เทคโนโลยีและเครื่องมือเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

ตาข่ายกันแมลง กี่เมช ใช้กันเพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว ได้จริงหรือไม่

ตาข่ายกันแมลงกี่เมชกันเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาวได้จริงไหม ดูขนาดช่องตามชนิดแมลง ผลต่อลมและความชื้นจากงานทดลองที่ AIT กรุงเทพฯ และวิธีติดตั้งให้ได้ผลจริงในแปลง

ตาข่ายกันแมลง กี่เมช ใช้กันเพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว ได้จริงหรือไม่

คำตอบสั้น ๆ

ตาข่ายกันแมลงได้ผลเมื่อช่องเล็กกว่าตัวแมลง ปิดช่องรั่วครบ และมีลมพอ ตาข่ายยิ่งถี่ยิ่งลดลมและทำให้เรือนร้อนชื้น บทความนี้สรุปตัวเลขจากเอกสาร UConn และงานทดลองในกรุงเทพฯ

คำตอบเร็ว: ตาข่ายกันแมลงกันเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาวได้ในทางหลักการ แต่เฉพาะเมื่อช่องตาข่ายเล็กกว่าตัวแมลงและปิดช่องว่างอื่นทั้งหมด เอกสาร UConn Extension ระบุว่าเพลี้ยไฟต้องใช้ตาข่ายช่องเล็กราว 0.0059 นิ้ว (ประมาณ 150 ไมครอน) แมลงหวี่ขาวใบเงินใช้ช่อง 0.0107 x 0.0304 นิ้ว และตาข่ายยิ่งถี่ยิ่งลดลม งานวิจัยในโรงเรือนมะเขือเทศที่สถาบัน AIT กรุงเทพฯ พบว่าตาข่าย 78 เมชลดอัตราแลกอากาศราว 50% และความชื้นสัมบูรณ์ในเรือนสูงเป็นประมาณ 2 เท่าของเรือนเมช 52 และ 40 ผลผลิตดีที่สุดที่ 52 เมช ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกว่าตาข่ายกันแมลงได้ทุกชนิดทุกกรณี ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

คำถามนี้ไม่มีคำตอบสั้นที่ถูกต้องว่า "ใช้กี่เมช" เพราะเมชบอกแค่จำนวนเส้นด้ายต่อนิ้ว ไม่ได้บอกขนาดช่องตรง ๆ และตาข่ายที่ถี่ถึงขั้นกันเพลี้ยไฟได้ ก็ทำให้ลมผ่านเข้าเรือนยากจนเรือนร้อนชื้นได้ ผมอ่านเอกสารสองชิ้นที่ให้ตัวเลขชัด ชิ้นหนึ่งเป็นเอกสารส่งเสริมของมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต อีกชิ้นเป็นวิทยานิพนธ์ที่ทดลองในเรือนตาข่ายที่กรุงเทพฯ จึงนำมาแยกให้เห็นว่ากันแมลงได้จริงแค่ไหน และเสียอะไรไปแลกบ้าง

เมชคืออะไร และทำไมเมชอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ากันแมลงอะไรได้

ภาพประกอบ เมชคืออะไร และทำไมเมชอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ากันแมลงอะไรได้

วิทยานิพนธ์ของ Harmanto (มหาวิทยาลัยฮันโนเวอร์ 2006) อธิบายว่าเมชคือจำนวนเส้นด้ายต่อนิ้วในแต่ละทิศทาง ตาข่ายที่ทอเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกับตาข่ายที่ทอเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (เช่น 78 x 52) มีความพรุนไม่เท่ากัน ส่วนผมมีข้อสังเกตจากนิยามนี้ว่า เมชเท่ากันแต่เส้นด้ายหนาไม่เท่ากัน ขนาดช่องจริงย่อมไม่เท่ากัน ข้อสังเกตนี้เป็นเหตุผลของผม ไม่ได้อ้างมาจากตารางในเอกสาร ดังนั้นเวลาซื้อ ควรถามร้านถึง "ขนาดช่องเป็นมิลลิเมตรหรือไมครอน" และขอดูผ้าจริงด้วย ไม่ควรเชื่อเลขเมชบนป้ายอย่างเดียว

ตารางด้านล่างมาจากเอกสาร UConn Extension (Bartok, 2016) ซึ่งให้ขนาดช่องตาข่ายที่ใช้กับแมลงแต่ละชนิดเป็นนิ้ว ผมแปลงเป็นไมครอนเองโดยคูณ 25,400 (หนึ่งนิ้วเท่ากับ 25,400 ไมครอน) ตัวเลขไมครอนจึงเป็นค่าแปลงของผม ไม่ใช่ค่าที่เอกสารพิมพ์ไว้ คอลัมน์ลดลมก็เป็นค่าของเอกสาร

แมลงขนาดช่องที่เอกสารระบุ (นิ้ว)แปลงเป็นไมครอน (ประมาณ)ลมลดลง
เพลี้ยไฟ Western flower thrips0.0059 x 0.0059150 x 15045%
แมลงหวี่ขาวใบเงิน Silverleaf whitefly0.0107 x 0.0304272 x 77232%
แมลงหวี่ขาวเรือนกระจก Greenhouse whitefly0.0158 x 0.0178401 x 45225%
เพลี้ยอ่อนแตง Melon aphid0.0158 x 0.0178401 x 45225%
หนอนชอนใบส้ม Citrus leafminer0.0105 x 0.0322267 x 81830%
หนอนชอนใบ Serpentine leafminer0.0237 x 0.0237602 x 60215%

เอกสารเดียวกันบอกว่าเพลี้ยไฟต้องใช้พื้นที่ตาข่ายมากกว่าแมลงอื่น 3-4 เท่า เพื่อชดเชยลมที่หายไป ผมแนะนำให้อ่านตัวเลขนี้เป็นความเร่งด่วนของการออกแบบ ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่อยู่ในตาราง เพราะมันแปลว่าเรือนที่ออกแบบมาอากาศผ่านดีอยู่แล้ว เปลี่ยนมาใช้ตาข่ายกันเพลี้ยไฟโดยไม่เพิ่มพื้นที่รับลม ลมจะไม่พอ

แล้วตัวเลขเมชในงานที่ทำในเมืองร้อนชื้นเป็นอย่างไร

วิทยานิพนธ์ของ Harmanto ทดลองที่สถาบัน AIT กรุงเทพฯ ระหว่างมิถุนายน 2003 ถึงมิถุนายน 2005 ในเรือนขนาด 10 x 20 เมตร หลังคาพลาสติกและผนังข้างเป็นตาข่าย ทดสอบตาข่าย 3 ชนิด ได้แก่ 40 เมช (ชนิดกันหนอนชอนใบ) 52 เมช (กันแมลงหวี่ขาว) และ 78 เมช (กันเพลี้ยไฟ) ผลที่รายงานคือ

  • อัตราแลกอากาศของเรือน 78 เมชลดลงประมาณ 50% และเรือน 52 เมชลดลงประมาณ 35% เมื่อเทียบกับเรือน 40 เมช
  • อุณหภูมิอากาศในเรือนสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส
  • ความชื้นสัมบูรณ์ในเรือน 78 เมช สูงประมาณ 2 เท่าของเรือน 52 และ 40 เมช
  • เรือน 52 เมชให้ผลผลิตรวมและคุณภาพผลดีที่สุด จึงถูกเลือกเป็นข้อประนีประนอมสำหรับเขตร้อนชื้น
  • เรือนต้องมีช่องเปิดอย่างน้อย 60% ของพื้นที่พื้น จึงจะได้สภาพอากาศและการแลกอากาศที่เหมาะสม
  • ติดผลช่วงอากาศเย็นให้ผลผลิตดีที่สุด
  • กรุงเทพฯ อุณหภูมิสูงสุดอาจถึง 45 องศาเซลเซียส วิทยานิพนธ์จึงมองว่าตาข่ายที่ถี่กว่า 78 เมชเสี่ยง

ข้อควรระวังในการอ่านผล หนึ่ง งานนี้เป็นเรือนมะเขือเทศ ไม่ใช่พืชทุกชนิด สอง ผลที่ผมสรุปเป็นเรื่องอากาศและผลผลิต ผมไม่ได้อ่านพบในส่วนที่เปิดอ่านว่าแต่ละเรือนกันแมลงได้กี่เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ขอพูดเรื่องนั้น สาม ตาข่าย "กันเพลี้ยไฟ" ที่ใช้ในการทดลองคือ 78 x 52 ซึ่งเป็นตาผืนผ้า ขณะที่ตารางในวิทยานิพนธ์ (อ้าง Bethke 1990) จับคู่เพลี้ยไฟกับช่อง 192 ไมครอนที่เมชประมาณ 132 และ UConn ให้ช่องเพลี้ยไฟ 0.0059 นิ้ว (ประมาณ 150 ไมครอน) ตัวเลขสองแหล่งไม่เท่ากันเอง ผมจึงบอกตรง ๆ ว่าตัวเลขขนาดช่องที่ใช้กันเพลี้ยไฟไม่นิ่ง และคุณควรถามหน่วยงานที่คุ้นกับแมลงในพื้นที่ เช่น สำนักงานเกษตรอำเภอ ศูนย์วิจัย หรือกลุ่มผู้ปลูกพืชเดียวกัน

ตารางเมชกับขนาดช่องและแมลงที่วิทยานิพนธ์อ้างจาก Bethke (1990) มีดังนี้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นของตารางนั้น ผมไม่ได้เพิ่ม

แมลงขนาดช่อง (ไมครอน)เมชที่ตารางจับคู่
หนอนชอนใบ (serpentine leafminer)64040
แมลงหวี่ขาว (sweet-potato whitefly)46252
เพลี้ยอ่อนแตง (melon aphid)34078
แมลงหวี่ขาวเรือนกระจก (greenhouse whitefly)28881
แมลงหวี่ขาวใบเงิน (silverleaf whitefly)239123
เพลี้ยไฟ (western flower thrips)192132

เมื่อเทียบสองตาราง จะเห็นว่าแมลงหวี่ขาวใบเงินในตารางนี้ต้องใช้เมชสูงมากเช่นกัน ขณะที่ในทางปฏิบัติเรือนตัวอย่างใช้ 52 เมชเป็นข้อตกลงกลาง คำตอบจึงขึ้นกับว่าคุณยอมรับแมลงหลุดเข้ามาได้มากน้อยแค่ไหนแลกกับอากาศที่ผ่าน

ตาข่ายกันแมลงใช้ได้จริงหรือไม่ ตอบเป็นเงื่อนไข

ถ้าให้ตอบตรง ๆ ตามที่ผมอ่านได้ ตาข่ายเป็นเครื่องมือจัดการแมลงที่ใช้ได้ เอกสาร UConn เรียกว่า "เครื่องมือจัดการศัตรูพืชที่สำคัญ" แต่ผลขึ้นกับสามเงื่อนไขที่ต้องผ่านพร้อมกัน

  1. ช่องตาข่ายเล็กกว่าตัวแมลงเป้าหมาย: ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทาง ไม่ใช่คำมั่น และแมลงต่างชนิดมีขนาดต่างกัน
  2. ไม่มีช่องว่างอื่นให้แมลงเข้า: UConn ย้ำให้ปิดช่องว่างทั้งหมด ประตู รอยต่อผนัง ช่องรอบท่อ แมลงตัวเล็กเข้าได้ทุกรอยที่ตาข่ายไม่ครอบ ประตูทางเข้าที่เปิดใช้ทุกวันเป็นรูรั่วที่ใหญ่ที่สุด
  3. ลมพอ: UConn ระบุว่าตาข่ายทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีพัดลมดูดอากาศออก และการระบายอากาศธรรมชาติต้องใช้พื้นที่ตาข่ายมากขึ้น

ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ผลจะไม่ตรงกับที่ป้ายโฆษณา และข้อที่สามเป็นข้อที่ผมเห็นว่าคนไทยมองข้ามบ่อยสุด เพราะคิดว่าเลือกตาข่ายถี่แล้วจบ แต่เรือนที่ไม่มีลมเข้าก็ร้อนจนต้นพืชเสียเอง

ผลข้างเคียง ความร้อนและความชื้น

จากงาน AIT ตาข่ายที่ถี่ขึ้นทำให้อุณหภูมิในเรือนสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และเรือน 78 เมชมีความชื้นสัมบูรณ์สูงเป็นราว 2 เท่าของเรือน 52 และ 40 เมช ความชื้นสูงขึ้นในเรือนร้อนเป็นเรื่องที่ต้องคิดคู่กับโรคเชื้อราและการติดผล ผมไม่มีข้อมูลที่อ่านได้ว่าความชื้นระดับนั้นทำให้เกิดโรคอะไรในพืชชนิดใดของไทย แต่เป็นสัญญาณให้ต้องวางแผนระบายอากาศ

ตาข่ายยังเปลี่ยนแสง งาน Kotilainen และคณะใน PLOS ONE (2018) พบว่าวัสดุตาข่ายและม่านที่หน้าตาคล้ายกันอาจให้ปริมาณแสงและสัดส่วนช่วงคลื่นแตกต่างกัน ตาข่ายสีดำมีสัดส่วนยูวีต่อแสงสังเคราะห์แสงสูง ถ้าปลูกพืชที่ไวต่อแสงให้ทดลองกับผืนเล็กก่อน

ขั้นตอนเลือกและติดตั้งตาข่ายให้ได้ผล

  1. ระบุแมลงเป้าหมาย: เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว หรือหนอนชอนใบ คนละช่องตาข่าย ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวไหน ให้ส่งตัวอย่างหรือรูปให้เกษตรอำเภอดู ก่อนซื้อ
  2. ขอขนาดช่องจากร้านเป็นหน่วยวัด: ขอข้อมูลช่องเป็นมิลลิเมตรหรือไมครอนและขอดูผ้าจริง เมชเดียวกันอาจช่องไม่เท่ากัน (เหตุผลของผม)
  3. คำนวณพื้นที่ตาข่ายให้พอ: เพลี้ยไฟใช้พื้นที่ตาข่ายมากกว่าแมลงอื่น 3-4 เท่า (UConn) และงาน AIT ต้องการช่องเปิดอย่างน้อย 60% ของพื้นที่พื้น ถ้าพื้นที่พอไม่ได้ ให้เพิ่มโครงต่อยื่น หรือกล่องคลุมช่องรับลม ซึ่ง UConn ระบุเป็นวิธีเพิ่มพื้นที่
  4. เผื่อผ้าหด: UConn ให้เผื่อผ้าหด 1-2%
  5. ปิดช่องว่างอื่น: ประตู รอยต่อ ช่องท่อ และชายตาข่ายทุกด้าน
  6. ถ้ามีพัดลม ให้ใช้ช่วยดูดอากาศออก: ตาข่ายทำงานดีขึ้นเมื่อมีพัดลม (UConn)
  7. วางแผนล้างตาข่าย: ฝุ่นและละอองเรณูอุดช่อง UConn แนะนำให้ล้างจากด้านในออกด้านนอกด้วยสายยางในวันที่อากาศอุ่น ไม่ใช้เครื่องเป่าลมแรงสูง และให้ทำความสะอาดเมื่อแรงดันตกคร่อมตาข่ายเกิน 0.4 นิ้วน้ำ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือวัด ในแปลงทั่วไปให้ใช้สัญญาณง่ายกว่า เช่น ลมในเรือนนิ่งขึ้นหรือใบพืชเริ่มร้อนกว่าปกติ แล้วค่อยล้าง (เป็นข้อเสนอของผม)
  8. ทดลองก่อนปูทั้งเรือน: ติดผืนทดลองและจดจำนวนแมลงที่เจอบนกับดักกาวเหนียวก่อนและหลัง ผมไม่ระบุความถี่กับดักเพราะไม่มีเอกสารยืนยัน

ตาข่ายกันแมลงช่วยอะไรได้บ้างนอกจากกันตัวแมลง

การกันแมลงไม่ให้เข้าลดความจำเป็นต้องพ่นสารกำจัดแมลงในเรือน แต่บทความนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องสารเคมี และผมไม่ระบุชื่อสารหรือขนาดการใช้ ถ้าต้องใช้สารกำจัดแมลง ให้ปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรหรือเกษตรอำเภอ นอกจากนี้ การกันแมลงที่เป็นพาหะโรคไวรัสพืชบางชนิดเป็นเหตุผลที่คนใช้ตาข่าย แต่ผมไม่ได้เปิดอ่านงานที่ยืนยันประสิทธิผลต่อโรคเฉพาะชนิดในไทย จึงไม่ขอสรุป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือกเมชสูงสุดเพื่อให้ปลอดภัยไว้ก่อน: เมชสูงทำให้ลมหายไปมาก (เรือน 78 เมชลดอัตราแลกอากาศราว 50% ในงาน AIT) เรือนร้อนและชื้นเกินจนพืชเสียก่อน
  • เชื่อเลขเมชโดยไม่ดูช่อง: เส้นด้ายหนาบางต่างกัน และแหล่งอ้างอิงสองแหล่งให้ขนาดช่องเพลี้ยไฟไม่ตรงกัน ควรขอขนาดช่องและดูผ้าจริง
  • ลืมปิดประตูและรอยต่อ: ตาข่ายดีแต่ประตูเปิดตลอด ผลก็เสมอกับไม่ใช้
  • ไม่เพิ่มพื้นที่ตาข่ายเมื่อเปลี่ยนเป็นตาถี่: UConn ระบุว่าเพลี้ยไฟต้องใช้พื้นที่ 3-4 เท่า การเปลี่ยนตาข่ายโดยไม่เพิ่มพื้นที่ทำให้ลมไม่พอ
  • ปล่อยให้ฝุ่นอุดตา: ฝุ่นและละอองเรณูอุดตาข่ายจนลมลดลงอีก ควรล้างตามวิธีที่ UConn แนะนำ
  • ใช้เครื่องเป่าลมแรงสูงล้างฝุ่นตาข่าย: UConn ไม่แนะนำวิธีนี้ ให้ล้างจากด้านในออกด้วยสายยางแทน

เช็กลิสต์ก่อนซื้อตาข่ายกันแมลง

  • ระบุแมลงเป้าหมายแล้ว และยืนยันกับเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัย
  • ขอขนาดช่องของตาข่ายจากร้าน (มิลลิเมตรหรือไมครอน) พร้อมดูผ้าจริง
  • คำนวณพื้นที่ตาข่ายเทียบกับพื้นที่พื้นเรือน เผื่อช่องเปิดและเผื่อหด 1-2%
  • วางแผนปิดประตู รอยต่อ ช่องท่อ ให้ครบก่อนติดตาข่าย
  • วางแผนพัดลมหรือช่องลมเสริมถ้าใช้ตาข่ายถี่
  • เตรียมวิธีและเวลาล้างตาข่าย (จากด้านในออก ด้วยสายยาง)
  • ทดลองผืนเล็กแล้วนับแมลงก่อนและหลัง

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ถ้ากำลังเลือกซื้อตาข่ายหรือมุ้งสำหรับแปลงผัก ดูรีวิวที่ รีวิว 9 ตาข่ายและมุ้งกันแมลงสำหรับแปลงผัก ส่วนตัวอย่างการลงทุนเรือนกันแมลงในพืชราคาสูงอ่านที่ ปลูกมะเขือเทศราชินีในโรงเรือนกันแมลง ลงทุนเท่าไร โรงเรือนปลูกผักแบบประหยัดและเรื่องระบายอากาศอยู่ใน โรงเรือนปลูกผักแบบประหยัด วัสดุ ระบายอากาศ และการคุมฝน และหากสงสัยว่าความเสียหายบนผลมาจากแมลงวันทองหรือหนอนเจาะผล ดู แมลงวันทองกับหนอนเจาะผลชนิดอื่น

สรุป

ตาข่ายกันแมลงใช้ได้ผลในทางหลักการ เมื่อช่องเล็กกว่าตัวแมลง ปิดช่องรั่วครบ และมีลมพอ เพลี้ยไฟต้องช่องเล็กสุดและเสียลมมากสุด (UConn ระบุลมลด 45% และต้องใช้พื้นที่ตาข่าย 3-4 เท่า) งาน AIT ในมะเขือเทศพบว่า 52 เมชเป็นข้อประนีประนอมที่ให้ผลผลิตดีที่สุดในสามระดับที่ทดสอบ ขณะที่ 78 เมชลดอัตราแลกอากาศราว 50% และทำให้ความชื้นสูงเป็น 2 เท่า ตัวเลขขนาดช่องสำหรับเพลี้ยไฟจากสองแหล่งไม่ตรงกัน จึงควรขอขนาดช่องจากร้านและปรึกษาเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยก่อนซื้อ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄UConn Extension, John W. Bartok Jr. (2016) "Insect Screening can be an Important Pest Management Tool" — ขนาดช่องตาข่ายตามชนิดแมลง ลมลดลง พื้นที่ตาข่าย 3-4 เท่าสำหรับเพลี้ยไฟ ผ้าหด 1-2% การล้างและปิดช่องว่าง https://ipm-cahnr.media.uconn.edu/wp-content/uploads/sites/3216/2023/01/2016insectscreeningjb.pdf
  • 📄Harmanto (2006) วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยฮันโนเวอร์ "Evaluation of net greenhouses for tomato production in the tropics" — การทดลองที่ AIT กรุงเทพฯ เรือน 40 52 78 เมช อัตราแลกอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และตารางเมชกับขนาดช่อง https://ceac.arizona.edu/sites/default/files/net_screen_tropical_greenhouse_design_thesis.pdf
  • 📄Kotilainen, Robson, Hernández (2018) PLoS ONE 13(6):e0199628 — คุณภาพแสงใต้ม่านและตาข่ายพรางแสง วัสดุคล้ายกันให้แสงต่างกัน https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371%2Fjournal.pone.0199628

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตาข่ายกันแมลงกี่เมชกันเพลี้ยไฟได้

แหล่งข้อมูลสองแหล่งที่ผมเปิดอ่านให้ตัวเลขไม่ตรงกัน UConn ให้ช่องสำหรับเพลี้ยไฟ 0.0059 นิ้ว (ประมาณ 150 ไมครอน) ส่วนวิทยานิพนธ์ที่อ้าง Bethke (1990) จับคู่ช่อง 192 ไมครอนกับเมชประมาณ 132 ขณะที่ตาข่าย "กันเพลี้ยไฟ" ที่ทดสอบจริงที่ AIT คือ 78 x 52 จึงยืนยันเลขเมชเดียวไม่ได้ ให้ขอขนาดช่องจากร้านและถามหน่วยงานในพื้นที่

ตาข่ายกันแมลงหวี่ขาวต้องใช้กี่เมช

ในเอกสาร UConn แมลงหวี่ขาวใบเงินใช้ช่อง 0.0107 x 0.0304 นิ้ว และแมลงหวี่ขาวเรือนกระจกใช้ 0.0158 x 0.0178 นิ้ว ส่วนเรือนทดลองที่ AIT ใช้ 52 เมชเป็นชนิด "กันแมลงหวี่ขาว" และให้ผลผลิตดีที่สุดในสามระดับที่ทดสอบ แต่เป็นผลในมะเขือเทศ

ตาข่ายถี่ทำให้เรือนร้อนจริงไหม

ในงาน AIT เรือนตาข่ายถี่ขึ้นมีอุณหภูมิอากาศสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และเรือน 78 เมชมีอัตราแลกอากาศลดลงประมาณ 50% เทียบกับ 40 เมช UConn ก็ระบุว่าตาข่ายแต่ละชนิดลดลมต่างกัน ตั้งแต่ 15% ถึง 45%

ตาข่ายกันแมลงต้องล้างไหม ล้างอย่างไร

ต้องล้าง ฝุ่นและละอองเรณูอุดช่อง UConn แนะนำล้างจากด้านในออกด้านนอกด้วยสายยางในวันที่อากาศอุ่น และไม่ใช้เครื่องเป่าลมแรงสูง

ใช้ตาข่ายกันแมลงแล้วไม่ต้องพ่นยาเลยใช่ไหม

ผมไม่มีข้อมูลที่อ่านได้ว่าตาข่ายแทนการพ่นยาได้ทั้งหมด ถ้าแมลงหลุดเข้ามาหรือมีอยู่ก่อนติดตาข่าย ยังต้องจัดการ ถ้าต้องใช้สารกำจัดแมลง ให้ปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรหรือเกษตรอำเภอ

ตาข่ายกันแมลงต้องเผื่อผ้าหดไหม

UConn ให้เผื่อผ้าหด 1-2% เมื่อวัดและตัดผ้า และให้ปิดช่องว่างทั้งหมด