เทคโนโลยีและเครื่องมือเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

หัวพ่นยาแบบไหนเหมาะกับงานอะไร หัวพัด หัวกรวย ขนาดละอองต่างกันอย่างไร

เลือกหัวพ่นยาให้ตรงงาน เปรียบเทียบหัวพัด หัวกรวย หัวดูดอากาศ ตามมาตรฐาน ASABE S572.1 ขนาดละออง รหัสสี พร้อมวิธีตรวจหัวสึกและเลือกหัว ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

หัวพ่นยาแบบไหนเหมาะกับงานอะไร หัวพัด หัวกรวย ขนาดละอองต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

หัวพ่นยาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร หัวพัด หัวกรวย หัวดูดอากาศ และขนาดละออง อธิบายตามมาตรฐาน ASABE และงานทดสอบ เพื่อเลือกหัวให้ตรงกับงานในแปลง

คำตอบเร็ว: หัวพ่นแบบพัด (flat fan) ให้ละอองเป็นแนวแบนกว้าง ใช้กับงานพ่นคลุมพื้นที่ เช่น วัชพืชและพืชไร่ หัวกรวยกลวง (hollow cone) ให้ละอองเป็นวงกลวง ละเอียดกว่า เหมาะกับงานต้องการเกาะใบทั่ว เช่น สวนไม้ผล และพ่นสารกลุ่มสัมผัส ส่วนหัวชนิดอื่นเช่นแบบดูดอากาศ (air induction) ให้ละอองใหญ่ ลอยน้อย ตามเอกสารมหาวิทยาลัยและมาตรฐาน ASABE ยิ่งละอองเล็ก ยิ่งเกาะใบดีแต่ลอยไปนอกเป้าได้ง่าย การเลือกจึงขึ้นกับสารที่พ่น พืช ลม และฉลากสาร (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

หลายคนซื้อหัวพ่นตามสีที่ร้านหยิบให้ หรือตามหัวที่ติดมากับเครื่อง จนวันหนึ่งสารคุมหญ้าลอยไปโดนแปลงข้างบ้าน หรือสารป้องกันโรคพ่นแล้วใบด้านล่างไม่เปียกเลย บทความนี้ไล่ชนิดหัวพ่นที่ใช้กันจริง ได้แก่ หัวพัด หัวกรวย และอีกสองสามแบบที่ควรรู้จัก ว่าแต่ละแบบให้ละอองขนาดไหน ลอยง่ายแค่ไหน เหมาะกับงานอะไร โดยอ้างตัวเลขเฉพาะที่เปิดอ่านได้จากเอกสารมหาวิทยาลัยและหน่วยงานรัฐ และบอกชัดเมื่อส่วนไหนต้องดูฉลากสารหรือคู่มือหัวพ่น

ขนาดละอองสำคัญกว่ารูปทรงที่ตามองเห็น

ภาพประกอบ ขนาดละอองสำคัญกว่ารูปทรงที่ตามองเห็น

ขนาดละอองวัดเป็นไมครอน (1 ไมครอนเท่ากับหนึ่งในพันของมิลลิเมตร) มาตรฐาน ASABE S572.1 จัดชั้นขนาดละอองตามค่า VMD (ขนาดละอองที่แบ่งปริมาตรน้ำพ่นออกเป็นสองส่วนเท่ากัน) เอกสารสรุปที่เปิดอ่านได้แบ่งดังนี้ ตารางนี้ใช้เป็นแนวคิดทั่วไป ค่าเฉพาะของหัวพ่นแต่ละรุ่นให้ดูจากตารางของผู้ผลิต

ชั้นละอองช่วงขนาด (ไมครอน)รหัสสีการเกาะใบที่ทำยากงานที่ตารางระบุ
ละเอียดที่สุด (Extremely Fine)ต่ำกว่า 60ม่วงดีมากเฉพาะกรณีพิเศษ ความเสี่ยงลอยสูง
ละเอียดมาก (Very Fine)61 ถึง 105แดงดีมากเฉพาะกรณีพิเศษ
ละเอียด (Fine)106 ถึง 235ส้มดีงานให้ครอบคลุมทั่วใบ
ปานกลาง (Medium)236 ถึง 340เหลืองดีสารส่วนใหญ่
หยาบ (Coarse)341 ถึง 403น้ำเงินปานกลางสารกำจัดวัชพืชชนิดดูดซึม
หยาบมาก (Very Coarse)404 ถึง 502เขียวไม่ดีสารกำจัดวัชพืชที่ลงดิน
หยาบพิเศษ (Extremely Coarse)503 ถึง 665ขาวแย่ปุ๋ยเหลว
หยาบสุด (Ultra Coarse)มากกว่า 665ดำแย่ปุ๋ยเหลว (ความเสี่ยงลอยต่ำ)

เอกสารฉบับเดียวกันสรุปการใช้งานไว้ว่า ละอองระดับละเอียดให้การเกาะใบดี เหมาะกับการพ่นสารกลุ่มออกฤทธิ์สัมผัส ละอองปานกลางเป็นชนิดที่ใช้กันมากที่สุดและเป็นค่าตั้งต้นของผู้พ่นส่วนใหญ่เมื่อฉลากไม่ได้กำหนด ส่วนละอองหยาบใช้กับสารออกฤทธิ์ดูดซึมหรือสารที่ลงดิน และระบุให้ปุ๋ยเหลวใช้ละอองใหญ่ในกลุ่มหยาบพิเศษถึงหยาบสุด และย้ำให้อ่านฉลากสารเสมอว่าระบุชั้นละอองไว้หรือไม่

ปัจจัยหลักที่ทำให้ขนาดละอองต่างกัน คือ แบบหัวพ่น ขนาดรู ความดัน และรูปแบบการพ่น เอกสารระบุว่า ความดันต่ำให้ละอองใหญ่ ความดันสูงให้ละอองเล็ก หัวที่ให้ละอองเล็กที่สุดคือหัวแบบใช้อากาศแตกละออง ส่วนหัวพัดมุมกว้างให้ละอองใหญ่ที่สุดโดยทั่วไป และในกลุ่มหัวพ่นแรงดันน้ำ หัวกรวยกลวงให้ละอองเล็กที่สุด

ชนิดหัวพ่นหลักและงานที่เหมาะ

ชนิดหัวรูปแบบละอองขนาดละอองโดยทั่วไปงานที่เหมาะตามเอกสารข้อควรระวัง
หัวพัด (flat fan)แบนกว้างปลายบางมุมกว้างทั่วไปได้ละอองใหญ่ (ASABE)เป็นหัวหลักของเครื่องพ่นพืชไร่และพืชผัก (Ohio State, K-State)ต้องซ้อนแนวพ่นตามที่ผู้ผลิตกำหนด
หัวกรวยกลวง (hollow cone)วงกลวง กลางบางเล็กที่สุดในกลุ่มแรงดันน้ำเป็นหัวมาตรฐานในสวนผลไม้และองุ่นของสหรัฐฯ (Ohio State)ลอยง่ายกว่าเมื่อความดันสูง
หัวกรวยตัน (full cone)กรวยเต็ม ทุกจุดมีละอองดูตารางของผู้ผลิตรุ่นที่ซื้อK-State จัดเป็นหัวกลุ่มหลักอีกแบบดูอัตราไหลและมุมพ่นจากตารางผู้ผลิต
แบบดูดอากาศ (air induction)ละอองหยาบเต็มด้วยฟองอากาศใหญ่กว่าเพราะผสมอากาศเข้าไป (K-State) และคงละอองใหญ่แม้หัวสึก (Baio และคณะ 2022)งานที่ต้องการลดการลอย ตามที่ฉลากอนุญาตละอองใหญ่เกาะใบทึบได้น้อยกว่า
แบบใช้ลมช่วยแตกละออง (เช่นหัวในเครื่องพ่นหมอก)ละอองฝอยมากแล้วลมพาเล็กมากงานน้ำน้อยในทรงพุ่ม (กรมวิชาการเกษตร)ลอยง่ายต้องดูทิศลม

ที่มาของข้อมูลในตารางนี้คือเอกสาร K-State MF3178 (Agricultural Spray Nozzles: Selection and Sizing), เอกสาร Ohio State FABE-534 (Erdal Ozkan, 2021) และตารางชั้นละออง ASABE S572.1 ส่วนรายละเอียดอัตราไหลต่อหัวและช่วงความดันที่ใช้ได้ให้ดูในแค็ตตาล็อกของรุ่นที่ซื้อ บทความนี้ไม่ระบุยี่ห้อหรือรุ่น

ตัวอย่างจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร ในนาข้าว

รายงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่องเครื่องพ่นแรงดันลมเพื่อป้องกันศัตรูข้าว ใช้หัวพัดแยกตามสีสำหรับสองวิธี วิธีแรกคือคานหัวพ่นแบบใช้ลมช่วย ใช้หัวพัดสีเหลืองที่ความดัน 3 บาร์ อัตรา 20 ลิตรต่อไร่ วิธีที่สองเป็นวิธีของเกษตรกร ไม่ใช้ลม ใช้หัวพัดสีแดงที่ความดัน 5 บาร์ อัตรา 40 และ 60 ลิตรต่อไร่ (ตามอายุข้าว) รายงานยังระบุว่ากรมวิชาการเกษตรแนะนำการพ่นแบบน้ำน้อยที่ 20 ลิตรต่อไร่ และแบบน้ำมากที่ 60 ถึง 80 ลิตรต่อไร่ ในแบบน้ำมากเครื่องยนต์พ่นสารแรงดันน้ำสูงใช้ก้านฉีดติดหัวกรวยกลวง ข้อมูลนี้เป็นของนาข้าว อย่านำอัตรานี้ไปใช้กับพืชอื่น

จุดที่เกษตรกรไทยควรสังเกตคือ รหัสสีของหัวพ่นบอกขนาดรูและอัตราไหลที่ความดันมาตรฐาน ต้นฉบับ K-State ระบุว่าหัวพ่นที่มีรหัสสีช่วยให้ผู้ใช้ระบุมุมพ่นและความจุ เลี่ยงการใส่หัวต่างชนิดปนกัน และระบุว่าหัวพ่นมักมีมุมพ่น 65, 80 หรือ 110 องศา ดังนั้นในเครื่องหนึ่งเครื่อง ควรใช้หัวชนิดเดียวกัน สีเดียวกัน

ขนาดละอองกับการลอยของละออง

เอกสาร K-State และ Ohio State ตรงกันว่า ยิ่งละอองเล็ก ยิ่งครอบคลุมใบดี แต่ความเสี่ยงที่ละอองจะลอยไปนอกเป้าสูงขึ้น Ohio State ระบุว่าหัวกรวยกลวงที่ความดันสูง เช่น 200 psi ให้ละอองระดับละเอียดมาก (VF) ซึ่งต้องระวังการลอยเป็นพิเศษ

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ (ผ่านข่าวเดลินิวส์ 31 พ.ค. 2569) ให้ยืนเหนือลม ไม่พ่นเมื่อลมแรง และไม่พ่นหากคาดว่าฝนจะตกภายใน 1 ถึง 4 ชั่วโมง เพราะน้ำฝนชะสารทิ้ง วิธีสังเกตง่าย ๆ ในสวน คือถ้าใบไม้ไหวตลอดเวลาหรือควันธูปพัดเอียงชัด ให้เลื่อนไปพ่นตอนลมนิ่ง ตัวอย่างนี้เป็นวิธีสังเกตภาคสนาม ไม่ใช่เกณฑ์ความเร็วลมตามกฎหมาย

เลือกหัวพ่นตามงาน ตัวอย่างการตัดสินใจ

สถานการณ์เป้าหมายหลักแนวเลือก
พ่นสารคุมวัชพืชในแปลงที่ติดแปลงเพื่อนบ้านลดการลอยดูชั้นละอองบนฉลาก ถ้าเสี่ยงลอยให้ไปทางชั้นที่หยาบขึ้น ความดันต่ำลง หรือหัวแบบดูดอากาศ
พ่นสารกลุ่มสัมผัสกับพืชใบทึบให้ละอองเกาะทั่วใบชั้นละเอียดถึงปานกลางตามตาราง ASABE เหมาะกับสารสัมผัส คุมลมและความเร็วเดิน
พ่นปุ๋ยเหลวทางดินไม่ให้ลอย ไม่ให้กระเด็นละอองใหญ่ตามตารางชั้นละออง (หยาบพิเศษถึงหยาบสุด)
พ่นในทรงพุ่มไม้ผลสูงให้ละอองเข้าทรงพุ่มหัวกรวยกลวงหรือเครื่องพ่นหมอกแบบลมช่วย ตามคำแนะนำของพืชนั้น
พ่นในนาข้าวตามอัตราที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำหัวพัดตามตารางผู้ผลิต อัตรา 20 ลิตรต่อไร่ (น้ำน้อย) หรือ 60 ถึง 80 ลิตรต่อไร่ (น้ำมาก)

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ถ้าฉลากสารระบุชั้นละอองหรือชนิดหัวไว้ ให้ทำตามฉลากเป็นอันดับแรก เรื่องปุ๋ยทางใบ ปริมาณการให้ธาตุอาหารต้องมาจากฉลากหรือแหล่งทางการ บทความนี้ไม่ระบุอัตรา

วัสดุหัวพ่นและการสึก

Ohio State FABE-534 แนะนำชิ้นส่วนเซรามิกหรือสแตนเลสชุบแข็งในงานที่ใช้สารผงเปียก เพราะสารผงทำให้ทองเหลืองและพลาสติกสึกเร็ว งานวิจัยของ Baio และคณะ (2022) ทดสอบหัวพ่น 8 รุ่นที่ความดัน 275 kPa เป็นเวลา 50 ชั่วโมงด้วยสารขัดสี พบว่าอัตราไหลเพิ่มขึ้นแบบเป็นเส้นตรงตามเวลา โดยเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์หลังประมาณ 30 ชั่วโมงของการทดสอบเร่ง ขนาดละอองเพิ่มขึ้นตามการสึก ทำให้สัดส่วนละอองเล็กกว่า 100 ไมครอนเปลี่ยน หัวเซรามิกทนที่สุด หัวโพลีอะซีทัลเปลี่ยนมากที่สุด และหัวแบบดูดอากาศคงละอองใหญ่ได้ตลอดการสึก

ข้อสรุปที่นำไปใช้ได้คือ หัวที่ถูกกว่าอาจสึกเร็วกว่า จึงควรจดชั่วโมงใช้งาน วัดอัตราไหลเทียบหัวใหม่เป็นระยะ และเปลี่ยนเป็นชุดพร้อมกันทั้งเครื่อง การล้างและการไม่แยงรูหัวพ่นเขียนไว้ใน ล้างและเก็บเครื่องพ่นหลังใช้

ปรับเครื่องให้ปริมาณน้ำต่อไร่ตรงก่อนพ่นจริง

  1. ใส่น้ำสะอาด วัดปริมาตรที่ใส่ แล้วเดินพ่นพื้นที่ทดสอบด้วยท่าและความเร็วแบบที่จะพ่นจริง
  2. วัดน้ำที่ใช้ไปเทียบกับพื้นที่ที่พ่น เพื่อได้ลิตรต่อไร่
  3. ปรับความเร็วเดินหรือเปลี่ยนหัวพ่นถ้าปริมาณไม่ตรงกับที่ฉลากหรือหน่วยงานแนะนำ
  4. จดตำแหน่งคันเร่งหรือแรงดันที่ใช้ เพื่อทำซ้ำได้

มหาวิทยาลัยฮาวาย (CTAHR PRRE-9) แนะนำวิธีสอบเทียบแบบ 1/128 ของเอเคอร์ (340 ตารางฟุต) ที่ 1 ออนซ์ต่อพื้นที่นี้เท่ากับ 1 แกลลอนต่อเอเคอร์ แต่เป็นหน่วยอเมริกัน ให้ใช้หลักการเดียวกันกับหน่วยตารางเมตรและลิตรแทน และชี้ว่ายิ่งยกรูปล่อยสูง น้ำยาก็ยิ่งพ่นออกช้า จึงต้องสอบเทียบที่ความสูงที่ใช้จริง

ตัวอย่างสมมติ ถ้าพื้นที่ทดสอบ 1 งาน (400 ตารางเมตร) ใช้น้ำ 5 ลิตร อัตราเท่ากับ 20 ลิตรต่อไร่ (1 ไร่ = 4 งาน ใช้ 20 ลิตร) ค่าตัวอย่างนี้ใช้อธิบายสูตร ไม่ได้บอกว่าควรพ่นกี่ลิตรสำหรับพืชใด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้หัวต่างสีหรือต่างรุ่นปนกันในก้านพ่นเดียว ทำให้พ่นไม่สม่ำเสมอ
  • เพิ่มความดันเพื่อให้ "แรงขึ้น" ทั้งที่ทำให้ละอองเล็กลงและลอยง่ายขึ้น
  • พ่นสารกำจัดวัชพืชด้วยหัวละอองเล็ก ใกล้แปลงพืชอื่น
  • ใช้หัวเดิมจนสึก ไม่เคยวัดอัตราไหล
  • แยงรูหัวด้วยลวด
  • เลือกหัวตามราคา โดยไม่ดูตารางอัตราไหลและมุมพ่นของผู้ผลิต
  • ไม่ดูฉลากสารว่ากำหนดชั้นละอองหรือไม่

ถ้าอยากเข้าใจเครื่องพ่นละอองฝอยแบบอื่น ดู เครื่องพ่น ULV ต่างจากเครื่องพ่นทั่วไปตรงไหน และเมื่อเริ่มใช้เครื่องพ่นแบตเตอรี่ ดู ข้อผิดพลาดที่มือใหม่พบบ่อย และเรื่องต้นทุนค่าเสื่อมที่ ค่าเสื่อมเครื่องมือเกษตร

สรุป

หัวพัด หัวกรวย และหัวแบบดูดอากาศ ให้ละอองต่างกัน ละอองเล็กเกาะใบดีแต่ลอยง่าย ละอองใหญ่ลอยน้อยแต่เกาะใบทึบได้น้อยกว่า ความดันสูงทำให้ละอองเล็กลง หัวสึกทำให้อัตราไหลเพิ่ม ให้เลือกตามฉลากสาร พืช และสภาพลม ใช้หัวชนิดเดียวกันทั้งก้านพ่น วัดอัตราไหลเป็นระยะ และปรับเครื่องให้ปริมาณน้ำต่อไร่ตรงก่อนพ่นจริง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄Ohio State University Extension (Erdal Ozkan) — FABE-534 Selecting the Right Type and Size of Nozzles for Effective Spraying in Orchards and Vineyards (20 ธ.ค. 2021) https://ohioline.osu.edu/factsheet/fabe-534
  • 📄Kansas State University Research and Extension — MF3178 Agricultural Spray Nozzles: Selection and Sizing ชนิดหัวพ่น มุมพ่น รหัสสี https://bookstore.ksre.ksu.edu/download/agricultural-spray-nozzles-selection-and-sizing_MF3178
  • 📄ASABE S572.1 Droplet Size Classification (เผยแพร่โดย Maine Department of Agriculture, Conservation and Forestry) — ตารางชั้นละออง ช่วงไมครอน รหัสสี https://www.maine.gov/DACF/php/pesticides/documents2/WPS%20Forms/asabe_droplet_size_classification.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — รายงานวิจัยและพัฒนาเครื่องพ่นสารแบบแรงดันลมเพื่อป้องกันศัตรูข้าว หัวพัด 3 บาร์ 5 บาร์ อัตราน้ำน้อย น้ำมาก https://info.doa.go.th/research/pdf/2562/151_2562.pdf
  • 📄Engenharia Agrícola (Baio และคณะ, 2022) — Spray Nozzle Wear Effects on Droplet Population https://scielo.br/j/eagri/a/WRZnm9P9fppXfFbrmdZzZxQ
  • 📄University of Hawaii CTAHR — PRRE-9 การสอบเทียบเครื่องพ่นหมอกสะพายหลัง (ฉบับแปลไทย) https://www3.ctahr.hawaii.edu/oc/freepubs/pdf/PRRE-9-THAI.pdf
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (ผ่านเดลินิวส์ 31 พ.ค. 2569) — ทิศทางลม ฝน และอุปกรณ์ป้องกันของผู้พ่น https://www.dailynews.co.th/news/5907777/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

หัวพัดกับหัวกรวยต่างกันอย่างไร

หัวพัดให้ละอองเป็นแนวแบนกว้าง ใช้เป็นหัวหลักของเครื่องพ่นพืชไร่ ส่วนหัวกรวยกลวงให้ละอองเป็นวงกลวงและเล็กที่สุดในกลุ่มหัวแรงดันน้ำ ใช้ในสวนผลไม้ ตามเอกสาร Ohio State และตารางชั้นละออง ASABE

ละอองเล็กดีกว่าละอองใหญ่จริงไหม

ไม่เสมอไป ละอองเล็กเกาะใบดีแต่ลอยไปนอกเป้าง่าย ละอองใหญ่ลอยน้อยแต่เกาะใบทึบได้ไม่ดี ให้เลือกตามสารและพืช และยึดฉลากสาร

รหัสสีบนหัวพ่นหมายถึงอะไร

K-State ระบุว่ารหัสสีช่วยบอกมุมพ่นและความจุของหัว ช่วยไม่ให้ใส่หัวผิดชนิดปะปนกัน ความหมายของสีขึ้นกับมาตรฐานที่ผู้ผลิตใช้ จึงดูตารางผู้ผลิตของรุ่นนั้น

หัวพ่นสึกแล้วสังเกตอย่างไร

สังเกตว่าน้ำที่ออกต่อนาทีมากขึ้นกว่าตอนซื้อใหม่ และแนวพ่นไม่สม่ำเสมอ งานของ Baio และคณะ (2022) ใช้การเพิ่มของอัตราไหล 10 เปอร์เซ็นต์เป็นจุดอ้างอิงการสึก

พ่นปุ๋ยทางใบควรใช้ละอองขนาดไหน

ไม่มีข้อกำหนดเดียวสำหรับทุกชนิด ให้ดูฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำจากหน่วยงานของพืชนั้น ตารางชั้นละอองที่เปิดอ่านระบุปุ๋ยเหลวที่พ่นลงพื้นว่าใช้ละอองใหญ่ แต่ไม่ได้ครอบคลุมปุ๋ยทางใบ