ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 18 กันยายน 2569

Young Smart Farmer สมัครยังไง คุณสมบัติและสิ่งที่ได้รับมีอะไรบ้าง

สมัคร Young Smart Farmer ต้องมีคุณสมบัติและเอกสารอะไร ยื่นที่ไหน ช่วงไหน และได้รับอะไรจริงบ้าง สรุปขั้นตอนครบพร้อมข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่ผ่าน

Young Smart Farmer สมัครยังไง คุณสมบัติและสิ่งที่ได้รับมีอะไรบ้าง

คำตอบสั้น ๆ

รวมคุณสมบัติ เอกสาร และขั้นตอนสมัคร Young Smart Farmer ผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอ พร้อมเทียบสิ่งที่ได้รับจริงกับความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

คำตอบเร็ว: Young Smart Farmer เป็นโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ของกรมส่งเสริมการเกษตร สมัครได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงของคุณตั้งอยู่ คุณสมบัติหลักคืออายุประมาณ 17 ถึง 45 ปี ทำการเกษตรอยู่จริงหรือเป็นทายาทเกษตรกร และขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว สิ่งที่ได้รับคือเวทีเรียนรู้ตลอดปี พี่เลี้ยง เครือข่ายเพื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ช่องทางตลาดของหน่วยงาน และโอกาสต่อยอดไปสู่มาตรฐานและสินเชื่อ ไม่ใช่เงินให้เปล่าที่โอนเข้าบัญชีเมื่อสมัครผ่าน ช่วงเวลารับสมัครเป็นไปตามรอบปีงบประมาณและไม่พร้อมกันทุกจังหวัด ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง

คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านมาทำเกษตรมักเจอสถานการณ์เดียวกัน คือมีที่ดินของพ่อแม่ มีไอเดีย มีความรู้จากอินเทอร์เน็ต แต่ขาดสองอย่างคือคนที่พอจะถามได้เมื่อเจอปัญหาจริงในแปลง และช่องทางขายที่ไม่ใช่การขายให้พ่อค้าคนกลางในราคาที่ตัวเองกำหนดไม่ได้ โครงการ Young Smart Farmer ถูกออกแบบมาตอบสองเรื่องนี้เป็นหลัก บทความนี้อธิบายว่าคุณสมบัติจริงคืออะไร ต้องเตรียมเอกสารอะไร ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นจนได้รับการรับรองมีกี่ด่าน และสิ่งที่ได้รับจริงต่างจากที่หลายคนเข้าใจอย่างไร

Young Smart Farmer คืออะไร และใครเป็นเจ้าของโครงการ

ภาพประกอบ Young Smart Farmer คืออะไร และใครเป็นเจ้าของโครงการ

Young Smart Farmer หรือที่มักเรียกย่อว่า YSF เป็นงานส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป้าหมายของโครงการคือสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทำการเกษตรโดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และการจัดการธุรกิจ ไม่ใช่การทำตามที่เคยทำกันมา จุดต่างที่สำคัญคือโครงการนี้ไม่ได้วัดผลที่จำนวนคนที่มาฟังบรรยาย แต่วัดที่การพัฒนาแปลงหรือกิจการของผู้เข้าร่วมเองตลอดหนึ่งรอบการเรียนรู้

หน่วยงานที่ผู้สมัครจะติดต่อจริงมีสามระดับ ระดับที่ใกล้ที่สุดคือสำนักงานเกษตรอำเภอ ซึ่งเป็นจุดรับใบสมัครและเป็นคนที่รู้จักแปลงของคุณ ระดับถัดมาคือสำนักงานเกษตรจังหวัด ซึ่งเป็นผู้จัดกระบวนการคัดเลือก จัดเวทีเรียนรู้ และประเมินผล ส่วนระดับบนคือสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตและกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งดูภาพรวมและจัดเวทีระดับเขตหรือระดับประเทศ ความเข้าใจตรงนี้สำคัญ เพราะคำถามส่วนใหญ่ของผู้สมัครต้องถามที่ระดับอำเภอและจังหวัด ไม่ใช่ที่ส่วนกลาง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด

หลายคนเข้าใจว่า YSF คือโครงการแจกเงินทุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่ตั้งตัว ความจริงคือโครงการนี้ให้กระบวนการพัฒนาและการรับรองสถานะ ไม่ได้ให้เงินก้อนเมื่อผ่านการคัดเลือก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อได้เป็น YSF แล้ว คุณจะอยู่ในสายตาของหน่วยงานเวลามีโครงการสนับสนุน มีงบอบรม มีพื้นที่ในงานแสดงสินค้า หรือมีโครงการสินเชื่อที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการได้เงินสดทันที

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุอยู่ในช่วงประมาณ 17 ถึง 45 ปี นับ ณ วันที่สมัครตามรอบนั้น ช่วงอายุนี้เป็นกรอบที่ใช้กันมาต่อเนื่อง แต่รายละเอียดการนับอาจต่างกันเล็กน้อยตามประกาศแต่ละปี ให้ยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • ทำการเกษตรอยู่จริง หรือเป็นทายาทเกษตรกรที่ตั้งใจสานต่อ เจ้าหน้าที่จะดูว่ามีกิจกรรมการเกษตรที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงความสนใจ
  • มีพื้นที่ทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของตนเอง ที่ดินของครอบครัวที่ได้รับมอบให้ทำ หรือที่ดินเช่าที่มีหลักฐานการเช่า
  • ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือพร้อมดำเนินการขึ้นทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เอกสารนี้เป็นตัวเชื่อมสิทธิ์อื่นอีกหลายเรื่องในภายหลัง
  • เข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดหลักสูตร ข้อนี้คัดคนออกมากที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะเวทีเรียนรู้กระจายตลอดปีงบประมาณ ผู้ที่มีงานประจำเต็มเวลาและลาไม่ได้มักไปต่อไม่ไหว
  • มีความตั้งใจพัฒนาและยอมให้ติดตามผล เพราะจะมีการเก็บข้อมูลก่อนและหลังเข้าร่วมเพื่อประเมินการพัฒนา

สำหรับคนที่อายุเกิน 45 ปี ยังมีเส้นทางอื่นของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ทำหน้าที่คล้ายกัน เช่น กลุ่ม Smart Farmer ทั่วไป กลุ่มแปลงใหญ่ หรือศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งไม่จำกัดอายุแบบเดียวกับ YSF ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลว่าช่องทางใดเหมาะกับกรณีของคุณ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบสมัครตามแบบฟอร์มที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดกำหนดในรอบนั้น
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาทะเบียนเกษตรกร หรือหลักฐานการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรครั้งล่าสุด
  • สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เช่น โฉนด นส.3 ก. หรือหนังสือแสดงสิทธิอื่น หรือสัญญาเช่าหากเป็นที่ดินเช่า
  • ข้อมูลกิจกรรมการเกษตรที่ทำอยู่ ชนิดพืชหรือสัตว์ พื้นที่ ผลผลิตโดยประมาณ และช่องทางจำหน่ายปัจจุบัน
  • ภาพถ่ายแปลงหรือกิจการปัจจุบัน ซึ่งช่วยมากในขั้นพิจารณาและสัมภาษณ์
  • แนวคิดหรือแผนที่อยากพัฒนาในหนึ่งปีข้างหน้า เขียนสั้น ๆ ก็ได้ แต่ควรมีตัวเลขเป้าหมายที่ชัด

ข้อแนะนำจากประสบการณ์ภาคสนามคือ แผนที่เขียนว่าอยากลดต้นทุนปุ๋ยลง 20 เปอร์เซ็นต์ด้วยการตรวจดินและผสมปุ๋ยใช้เอง มีน้ำหนักในการพิจารณามากกว่าแผนที่เขียนว่าอยากทำเกษตรอินทรีย์ครบวงจร เพราะแบบแรกวัดผลได้ภายในหนึ่งฤดู ส่วนแบบหลังตรวจสอบไม่ได้ในรอบการประเมินหนึ่งปี

ขั้นตอนการสมัครและช่วงเวลา

  1. สอบถามรอบรับสมัครที่สำนักงานเกษตรอำเภอ โครงการดำเนินการตามปีงบประมาณซึ่งเริ่มเดือนตุลาคม การประชาสัมพันธ์และรับสมัครของหลายจังหวัดจึงอยู่ในช่วงปลายปีปฏิทินถึงต้นปีถัดไป แต่แต่ละจังหวัดไม่พร้อมกันและบางปีอาจเลื่อนตามงบประมาณ ให้โทรถามหรือเดินเข้าไปถามโดยตรง
  2. ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่แปลงของคุณตั้งอยู่ ไม่ใช่อำเภอที่มีชื่อในทะเบียนบ้านหากคนละที่กัน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ดูแปลงได้
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและอาจลงพื้นที่ดูแปลง ขั้นนี้คือการยืนยันว่ามีการทำเกษตรอยู่จริงตามที่แจ้ง
  4. สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจารณาคัดเลือก โดยทั่วไปมีการสัมภาษณ์หรือให้นำเสนอแนวคิด เพื่อดูความตั้งใจและความพร้อมในการเข้าร่วมตลอดหลักสูตร
  5. เข้าร่วมเวทีเรียนรู้ตลอดรอบ ซึ่งมักกระจายเป็นหลายครั้งตลอดปีงบประมาณ เนื้อหาครอบคลุมการวิเคราะห์ตนเอง การทำบัญชีต้นทุน การวางแผนการผลิต การตลาด และการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการศึกษาดูงานแปลงของรุ่นพี่
  6. ประเมินผลและรับรองสถานะ ผู้ที่เข้าร่วมครบและมีพัฒนาการตามเกณฑ์จะได้รับการรับรองเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดนั้น
  7. ต่อยอดหลังได้รับการรับรอง เช่น เข้าสู่การเป็น YSF ต้นแบบ เป็นวิทยากรให้รุ่นถัดไป เข้าร่วมเครือข่ายระดับเขตและระดับประเทศ หรือเสนอตัวเป็นจุดศึกษาดูงาน

ระยะเวลาตั้งแต่ยื่นจนจบหลักสูตรโดยทั่วไปอยู่ในกรอบหนึ่งปีงบประมาณ ผู้สมัครจึงควรวางแผนเวลาไว้ล่วงหน้า และควรถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่นว่าเวทีเรียนรู้ประมาณกี่ครั้ง ครั้งละกี่วัน และจัดที่ไหน เพื่อประเมินว่าตัวเองไปได้ครบจริงหรือไม่

สิ่งที่ได้รับจริง เทียบกับสิ่งที่หลายคนคาดหวัง

ประเด็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เงินสนับสนุนได้เงินก้อนเมื่อผ่านการคัดเลือกไม่มีเงินให้เปล่าจากการเป็น YSF สิ่งที่ได้คือกระบวนการพัฒนาและสถานะที่ใช้ต่อยอดกับโครงการอื่น
สินเชื่อเป็น YSF แล้วกู้ได้อัตโนมัติสถานะช่วยให้เข้าเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายของโครงการสินเชื่อบางตัว แต่ยังต้องผ่านการพิจารณาของสถาบันการเงิน วงเงินและอัตราดอกเบี้ยต้องสอบถามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือสถาบันการเงินนั้นโดยตรง
การอบรมเป็นการบรรยายในห้องไม่กี่ครั้งเป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดปี มีการวิเคราะห์แปลงตัวเอง ทำแผน และติดตามผล
ตลาดหน่วยงานรับซื้อผลผลิตให้ได้ช่องทางเข้าร่วม เช่น ตลาดเกษตรกรของจังหวัด งานแสดงสินค้า และการเชื่อมกับผู้ซื้อ แต่ต้องขายเองและรับผิดชอบคุณภาพเอง
เครือข่ายเป็นเพียงกลุ่มไลน์เป็นจุดที่ผู้ผ่านโครงการบอกว่ามีค่าที่สุด เพราะได้รุ่นพี่ที่ทำเรื่องเดียวกัน แลกข้อมูลราคาและผู้ซื้อกันจริง
มาตรฐานสินค้าได้ GAP พร้อมกับการเป็น YSFเป็นคนละระบบกัน แต่โครงการช่วยแนะนำและเชื่อมให้เข้าสู่การขอรับรองมาตรฐานได้เร็วขึ้น

มูลค่าที่มองไม่เห็นในใบประกาศ

สิ่งที่ผู้ผ่านโครงการมักพูดถึงไม่ใช่เนื้อหาการอบรม แต่คือการที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรรู้จักชื่อและรู้จักแปลงของตน ผลคือเวลามีโครงการนำร่อง มีการแจกปัจจัยการผลิตตามโครงการ มีการรับสมัครเข้าร่วมแปลงใหญ่ หรือมีคณะดูงานเข้าพื้นที่ ชื่อของคุณจะอยู่ในรายชื่อที่เจ้าหน้าที่นึกถึงก่อน นี่คือประโยชน์ที่ไม่มีในเอกสารโครงการแต่มีผลจริงในระยะยาว

เตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านและได้ประโยชน์เต็ม

  1. ทำบัญชีต้นทุนย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งฤดู ก่อนไปสมัคร ตัวเลขต้นทุนต่อไร่หรือต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตทำให้การนำเสนอต่างจากผู้สมัครทั่วไปทันที
  2. เลือกหนึ่งปัญหาที่อยากแก้ให้ชัด เช่น ต้นทุนปุ๋ยสูง ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ หรือขายได้ราคาต่ำเพราะไม่มีการคัดเกรด อย่าไปด้วยเป้าหมายกว้างว่าอยากพัฒนาทุกอย่าง
  3. ถ่ายภาพแปลงเป็นชุด ทั้งภาพรวมและภาพจุดที่เป็นปัญหา ใช้ได้ทั้งตอนสมัครและตอนประเมินผลปลายรอบ
  4. ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ก่อนยื่น เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกับแปลงจริงทำให้เสียเวลาย้อนกลับไปแก้
  5. เคลียร์ตารางเวลาไว้ล่วงหน้า ถามจำนวนครั้งและวันที่ของเวทีเรียนรู้ก่อนตัดสินใจ แล้วจดลงปฏิทินทันที
  6. ตั้งใจใช้เครือข่าย ตั้งแต่เวทีแรก แลกช่องทางติดต่อกับคนที่ทำสินค้าคนละชนิด เพราะเป็นผู้ที่แลกความรู้และช่องทางตลาดกันได้โดยไม่แข่งกันเอง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คาดหวังว่าจะได้เงินสนับสนุนทันทีเมื่อได้รับคัดเลือก แล้วเลิกเข้าร่วมกลางทางเมื่อพบว่าไม่ใช่
  • ยื่นสมัครที่อำเภอตามทะเบียนบ้านทั้งที่แปลงจริงอยู่คนละอำเภอ ทำให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบไม่ได้
  • ไม่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนยื่น ทำให้ข้อมูลพื้นที่และชนิดพืชไม่ตรงกับความจริง
  • สมัครโดยยังไม่มีกิจกรรมการเกษตรที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของโครงการ
  • ประเมินเวลาผิด รับปากว่าเข้าร่วมได้ตลอดหลักสูตรแล้วขาดหลายเวทีจนไม่ผ่านการประเมิน
  • เขียนแผนพัฒนากว้างเกินไปจนวัดผลไม่ได้ในรอบเดียว ทำให้ไม่มีผลลัพธ์ชัดตอนประเมินปลายรอบ
  • รอประกาศรับสมัครทางออนไลน์อย่างเดียว ทั้งที่หลายจังหวัดประชาสัมพันธ์ผ่านเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลและผู้นำชุมชนเป็นหลัก

สรุป

Young Smart Farmer เหมาะกับคนที่ทำเกษตรอยู่แล้วและอยากยกระดับการจัดการ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการเงินทุนตั้งต้นเป็นอันดับแรก เพราะสิ่งที่โครงการให้คือกระบวนการ เครือข่าย และสถานะที่ใช้ต่อยอดกับโครงการอื่น สามสิ่งที่ควรทำก่อนเดินเข้าสำนักงานเกษตรอำเภอคือ ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ทำตัวเลขต้นทุนย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งฤดู และเลือกปัญหาเดียวที่อยากแก้ให้ชัด ข้อมูลเรื่องช่วงเวลารับสมัคร เกณฑ์อายุ และสิทธิประโยชน์อาจเปลี่ยนตามปีงบประมาณ จึงควรยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอทุกครั้ง อ่านเรื่องนโยบายและมาตรฐานการเกษตรเพิ่มเติมได้ที่หมวด ข่าวเกษตร กฎหมาย มาตรฐาน และถ้าจะเริ่มทำตัวเลขต้นทุนก่อนไปสมัคร ใช้ สมุดบันทึกฟาร์ม ช่วยเก็บข้อมูลได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — เจ้าของโครงการ Young Smart Farmer แนวทางการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และเกณฑ์คุณสมบัติในแต่ละปีงบประมาณ
  • 📄สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ — จุดรับสมัคร ประกาศรอบรับสมัคร และตารางเวทีเรียนรู้ของแต่ละจังหวัด
  • 📄ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร — เงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยของโครงการสินเชื่อสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ — ข้อกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ใช้ต่อยอดหลังผ่านโครงการ เช่น การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ใช้ที่ดินพ่อแม่สมัครได้ไหม

โดยทั่วไปทำได้ หากมีการมอบให้ใช้ทำการเกษตรจริงและครอบครัวรับรอง ประเด็นสำคัญอยู่ที่หลักฐานว่าคุณเป็นผู้ทำและผู้ตัดสินใจในแปลงนั้น ไม่ใช่เพียงช่วยงานเป็นครั้งคราว ให้สอบถามรูปแบบหลักฐานที่ยอมรับได้กับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนยื่น

ทำเกษตรควบคู่กับงานประจำ สมัครได้หรือไม่

ไม่มีข้อห้ามเรื่องการมีอาชีพอื่น แต่เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคจริงคือการเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตรซึ่งจัดในวันทำการเป็นส่วนใหญ่ ควรขอตารางกิจกรรมโดยประมาณจากเจ้าหน้าที่ก่อน แล้วประเมินว่าลางานได้ครบหรือไม่ก่อนตัดสินใจสมัคร

สมัครแล้วไม่ผ่านการคัดเลือก สมัครใหม่ได้ไหม

สมัครใหม่ในรอบถัดไปได้ตราบที่อายุยังอยู่ในเกณฑ์ ข้อแนะนำคือขอทราบเหตุผลจากเจ้าหน้าที่ว่าขาดด้านใด เช่น ข้อมูลกิจกรรมการเกษตรยังไม่ชัดหรือแผนพัฒนาไม่เป็นรูปธรรม แล้วใช้เวลาหนึ่งปีสร้างข้อมูลจริงในแปลงก่อนยื่นอีกครั้ง

Young Smart Farmer ต่างจาก Smart Farmer อย่างไร

Smart Farmer เป็นกรอบคุณลักษณะเกษตรกรที่ใช้กับเกษตรกรทุกช่วงอายุ ส่วน Young Smart Farmer เจาะกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ตามช่วงอายุที่กำหนดและมีกระบวนการเรียนรู้เป็นรุ่นอย่างชัดเจน หากอายุเกินเกณฑ์ YSF ยังเข้าร่วมเส้นทางพัฒนาอื่นของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล

เป็น YSF แล้วต้องทำอะไรต่อเพื่อรักษาสถานะ

โดยทั่วไปไม่มีการต่ออายุแบบใบอนุญาต แต่ประโยชน์ที่ได้จะลดลงเองหากไม่ร่วมกิจกรรมของเครือข่ายและไม่ให้ข้อมูลผลการดำเนินงานกับเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือคนที่ยังเข้าเวทีของจังหวัด รับคณะดูงาน และแลกข้อมูลตลาดกับเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง