เทคโนโลยีและเครื่องมือเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

โรงเรือนเมล่อน โครงสร้าง ความสูง และการระบายอากาศที่เหมาะกับอากาศร้อนไทย

โรงเรือนเมล่อนในอากาศร้อนไทย อุณหภูมิเหมาะ 25-30 องศา เกิน 30 ดอกตัวเมียร่วง ดูช่องระบายอากาศ ตาข่ายกันแมลง ความสูง และการเตรียมโรงเรือน ข้อมูล ต.ค. 2569

โรงเรือนเมล่อน โครงสร้าง ความสูง และการระบายอากาศที่เหมาะกับอากาศร้อนไทย

คำตอบสั้น ๆ

เจาะลึกโรงเรือนเมล่อนสำหรับอากาศร้อนไทย ช่วงอุณหภูมิที่เมล่อนต้องการ การระบายอากาศ ตาข่าย และการเตรียมโรงเรือนก่อนปลูก โดยแยกตัวเลขจากเอกสารออกจากการให้เหตุผล

คำตอบเร็ว: โรงเรือนเมล่อนในอากาศร้อนของไทยมีโจทย์หลักข้อเดียว คือทำให้อุณหภูมิในโรงเรือนอยู่ในช่วงที่เมล่อนยังโตและติดผลได้ เอกสารที่ผมเปิดอ่านระบุช่วงเหมาะสมราว 25-30 องศาเซลเซียส (กลางวัน) ส่วนเกิน 30 องศา ต้นจะออกดอกตัวผู้มากและดอกตัวเมียร่วง ทางออกเชิงโครงสร้างคือทำให้อากาศร้อนลอยออกทางด้านบน มีช่องรับลมด้านข้าง และเลือกขนาดตาข่ายไม่ให้ถี่จนอบ ส่วนความสูงที่ "ถูกต้อง" ไม่มีตัวเลขบังคับจากแหล่งทางการที่ผมพบ มีเพียงตัวอย่างโรงเรือนสูง 5.6 เมตรจากเนคเทค/สวทช. (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

เมล่อนเป็นพืชที่เจ้าของโรงเรือนมักถามเรื่อง "แบบโรงเรือน" ก่อนเรื่องพันธุ์ แล้วได้คำตอบจากช่างหรือร้านวัสดุซึ่งขายตามแบบที่ตัวเองมี ในฐานะที่เคยคุยกับเกษตรกรที่ทำโรงเรือนเมล่อน เรื่องที่เจ็บตัวมากที่สุดมักไม่ใช่โครงเหล็กหรือราคา แต่เป็นความร้อนสะสมใต้หลังคาตอนบ่าย กับความชื้นที่อบตอนฝนตก บทความนี้ลงลึกเรื่องการเตรียมโรงเรือนก่อนปลูก โดยแยกให้ชัดว่าอะไรมาจากเอกสารที่เปิดอ่าน อะไรเป็นการให้เหตุผลตามหลักการระบายอากาศ

เมล่อนต้องการอุณหภูมิเท่าไร

ภาพประกอบ เมล่อนต้องการอุณหภูมิเท่าไร

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (วารสารวิจัย ราชมงคลศรีวิชัย ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 หน้า 269-278 ปี 2562) ระบุอุณหภูมิที่เหมาะสมกลางวัน 25-30 องศาเซลเซียส กลางคืน 18-20 องศา ถ้าต่ำกว่า 15 องศา พืชหยุดเจริญเติบโต ส่วนถ้าเกิน 30 องศา จะออกดอกตัวผู้เป็นส่วนใหญ่ และดอกตัวเมียร่วง บทคัดย่อของงานเดียวกันระบุว่า 28-30 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 เปอร์เซ็นต์ และความชื้นดิน 80-99 เปอร์เซ็นต์ เหมาะกับเมล่อน และงานนี้ยังบอกว่าฝนตกบ่อยทำให้เกิดโรคราได้ง่าย

แหล่งข้อมูลช่วงอุณหภูมิที่ระบุหมายเหตุ
ราชมงคลศรีวิชัย (2562)กลางวัน 25-30 องศา กลางคืน 18-20 องศาต่ำกว่า 15 องศาหยุดโต เกิน 30 องศาดอกตัวผู้มาก ดอกตัวเมียร่วง
เนคเทค/สวทช. Agritec (9 มิถุนายน 2563)22-35 องศา เหมาะต่อการเจริญเติบโตกว้างกว่าสองแหล่งอื่น เป็นช่วงที่ปลูกได้ ไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุด
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.)25-30 องศาไม่แนะนำปลูกในช่วงอากาศหนาว

ตัวเลขสามแหล่งนี้ไม่ขัดกันเมื่ออ่านให้ครบ เพราะแหล่งหนึ่งพูดถึงช่วงที่ "เหมาะที่สุด" อีกแหล่งพูดถึงช่วงที่ "ยังเจริญเติบโตได้" ผมจึงใช้ 25-30 องศาเป็นเป้าตอนออกแบบ และถือ 30 องศาเป็นเส้นที่ต้องระวังเรื่องการติดผล ส่วนไทยหน้าร้อนอุณหภูมินอกโรงเรือนช่วงบ่ายเกินเป้านี้ได้ง่าย ผลวิจัยราชมงคลศรีวิชัยระบุว่าอุณหภูมินอกโรงเรือนเฉลี่ย 34 องศาในการทดลอง

โครงสร้างตัวอย่าง: ขนาดและความสูง

ตัวอย่างโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะของเนคเทค/สวทช. (Agritec) เป็นโรงเรือนแบบถอดประกอบกว้าง 6 เมตร ยาว 20 เมตร สูง 5.6 เมตร หลังคาสองชั้น ติดเซนเซอร์ IoT วัดแสง ความชื้นดิน อุณหภูมิและความชื้นอากาศ และอุณหภูมิใต้หลังคา เอกสารไม่ระบุข้อมูลการระบายอากาศหรือระบบทำความเย็นของโรงเรือนนี้

สำหรับโรงเรือนผักของ สวพส. (เผยแพร่ 30 กันยายน 2563) มีสองรูปแบบ กว้าง 6 เมตร (4 แปลง) และกว้าง 3 เมตร (2 แปลง) ยาวตั้งแต่ 24 เมตรขึ้นไป ระยะเสา 3 เมตร พลาสติกหลังคาอายุราว 3 ปี และใช้ตาข่ายกันแมลงขนาด 16-40 ตา ยิ่งตาถี่ยิ่งอบ ตัวเลขนี้เป็นของโรงเรือนผัก ไม่ใช่เมล่อนโดยเฉพาะ จึงใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงขนาดโครงสร้างทั่วไป

เรื่องความสูง ผมไม่พบตัวเลขแนะนำจากหน่วยงานที่เปิดอ่านได้ ที่พูดได้อย่างซื่อตรงคือ ความสูงมีผลต่อการไล่อากาศร้อน เพราะอากาศร้อนลอยขึ้นด้านบน ยิ่งมีช่องว่างใต้หลังคามากและมีช่องเปิดสันหลังคา อากาศร้อนยิ่งไหลออกง่าย (หลักการเดียวกับที่เอกสาร UF/IFAS AE030 อธิบายเรื่องช่องข้างร่วมกับช่องสันหลังคาที่ใช้ได้ทั้งแรงลมและความต่างอุณหภูมิ) แต่ความสูงจริงที่คุณเลือกต้องดูร่วมกับความสูงของค้างที่เมล่อนเลื้อยขึ้นและความสะดวกทำงาน ข้อนี้เป็นการให้เหตุผลตามหลักการ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวจากแหล่งอ้างอิง

ระบายอากาศ: ธรรมชาติก่อน พัดลมเสริม

เอกสาร UF/IFAS AE030 (Greenhouse Ventilation) อธิบายว่า การระบายอากาศตามธรรมชาติเกิดจากสองแรง คือแรงลมที่ปะทะโรงเรือน และความต่างอุณหภูมิที่ทำให้อากาศร้อนลอยออกด้านบน ช่องเปิดที่มีทั้งด้านข้างและสันหลังคาจึงใช้ได้ทั้งสองแรง และเอกสารเดียวกันระบุว่าตาข่ายกันแมลงช่วยกันศัตรูพืชแต่ลดการไหลของอากาศ และความชื้นเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ส่งเสริมโรคเชื้อรา ส่วนตัวเลขสัดส่วนพื้นที่ช่องเปิดที่ต้องมี เอกสารนี้ไม่ได้ให้ ผมจึงไม่ใส่

ถ้าเป็นแบบนี้ให้ทำเหตุผล
ช่วงบ่ายใต้หลังคาร้อนจัดมีช่องเปิดสันหลังคา อย่าปิดตาข่ายทับช่องจนไม่เหลือทางไหลอากาศร้อนลอยขึ้นและออกทางสันหลังคา (UF/IFAS AE030)
ฝนตกบ่อย ความชื้นสูงเปิดช่องข้างให้ลมผ่าน หลังคาไม่รั่วหยดใส่แปลงฝนบ่อยทำให้เกิดโรคราตามงานราชมงคลศรีวิชัย
แมลงหนักจนต้องใช้ตาข่ายถี่ชดเชยด้วยช่องเปิดที่ใหญ่ขึ้นหรือพัดลมช่วยตาข่ายกันแมลงลดการไหลของอากาศ
บ่ายร้อนเกิน 30 องศาแม้ระบายแล้วเสริมพัดลมดูดอากาศออก หรือพรางแสงงานราชมงคลศรีวิชัยทดลองใช้พัดลมดูดช่วยอากาศร้อนลอยออก

การทดลองที่ลดอุณหภูมิได้จริง

ภาพประกอบ การทดลองที่ลดอุณหภูมิได้จริง

งานของราชมงคลศรีวิชัยทดลองในโรงเรือนกึ่งปิดขนาด 2 x 3 x 3 เมตร เป้าหมายคือให้อุณหภูมิภายในไม่เกิน 28 องศา ขณะที่นอกโรงเรือนเฉลี่ย 34 องศา โดยอาศัยอากาศร้อนลอยขึ้นร่วมกับพัดลมดูดอากาศ ผลคืออุณหภูมิเฉลี่ยในโรงเรือน 27 องศา (ถึงเป้าหมาย 96.4 เปอร์เซ็นต์ของช่วงเวลา) และความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 78.9 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ข้อควรระวังคือโรงเรือนทดลองเล็กมาก ผลในโรงเรือนกว้าง 6 เมตรยาว 20 เมตรอาจไม่เท่ากัน ควรใช้เป็นแนวคิด ไม่ใช่ตัวเลขรับประกัน

ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 78.9 เปอร์เซ็นต์ในการทดลองนั้นอยู่ในช่วงที่งานเดียวกันระบุว่าเหมาะ (70-80 เปอร์เซ็นต์) แต่ใกล้เพดานแล้ว ถ้าอากาศภายนอกชื้นจากฝน ความชื้นในโรงเรือนจะเลยไปได้ง่าย

เตรียมโรงเรือนก่อนปลูกรอบใหม่

  1. ตรวจหลังคาและตาข่าย หาจุดรั่วและรอยฉีก พลาสติกหลังคาอายุราว 3 ปีตามตัวอย่างเอกสาร สวพส. ถ้าเลยอายุ ความใสลดและเปราะ
  2. เปิดช่องระบายให้ครบ ตรวจว่าช่องสันหลังคากับช่องข้างไม่ถูกผ้าหรือตาข่ายซ้อนปิด
  3. ล้างและพักพื้นที่ เก็บเศษพืชรอบก่อน เพราะความชื้นสูงในโรงเรือนช่วยให้โรครา
  4. เช็กระบบน้ำ ความชื้นดินในงานวิจัยอ้างช่วง 80-99 เปอร์เซ็นต์ ถ้าน้ำไม่สม่ำเสมอจะคุมยาก ต้นทุนค่าน้ำกรองดูได้ที่ ต้นทุนเครื่องกรองน้ำ RO สำหรับโรงเรือนเมล่อน
  5. ติดเทอร์โมมิเตอร์สูงระดับใบและใต้หลังคา เนคเทคติดเซนเซอร์อุณหภูมิใต้หลังคาเพื่อดูความร้อนสะสม คุณทำแบบง่ายได้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่อ่านค่าสูงสุดต่ำสุด
  6. เลือกวันปลูกให้หลบฝนหนักและความหนาว สวพส. เตือนว่าไม่ควรปลูกในช่วงอากาศหนาว

ฝนและความชื้น: ปัญหาที่โครงสร้างต้องแก้

งานราชมงคลศรีวิชัยระบุว่าฝนตกบ่อยทำให้เกิดโรครา ซึ่งตรงกับสิ่งที่คนปลูกเจอ โรงเรือนที่หลังคาคลุมแต่ข้างปิดมิดจะอบทั้งความร้อนและความชื้น ขณะที่โรงเรือนที่ข้างเปิดเกินไปน้ำฝนสาดเข้าแปลงได้ ทางสายกลางคือหลังคาที่ชายคายื่นพอ ช่องข้างติดตาข่ายที่ไม่ถี่เกิน และระยะระหว่างต้นที่ให้ลมผ่านได้ ส่วนตัวเลขระยะปลูกขึ้นกับพันธุ์และการเลี้ยงเถา ซึ่งผมไม่ได้เปิดแหล่งที่ระบุไว้ จึงไม่ใส่

ต้นทุนและความคุ้ม

ภาพประกอบ ต้นทุนและความคุ้ม

บทความนี้ไม่ใส่ราคาโครงสร้างโรงเรือน เพราะไม่ได้เปิดหน้าราคาที่ระบุวันที่ ใครอยากเห็นการคิดต้นทุนเต็มรอบให้ดูบทความที่มีอยู่ในเว็บ ได้แก่ ต้นทุนการปลูกเมล่อนในโรงเรือน ต้นทุนเมล่อนในโรงเรือนตาข่าย (net house) และ ความคุ้มทุนเมล่อนโรงเรือนแปลงเล็ก วิธีคิดที่ใช้ร่วมกันคือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และต้นทุนต่อกิโลกรัม = ต้นทุนรวม หารด้วยปริมาณที่ขายได้จริง ไม่ใช่ปริมาณที่ปลูก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สร้างตามแบบโรงเรือนผักโดยไม่ดูเรื่องความสูงใต้หลังคา อากาศร้อนค้างและเกิน 30 องศาช่วงบ่าย ดอกตัวเมียร่วง
  • ปิดช่องสันหลังคาด้วยตาข่ายถี่ อากาศร้อนไม่มีทางไป
  • ปิดข้างมิดชิดเพราะกลัวฝนและแมลง ได้ความชื้นสูงและโรคราแทน
  • ไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิในโรงเรือน เดาจากความรู้สึก ทั้งที่ 30 องศาเป็นเส้นที่มีผลต่อการติดผล
  • เชื่อตัวเลขจากโรงเรือนทดลองเล็กเกินไป ผลจากโรงเรือน 2 x 3 x 3 เมตรไม่ใช่ผลของโรงเรือนจริง
  • ไม่ตรวจพลาสติกหลังคาตามอายุ พลาสติกเก่าเปราะ ฉีกในลมแรง

สรุป

โรงเรือนเมล่อนที่เหมาะกับอากาศร้อนไทยคือโรงเรือนที่ไล่ความร้อนออกทางสันหลังคาได้ มีช่องรับลมด้านข้าง และไม่ใช้ตาข่ายถี่จนอบ เป้าอุณหภูมิ 25-30 องศาจากเอกสารทางการเป็นตัวตั้ง และเกิน 30 องศาคือเส้นเสี่ยงต่อการติดผล ความสูงและสัดส่วนช่องเปิดที่ "ถูกต้อง" ยังไม่มีตัวเลขจากแหล่งที่ผมเปิดอ่านยืนยัน จึงควรวัดอุณหภูมิในโรงเรือนของตัวเองและสอบถามเกษตรอำเภอหรือมหาวิทยาลัยก่อนก่อสร้าง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย: การควบคุมความชื้นในดินสำหรับโรงเรือนเมล่อน (Chaoumead และ Phangkeio) วารสารวิจัย ราชมงคลศรีวิชัย 11(2): 269-278 (2562) — ช่วงอุณหภูมิ ความชื้น ผลการทดลองในโรงเรือน 2 x 3 x 3 เมตร https://li01.tci-thaijo.org/index.php/rmutsvrj/article/download/189277/142748/633082
  • 📄NSTDA Agritec: โรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะ (9 มิถุนายน 2563) — ตัวอย่างโรงเรือนกว้าง 6 ยาว 20 สูง 5.6 เมตร เซนเซอร์ IoT ช่วง 22-35 องศา https://www.nstda.or.th/agritec/melon-smart-greenhouse/
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.): การปลูกเมล่อนให้มีคุณภาพภายใต้โรงเรือน — ช่วงอุณหภูมิ 25-30 องศา https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/414
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.): โรงเรือนปลูกผักที่ สวพส. (30 กันยายน 2563) — ขนาดโรงเรือน ระยะเสา อายุพลาสติก ตาข่าย 16-40 ตา https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/103
  • 📄UF/IFAS Extension AE030: Greenhouse Ventilation — การระบายอากาศธรรมชาติ ช่องข้างและสันหลังคา ตาข่ายกันแมลงลดการไหลของอากาศ https://ask.ifas.ufl.edu/publication/AE030

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

เมล่อนชอบอุณหภูมิเท่าไร

ตามงานของราชมงคลศรีวิชัย กลางวัน 25-30 องศา กลางคืน 18-20 องศา ต่ำกว่า 15 องศาหยุดโต เกิน 30 องศาดอกตัวผู้มากและดอกตัวเมียร่วง สวพส. ระบุ 25-30 องศา ส่วนเนคเทค/สวทช. ระบุ 22-35 องศาเป็นช่วงที่เจริญเติบโตได้

โรงเรือนเมล่อนควรสูงกี่เมตร

ผมไม่พบตัวเลขแนะนำจากหน่วยงานที่เปิดอ่านได้ มีเพียงตัวอย่างโรงเรือนของเนคเทค/สวทช. กว้าง 6 เมตร ยาว 20 เมตร สูง 5.6 เมตร หลังคาสองชั้น ควรเลือกความสูงให้เหมาะกับค้างเมล่อนและการไล่ความร้อนของพื้นที่ และปรึกษาเกษตรอำเภอหรือมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน

ตาข่ายกันแมลงขนาดกี่ตาดี

สวพส. ระบุว่าที่ใช้กันมี 16, 20, 24, 32 และ 40 ตา โดยยิ่งตาถี่ยิ่งอบ และแมลงเล็กอย่างเพลี้ยกับไรยังเข้าได้ ไม่มีตัวเลขเฉพาะเมล่อนจากแหล่งที่ผมเปิดอ่าน

ระบายอากาศธรรมชาติพอไหมในหน้าร้อน

ขึ้นกับขนาดและตาข่าย การทดลองของราชมงคลศรีวิชัยใช้ทั้งอากาศร้อนลอยและพัดลมดูดอากาศจึงคุมอุณหภูมิเฉลี่ยได้ 27 องศา ในหน้าร้อนที่นอกโรงเรือนเฉลี่ย 34 องศา ธรรมชาติอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องวัดในโรงเรือนจริง

ฝนตกบ่อยแล้วเมล่อนเป็นอะไร

งานของราชมงคลศรีวิชัยระบุว่าฝนตกบ่อยทำให้เกิดโรคราได้ง่าย ควรให้หลังคาไม่รั่ว ช่องข้างระบายลมได้ และเก็บเศษพืชออกจากโรงเรือน