เทคโนโลยีและเครื่องมือเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

โรงเรือนเห็ดระบบอีแวป ลงทุนเพิ่มคุ้มไหมเทียบกับโรงเรือนแบบเปิด

โรงเรือนเห็ดอีแวปคุ้มไหมเมื่อเทียบแบบเปิด ดูงบตัวอย่างจากคู่มือ วช. ผลลดอุณหภูมิจากงานวิจัยไทย และสูตรคำนวณจุดคืนทุนด้วยตัวเลขของคุณเอง ข้อมูล ต.ค. 2569

โรงเรือนเห็ดระบบอีแวป ลงทุนเพิ่มคุ้มไหมเทียบกับโรงเรือนแบบเปิด

คำตอบสั้น ๆ

ระบบอีแวปลดความร้อนได้ตามสภาพอากาศ แต่คุ้มหรือไม่ขึ้นกับจำนวนวันที่โรงเรือนเปิดร้อนเกินที่เห็ดออกดอก บทความนี้ให้สูตรคืนทุนและแยกตัวเลขที่ยืนยันได้ออกจากที่ต้องคำนวณเอง

คำตอบเร็ว: ระบบอีแวป (แผ่นระเหยน้ำร่วมกับพัดลมดูดอากาศ) คุ้มเมื่อโรงเรือนเปิดของคุณร้อนเกินช่วงที่เห็ดออกดอกได้ในหลายเดือนต่อปี และมีเห็ดขายต่อเนื่องพอให้เงินที่ลงเพิ่มคืนทุนภายในอายุอุปกรณ์ ตัวอย่างงบในคู่มือ วช. ของโรงเรือนอีแวปขนาดหนึ่งอยู่ที่ 82,460 บาท โดยอุปกรณ์ลดความร้อนและควบคุมอยู่ราว 37,460 บาท ส่วนตัวโรงเรือนและโครงอยู่ 45,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างในคู่มือ ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน ให้คำนวณจุดคืนทุนด้วยสูตรในบทความด้วยราคาที่คุณถามจริง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คำถามว่า "คุ้มไหม" ตอบด้วยคำเดียวไม่ได้ เพราะคุ้มหรือไม่ขึ้นกับสามอย่าง คือโรงเรือนเปิดของคุณร้อนเกินกี่เดือน เห็ดที่เพาะทนร้อนได้แค่ไหน และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นขายได้จริงหรือเปล่า บทความนี้ไล่เรียงข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แยกเรื่องที่มีตัวเลขรองรับออกจากเรื่องที่ต้องคำนวณเอง และบอกตรง ๆ ว่าส่วนไหนผมไม่พบข้อมูลที่ใช้ยืนยันได้

ระบบอีแวปในโรงเห็ดคืออะไร ทำงานอย่างไร

ภาพประกอบ ระบบอีแวปในโรงเห็ดคืออะไร ทำงานอย่างไร

คู่มือการผลิตเห็ดฟางและเห็ดนางฟ้าแบบครบวงจรของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อธิบายโรงเรือนอีแวปว่ามีโครงสร้างขนาด 5x9x3.5 เมตร โครงเหล็กโค้งหลังคาผ้าใบ ผนังข้างเป็นผ้าใบทึบ ด้านหนึ่งติดแผ่นระเหยน้ำ อีกด้านติดพัดลมดูดอากาศ ใช้ถังน้ำขนาดไม่ต่ำกว่า 1,000 ลิตร มีปั๊มและลูกลอย คู่มือระบุว่าแผ่นอีแวปลดอุณหภูมิได้ประมาณ 0-10 องศาเซลเซียส ตามสภาพอากาศ และการพ่นหมอกให้การลดอุณหภูมิใกล้เคียงกันแต่ทำให้ความชื้นสูงกว่า

ตัวเลข 0-10 องศานี้กว้างมาก ซึ่งตรงกับธรรมชาติของระบบนี้ ระบบระเหยน้ำทำงานดีเมื่ออากาศภายนอกร้อนและแห้ง และลดผลลงเมื่ออากาศชื้น ในหน้าฝนที่ความชื้นภายนอกสูงอยู่แล้ว แผ่นอีแวปจึงช่วยน้อยลง

หลักฐานจากงานวิจัยในไทยที่ตรวจสอบได้

โรงเรือนปลูกพืชที่ใช้แผ่นระเหยน้ำ (ไม่ใช่โรงเห็ด)

งานในวารสาร RMUTP Research Journal Sci. & Tech. ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 (2567) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทดสอบโรงเรือนที่ใช้ระบบแผ่นระเหยน้ำ รายงานว่าในวันที่อากาศเย็นระบบรักษาอุณหภูมิได้ราว 25 องศาเซลเซียส ในวันร้อนไม่ถึงค่าเป้าหมาย แต่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยในโรงเรือนต่ำกว่าภายนอกราว 5-7 องศา โหมดควบคุมความชื้นรักษาความชื้นสัมพันธ์ได้ราว 70% แต่อุณหภูมิภายในอยู่ราว 28-35 องศา และการใช้ไฟฟ้ากับค่าไฟสูงสุดในโหมดควบคุมอุณหภูมิ ต่ำสุดในโหมดควบคุมความชื้น การใช้น้ำและไฟขึ้นกับอากาศ สูงขึ้นเมื่อร้อนและแห้ง ข้อควรระวังคือนี่เป็นโรงเรือนปลูกพืช ไม่ใช่โรงเห็ด ผลที่ได้ใช้เป็นภาพรวมของพฤติกรรมระบบ ไม่ใช่ผลผลิตเห็ด

โรงเรือนเห็ดควบคุมอัตโนมัติเทียบกับโรงเรือนทั่วไป (ไม่ใช่แผ่นอีแวป)

งานวิจัยของวีรศักดิ์ ฟองเงิน และคณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มิ.ย. 2561) เปรียบเทียบโรงเรือนที่ควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ (ปั๊มพ่นละออง พัดลม และเครื่องทำความร้อน ไม่ใช่แผ่นอีแวป) กับโรงเรือนทั่วไป เพาะเห็ดนางรมและนางฟ้า 300 ก้อน น้ำหนักเฉลี่ยตามที่รายงานคือ 1.506 กับ 1.206 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.17 กับ 0.28) ปั๊มและพัดลมทำงานเมื่ออุณหภูมิเกิน 35 องศา หน่วยของน้ำหนักในงานนี้ไม่ชัดเจนจากข้อความที่ผมอ่าน และเป็นการทดลองขนาดเล็ก จึงใช้เป็นเพียงสัญญาณว่าการควบคุมสภาพแวดล้อมมีผลต่อผลผลิต ไม่ใช่ตัวเลขที่จะเอามาคูณเป็นรายได้

ผมไม่พบงานที่เปิดอ่านได้ซึ่งวัดผลผลิตเห็ดในโรงเรือนแบบแผ่นอีแวปเทียบกับโรงเรือนแบบเปิดโดยตรง ดังนั้นประโยชน์ในแง่ผลผลิตของอีแวปกับเห็ด ต้องประเมินจากอุณหภูมิและความชื้นของโรงเรือนคุณเอง ไม่ใช่จากตัวเลขสำเร็จรูป

เห็ดแต่ละชนิดต้องการลดความร้อนแค่ไหน

ภาพประกอบ เห็ดแต่ละชนิดต้องการลดความร้อนแค่ไหน

จากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรเรื่องการเพาะเห็ดถุง เห็ดนางฟ้าภูฐานไม่ออกดอกถ้าเกิน 35 องศา และออกดอกดีราว 25 องศา ส่วนนางรมสายพันธุ์ขาวสำหรับหน้าร้อน ให้ผลผลิตดีที่ 24-33.5 องศา ช่วงมกราคมถึงพฤษภาคมสูงกว่าช่วงมิถุนายนถึงธันวาคม ดังนั้นถ้าโรงเรือนเปิดของคุณมีวันที่เกิน 35 องศาหลายสัปดาห์ต่อปี การลดความร้อนมีคุณค่าตรงที่ช่วยให้รอบที่ควรเสียไปยังเก็บเกี่ยวได้ แต่ถ้าโรงเรือนของคุณแทบไม่เกิน 33 องศา อีแวปก็อาจเป็นการลงทุนเกินความจำเป็น

สถานการณ์ของโรงเรือนคุณแนวโน้มความคุ้มของอีแวปทางเลือกที่ถูกกว่า
อุณหภูมิกลางวันไม่ค่อยเกิน 33 องศาตลอดปีผลตอบแทนน้อยพ่นละออง รดพื้นและผนัง ปรับช่องลม
เกิน 35 องศาหลายสัปดาห์ในหน้าร้อน เพาะนางฟ้าภูฐานมีเหตุผลชัดที่จะพิจารณาพักโรงเรือนช่วงร้อนจัดแล้วเพาะนางรมสายพันธุ์ขาวแทน
อยู่ในพื้นที่ชื้นสูงเกือบทั้งปีแผ่นระเหยได้ผลลดลงตามหลักการระเหยเน้นพัดลมระบายอากาศและควบคุมน้ำ
ขายเห็ดไม่ต่อเนื่อง ผลิตเป็นรอบสั้น ๆคืนทุนช้าใช้ถังเพาะแบบครัวเรือนตามคู่มือ วช.
ผลิตทุกเดือนและมีตลาดขาดไม่ได้คุ้มได้มากขึ้นถ้าร้อนจนหยุดการผลิตคำนวณตามสูตรด้านล่าง

งบอุปกรณ์ตัวอย่างจากคู่มือ วช.

คู่มือ วช. แสดงตารางงบโรงเรือนอีแวปรวม 82,460 บาท ตามรายการดังนี้

  • พัดลมดูดอากาศ 16 นิ้ว 250 วัตต์ 0.5 แรงม้า จำนวน 2 ตัว รวม 12,000 บาท
  • แผ่นคูลลิ่งแพด 30x180x15 จำนวน 13 แผ่น (แผ่นละ 420 บาท) รวม 5,460 บาท
  • รางพีวีซีรูปตัวยูพร้อมชุดท่อ 6,800 บาท
  • ฝาครอบสแตนเลสด้านข้าง 2 ชิ้น 2,200 บาท
  • ตู้ควบคุมพร้อมไทเมอร์ หัววัดอุณหภูมิและความชื้น 8,000 บาท
  • ปั๊มน้ำ DC 24 โวลต์ 330 วัตต์ 1,500 ลิตรต่อชั่วโมง 3,000 บาท
  • โรงเรือนขนาด 9x10x3.5 เมตร คลุมพลาสติกพร้อมเหล็ก 45,000 บาท

รายการอุปกรณ์ลดความร้อนและควบคุมรวมกันได้ 37,460 บาท (12,000 + 5,460 + 6,800 + 2,200 + 8,000 + 3,000) และเมื่อบวกโรงเรือน 45,000 บาท ได้ 82,460 บาทตามตาราง ข้อควรทราบคือคู่มือเองมีความไม่ตรงกันภายใน ในเนื้อหาระบุโรงเรือน 5x9 เมตร แผ่นแพด 14 แผ่น และพัดลม 3 ตัว แต่ตารางงบระบุโรงเรือน 9x10 เมตร แผ่นแพด 13 แผ่น และพัดลม 2 ตัว ดังนั้นควรใช้ตารางนี้เป็นตัวอย่างโครงสร้างงบ ไม่ใช่ใบเสนอราคา และต้องถามราคาปัจจุบันจากร้านที่คุณจะซื้อ (คู่มือเป็นปี 2565-2566 ไม่มีวันที่ราคาแต่ละรายการ)

สูตรคำนวณจุดคืนทุนของส่วนที่ลงทุนเพิ่ม

  1. รวมราคาอุปกรณ์ลดความร้อนและตู้ควบคุมที่ถามจริงวันนี้ เรียกว่า ลงทุนเพิ่ม (A)
  2. ประเมินจำนวนรอบที่ในโรงเรือนเปิดของคุณเสียไปจากความร้อนในหนึ่งปี หรือผลผลิตที่ตกลง เรียกว่า รอบที่กู้คืน (B)
  3. คำนวณกำไรต่อรอบ = (ผลผลิต × ราคาขาย) − ต้นทุนต่อรอบ เรียกว่า กำไรต่อรอบ (C)
  4. ประเมินค่าไฟและน้ำที่เพิ่มต่อปี = (กิโลวัตต์รวม × ชั่วโมงใช้ต่อวัน × จำนวนวัน × ค่าไฟต่อหน่วย) + ค่าน้ำ เรียกว่า ค่าดำเนินการเพิ่ม (D)
  5. กำไรเพิ่มต่อปี = (B × C) − D แล้วปีที่คืนทุน = A ÷ กำไรเพิ่มต่อปี

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด (ไม่ใช่ข้อมูลจริง)

สมมติ A = 37,460 บาท ตามยอดรวมอุปกรณ์ในตัวอย่างคู่มือ สมมติ B = 4 รอบที่กู้คืนได้ต่อปี สมมติ C = 3,000 บาทต่อรอบ สมมติพัดลม 2 ตัวๆ ละ 250 วัตต์ รวม 0.5 กิโลวัตต์ เปิด 10 ชั่วโมงต่อวัน 120 วันต่อปี ค่าไฟสมมติ 4 บาทต่อหน่วย จะได้ 0.5 × 10 × 120 × 4 = 2,400 บาท ยังไม่รวมปั๊มและค่าน้ำ สมมติรวมเป็น D = 3,000 บาท กำไรเพิ่มต่อปี = (4 × 3,000) − 3,000 = 9,000 บาท ปีที่คืนทุน = 37,460 ÷ 9,000 ≈ 4.2 ปี ตัวเลขสมมติทุกตัวต้องแทนด้วยของจริงของคุณ ผลลัพธ์นี้ไม่ได้บอกว่าอีแวปคุ้มหรือไม่คุ้ม แค่ชี้ว่าถ้ารอบที่กู้คืนน้อย อุปกรณ์จะคืนทุนช้ากว่าอายุใช้งานที่คาดไว้

ทางเลือกอื่นที่ควรเทียบก่อนตัดสินใจ

ภาพประกอบ ทางเลือกอื่นที่ควรเทียบก่อนตัดสินใจ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนลงทุนอีแวป

  • ซื้อชุดอีแวปจากโฆษณาโดยไม่วัดอุณหภูมิโรงเรือนเดิมสักเดือน จึงไม่รู้ว่ามีกี่วันที่เกิน 35 องศาจริง
  • ใช้โรงเรือนที่รั่วอากาศ แล้วลมดูดผ่านช่องรั่วแทนที่จะผ่านแผ่นแพด จึงเย็นไม่ทั่ว
  • ลืมค่าไฟและค่าน้ำ รวมถึงค่าบำรุงรักษาแผ่นแพดที่ตะกรังจับหรือสาหร่ายขึ้น
  • ติดตั้งในพื้นที่ชื้นสูงเกือบทั้งปีโดยหวังว่าจะลดความร้อนได้เท่าที่เห็นในพื้นที่แห้ง
  • ใช้ตัวเลขงบในคู่มือเป็นใบเสนอราคา ทั้งที่คู่มือมีความไม่ตรงกันภายในและเป็นราคาปี 2565-2566
  • ไม่เผื่อรอบเสียหายของก้อนเชื้อ ทำให้คิดกำไรต่อรอบสูงเกินจริง

สรุป

ระบบอีแวปให้ประโยชน์ชัดที่สุดเมื่ออากาศภายนอกร้อนและแห้ง และเห็ดที่คุณเพาะหยุดออกดอกเมื่อร้อนเกินเกณฑ์ เช่น นางฟ้าภูฐานที่หยุดออกดอกเมื่อเกิน 35 องศา ตัวเลขที่ตรวจสอบได้มีเพียงช่วงลดอุณหภูมิ 0-10 องศาในคู่มือ วช. กับผลโรงเรือนปลูกพืชที่ลดเฉลี่ย 5-7 องศา ส่วนผลผลิตเห็ดจากอีแวปโดยตรงไม่พบข้อมูลยืนยัน การตัดสินใจจึงควรอิงข้อมูลอุณหภูมิจริงของโรงเรือนเดิม ราคาอุปกรณ์ที่ถามวันนี้ และสูตรจุดคืนทุนที่ให้ไว้ ตัวเลขงบ 82,460 บาทเป็นแค่ตัวอย่างโครงสร้างงบ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) — คู่มือการผลิตเห็ดฟางและเห็ดนางฟ้าแบบครบวงจร (2565) — โครงสร้างโรงเรือนอีแวป งบอุปกรณ์ และการเทียบพ่นหมอก https://dkmmap.nrct.go.th/dkmmap-2021/dkm-dm/upload_manual/65-129.pdf
  • 📄RMUTP Research Journal Sci. & Tech. ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 (2567) — โรงเรือนที่มีระบบแผ่นระเหยน้ำ — ผลอุณหภูมิ ความชื้น และการใช้ไฟ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RMUTP/article/download/250415/171710/962656
  • 📄วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (2561) — โรงเรือนเห็ดควบคุมอัตโนมัติเทียบโรงเรือนทั่วไป https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/itm-journal/article/download/140258/104041/
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — การเพาะเห็ดถุงชนิดต่างๆ — อุณหภูมิที่เห็ดนางฟ้าภูฐานและนางรมออกดอก https://esc.doae.go.th/wp-content/uploads/2015/02/por-hed-tuk.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

โรงเรือนอีแวปลดอุณหภูมิได้กี่องศา

คู่มือ วช. ระบุราว 0-10 องศา งานโรงเรือนปลูกพืชของ ม.เทคโนโลยีสุรนารีรายงานต่ำกว่าภายนอกราว 5-7 องศาในวันร้อน ขึ้นกับความชื้นและการปิดผนึก

ใช้ไฟมากไหม

งานวิจัยพบว่าใช้ไฟสูงสุดในโหมดควบคุมอุณหภูมิ ให้คำนวณจากกำลังไฟพัดลมและปั๊ม คูณชั่วโมงใช้งานกับค่าไฟต่อหน่วย

อีแวปเหมาะกับเห็ดชนิดไหน

ไม่พบข้อมูลยืนยันผลผลิตเห็ดจากแผ่นอีแวปโดยตรง ใช้เกณฑ์อุณหภูมิที่เห็ดหยุดออกดอก เช่น นางฟ้าภูฐานไม่ออกดอกเกิน 35 องศา

พ่นหมอกแทนอีแวปได้ไหม

คู่มือ วช. ระบุว่าลดอุณหภูมิใกล้เคียงแต่ความชื้นสูงกว่า ต้องระวังก้อนแฉะหรือเกิดรา

งบตัวอย่าง 82,460 บาท ใช้เป็นราคาปัจจุบันได้ไหม

ไม่ควร เป็นราคาตัวอย่างในคู่มือปี 2565-2566 และมีรายการไม่ตรงกันภายในเอกสาร ต้องถามราคาจริงจากร้าน

ควรเริ่มจากอะไรก่อนลงทุน

วัดอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือนเดิมอย่างน้อยหนึ่งฤดูร้อน บันทึกวันที่เกิน 35 องศาและผลผลิตที่ตก แล้วใช้สูตรจุดคืนทุน