คำตอบสั้น ๆ
ค่าไฟปั๊มน้ำคำนวณได้เองจากกำลังไฟจริง ชั่วโมงสูบ และอัตราค่าไฟตามประเภทมิเตอร์ บทความนี้พาทำทีละขั้นพร้อมตัวอย่างที่บอกสมมติฐานครบ เพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องโซลาร์ปั๊มน้ำ
คำตอบเร็ว: ค่าไฟปั๊ม = กิโลวัตต์ที่ปั๊มดึงจริง x ชั่วโมงสูบต่อวัน x จำนวนวัน x ราคาไฟต่อหน่วย เช่น ปั๊มที่ดึง 1 กิโลวัตต์ สูบวันละ 2 ชั่วโมง เดือนละ 30 วัน ใช้ 60 หน่วย ถ้าคิดที่ราว 4.69 บาทต่อหน่วยรวมค่า Ft และภาษี จะเพิ่มบิลราว 281 บาทต่อเดือน (ตัวอย่างสมมติฐาน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ตัวเลขจริงขึ้นกับมิเตอร์และประเภทอัตราของแต่ละบ้าน ให้เทียบกับใบแจ้งหนี้ของการไฟฟ้าก่อนตัดสินใจ
คนที่ถามเรื่องนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากรู้ทฤษฎีมอเตอร์ แต่เจอบิลไฟเดือนที่รดน้ำสวนหนักแล้วสะดุ้ง หรือกำลังนั่งดูใบเสนอราคาโซลาร์ปั๊มน้ำแล้วไม่รู้ว่าตัวเลขที่เขาให้ "ประหยัดค่าไฟเดือนละเท่านั้นเท่านี้" มาจากไหน ทางออกคือคำนวณเองสักรอบ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ถ้ามีป้ายมอเตอร์ นาฬิกาจับเวลา และบิลค่าไฟย้อนหลังสักสองสามเดือน
บทความนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ราคาตลาด ทุกตัวเลขที่เป็นสมมติฐานจะบอกไว้ชัดว่าสมมติอะไร ส่วนอัตราค่าไฟและค่า Ft ที่ยกมามาจากเอกสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และข่าวประกาศ Ft ที่อ้างไว้ท้ายบทความ ซึ่งอัตราเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามประกาศของ กกพ. ให้ตรวจกับใบแจ้งหนี้จริงเสมอ
สูตรคำนวณ: จากแรงม้าที่ป้ายมอเตอร์ถึงหน่วยไฟที่มิเตอร์วัด

ปั๊มน้ำมีตัวเลขอยู่สองชุดที่คนมักสับสน ชุดแรกคือแรงม้าหรือกิโลวัตต์ที่ป้ายมอเตอร์ ซึ่งเป็นกำลังที่ออกทางเพลา ชุดที่สองคือกำลังไฟที่ดึงเข้าจากสายไฟ ซึ่งสูงกว่าเสมอเพราะมอเตอร์มีการสูญเสีย มิเตอร์ของการไฟฟ้าวัดชุดที่สอง
- แปลงแรงม้าเป็นกิโลวัตต์: 1 แรงม้า เท่ากับ 0.746 กิโลวัตต์ ปั๊ม 1 แรงม้าจึงมีกำลังเพลาราว 0.75 กิโลวัตต์
- กำลังไฟที่ดึงเข้า (กิโลวัตต์) = กำลังเพลา ÷ ประสิทธิภาพมอเตอร์ ถ้าสมมติประสิทธิภาพมอเตอร์ 0.75 ปั๊ม 1 แรงม้าจะดึงราว 0.75 ÷ 0.75 = 1.0 กิโลวัตต์ (0.75 เป็นค่าสมมติของผู้เขียน ค่าจริงดูจากแผ่นข้อมูลของมอเตอร์รุ่นที่ใช้ หรือวัดด้วยแคลมป์มิเตอร์)
- พลังงานต่อเดือน (หน่วยหรือ kWh) = กิโลวัตต์ที่ดึงเข้า x ชั่วโมงสูบต่อวัน x จำนวนวันที่สูบต่อเดือน
- ค่าไฟส่วนที่เพิ่ม = หน่วยที่เพิ่ม x ราคาต่อหน่วยในขั้นที่หน่วยนั้นตกลงไป (บิลไฟบ้านและสวนที่ใช้มิเตอร์เดียวกันคิดเป็นขั้นบันได หน่วยที่เพิ่มมาจึงถูกคิดในขั้นที่แพงกว่าหน่วยแรก ๆ)
อีกสูตรที่ช่วยเทียบปั๊มต่างขนาดได้ดีคือสูตรกำลังไฮดรอลิก ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานของงานปั๊มที่เผยแพร่ทั่วไป เช่นในหน้า Pumps - Power ของ Engineering ToolBox: กำลังไฮดรอลิก (กิโลวัตต์) = อัตราไหล (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) x ความหนาแน่นน้ำ (1,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) x 9.81 x ความสูงยก (เมตร) ÷ 3,600,000 แล้วหารด้วยประสิทธิภาพรวมของปั๊มและมอเตอร์ จะได้กำลังไฟที่ดึงเข้า
ใส่ตัวเลขดู: ถ้าต้องการน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ความสูงรวม 30 เมตร (นับแรงดันที่ปลายทางและแรงเสียดทานในท่อรวมแล้ว) กำลังไฮดรอลิก = 10 x 1,000 x 9.81 x 30 ÷ 3,600,000 = 0.82 กิโลวัตต์ ถ้าสมมติประสิทธิภาพรวม 0.40 (ค่าสมมติ ปั๊มเล็กที่เลือกไม่ตรงงานต่ำกว่านี้ได้) ต้องดึงไฟราว 2.04 กิโลวัตต์ แปลว่าสูบน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรใช้ไฟราว 0.2 หน่วย ที่ความสูง 30 เมตรเดียวกัน ถ้าประสิทธิภาพตกเหลือ 0.20 เพราะปั๊มโตเกินงานแล้วต้องหรี่วาล์ว หน่วยไฟต่อลูกบาศก์เมตรจะเพิ่มเป็นสองเท่าทันที นี่คือเหตุผลที่การเลือกปั๊มให้ตรงงานสำคัญกว่าการเปลี่ยนยี่ห้อ ซึ่งเขียนแยกไว้ในเลือกแรงม้าปั๊มน้ำผิดขนาด
ตัวอย่างคำนวณ 3 ระดับ: สวนเล็ก สวนกลาง และสวนที่สูบหนัก
ตารางต่อไปนี้ใช้สมมติฐานชุดเดียวกันทั้งหมดเพื่อให้เทียบกันได้ และต้องอ่านเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของเกษตรกรไทย
- บ้านและสวนใช้มิเตอร์เดียวกัน ประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้เกิน 150 หน่วยต่อเดือน (ตามเอกสาร PEA ข้อ 1.1.2: ค่าบริการ 24.62 บาทต่อเดือน 150 หน่วยแรกหน่วยละ 3.2484 บาท หน่วยที่ 151 ถึง 400 หน่วยละ 4.2218 บาท เกิน 400 หน่วยละ 4.4217 บาท เป็นอัตราฐานในเอกสารฉบับเดือนมกราคม 2566)
- ค่า Ft ใช้ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ตามที่มีข่าวประกาศสำหรับงวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 และคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ทับบนยอดรวม
- การใช้ไฟของบ้านโดยไม่นับปั๊มสมมติ 150 หน่วยต่อเดือน (ค่าสมมติเพื่อเทียบ) บิลฐานจึงเท่ากับ 573.76 บาท
- กำลังไฟที่ปั๊มดึงเข้าเป็นค่าสมมติ ตามที่ระบุในตาราง และปั๊มสูบ 30 วันต่อเดือน
| กรณี | กำลังไฟที่ดึง (สมมติ) | ชั่วโมงสูบต่อวัน | หน่วยที่เพิ่มต่อเดือน | บิลรวมหลังเพิ่ม (บาท) | ส่วนที่เพิ่มจากบิลฐาน (บาท) |
|---|---|---|---|---|---|
| A สวนผักหรือไม้ผลเล็ก | 1.0 กิโลวัตต์ (ราวปั๊ม 1 แรงม้า) | 2 | 60 | 855.22 | 281.46 |
| B สวนกลางที่รดทุกวัน | 2.0 กิโลวัตต์ (ราวปั๊ม 2 แรงม้า) | 4 | 240 | 1,699.60 | 1,125.84 |
| C แปลงใหญ่ สูบหนักช่วงแล้ง | 2.9 กิโลวัตต์ (ราวปั๊ม 3 แรงม้า) | 6 | 522 | 3,080.63 | 2,506.87 |
วิธีได้ตัวเลขในตาราง ยกกรณี A เป็นตัวอย่าง: หน่วยรวม 150 + 60 = 210 หน่วย ค่าพลังงาน = 150 x 3.2484 + 60 x 4.2218 = 740.57 บาท ค่า Ft = 210 x 0.1623 = 34.08 บาท ค่าบริการ 24.62 บาท รวมก่อนภาษี 799.27 บาท บวกภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 855.22 บาท หักบิลฐาน 573.76 บาท ส่วนที่เพิ่มคือ 281.46 บาท หรือเฉลี่ยราว 4.69 บาทต่อหน่วย กรณี C มีหน่วยบางส่วนข้ามไปขั้นเกิน 400 หน่วย ราคาเฉลี่ยจึงขยับเป็นราว 4.80 บาทต่อหน่วย
ถ้ามองเป็นต้นทุนต่อน้ำ ใช้ตัวอย่างปั๊มก่อนหน้า (ความสูง 30 เมตร ประสิทธิภาพรวม 0.40 ซึ่งเป็นค่าสมมติ) ได้ 0.204 หน่วยต่อลูกบาศก์เมตร สมมติแปลงใช้น้ำวันละ 20 ลูกบาศก์เมตร เดือนละ 30 วัน เป็น 600 ลูกบาศก์เมตร ใช้ไฟราว 123 หน่วย ถ้าคิดที่ราคาเฉลี่ยส่วนเพิ่ม 4.69 บาทต่อหน่วยจะเป็นราวหนึ่งบาทต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเลขนี้เอาไปเทียบกับค่าน้ำมันดีเซลของปั๊มเครื่องยนต์ได้ในต้นทุนน้ำมันดีเซลปั๊มน้ำเทียบปั๊มไฟฟ้า
ข้อควรระวังเรื่องการนำตัวอย่างนี้ไปใช้: บ้านที่ติดมิเตอร์ขนาดเล็กหรืออยู่ในประเภทอื่น (เช่น อัตราตามช่วงเวลาใช้งาน หรือกิจการขนาดเล็ก) จะได้ราคาต่อหน่วยไม่เท่านี้ และอัตราฐานในเอกสารฉบับมกราคม 2566 อาจมีการปรับตามประกาศภายหลัง ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันว่าอัตราที่ใช้ในบิลเดือนปัจจุบันของท่านตรงกับตารางนี้ทุกตัว จึงให้ใช้เป็นกรอบคิด แล้วเอาเลขจริงจากบิลมาแทน
อัตราค่าไฟสำหรับปั๊มเกษตร: ใครได้ใช้อัตราไหน
คำว่า "ไฟเกษตร" ทำให้หลายคนเข้าใจว่าปั๊มน้ำของเกษตรกรทุกรายได้อัตราพิเศษ ในเอกสารอัตราค่าไฟของ PEA มีประเภทที่ 7 ซึ่งระบุว่าใช้กับการสูบน้ำเพื่อการเกษตรของส่วนราชการ สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนหรือจัดตั้งตามกฎหมายโดยทางราชการ ผ่านมิเตอร์วัตต์ชั่วโมงเดียว อัตราในเอกสารฉบับมกราคม 2566 คือค่าบริการ 115.16 บาทต่อเดือน 100 หน่วยแรกหน่วยละ 2.0889 บาท หน่วยที่เกินหน่วยละ 3.2405 บาท ถ้าเป็นเกษตรกรรายบุคคลที่ติดมิเตอร์ที่บ้านหรือที่สวนในนามตนเอง โดยปกติจะถูกจัดตามลักษณะการใช้ที่ลงทะเบียนไว้ เช่น บ้านอยู่อาศัยหรือกิจการขนาดเล็ก ไม่ใช่ประเภทที่ 7 ผู้เขียนไม่ได้ตรวจเกณฑ์การเปลี่ยนประเภทมิเตอร์ของแต่ละรายกับการไฟฟ้า จึงแนะนำให้ไปถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาที่ดูแลมิเตอร์ ว่าแปลงของท่านเข้าข่ายประเภทใดและต้องใช้เอกสารอะไร
| ประเภทผู้ใช้ (ตามเอกสาร PEA ฉบับ ม.ค. 2566) | โครงสร้างอัตรา | ข้อสังเกตสำหรับเกษตรกร |
|---|---|---|
| บ้านอยู่อาศัย ประเภท 1.1.2 (ใช้เกิน 150 หน่วย) | ค่าบริการ 24.62 บาท และอัตราขั้นบันได 3.2484 / 4.2218 / 4.4217 บาทต่อหน่วย | ปั๊มที่ใช้มิเตอร์เดียวกับบ้านจะดันหน่วยรวมขึ้นไปขั้นแพงกว่า |
| การสูบน้ำเพื่อการเกษตร ประเภท 7.1 | ค่าบริการ 115.16 บาท 100 หน่วยแรก 2.0889 บาท ส่วนที่เกิน 3.2405 บาท | เอกสารระบุผู้ใช้เป็นส่วนราชการ สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียน |
| ประเภทตามช่วงเวลาใช้งาน (TOU) ของบ้านอยู่อาศัย | แยกราคาช่วงออนพีกและออฟพีก | ต้องมีมิเตอร์ TOU ปั๊มที่สูบกลางคืนอาจได้ราคาต่อหน่วยต่ำลง แต่ต้องตรวจเงื่อนไขกับการไฟฟ้า |
ส่วนค่า Ft ซึ่งบวกเข้ามาในทุกหน่วย ข่าวที่ผู้เขียนเปิดอ่านระบุว่าสำหรับงวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ค่านี้เปลี่ยนทุกงวดสี่เดือน ถ้าปีหน้าเปิดอ่านบทความนี้ ให้เปลี่ยนค่า Ft ในสูตรเป็นค่าของงวดนั้นก่อนคำนวณ
ก่อนติดโซลาร์ปั๊มน้ำ ทำเช็กลิสต์นี้ให้ครบ
ผู้เขียนเห็นคนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดตรงที่เอาบิลไฟทั้งเดือนมาเป็นฐานประหยัด ทั้งที่ปั๊มน้ำเป็นแค่ส่วนหนึ่งของบิล ลำดับที่ควรทำคือ
- จดแรงม้าและกำลังไฟจากป้ายมอเตอร์ แล้ววัดกระแสขณะเดินจริงด้วยแคลมป์มิเตอร์ถ้ามี (ไฟเฟสเดียว 220 โวลต์ กำลังไฟโดยประมาณ = โวลต์ x แอมป์ x เพาเวอร์แฟกเตอร์ ใส่ค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ตามที่วัดหรือตามแผ่นข้อมูลของมอเตอร์ อย่าเดา)
- จับเวลาสูบจริงต่อวันอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ในช่วงฤดูที่รดหนักที่สุด ไม่ใช่ฤดูที่รดเบา เพราะโซลาร์ต้องออกแบบให้ทันฤดูหนัก
- เอาบิลไฟย้อนหลัง 12 เดือนมาเทียบ ดูว่าเดือนที่สูบหนักบิลเพิ่มจากเดือนที่ไม่สูบกี่หน่วย ตัวเลขนี้ตรวจสอบสูตรของท่านได้ดีกว่าสมมติฐานใด ๆ
- ถามว่าปั๊มทำงานตอนกลางวันหรือกลางคืน โซลาร์ตรงที่ทำงานตอนแดดมี ถ้าต้องรดตอนเย็นหรือเช้ามืดต้องมีถังพักน้ำหรือแบตเตอรี่ ซึ่งเปลี่ยนต้นทุนทั้งระบบ
- ขอใบเสนอราคาโซลาร์แล้วให้ผู้เสนอระบุสมมติฐานของเขา: กำลังปั๊ม ชั่วโมงสูบ ราคาไฟต่อหน่วยที่ใช้คำนวณ และวันใช้งานต่อปี แล้วคำนวณซ้ำเองด้วยสูตรในบทความนี้
- คำนวณระยะคืนทุน = เงินลงทุนทั้งระบบ ÷ ค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปี โดยใช้ค่าไฟส่วนเพิ่มจริงจากข้อ 3 และใส่ค่าบำรุงรักษาไว้ด้วย
ตัวอย่างวิธีคิดระยะคืนทุน (ตัวเลขเงินลงทุนเป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตสูตร ไม่ใช่ราคาตลาด): สมมติระบบโซลาร์ปั๊มน้ำทั้งชุดของแปลงกรณี A มีราคา 60,000 บาท และค่าไฟส่วนเพิ่มที่ประหยัดได้เดือนละ 281 บาท ปีละราว 3,372 บาท ระยะคืนทุนเท่ากับ 60,000 ÷ 3,372 ราว 17.8 ปี ซึ่งยาวมากเมื่อเทียบกับอายุอุปกรณ์ ในขณะที่กรณี C ที่ประหยัดเดือนละ 2,507 บาท หรือปีละราว 30,000 บาท ถ้าราคาระบบเป็นสองเท่าของกรณี A ก็คืนทุนราว 4 ปี จะเห็นว่าคำตอบเรื่องคุ้มหรือไม่ขึ้นกับชั่วโมงสูบเป็นหลัก ปั๊มที่เดินวันละสองชั่วโมงมักไม่ใช่โจทย์ของโซลาร์ ส่วนปั๊มที่เดินหลายชั่วโมงทุกวัน หรือแปลงที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงเลย คือโจทย์ที่ควรดูจริงจัง
ถ้าต้องการเทียบต้นทุนโซลาร์รายละเอียด อ่านเพิ่มที่ ต้นทุนปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ และ FAQ ปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ ส่วนบทความ วิธีเลือกปั๊มน้ำเกษตร ช่วยให้เลือกขนาดให้ตรงงานก่อนจะคิดเรื่องพลังงานอะไรทั้งนั้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนคำนวณค่าไฟปั๊ม
- เอาแรงม้ามาคูณ 0.746 แล้วเรียกว่ากำลังไฟที่ใช้ ทั้งที่นั่นคือกำลังเพลา มิเตอร์วัดกำลังไฟเข้า ซึ่งสูงกว่าตามประสิทธิภาพมอเตอร์ ถ้าป้ายระบุไว้ให้ใช้กำลังไฟเข้าจากป้ายหรือวัดจริง
- คิดทุกหน่วยด้วยราคาเฉลี่ยของบิล ทั้งที่หน่วยที่เพิ่มจากปั๊มตกอยู่ขั้นราคาสูงกว่า ตัวอย่างข้างบนต่างกันราว 4.69 กับ 3.2 บาทต่อหน่วยต่อกัน แค่ผิดตรงนี้ก็ประเมินค่าไฟผิดเกือบหนึ่งในสาม
- ใช้ชั่วโมงสูบเฉลี่ยทั้งปี แต่ฤดูแล้งสูบหนักกว่าฤดูฝนหลายเท่า ควรคำนวณแยกฤดูแล้วบวกกัน
- ลืมนับปั๊มที่ทำงานตอนเริ่มสูบ ซึ่งกินกระแสสูงกว่าตอนเดินปกติ และลืมว่าวาล์วที่หรี่ไว้ ท่อรั่ว หรือหัวกรองตัน ทำให้ปั๊มเดินนานขึ้นเพื่อส่งน้ำเท่าเดิม
- เชื่อตัวเลขประหยัดจากใบเสนอราคาโดยไม่ถามว่าใช้ราคาไฟต่อหน่วยเท่าไร ถ้าเขาใช้ราคาสูงเกินกว่าขั้นที่ท่านใช้จริง ระยะคืนทุนที่โชว์จะสั้นกว่าความเป็นจริง
สิ่งที่ผู้เขียนยังไม่ได้ยืนยัน
อัตราค่าไฟในเอกสาร PEA ที่อ้างเป็นฉบับเดือนมกราคม 2566 ผู้เขียนไม่ได้ตรวจว่ามีประกาศปรับอัตราฐานภายหลังหรือไม่ และไม่ได้ตรวจเกณฑ์การจัดเกษตรกรรายบุคคลเข้าประเภทใดของแต่ละสาขา ส่วนค่า Ft 16.23 สตางค์มาจากข่าวสองฉบับที่อ้างไว้ ไม่ใช่เอกสารประกาศ กกพ. โดยตรง ผู้เขียนจึงใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น และแนะนำให้ท่านยืนยันกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือใบแจ้งหนี้ล่าสุด
สรุป
ค่าไฟปั๊มน้ำคำนวณได้เองจากกำลังไฟที่ปั๊มดึงจริง ชั่วโมงสูบ และราคาต่อหน่วยในขั้นที่หน่วยส่วนเพิ่มตกลงไป ตัวอย่างในบทความนี้ได้ราว 281 บาทต่อเดือนสำหรับปั๊มเล็กที่สูบวันละสองชั่วโมง และมากกว่า 2,500 บาทสำหรับปั๊มสามแรงม้าที่สูบหกชั่วโมง โดยทั้งหมดเป็นตัวอย่างบนสมมติฐานที่ระบุไว้ ก่อนติดโซลาร์ให้วัดชั่วโมงสูบฤดูหนักจริง เทียบกับบิลย้อนหลัง และให้ผู้เสนอราคาแสดงสมมติฐานของเขา ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 อัตราค่าไฟและ Ft เปลี่ยนได้ ควรยืนยันกับการไฟฟ้าอีกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) อัตราค่าไฟฟ้า ฉบับ ม.ค. 2566 — อัตราประเภทบ้านอยู่อาศัยและประเภทที่ 7 การสูบน้ำเพื่อการเกษตร https://www.pea.co.th/sites/default/files/documents/tariff/EN_Electricity_Tariffs_Jan_2023.pdf
- Thai Post ข่าวค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 — ค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย https://www.thaipost.net/economy-news/1037295/
- Thai PBS ข่าวค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 — ยืนยันอัตรา Ft งวดเดียวกัน https://www.thaipbs.or.th/news/content/508621
- Engineering ToolBox: Pumps - Power — สูตรกำลังไฮดรอลิกและกำลังเพลาของปั๊ม https://engineeringtoolbox.com/pumps-power-d_505.html
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตอะไรบ้างก่อนพ่นปุ๋ยและยา
สรุปว่าโดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. และ กพท. อย่างไร ตามประกาศล่าสุดปี 2569 พร้อมแผนตามสถานการณ์ทั้งซื้อ จ้าง และฟาร์มชายแดน
โดรนพ่นปุ๋ยทางใบและหว่านปุ๋ยเม็ด จ้างหรือซื้อ ต้นทุนต่อไร่เป็นอย่างไร
เปรียบเทียบต้นทุนจ้างโดรนพ่นปุ๋ยกับซื้อเองด้วยตัวเลขที่ระบุที่มาและวันที่ พร้อมตัวอย่างจุดคืนทุนและต้นทุนที่ใบเสนอราคามักไม่บอก
สอบเทียบเครื่องพ่นยา วัดอัตราพ่นต่อไร่ก่อนผสมปุ๋ยหรือสาร
วัดอัตราพ่นของเครื่องเป็นลิตรต่อไร่ด้วยแปลงทดสอบ 16 ตารางเมตร พ่นน้ำเปล่า 3 รอบ ตรวจหัวฉีดทีละหัว แล้วคำนวณจำนวนถังและปริมาณผสมตามฉลากแทนการเดา
หัวพ่นยาแบบไหนเหมาะกับงานอะไร หัวพัด หัวกรวย ขนาดละอองต่างกันอย่างไร
หัวพ่นยาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร หัวพัด หัวกรวย หัวดูดอากาศ และขนาดละออง อธิบายตามมาตรฐาน ASABE และงานทดสอบ เพื่อเลือกหัวให้ตรงกับงานในแปลง
ล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้ ทำอย่างไรให้ใช้ได้นานไม่ตัน
ขั้นตอนล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้งาน ตั้งแต่ล้างถัง ปั๊ม ไส้กรอง ไปจนถึงหัวพ่น เพื่อกันตัน กันกัดกร่อน และให้พร้อมใช้ฤดูถัดไป
เครื่องพ่นปุ๋ยสตาร์ทไม่ติด ตรวจน้ำมัน หัวเทียน และคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ
เครื่องพ่นปุ๋ยหรือเครื่องพ่นยาเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ให้ตรวจเชื้อเพลิง หัวเทียน ไส้กรองอากาศและคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ ก่อนส่งช่างหรือเปลี่ยนอะไหล่
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ปั๊มชัก MAKRO JUNIOR ขนาด 1 นิ้ว ตราลูกโลกคู่ ปั้มชัก ปั๊มน้ำ ปั๊มบาดาล สูบน้ำบาดาล ปั๊มน้ำเกษตร ปั๊มเกษตร
ดูรายละเอียด
ปั๊มชัก NEW MAKKO ขนาด 1 นิ้ว 3000 ลิตร/ชม.ปั้มชัก ปั๊มน้ำ ปั๊มบาดาล สูบน้ำบาดาล ปั๊มน้ำเกษตร ปั๊มเกษตร
ดูรายละเอียด
ปั๊มชัก MAKRO ขนาด 1 นิ้ว 6500 ลิตร/ชม.TWINS WORLD ปั๊มดูดลึก ปั๊มน้ำ ปั๊มบาดาล สูบน้ำบาดาล ปั๊มน้ำเกษตร ปั๊มเกษตร
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ปั๊มน้ำ 1 แรงม้า ใช้ไฟกี่หน่วยต่อชั่วโมง?
ขึ้นกับประสิทธิภาพมอเตอร์และภาระจริง ถ้าสมมติประสิทธิภาพ 0.75 ปั๊ม 1 แรงม้า (0.746 กิโลวัตต์ที่เพลา) จะดึงไฟราว 1.0 กิโลวัตต์ หรือราว 1 หน่วยต่อชั่วโมง ค่านี้เป็นสมมติฐานเพื่อประมาณ ให้วัดแอมป์ขณะเดินจริงหรืออ่านจากป้ายมอเตอร์เพื่อความถูกต้อง
ปั๊มน้ำเกษตรได้ค่าไฟอัตราเกษตรไหม?
ในเอกสารอัตราค่าไฟของ PEA ประเภทที่ 7 ระบุผู้ใช้เป็นส่วนราชการ สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนหรือจัดตั้งตามกฎหมายโดยทางราชการ เกษตรกรรายบุคคลควรสอบถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาที่ดูแลมิเตอร์ว่าเข้าข่ายประเภทใด ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันเกณฑ์รายกรณี
ค่า Ft คืออะไร และกระทบค่าไฟปั๊มแค่ไหน?
Ft คือค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ บวกเข้ามาทุกหน่วยที่ใช้ ข่าวที่เปิดอ่านระบุว่างวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ปั๊มที่ใช้ 240 หน่วยต่อเดือนจึงมี Ft ราว 39 บาทก่อนภาษี ค่านี้เปลี่ยนทุกงวด จึงต้องตรวจประกาศล่าสุด
จะรู้ได้อย่างไรว่าปั๊มกินไฟเกินจำเป็น?
เทียบกำลังไฟที่วัดได้กับกำลังไฮดรอลิกที่ต้องใช้จริงจากสูตร อัตราไหลคูณความสูงรวม ถ้าวัดได้สูงกว่าที่คำนวณหลายเท่า แปลว่าปั๊มโตเกินงาน ต้องหรี่วาล์ว หรือท่อและกรองมีความฝืดสูง ลองวัดอัตราไหลด้วยถังตวงจับเวลาแล้วเทียบกับเส้นโค้งของปั๊มรุ่นนั้น
ติดโซลาร์ปั๊มน้ำแล้วค่าไฟเหลือศูนย์เลยไหม?
ไม่จำเป็น ขึ้นกับว่าออกแบบรองรับกี่ชั่วโมงสูบ ปั๊มทำงานตอนแดดมีหรือไม่ และบิลที่เหลือเป็นไฟบ้านเท่าไร โซลาร์ปั๊มที่ต่อเฉพาะปั๊มจะลดเฉพาะส่วนของปั๊ม ไฟส่วนอื่นยังมีอยู่ ให้คำนวณส่วนที่ประหยัดได้จากหน่วยไฟที่ปั๊มใช้จริง
ควรสูบน้ำตอนไหนให้ค่าไฟถูกที่สุด?
ถ้าใช้อัตราบ้านอยู่อาศัยธรรมดา ราคาต่อหน่วยไม่ต่างตามช่วงเวลา สูบตอนไหนก็เท่ากัน ถ้าเป็นอัตรา TOU จะมีราคาช่วงออฟพีกต่ำกว่าช่วงออนพีก ซึ่งต้องมีมิเตอร์ TOU และตรวจเงื่อนไขกับการไฟฟ้าก่อนเปลี่ยน
