คำตอบสั้น ๆ
สปริงเกอร์ ระบบน้ำหยด และเครื่องพ่นยาต้องการแรงดันคนละระดับ ปั๊มที่ส่งน้ำได้เยอะอาจให้แรงดันไม่พอ บทความนี้เทียบค่าแรงดันจากแหล่งอ้างอิง แล้วพาคำนวณเฮดและกำลังปั๊มให้ตรงงาน
คำตอบเร็ว: ปั๊มทั่วไปเน้นส่งน้ำเยอะที่แรงดันต่ำ ส่วนปั๊มแรงดันสูงเน้นดันน้ำให้ถึงค่าบาร์ที่หัวจ่ายต้องการ ตามเอกสารที่อ้างไว้ สปริงเกอร์ต้องการเฮดปลายหัวตั้งแต่ราว 20 เมตรขึ้นไป น้ำหยดราว 5-10 เมตร เครื่องพ่นยาแบบสูบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 20 บาร์ขึ้นไป (1 บาร์ ≈ 10.2 เมตรเฮด) ต้องคำนวณเฮดรวม = แรงดันปลายหัว + ความสูงยก + แรงเสียดทานในท่อ แล้วเลือกปั๊มจากเส้นโค้งที่จุดอัตราไหลและเฮดนั้น ไม่ใช่ดูแรงม้าอย่างเดียว (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ปั๊มสองตัวแรงม้าเท่ากันแต่ต่อสปริงเกอร์แล้วผลต่างกันราวฟ้ากับดินเป็นเรื่องที่เจอบ่อย ตัวหนึ่งน้ำพุ่งไกลทั้งแปลง อีกตัวหยดแหมะ ๆ ออกจากหัวแรก ๆ แล้วหัวท้ายแถวไม่หมุน ต้นเหตุคือแรงม้าบอกแค่ว่ามอเตอร์แรงแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าปั๊มดันน้ำได้สูงเท่าไรเมื่อต้องส่งน้ำจำนวนที่ระบบต้องการ
ปั๊มทั่วไปกับปั๊มแรงดันสูงต่างกันตรงที่ตัวเลขสองตัว

ปั๊มทุกตัวมีสองค่าที่ต้องอ่านพร้อมกัน คือ อัตราไหล (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือลิตรต่อนาที) และเฮด (เมตร หรือเทียบเป็นบาร์) สองค่านี้สวนทางกัน ยิ่งเรียกน้ำเยอะ เฮดยิ่งตก เส้นกราฟที่ผู้ผลิตให้มาเรียกว่าเส้นโค้งปั๊ม การเลือกปั๊มที่ถูกคือหาจุดที่ระบบต้องการ (อัตราไหลเท่านี้ที่เฮดเท่านี้) แล้วดูว่าอยู่บนหรือใกล้เส้นโค้งหรือไม่
- ปั๊มหอยโข่งทั่วไป เหมาะกับงานย้ายน้ำปริมาณมากที่เฮดไม่สูง เช่น สูบเข้าแปลงหรือเติมถัง
- ปั๊มหอยโข่งหลายใบพัด (มัลติสเตจ) ซ้อนใบพัดหลายชั้นเพื่อเพิ่มเฮด เหมาะกับสปริงเกอร์ที่ต้องการแรงดันปลายหัวสูงขึ้นหรือท่อยาว
- ปั๊มลูกสูบหรือพลันเจอร์ ให้แรงดันสูงมากที่อัตราไหลน้อย เป็นแบบที่พบในเครื่องพ่นยาที่ต้องการหลายสิบบาร์ (เป็นความรู้ทั่วไปด้านเครื่องกล ผู้เขียนไม่ได้อ้างแหล่งเฉพาะ ให้ดูแผ่นข้อมูลของรุ่นที่ซื้อ)
- ปั๊มบูสเตอร์ ต่อเสริมในสายท่อเพื่อเพิ่มแรงดันจากแหล่งน้ำที่มีแรงดันอยู่บ้างแล้ว
ผู้ขายบางรายโฆษณาว่า "ปั๊มแรงดันสูง" โดยไม่บอกเฮดที่อัตราไหลที่ใช้ ถ้าเอกสารรุ่นนั้นมีแต่ค่าเฮดสูงสุด (เฮดที่ไหลเป็นศูนย์) แปลว่ายังไม่มีข้อมูลที่ใช้เลือกได้ ให้ขอเส้นโค้งปั๊มหรือตารางเฮดที่อัตราไหลต่าง ๆ ก่อนซื้อ
แรงดันที่งานเกษตรแต่ละแบบต้องการ
ตัวเลขข้างล่างนี้มาจากเอกสารที่อ้างไว้ท้ายบทความ สองชุด ชุดแรกเป็นเอกสารความรู้ระบบการให้น้ำพืชของผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรรายหนึ่ง (บอกเฮดที่หัวจ่ายเป็นเมตร) ชุดที่สองเป็นสไลด์เทคนิคการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชของกรมวิชาการเกษตร ฉบับวันที่ 9 มกราคม 2562 (บอกแรงดันของเครื่องพ่น) แปลงหน่วยด้วยค่า 1 บาร์ ≈ 10.2 เมตรเฮดน้ำ ซึ่งคำนวณได้จากความหนาแน่นน้ำและแรงโน้มถ่วง
| งาน | แรงดันที่ต้องการตามเอกสาร | เทียบเป็นบาร์ (คำนวณจาก 1 บาร์ ≈ 10.2 เมตร) | แหล่ง |
|---|---|---|---|
| สปริงเกอร์ | เฮดตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป | ตั้งแต่ราว 2 บาร์ | เอกสารระบบการให้น้ำพืช (Kubota) |
| มินิสปริงเกอร์ | 10-20 เมตร | ราว 1-2 บาร์ | เอกสารเดียวกัน |
| ไมโครสเปรย์ | 10-20 เมตร | ราว 1-2 บาร์ | เอกสารเดียวกัน |
| น้ำหยด | 5-10 เมตร | ราว 0.5-1 บาร์ | เอกสารเดียวกัน |
| เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบโยก | ไม่น้อยกว่า 3 บาร์ | 3 บาร์ ≈ 31 เมตรเฮด | สไลด์ กรมวิชาการเกษตร (9 ม.ค. 2562) |
| เครื่องพ่นยาแรงดันสูงแบบเครื่องยนต์ | ไม่น้อยกว่า 20 บาร์ | 20 บาร์ ≈ 204 เมตรเฮด | สไลด์ กรมวิชาการเกษตร (9 ม.ค. 2562) |
| หัวฉีดแบบกรวย (cone nozzle) | มากกว่า 40 psi | ราว 2.8 บาร์ (1 psi ≈ 0.069 บาร์) | สไลด์ กรมวิชาการเกษตร (9 ม.ค. 2562) |
สังเกตว่าเครื่องพ่นยาแบบเครื่องยนต์ต้องการแรงดันสูงกว่าสปริงเกอร์หลายเท่า แต่ใช้น้ำน้อยกว่ามาก ปั๊มที่ออกแบบมาส่งน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงที่ 2 บาร์ จึงไม่ใช่ปั๊มตัวเดียวกับที่ออกแบบมาจ่ายน้ำสิบกว่าลิตรต่อนาทีที่ 20 บาร์ แม้ทั้งสองจะใช้มอเตอร์ขนาดใกล้กันก็ตาม
คำนวณเฮดรวมและกำลังปั๊มทีละขั้น
ลำดับที่ผู้เขียนใช้เวลาช่วยเกษตรกรเลือกปั๊มมีสี่ขั้น ตัวเลขตัวอย่างระบุเป็นค่าสมมติทุกตัว (ถ้ายังไม่คุ้นกับเรื่องอัตราไหลและเฮด อ่าน วิธีเลือกปั๊มน้ำเกษตร ก่อน)
- หาอัตราไหลรวมที่ต้องการ = จำนวนหัวจ่ายที่เปิดพร้อมกัน x อัตราไหลต่อหัวตามแผ่นข้อมูลของหัวจ่ายที่ใช้ (อย่าใช้ค่าจำนวนหัวทั้งแปลง ใช้เฉพาะกลุ่มที่เปิดพร้อมกันต่อรอบ) สมมติตัวอย่างนี้ได้ 12 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
- หาแรงดันที่ปลายหัวจ่ายจากตารางด้านบนหรือแผ่นข้อมูลของหัว สมมติสปริงเกอร์ใช้ 20 เมตรเฮด (ประมาณ 2 บาร์)
- บวกความสูงยกและความฝืดในระบบ สมมติระดับน้ำต่ำกว่าปั๊มรวมแล้วต้องยก 5 เมตร และแรงเสียดทานในท่อ ข้อต่อ กรอง และวาล์วรวม 10 เมตร (ตัวเลข 10 เมตรเป็นสมมติ ค่าจริงคำนวณจากขนาดท่อ ความยาว และอัตราไหลตามตารางของผู้ผลิตท่อ) เฮดรวม = 20 + 5 + 10 = 35 เมตร
- คำนวณกำลัง: กำลังไฮดรอลิก = 12 x 1,000 x 9.81 x 35 ÷ 3,600,000 = 1.14 กิโลวัตต์ สมมติประสิทธิภาพรวมของปั๊มและมอเตอร์ 0.45 ต้องดึงไฟเข้าราว 2.5 กิโลวัตต์ ซึ่งเทียบเป็นมอเตอร์ราว 3 แรงม้าเมื่อคิดว่า 1 แรงม้า ≈ 0.746 กิโลวัตต์ และต้องมีกำลังสำรอง
สูตรกำลังไฮดรอลิกนี้เป็นสูตรมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในหน้า Pumps - Power ของ Engineering ToolBox จากนั้นเอาจุด 12 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงที่ 35 เมตร ไปวางบนเส้นโค้งของปั๊มที่สนใจ ถ้าจุดนั้นอยู่เหนือเส้นโค้ง ปั๊มรุ่นนั้นให้เฮดไม่พอ ถ้าอยู่ต่ำกว่ามากจนปั๊มทำงานปลายเส้นโค้ง จะกินไฟเกินจำเป็น ซึ่งตรงกับที่เขียนไว้ในเรื่อง เลือกแรงม้าปั๊มน้ำผิดขนาด
ถ้าแปลงมีหลายโซนและเปิดสลับ ให้คำนวณทุกโซนแล้วเลือกจากโซนที่ต้องการเฮดรวมสูงสุดก่อน โซนที่ไกลหรือสูงที่สุดมักกำหนดปั๊ม ส่วนโซนอื่นใช้วาล์วหรือตัวควบคุมแรงดันปรับ ไม่ใช่เลือกปั๊มตามโซนที่ใกล้ที่สุด แล้วมาแก้ทีหลังด้วยการเพิ่มรอบมอเตอร์
ท่อและอุปกรณ์ต้องทนแรงดันที่ปั๊มส่ง
การเปลี่ยนปั๊มให้แรงขึ้นแล้วไม่ดูท่อคือเหตุให้ท่อแตกกลางแปลงบ่อยที่สุด เอกสารสินค้าท่อ PVC ที่ผู้เขียนเปิดอ่าน (หน้าสินค้า HomePro) ระบุท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 ตามมาตรฐาน มอก.17-2532 ชั้นคุณภาพ 8.5 หมายถึงรับแรงดันใช้งานสูงสุดราว 8.5 บาร์ ซึ่งเทียบเป็นเฮดได้ราว 87 เมตร ส่วนชั้นคุณภาพอื่นของท่อ PVC ในมาตรฐานเดียวกันมีทั้งชั้นที่ต่ำกว่าและสูงกว่านี้ ให้ดูชั้นที่พิมพ์บนตัวท่อจริง
ข้อควรระวังคือแรงดันที่ปั๊มส่งตอนไม่มีการไหล (ปิดวาล์ว) สูงกว่าแรงดันตอนไหล และตอนปิดวาล์วเร็วหรือตัดไฟกะทันหันจะเกิดแรงกระแทกในท่อ (water hammer) ที่ชั่วขณะอาจสูงกว่าแรงดันใช้งาน ผู้เขียนไม่ได้อ้างตัวเลขการกระแทกเพราะขึ้นกับความยาวท่อและความเร็วน้ำ แนะนำให้ปิดวาล์วช้า ๆ ติดวาล์วระบายอากาศ และเผื่อชั้นท่อไว้สูงกว่าแรงดันสูงสุดที่ปั๊มทำได้
สำหรับเครื่องพ่นยาแรงดันสูง ต้องใช้สายและข้อต่อที่ผู้ผลิตระบุว่ารับแรงดันนั้นได้ สายพ่นยาที่ติดมากับเครื่องมักผ่านการออกแบบมาตรงกับปั๊มของเครื่องนั้น การเปลี่ยนไปใช้สายสั้นราคาถูกเป็นจุดอันตราย เพราะสายแตกที่ 20 บาร์ขึ้นไปคือน้ำผสมสารเคมีฉีดใส่ตัวผู้ฉีดเอง การพ่นสารเคมีให้ใช้ชุดป้องกัน และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ของสารที่ใช้ทุกครั้ง
เลือกแบบไหนตามงาน: ตารางเทียบพร้อมเกณฑ์ตัดสินใจ
| งาน | ตัวเลขที่ต้องดูเป็นอันดับแรก | ปั๊มที่มักเข้าข่าย | สิ่งที่มักพลาด |
|---|---|---|---|
| สปริงเกอร์ทั้งแปลง | เฮดรวมที่ใช้อัตราไหลของกลุ่มหัวที่เปิดพร้อมกัน | หอยโข่งหรือมัลติสเตจ ตามเฮดรวม | ดูแต่แรงม้า ไม่ดูเส้นโค้ง ท้ายแถวน้ำไม่ถึง |
| น้ำหยดและมินิสปริงเกอร์ | แรงดันต่ำแต่ต้องนิ่ง และผ่านระบบกรองได้ | หอยโข่งขนาดเล็ก พร้อมกรองและวาล์วควบคุม | ปั๊มแรงเกินแล้วไม่มีตัวควบคุมแรงดัน ทำให้ข้อต่อหลุด |
| พ่นยาในสวนไม้ผลต้นสูง | แรงดันเครื่องพ่นและอัตราไหลต่อนาทีของหัวฉีด | ปั๊มลูกสูบหรือพลันเจอร์ตามเครื่องพ่น | เอาปั๊มส่งน้ำธรรมดามาต่อสายพ่นยา แรงดันไม่ถึง ละอองไม่ละเอียด |
| เติมถังและสูบน้ำเข้าสระ | อัตราไหลสูงสุดที่เฮดต่ำ | ปั๊มหอยโข่งทั่วไป | ซื้อปั๊มแรงดันสูงทั้งที่ไม่ต้องใช้ เสียเงินและเสียไฟ |
สำหรับสวนขนาดเล็กหรือสวนที่คนดูแลอายุมาก การเลือกอุปกรณ์เบาแรงมีผลต่อการใช้งานจริง ดูแนวคิดในบทความ แนวทางเกษตรผสมผสานสำหรับผู้สูงอายุ และถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับปั๊ม ให้ตรวจเฮดและอัตราไหลของรุ่นนั้นก่อน โดยอ่านเพิ่มที่ FAQ ปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์
ขั้นตอนทดสอบหลังติดตั้ง
- ติดเกจวัดแรงดันที่ปลายท่อสาย หรือที่หัวจ่ายที่ไกลที่สุด ไม่ใช่ที่ปากปั๊ม
- เปิดโซนที่ใช้น้ำมากที่สุดพร้อมกันตามที่ออกแบบ แล้วจดแรงดันที่หัวท้ายสุดและที่หัวต้นแถว
- เทียบกับแรงดันที่หัวจ่ายต้องการตามแผ่นข้อมูล ถ้าหัวท้ายต่ำกว่า แสดงว่าท่อเล็กเกินหรือปั๊มให้เฮดไม่พอ
- จับเวลาสูบน้ำใส่ถังที่ทราบปริมาตร เพื่อวัดอัตราไหลจริงแล้วเทียบกับเส้นโค้ง
- วัดกระแสไฟของมอเตอร์ขณะเดิน เทียบกับค่าที่ระบุบนป้าย ถ้าสูงกว่า ให้หยุดและตรวจก่อนมอเตอร์ไหม้
- ปิดวาล์วช้า ๆ ฟังเสียงท่อ ถ้ามีเสียงกระแทกให้ตรวจเรื่องแรงกระแทกและตัวหน่วง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เลือกปั๊มจากแรงม้าอย่างเดียว ทั้งที่งานต้องการเฮดและอัตราไหลที่ตรงกับเส้นโค้ง
- ลืมนับความสูงยกและแรงเสียดทานในท่อ ทำให้เฮดรวมที่คำนวณต่ำกว่าความจริง น้ำถึงหัวท้ายแถวไม่พอ
- เพิ่มปั๊มให้แรงขึ้นโดยไม่ตรวจชั้นคุณภาพของท่อและข้อต่อ
- ใช้ปั๊มส่งน้ำทั่วไปกับเครื่องพ่นยาที่ต้องการหลายสิบบาร์ แล้วสงสัยว่าทำไมละอองไม่ละเอียด
- ไม่ติดเกจวัดแรงดัน จึงไม่มีตัวเลขไว้ตรวจเวลาระบบผิดปกติ
- ซื้อจากโฆษณาที่ไม่ให้เส้นโค้งปั๊ม ไม่รู้ว่าเฮดที่โฆษณาเป็นเฮดที่ไหลศูนย์หรือที่อัตราไหลใช้งาน
สรุป
ปั๊มแรงดันสูงต่างจากปั๊มทั่วไปที่เฮดซึ่งให้ได้เมื่อส่งน้ำตามอัตราไหลที่ใช้จริง ไม่ใช่ที่แรงม้า สปริงเกอร์ น้ำหยด และเครื่องพ่นยาต้องการแรงดันต่างกันหลายเท่าตามเอกสารที่อ้างไว้ ให้คำนวณเฮดรวมจากแรงดันปลายหัว ความสูงยก และแรงเสียดทาน แล้วเลือกจากเส้นโค้งปั๊ม ตรวจชั้นท่อ และทดสอบด้วยเกจหลังติดตั้ง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ค่าแรงดันของอุปกรณ์แต่ละรุ่นให้ยืนยันกับแผ่นข้อมูลผู้ผลิต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- เอกสารความรู้ ระบบการให้น้ำพืช (Siam Kubota) — เฮดที่หัวจ่ายของสปริงเกอร์ มินิสปริงเกอร์ ไมโครสเปรย์ และน้ำหยด https://kas.siamkubota.co.th/wp-content/uploads/2022/10/ระบบการให้น้ำพืช.pdf
- กรมวิชาการเกษตร: เทคนิคการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช (สไลด์ 9 ม.ค. 2562) — แรงดันเครื่องพ่นสะพายหลัง เครื่องพ่นเครื่องยนต์ และหัวฉีดแบบกรวย https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2020/01/เทคนิคการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช.pdf
- HomePro: ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 มอก.17-2532 — ข้อมูลชั้นคุณภาพท่อ https://www.homepro.co.th/p/1160845
- Engineering ToolBox: Pumps - Power — สูตรกำลังไฮดรอลิกและกำลังเพลา https://engineeringtoolbox.com/pumps-power-d_505.html
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตอะไรบ้างก่อนพ่นปุ๋ยและยา
สรุปว่าโดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. และ กพท. อย่างไร ตามประกาศล่าสุดปี 2569 พร้อมแผนตามสถานการณ์ทั้งซื้อ จ้าง และฟาร์มชายแดน
โดรนพ่นปุ๋ยทางใบและหว่านปุ๋ยเม็ด จ้างหรือซื้อ ต้นทุนต่อไร่เป็นอย่างไร
เปรียบเทียบต้นทุนจ้างโดรนพ่นปุ๋ยกับซื้อเองด้วยตัวเลขที่ระบุที่มาและวันที่ พร้อมตัวอย่างจุดคืนทุนและต้นทุนที่ใบเสนอราคามักไม่บอก
สอบเทียบเครื่องพ่นยา วัดอัตราพ่นต่อไร่ก่อนผสมปุ๋ยหรือสาร
วัดอัตราพ่นของเครื่องเป็นลิตรต่อไร่ด้วยแปลงทดสอบ 16 ตารางเมตร พ่นน้ำเปล่า 3 รอบ ตรวจหัวฉีดทีละหัว แล้วคำนวณจำนวนถังและปริมาณผสมตามฉลากแทนการเดา
หัวพ่นยาแบบไหนเหมาะกับงานอะไร หัวพัด หัวกรวย ขนาดละอองต่างกันอย่างไร
หัวพ่นยาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร หัวพัด หัวกรวย หัวดูดอากาศ และขนาดละออง อธิบายตามมาตรฐาน ASABE และงานทดสอบ เพื่อเลือกหัวให้ตรงกับงานในแปลง
ล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้ ทำอย่างไรให้ใช้ได้นานไม่ตัน
ขั้นตอนล้างและเก็บเครื่องพ่นยาเครื่องพ่นปุ๋ยหลังใช้งาน ตั้งแต่ล้างถัง ปั๊ม ไส้กรอง ไปจนถึงหัวพ่น เพื่อกันตัน กันกัดกร่อน และให้พร้อมใช้ฤดูถัดไป
เครื่องพ่นปุ๋ยสตาร์ทไม่ติด ตรวจน้ำมัน หัวเทียน และคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ
เครื่องพ่นปุ๋ยหรือเครื่องพ่นยาเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ให้ตรวจเชื้อเพลิง หัวเทียน ไส้กรองอากาศและคาร์บูเรเตอร์ตามลำดับ ก่อนส่งช่างหรือเปลี่ยนอะไหล่
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ปั๊มชัก MAKRO JUNIOR ขนาด 1 นิ้ว ตราลูกโลกคู่ ปั้มชัก ปั๊มน้ำ ปั๊มบาดาล สูบน้ำบาดาล ปั๊มน้ำเกษตร ปั๊มเกษตร
ดูรายละเอียด
ปั๊มชัก NEW MAKKO ขนาด 1 นิ้ว 3000 ลิตร/ชม.ปั้มชัก ปั๊มน้ำ ปั๊มบาดาล สูบน้ำบาดาล ปั๊มน้ำเกษตร ปั๊มเกษตร
ดูรายละเอียด
ฝาปิดถังน้ำยาแบตเตอรี่ เครื่องพ่นยาแบตเตอรี่ 16ลิตร - 20 ลิตร ฝาปิดถังน้ำยาแบต ฝาครอบถังพ่นยา ฝาถังพ่นยาแบตเตอรี่ by ไร่
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
1 บาร์ เท่ากับกี่เมตรเฮดน้ำ?
ประมาณ 10.2 เมตร คำนวณจากแรงดัน 100,000 พาสคัลหารด้วยความหนาแน่นน้ำ 1,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และแรงโน้มถ่วง 9.81 ดังนั้นสปริงเกอร์ที่ต้องการเฮด 20 เมตรจึงเทียบได้ราว 2 บาร์ ที่ปลายหัวจ่าย
สปริงเกอร์ต้องการแรงดันเท่าไร?
เอกสารระบบการให้น้ำพืชที่อ้างไว้ระบุสปริงเกอร์ใช้เฮดตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป มินิสปริงเกอร์และไมโครสเปรย์ 10-20 เมตร และน้ำหยด 5-10 เมตร ค่าเฉพาะของหัวแต่ละรุ่นให้ดูแผ่นข้อมูลของผู้ผลิตหัวนั้น
เครื่องพ่นยาต้องใช้แรงดันกี่บาร์?
สไลด์ของกรมวิชาการเกษตร (9 มกราคม 2562) ระบุเครื่องพ่นสะพายหลังแบบโยกไม่น้อยกว่า 3 บาร์ เครื่องพ่นแรงดันแบบเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า 20 บาร์ และหัวฉีดแบบกรวยควรมากกว่า 40 psi ส่วนการใช้สารเคมีให้ทำตามฉลากเสมอ
ทำไมปั๊มแรงม้าสูงแล้วสปริงเกอร์ยังไม่หมุน?
อาจเป็นเพราะปั๊มรุ่นนั้นให้เฮดไม่พอที่อัตราไหลที่ระบบเรียก ท่อเล็กเกินไป เกิดแรงเสียดทานสูง หรือเปิดหัวพร้อมกันมากเกินกว่าที่คำนวณ ให้ติดเกจที่หัวท้ายสุดแล้วเทียบกับแรงดันที่หัวต้องการ
ใช้ท่อ PVC อะไรกับระบบแรงดันสูง?
ให้เลือกชั้นคุณภาพที่ทนแรงดันสูงสุดที่ปั๊มทำได้ โดยเผื่อแรงกระแทกด้วย หน้าสินค้าที่อ้างไว้ระบุท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 ตาม มอก.17-2532 ให้อ่านชั้นที่พิมพ์บนตัวท่อและยืนยันกับผู้ผลิต
ปั๊มแรงดันสูงกินไฟมากกว่าปั๊มทั่วไปไหม?
กินตามกำลังไฮดรอลิกที่ต้องใช้คืออัตราไหลคูณเฮดรวม ถ้างานต้องการเฮดสูงก็ใช้กำลังมากขึ้น ตามสูตรที่ให้ไว้ ซึ่งคำนวณค่าไฟต่อเดือนได้ตามบทความค่าไฟปั๊มน้ำเกษตร
