คำตอบสั้น ๆ
โรงเรือนหมูต้องเริ่มจากที่ตั้ง พื้นที่ต่อตัว หัวนิปเปิ้ล พื้นที่แห้งไม่ลื่น และคุมแอมโมเนียไม่เกิน 25 ppm บทความนี้แยกเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานให้เห็นชัด และบอกว่าตัวเลขไหนเอกสารทางการไม่ได้กำหนด
คำตอบเร็ว: โรงเรือนเลี้ยงหมูที่ผ่านมาตรฐานฟาร์มต้องมีสามอย่างที่เอกสารทางการพูดตรงกัน คือน้ำสะอาดพอและหัวนิปเปิ้ลจัดตามจำนวนหมู พื้นที่แห้ง ไม่ลื่น มีความลาดให้ระบายและแยกที่นอนออกจากที่ขับถ่าย และการระบายอากาศที่คุมแอมโมเนียในโรงเรือนไม่ให้เกิน 25 ppm ตามมาตรฐานสวัสดิภาพสุกร มกษ. 9061-2565 ส่วนตัวเลขพื้นที่ แนวทางผลิตสะอาดของกรมควบคุมมลพิษให้ขั้นต่ำสุกรขุน 1 ตารางเมตรต่อตัว ขณะที่เกณฑ์ของสมาคมสัตวแพทย์ผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทยให้สุกรขุน 1.2-1.5 ตารางเมตรบนพื้นปูน กฎ GAP ฟาร์มสุกรบังคับกับฟาร์มตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป ต่ำกว่านั้นยังไม่ถูกบังคับ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
คำว่า "ผ่านมาตรฐานฟาร์ม" มีสองความหมายที่คนมักปนกัน ความหมายแรกคือผ่าน GAP ฟาร์มสุกรที่กระทรวงเกษตรฯ ประกาศเป็นกฎกระทรวง ความหมายที่สองคือผ่านเกณฑ์ที่ผู้ซื้อ โรงเชือด หรือสมาคมกำหนดเอง บทความนี้แยกให้เห็นว่าแต่ละที่เขียนเรื่องโรงเรือนไว้อย่างไร ตัวเลขทุกตัวมาจากเอกสารที่เปิดอ่านจริง ส่วนที่เอกสารไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขจะบอกว่าไม่ได้กำหนด ไม่เติมตัวเลขเองให้ดูครบ
มาตรฐานฟาร์มหมูมีกี่ชั้น และใครโดนบังคับ
ตามที่ Swine Thailand สรุปจากกฎกระทรวงว่าด้วยการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร พ.ศ. 2566 (ราชกิจจานุเบกษา 18 ม.ค. 2566) ฟาร์มที่ถูกบังคับมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือฟาร์มสุกรขุน 1,500 ตัวขึ้นไป หรือแม่พันธุ์ 120 ตัวขึ้นไป เริ่มบังคับ 3 พ.ค. 2566 กลุ่มที่สองคือสุกรขุน 500-1,499 ตัว หรือแม่พันธุ์ 95-119 ตัว เริ่มบังคับ 1 ส.ค. 2566 ฟาร์มต่ำกว่า 500 ตัวยังอยู่นอกการบังคับ
| ขนาดฟาร์ม | สถานะตามกฎกระทรวง GAP สุกร พ.ศ. 2566 | เริ่มบังคับ |
|---|---|---|
| สุกรขุน 1,500 ตัวขึ้นไป หรือแม่พันธุ์ 120 ตัวขึ้นไป | บังคับ | 3 พ.ค. 2566 |
| สุกรขุน 500-1,499 ตัว หรือแม่พันธุ์ 95-119 ตัว | บังคับ | 1 ส.ค. 2566 |
| ต่ำกว่า 500 ตัว | ไม่ถูกบังคับ | - |
ผมไม่ได้เปิดอ่านตัวกฎกระทรวงฉบับเต็มจากราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ตัวเลขข้างต้นมาจากบทสรุปของ Swine Thailand ที่ระบุไว้ในหัวข้ออ้างอิง ใครที่ฟาร์มอยู่ใกล้เส้น 500 ตัวควรขอสำเนากฎกระทรวงจากปศุสัตว์จังหวัด
ตัวมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็นเนื้อหาทางเทคนิคจริงมีสองฉบับที่เปิดอ่าน ฉบับแรกคือ มกษ. 6403 ฟาร์มสุกร (ผมอ่านฉบับ 2558 เนื้อหาเรื่องโรงเรือนเป็นหลักการ และมีฉบับ 2565 ที่ใช้แทนซึ่งผมไม่ได้เปิดอ่านจึงไม่อ้างข้อความของฉบับนั้น) ฉบับที่สองคือ มกษ. 9061-2565 การจัดการสวัสดิภาพสัตว์สุกร ซึ่งมีรายละเอียดเรื่องพื้นและอากาศมากกว่า
ที่ตั้งและทิศ: ตัดสินก่อนวางผัง
แนวทางปฏิบัติด้านการผลิตที่สะอาดสำหรับฟาร์มสุกรของกรมควบคุมมลพิษ (ฉบับที่ผมเปิดอ่านเผยแพร่ในเว็บไซต์กรม ปี 2567) ระบุไว้ว่า
- ที่ตั้งฟาร์มห่างจากโรงฆ่าสัตว์และตลาดนัดค้าสัตว์ไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร
- อยู่ใต้ลมเมื่อเทียบกับบ้านพักใกล้เคียง เพื่อไม่ให้กลิ่นไปรบกวน
- น้ำท่วมไม่ถึง และมีน้ำสะอาดใช้ตลอดปี
- สร้างโรงเรือนในแนวตะวันออก-ตะวันตก เพื่อไม่ให้แดดส่องเข้าตลอดวัน
ข้อสุดท้ายคนมักข้ามเพราะที่ดินที่มีอยู่ไม่ได้หันตามทิศที่อยากได้ แต่ผลมันสะสม โรงเรือนยาวที่หันด้านยาวรับแดดบ่ายจะร้อนกว่ามาก พัดลมต้องเดินนานขึ้น น้ำที่ใช้ลดความร้อนก็เพิ่มตาม ถ้าที่ดินบังคับให้ต้องหันผิดทิศ ควรคิดชายคายื่น หรือแผงบังแดดตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอให้หมูหอบแล้วค่อยแก้
เกณฑ์ของสมาคมสัตวแพทย์ผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย (TSVA) ยังระบุระยะระหว่างอาคารไม่น้อยกว่า 25 เมตร และ 50 เมตรระหว่างหน่วยการผลิต ซึ่งเป็นเกณฑ์ของสมาคม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ถ้าฟาร์มต้องการขายหมูให้ผู้ซื้อที่ใช้เกณฑ์นี้ ก็ควรวางผังให้ผ่านตั้งแต่ต้น
พื้นที่ต่อตัว: เลขสามตัวที่ไม่เท่ากัน
เอกสารสามแหล่งให้ตัวเลขพื้นที่ต่อตัวต่างกัน ไม่ใช่เพราะใครผิด แต่เพราะวัตถุประสงค์ต่างกัน
| แหล่ง | สุกรขุน | พ่อพันธุ์ | แม่พันธุ์ |
|---|---|---|---|
| กรมควบคุมมลพิษ (แนวทางผลิตสะอาด) | ไม่น้อยกว่า 1 ตร.ม./ตัว | ไม่น้อยกว่า 7.5 ตร.ม./ตัว | ไม่น้อยกว่า 1.32 ตร.ม./ตัว |
| TSVA (เกณฑ์ฟาร์มสุกร) | 1.2-1.5 ตร.ม. บนพื้นปูน, 1.0 ตร.ม. บนพื้นระแนง | - | - |
| มกษ. 6403-2558 / 9061-2565 | ระบุเป็นหลักการว่าต้องมีพื้นที่เพียงพอ และหมูทุกตัวนอนลงพร้อมกันได้ | - | - |
สำหรับคนวางแผนสร้าง ผมแนะนำใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าเป็นตัวตั้ง คือ 1.2-1.5 ตารางเมตรต่อตัวสำหรับสุกรขุนบนพื้นปูน เหตุผลเชิงปฏิบัติคือพื้นที่เป็นสิ่งเดียวที่แก้ยากที่สุดหลังสร้าง การลดจำนวนหมูในคอกทีหลังหมายถึงรายได้ลดลง ขณะที่การออกแบบให้กว้างตั้งแต่ต้นแค่เสียค่าก่อสร้างเพิ่ม
ตัวอย่างคำนวณ (สมมติ ไม่ใช่ข้อกำหนด) ถ้าจะเลี้ยงสุกรขุน 100 ตัวบนพื้นปูนที่ 1.2 ตารางเมตรต่อตัว ต้องมีพื้นที่คอกอย่างน้อย 120 ตารางเมตร ยังไม่รวมทางเดินและห้องเก็บอาหาร ที่ 1.5 ตารางเมตรจะเป็น 150 ตารางเมตร
ระบบน้ำ: จำนวนหัว ความสูง และสิ่งที่คนลืมตรวจ
แนวทางของกรมควบคุมมลพิษบอกให้ติดตั้งหัวนิปเปิ้ลให้เพียงพอกับจำนวนหมู และปรับระดับหัวให้พอดีกับขนาดตัวหมู เกณฑ์ TSVA ให้ตัวเลขชัดกว่า คือหนึ่งหัวต่อสุกร 5-10 ตัว
เรื่องหัวนิปเปิ้ลที่หน้างานต้องรู้มีดังนี้
- ความสูงหัวต้องปรับตามการโตของหมู ถ้าติดไว้ระดับเดียวตลอดรุ่น ช่วงลูกหมูใหม่หัวสูงเกินไปจนกินน้ำน้อย ช่วงหมูใหญ่หัวต่ำเกินไปน้ำหกลงพื้น พื้นเปียกตลอด เกณฑ์ที่ว่าพื้นต้องแห้งทำไม่ได้ ตัวเลขความสูงที่เหมาะต่อน้ำหนักหมู ผมไม่พบในเอกสารทางการที่เปิดอ่าน ให้ถามบริษัทผู้ขายหัวหรือปศุสัตว์
- ตรวจแรงน้ำทุกวัน หัวตันหนึ่งหัวในคอกที่มีหัวเดียว หมูทั้งคอกขาดน้ำ ซึ่งจะเห็นเป็นกินอาหารลดก่อนจะเห็นอาการอื่น
- แยกท่อเข้าคอก ถ้ามีทางปิดน้ำเป็นคอก เวลาล้างหรือซ่อมไม่ต้องปิดทั้งโรง
- ถังสำรองน้ำ ฟาร์มที่ใช้น้ำบาดาลหรือปั๊มไฟฟ้าควรมีแผนตอนไฟดับ มกษ. 6403-2558 ระบุเรื่องแผนรับมือไฟฟ้าดับสำหรับโรงเรือนปิดไว้
ปริมาณน้ำที่หมูแต่ละช่วงน้ำหนักควรได้ ผมไม่ได้เปิดพบตัวเลขจากเอกสารทางการที่ยืนยันได้ จึงไม่ใส่ในบทความนี้ ให้ใช้จากตารางของบริษัทพันธุ์หมูหรือปศุสัตว์จังหวัด
พื้น: แห้ง ไม่ลื่น และลาดให้น้ำไป
มกษ. 9061-2565 ว่าด้วยสวัสดิภาพสุกรเขียนเงื่อนไขที่เกี่ยวกับพื้นไว้หลายข้อ ที่ผมสรุปได้จากการเปิดอ่านคือ หมูทุกตัวต้องนอนลงพร้อมกันได้ แยกที่นอนออกจากที่ขับถ่าย พื้นต้องระบายน้ำและแห้ง ช่องของพื้นระแนงต้องเหมาะกับกีบหมู เกณฑ์ TSVA เสริมว่าพื้นปูนต้องไม่หยาบเกินและไม่ลื่น และมีความลาด
เกณฑ์เหล่านี้ฟังเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในงานจริงมีสองจุดที่ขัดกัน พื้นขัดมันเรียบล้างง่ายแต่หมูลื่นล้ม พื้นหยาบกันลื่นแต่ขัดกีบจนเป็นแผลและเป็นที่สะสมเชื้อ ช่างทาสีหรือเทปูนมักเลือกเรียบเพราะดูสวย ให้ตกลงกับช่างตั้งแต่วันเทว่าต้องการผิวปาดหยาบละเอียด ไม่ใช่ขัดมัน ความลาดของพื้นที่ตัวเลขเป๊ะผมก็ไม่พบในเอกสารทางการ จึงไม่ระบุ ให้ทดสอบหน้างานด้วยการเทน้ำและดูว่าไหลหมดโดยไม่ขังเป็นแอ่ง
เรื่องมูลและการล้าง แนวทางของกรมควบคุมมลพิษกำหนดให้เก็บกวาดมูลอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และล้างคอกอย่างน้อยทุก 2 วัน ก่อนล้างให้พรมน้ำให้ทั่วพื้น ที่ตากมูลควรมีหลังคาหรือคลุมพลาสติก โรงเก็บมูลควรเป็นพื้นคอนกรีตยกสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร และก่อนเข้าระบบบำบัดน้ำเสียควรมีบ่อดักมูลก่อน จุดนี้เป็นเหตุผลที่ต้องคิดความลาดของพื้นทั้งโรงให้ไปรวมที่เดียว
การระบายอากาศและความร้อน
มกษ. 9061-2565 ระบุให้แอมโมเนียในโรงเรือนไม่เกิน 25 ppm และให้มีมาตรการลดความเครียดจากความร้อน เช่น ร่มเงา พัดลม ระบบน้ำหยด หรือหมอก และลดความหนาแน่นเมื่อร้อน แนวทางของกรมควบคุมมลพิษเสนอเพิ่มว่าใช้ระบบน้ำหยดสำหรับแม่พันธุ์ และใช้ส้วมน้ำ (บ่อน้ำให้หมูนอนแช่) สำหรับสุกรขุน เพื่อลดการใช้น้ำสาดตัว ส่วนโรงเรือนปิดแบบ evap ควรออกแบบไม่ให้ท่อระบายอากาศหันเข้าหาชุมชน
ผู้เลี้ยงรายย่อยมักวัด 25 ppm ไม่ได้ เพราะเครื่องวัดแอมโมเนียมีราคาและต้องสอบเทียบ วิธีที่ใช้ได้จริงคือจมูกคน เมื่อเดินเข้าโรงเรือนตอนเช้าแล้วแสบจมูกหรือแสบตา แสดงว่าสะสมเกินระดับที่ควรแล้ว ซึ่งเป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้นของผู้เขียน ไม่ได้ใช้แทนการวัดเมื่อต้องตรวจประเมิน เหตุที่พบบ่อยคือมูลค้างใต้พื้นระแนง พื้นเปียก หรือเปิดลมไม่พอตอนกลางคืนเพราะกลัวหมูหนาว
ลำดับตรวจก่อนขอรับรอง
- ตรวจว่าฟาร์มอยู่ในกลุ่มที่ถูกบังคับหรือไม่ (500 ตัวขึ้นไปตามที่สรุปข้างต้น)
- ขอฉบับล่าสุดของ มกษ. 6403 และ 9061 จาก มกอช. หรือปศุสัตว์จังหวัด
- เทียบ ที่ตั้ง ทิศ ระยะห่างอาคาร พื้นที่ต่อตัว หัวนิปเปิ้ล ความลาดพื้น การเก็บมูล และบ่อดักมูล ตามรายการข้างต้น
- เตรียมบันทึกการเก็บกวาดและล้างคอก เพราะผู้ตรวจดูบันทึกควบคู่กับสภาพจริง
- ถามปศุสัตว์จังหวัดเรื่องเอกสารและขั้นตอนขอรับรอง ผมไม่ได้เปิดพบขั้นตอนยื่นขอที่ยืนยันได้จึงไม่เขียนรายละเอียดตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดพื้นที่ตามจำนวนหมูตอนเข้าคอก ไม่ใช่ตอนจับขาย หมูโตทีหลังแล้วแน่น ต้องวางแผนตามน้ำหนักท้ายรุ่น
- ใช้หัวนิปเปิ้ลน้อยเกินเพื่อประหยัด ผลคือหมูตัวเล็กแย่งไม่ได้
- พื้นเรียบมันสวย แล้วเจอหมูลื่นล้ม
- ไม่คิดทางออกของมูล สร้างโรงเรือนเสร็จค่อยหาที่ตาก
- หันโรงเรือนด้านยาวรับแดดบ่าย ทำให้ต้องใช้น้ำและพัดลมเพิ่มตลอดทั้งปี
- อ้างตัวเลขโดยไม่ระบุแหล่ง ผู้ตรวจและผู้ซื้อต้องการเห็นเอกสารที่ตรวจได้ ไม่ใช่ความจำ
- ลืมแผนไฟดับ โดยเฉพาะโรงเรือนปิดที่พึ่งพัดลมและปั๊มน้ำ
สรุป
ถ้าอยากให้โรงเรือนหมูผ่านเกณฑ์ ให้เริ่มจากที่ตั้งและทิศ เลือกพื้นที่ต่อตัวตามเกณฑ์ที่เข้มกว่า ติดหัวนิปเปิ้ลให้พอและปรับความสูงตามหมู ทำพื้นที่ไม่ลื่นและลาดไปทางเดียว และคุมความร้อนกับแอมโมเนียไม่ให้เกิน 25 ppm ฟาร์มตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไปถูกบังคับ GAP ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2566 ที่ผมอ่านจากบทสรุปของ Swine Thailand ตัวเลขที่เอกสารทางการไม่ได้กำหนด ผมไม่ใส่ให้ครบเพื่อความดูดี และบอกว่าให้ถามหน่วยงานใด (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมควบคุมมลพิษ — แนวทางปฏิบัติด้านการผลิตที่สะอาดสำหรับฟาร์มสุกร ใช้เรื่องที่ตั้ง ทิศ พื้นที่ต่อตัว หัวนิปเปิ้ล การเก็บมูล https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2024/06/pcdnew-2024-06-27_08-23-04_648171.pdf
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ — มกษ. 6403-2558 ฟาร์มสุกร https://acfs-backend.acfs.go.th/storage/ProductStandards/Files//20190610034002_749375.pdf
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ — มกษ. 9061-2565 การจัดการสวัสดิภาพสัตว์สุกร ใช้เรื่องแอมโมเนีย 25 ppm พื้นและความร้อน https://acfs-backend.acfs.go.th/storage/ProductStandards/Files//20220616110910_842216.pdf
- สมาคมสัตวแพทย์ผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย (TSVA) — เกณฑ์ฟาร์มสุกร ใช้เรื่องพื้นที่ต่อตัว จำนวนหัวน้ำ และระยะห่างอาคาร https://tsva.or.th/standard-of-pig-farm-criteria
- Swine Thailand — สรุปกฎกระทรวง GAP ฟาร์มสุกรไทย พ.ศ. 2566 ใช้เรื่องขนาดฟาร์มและวันเริ่มบังคับ https://www.swinethailand.com/17379007/gap-thai-pig-farm-2023
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตอะไรบ้างก่อนพ่นปุ๋ยและยา
สรุปว่าโดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. และ กพท. อย่างไร ตามประกาศล่าสุดปี 2569 พร้อมแผนตามสถานการณ์ทั้งซื้อ จ้าง และฟาร์มชายแดน
โดรนพ่นปุ๋ยทางใบและหว่านปุ๋ยเม็ด จ้างหรือซื้อ ต้นทุนต่อไร่เป็นอย่างไร
เปรียบเทียบต้นทุนจ้างโดรนพ่นปุ๋ยกับซื้อเองด้วยตัวเลขที่ระบุที่มาและวันที่ พร้อมตัวอย่างจุดคืนทุนและต้นทุนที่ใบเสนอราคามักไม่บอก
สอบเทียบเครื่องพ่นยา วัดอัตราพ่นต่อไร่ก่อนผสมปุ๋ยหรือสาร
วัดอัตราพ่นของเครื่องเป็นลิตรต่อไร่ด้วยแปลงทดสอบ 16 ตารางเมตร พ่นน้ำเปล่า 3 รอบ ตรวจหัวฉีดทีละหัว แล้วคำนวณจำนวนถังและปริมาณผสมตามฉลากแทนการเดา
หัวพ่นยาแบบไหนเหมาะกับงานอะไร หัวพัด หัวกรวย ขนาดละอองต่างกันอย่างไร
หัวพ่นยาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร หัวพัด หัวกรวย หัวดูดอากาศ และขนาดละออง อธิบายตามมาตรฐาน ASABE และงานทดสอบ เพื่อเลือกหัวให้ตรงกับงานในแปลง
ล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้ ทำอย่างไรให้ใช้ได้นานไม่ตัน
ขั้นตอนล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้งาน ตั้งแต่ล้างถัง ปั๊ม ไส้กรอง ไปจนถึงหัวพ่น เพื่อกันตัน กันกัดกร่อน และให้พร้อมใช้ฤดูถัดไป
เครื่องพ่นปุ๋ยสตาร์ทไม่ติด ตรวจน้ำมัน หัวเทียน และคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ
เครื่องพ่นปุ๋ยหรือเครื่องพ่นยาเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ให้ตรวจเชื้อเพลิง หัวเทียน ไส้กรองอากาศและคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ ก่อนส่งช่างหรือเปลี่ยนอะไหล่
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กรงไก่ขนาดใหญ่ กรงไก่ชน กรง ไก่ไข่ กรงกระต่าย กรงแมว กรงสุนัข โรงเพาะชำ โรงเรือน เลี้ยงนก กรงนก เล้าไก่ ปลูกผัก มีตาข่าย
ดูรายละเอียด
กรงไก่ขนาดใหญ่ ทรงจั่ว กรงไก่ไข่ กรงไก่ชน กรงนก กรงกระต่าย กรงแมว กรงสุนัข โรงเพาะชำ โรงเรือน เลี้ยงนก ปลูกผัก มีตาข่าย
ดูรายละเอียด
ม่านอาบน้ําเนื้อแกะน่ารัก | ทําจากโพลีเอสเตอร์ ซักได้ พร้อมตะขอและตาไก่โลหะด้านบน เหมาะสําหรับบ้าน โรงแรม หอพัก อพาร์ตเมนต์ โรงเรือน ห้องน้ํา
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
หมูขุน 1 ตัวต้องใช้พื้นที่เท่าไรจึงผ่านเกณฑ์
ขึ้นกับเกณฑ์ที่ใช้ กรมควบคุมมลพิษให้ขั้นต่ำ 1 ตารางเมตรต่อตัว TSVA ให้ 1.2-1.5 ตารางเมตรบนพื้นปูน และ 1.0 บนพื้นระแนง ส่วนมาตรฐานสวัสดิภาพ มกษ. 9061-2565 เขียนเป็นหลักการว่าหมูทุกตัวต้องนอนลงพร้อมกันได้
ฟาร์ม 300 ตัวต้องทำ GAP ไหม
ตามที่ Swine Thailand สรุปจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2566 ฟาร์มต่ำกว่า 500 ตัวยังไม่ถูกบังคับ แต่ควรถามปศุสัตว์จังหวัดว่ามีข้อกำหนดอื่นของพื้นที่หรือไม่
หัวนิปเปิ้ลควรมีกี่หัวต่อคอก
เกณฑ์ TSVA ระบุหนึ่งหัวต่อสุกร 5-10 ตัว ส่วนแนวทางกรมควบคุมมลพิษให้ติดให้พอกับจำนวนหมูโดยไม่ระบุตัวเลข
แอมโมเนียในโรงเรือนไม่ควรเกินเท่าไร
มกษ. 9061-2565 ระบุไม่เกิน 25 ppm ในโรงเรือน
ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียหรือไม่
แนวทางของกรมควบคุมมลพิษแนะนำให้มีบ่อดักมูลก่อนเข้าระบบบำบัดน้ำเสียที่บำบัดได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ขนาดและชนิดระบบที่ต้องมีสำหรับฟาร์มแต่ละขนาดควรถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือปศุสัตว์จังหวัด
ควรอ่านต้นทุนต่อเรื่องไหน
ดู ต้นทุนเลี้ยงหมูขุน โรงเรือนหมูขุนแบบประหยัด และ วิธีเลี้ยงหมูขุนสำหรับมือใหม่
