันที่ปลูกและวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว ใช้ยืนยันว่าความเสียหายจากภัยพิบัติเกิดในช่วงที่พืชอยู่ในแปลงจริง ถ้าวันที่ไม่สมเหตุสมผลกับชนิดพืชจะถูกตรวจสอบซ้ำ
- สถานะการถือครองที่ดิน กรณีเช่าหรือใช้ที่ของญาติต้องมีเอกสารยืนยันให้ตรงกับที่กรอก ไม่ใช่เขียนว่าเป็นที่ของตนเองเพราะกรอกง่ายกว่า
- ชนิดพืชที่ปลูกจริง ถ้าเปลี่ยนจากที่เคยแจ้งไว้ปีก่อน ต้องปรับปรุงให้ตรง เพราะโครงการจำนวนมากผูกกับชนิดพืชเฉพาะ
เอกสารแนบที่ต้องเตรียมไปด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่น พร้อมสำเนาตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
- สำเนาทะเบียนบ้านของครัวเรือนเกษตรกร
- หลักฐานการถือครองที่ดินของแต่ละแปลง เช่น สำเนาเอกสารสิทธิ์ หนังสือสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินจากเจ้าของ
- กรณีมอบอำนาจให้คนอื่นมายื่นแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจและบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย
- สมุดทะเบียนเกษตรกรเล่มเดิมสำหรับผู้ที่มาปรับปรุงข้อมูล
- ข้อมูลพิกัดหรือแผนผังแปลงคร่าว ๆ ถ้ามี จะช่วยให้ขั้นตอนวาดผังแปลงเร็วขึ้น
รายการเอกสารอาจมีรายละเอียดต่างกันบ้างตามพื้นที่และกรณีของที่ดิน ให้โทรสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนเดินทาง เพื่อไม่ต้องเสียเที่ยว
ขั้นตอนยื่นและการปรับปรุงทะเบียนในปีถัดไป
- เตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบ โดยเฉพาะข้อมูลรายแปลงซึ่งต้องแยกเนื้อที่และชนิดพืชของแต่ละแปลง
- ยื่นแบบ ทบก.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงตั้งอยู่ ถ้ามีแปลงอยู่คนละอำเภอ ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องดำเนินการอย่างไรกับแปลงนอกพื้นที่
- เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเข้าระบบและตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นตอนนี้อาจมีการตรวจสอบพื้นที่จริงหรือให้ผู้นำชุมชนรับรองตามแนวทางที่กำหนด
- ติดประกาศรายชื่อเพื่อให้ชุมชนตรวจสอบ เป็นกลไกยืนยันว่าข้อมูลที่แจ้งตรงกับการผลิตจริงในพื้นที่
- รับสมุดทะเบียนเกษตรกรหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียน เก็บไว้ใช้ยื่นประกอบโครงการต่าง ๆ
- ปรับปรุงข้อมูลทุกปีการผลิต เมื่อเริ่มรอบปลูกใหม่ ให้แจ้งปรับปรุงชนิดพืช เนื้อที่ และวันปลูก ผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วและปลูกพืชเดิมในแปลงเดิมสามารถปรับปรุงผ่านแอปพลิเคชันสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัลได้ ส่วนกรณีที่มีแปลงใหม่หรือเปลี่ยนชนิดพืชมักต้องไปดำเนินการที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานล่าสุดกับเจ้าหน้าที่
แจ้งได้ตอนไหน และมีเกณฑ์พื้นที่ขั้นต่ำหรือไม่
แนวปฏิบัติที่ใช้กันมาคือให้แจ้งเมื่อปลูกพืชลงแปลงแล้วระยะหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ว่ามีการผลิตจริง โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ไม่น้อยกว่าราวสองสัปดาห์หลังปลูกสำหรับพืชอายุสั้น ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้นจะมีเกณฑ์ของตัวเองทั้งเรื่องระยะเวลาและจำนวนต้นต่อเนื้อที่ นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์เนื้อที่ขั้นต่ำต่อครัวเรือน และมีทางเลือกสำหรับครัวเรือนที่มีพื้นที่น้อยกว่าเกณฑ์แต่มีรายได้จากการเกษตรถึงระดับที่กำหนด หลักเกณฑ์เหล่านี้มีการทบทวนเป็นระยะ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมส่งเสริมการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนยื่น อย่าอ้างอิงจากที่เพื่อนบ้านเคยทำเมื่อหลายปีก่อน
ทะเบียนเกษตรกรใช้ทำอะไรได้บ้าง
ทะเบียนเกษตรกรทำหน้าที่เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนของครัวเรือนเกษตรกรในระบบราชการ โครงการที่มักใช้ทะเบียนนี้เป็นเงื่อนไขตั้งต้น ได้แก่
- การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย ซึ่งใช้ข้อมูลแปลงและชนิดพืชที่แจ้งไว้ประกอบการสำรวจความเสียหาย
- โครงการสนับสนุนและมาตรการช่วยเหลือรายปีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเงื่อนไขและวงเงินเปลี่ยนตามมติในแต่ละปี
- การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมของกรมต่าง ๆ เช่น การรับปัจจัยการผลิต การอบรม และโครงการแปลงใหญ่
- การสมัครเป็นผู้จำหน่ายในตลาดเกษตรกร ซึ่งกำหนดให้ผู้ขายเป็นเกษตรกรผู้ผลิตจริง
- การใช้ประกอบการขอสินเชื่อและมาตรการทางการเงินสำหรับเกษตรกร ตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้น ๆ
- การขอรับรองมาตรฐานและการเข้าสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ในบางโครงการที่ใช้ข้อมูลแปลงจากทะเบียนเป็นฐาน
ข้อควรจำคือการมีทะเบียนเป็นเพียงคุณสมบัติตั้งต้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิ์ทุกโครงการโดยอัตโนมัติ เพราะแต่ละโครงการมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ช่วงเวลาที่เปิดรับ ชนิดพืช และพื้นที่เป้าหมาย ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดของโครงการนั้นโดยตรงทุกครั้ง อ่านข่าวสารและความเคลื่อนไหวด้านกฎระเบียบเพิ่มเติมได้ในหมวดข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลายื่น ทบก.01
- ขึ้นทะเบียนครั้งเดียวแล้วไม่เคยปรับปรุงอีกเลย ข้อมูลในระบบยังเป็นพืชและเนื้อที่ของหลายปีก่อน พอมีโครงการที่ใช้ข้อมูลปีการผลิตปัจจุบันจึงไม่ผ่านเกณฑ์
- ไม่มีเอกสารสิทธิ์และไม่ได้ขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ ทำให้แปลงที่เช่าหรือขอใช้ที่ญาติบันทึกเข้าระบบไม่ได้ ควรขอหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้า
- แจ้งเนื้อที่รวมแทนการแยกรายแปลง ทำให้ข้อมูลไม่ตรงตอนเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบพื้นที่จริง
- สมาชิกในครัวเรือนแยกกันไปขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อน ระบบยึดครัวเรือนเป็นหน่วย ถ้าไม่ชัดเจนว่าใครเป็นหัวหน้าครัวเรือนจะเกิดข้อมูลทับซ้อนและต้องแก้ไขภายหลัง
- ยื่นช้าจนพ้นช่วงที่โครงการกำหนด หลายมาตรการกำหนดวันสิ้นสุดการปรับปรุงข้อมูลไว้ ควรปรับปรุงทันทีที่เริ่มรอบปลูกใหม่ ไม่ใช่รอจนมีข่าวโครงการ
- เข้าใจว่าทะเบียนเกษตรกรครอบคลุมทั้งพืชและสัตว์ในใบเดียว ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และกรมประมงแยกต่างหาก
สรุป
ทบก.01 คือแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกรที่ใช้ทั้งขึ้นทะเบียนครั้งแรกและปรับปรุงข้อมูลในแต่ละปีการผลิต สิ่งที่ต้องกรอกคือข้อมูลครัวเรือน ข้อมูลที่ดินรายแปลงพร้อมสถานะการถือครอง และข้อมูลการผลิตว่าปลูกอะไร เนื้อที่เท่าไร ปลูกวันไหน คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเมื่อไร โดยแนบบัตรประชาชนและหลักฐานการถือครองที่ดินเป็นพื้นฐาน ทะเบียนนี้เป็นคุณสมบัติตั้งต้นของสิทธิ์หลายเรื่อง ตั้งแต่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไปจนถึงการสมัครขายในตลาดเกษตรกร แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้รับสิทธิ์ทุกโครงการโดยอัตโนมัติ จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือขึ้นทะเบียนแล้วไม่ปรับปรุงข้อมูลตามการผลิตจริง ก่อนยื่นทุกครั้งให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และเอกสารล่าสุดกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ระบบทะเบียนเกษตรกร แบบคำร้อง ทบก.01 หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล รวมถึงการให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ
- กรมปศุสัตว์ — ระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สำหรับครัวเรือนที่มีกิจกรรมด้านปศุสัตว์ควบคู่กับการปลูกพืช
- กรมประมง — ระบบทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเงื่อนไขการแจ้งข้อมูลการผลิตด้านประมง
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจการเกษตรและต้นทุนการผลิตที่ใช้ประกอบการวางแผนการผลิตในแต่ละปี
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

MBK เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง
ดูรายละเอียด
LENODI เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน ตั้งเวลาได้ อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง-HM48
ดูรายละเอียด
เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5ชั้น Food Dehydrator ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง เครื่องอบแห้งผลไม้
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ทบก.01 กับสมุดทะเบียนเกษตรกรต่างกันอย่างไร
ทบก.01 คือแบบคำร้องที่ใช้ยื่นข้อมูลเข้าระบบ ส่วนสมุดทะเบียนเกษตรกรคือหลักฐานที่ได้รับหลังข้อมูลผ่านการบันทึกและตรวจสอบแล้ว พูดง่าย ๆ คือแบบฟอร์มเป็นขั้นตอนต้นทาง ส่วนสมุดเป็นผลลัพธ์ปลายทางที่ใช้แสดงเวลาติดต่อขอรับสิทธิ์ ทั้งสองอย่างต้องสอดคล้องกัน ถ้าข้อมูลการผลิตเปลี่ยนก็ต้องยื่นปรับปรุงเพื่อให้สมุดสะท้อนความจริง
ต้องปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรบ่อยแค่ไหน
หลักคือปรับปรุงทุกปีการผลิตเมื่อเริ่มรอบปลูกใหม่ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น เพิ่มแปลง เลิกเช่าที่ เปลี่ยนชนิดพืช หรือเปลี่ยนเนื้อที่ปลูก การรอจนมีข่าวโครงการแล้วค่อยไปปรับปรุงมักไม่ทัน เพราะช่วงนั้นสำนักงานเกษตรอำเภอจะมีคนรอคิวจำนวนมากและบางโครงการกำหนดวันสิ้นสุดไว้ชัดเจน
เช่าที่ดินทำกินโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ขึ้นทะเบียนได้ไหม
ควรจัดทำหลักฐานให้ชัดเจนก่อน เช่น หนังสือสัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เจ้าของลงนาม เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมีหลักฐานประกอบการบันทึกสถานะการถือครอง กรณีที่ดินมีข้อจำกัดเฉพาะ เช่น ที่ดินในเขตป่าหรือที่ดินของรัฐ ให้สอบถามแนวปฏิบัติกับสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง เพราะเงื่อนไขต่างจากที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ทั่วไป
ขึ้นทะเบียนแล้วจะได้เงินช่วยเหลือเลยหรือไม่
ไม่ใช่ การขึ้นทะเบียนเป็นคุณสมบัติตั้งต้นเท่านั้น ส่วนการได้รับความช่วยเหลือขึ้นกับว่ามีโครงการใดเปิดอยู่ในช่วงนั้น เงื่อนไขของโครงการครอบคลุมชนิดพืชและพื้นที่ของเราหรือไม่ และมีการสำรวจความเสียหายตามระเบียบในกรณีภัยพิบัติหรือไม่ ให้ติดตามประกาศจากกรมส่งเสริมการเกษตรและสอบถามเกษตรอำเภอเป็นรายกรณี
ปลูกพืชในพื้นที่เล็กมาก ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้หรือเปล่า
มีเกณฑ์เนื้อที่ขั้นต่ำต่อครัวเรือนสำหรับการขึ้นทะเบียน และมีแนวทางรองรับกรณีพื้นที่น้อยกว่าเกณฑ์แต่มีรายได้จากการเกษตรถึงระดับที่กำหนด ซึ่งต้องแสดงหลักฐานรายได้ประกอบ เกณฑ์เหล่านี้ปรับปรุงเป็นระยะและมีรายละเอียดต่างกันตามชนิดการผลิต ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนเตรียมเอกสาร
ย้ายไปทำกินคนละอำเภอกับทะเบียนบ้าน ต้องยื่นที่ไหน
หลักคือยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงเพาะปลูกตั้งอยู่ เพราะการตรวจสอบพื้นที่จริงทำโดยเจ้าหน้าที่ในเขตนั้น ถ้ามีแปลงกระจายหลายอำเภอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นเพื่อให้แนะนำวิธีบันทึกข้อมูลให้ครบทุกแปลง และควรเตรียมหลักฐานการถือครองที่ดินของแต่ละแปลงแยกกันให้พร้อม
ทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์ด้วย ต้องยื่น ทบก.01 อย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ เพราะ ทบก.01 อยู่ในระบบทะเบียนเกษตรกรด้านพืชของกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนการเลี้ยงสัตว์มีระบบทะเบียนของกรมปศุสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีระบบของกรมประมง ครัวเรือนที่ทำหลายอย่างควรขึ้นทะเบียนให้ครบทุกระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในมาตรการที่ผูกกับการผลิตแต่ละด้าน
