เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

จับจักจั่นขายในสวนลำไย ทำอย่างไรให้เป็นรายได้เสริมโดยไม่ทำร้ายสวน

จับจักจั่นขายในสวนลำไย ใช้ไฟล่อและส่องโคนต้น ราคาที่ข่าวปี 2566 รายงาน วิธีคิดรายได้ และข้อห้ามไม่ให้กระทบต้นลำไย พร้อมคำเตือนเรื่องสารตกค้างและการแพ้ของคนกิน

จับจักจั่นขายในสวนลำไย ทำอย่างไรให้เป็นรายได้เสริมโดยไม่ทำร้ายสวน

คำตอบสั้น ๆ

จักจั่นในสวนลำไยช่วงต้นปีกลายเป็นรายได้เสริมของหลายสวนในจันทบุรีและนครสวรรค์ บทความนี้รวมวิธีจับที่ชาวสวนใช้จริง ราคาที่ข่าวรายงานพร้อมปีที่ลงข่าว และข้อควรระวังไม่ให้กระทบต้นลำไยและผู้บริโภค

คำตอบเร็ว: ชาวสวนลำไยในจันทบุรีและนครสวรรค์จับจักจั่นช่วงต้นปีด้วยสองวิธี คือเปิดหลอดไฟแบล็กไลต์ใต้ต้นลำไยตอนหัวค่ำ วางผ้าหรือพลาสติกรองเพื่อจับตัวเต็มวัย และใช้ไฟฉายคาดหัวส่องโคนต้นหลังหัวค่ำเพื่อเก็บนางฟ้าที่เพิ่งลอกคราบ ข่าวปี 2566 รายงานราคาตัวเต็มวัยราว 150-250 บาทต่อกิโลกรัม และนางฟ้าราว 250-400 บาท ราคาปีหน้ายังไม่มีใครบอกได้ ที่สำคัญคืออย่าขุดรอบโคนต้น อย่าหักกิ่ง เก็บใบไม้ใต้ต้นไว้ และห้ามจับในสวนที่เพิ่งพ่นสาร

สวนลำไยหลายแห่งช่วงที่ราคาผลไม่ดี เจ้าของสวนจะพูดกันว่าปีนี้จักจั่นช่วยค่าปุ๋ยได้บ้าง เสียงร้องที่ดังในสวนตอนกลางวันช่วงต้นปีคือสัญญาณว่าตอนกลางคืนจะมีคนถือไฟฉายเดินตามโคนต้น บทความนี้ไม่ได้ชวนให้หันไปทำจักจั่นเป็นอาชีพหลัก แต่ช่วยให้คนที่มีสวนลำไยอยู่แล้วรู้ว่าจะจับอย่างไรให้คุ้มแรง ขายอย่างไร และต้องระวังอะไรไม่ให้รายได้เล็ก ๆ นี้ไปทำร้ายต้นลำไยที่เป็นรายได้หลัก ข้อมูลราคาในบทความมาจากข่าวที่ระบุปีชัดเจน ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ถ้ากำลังมองหาข้อมูลเรื่องเพลี้ยจักจั่นที่เป็นศัตรูของมะม่วง ซึ่งเป็นแมลงคนละกลุ่มกันและต้องจัดการคนละแบบ ให้อ่านที่ ต้นทุนการจัดการเพลี้ยจักจั่นมะม่วง บทความนี้พูดถึงจักจั่นตัวใหญ่ที่ร้องเสียงดังและคนเก็บไปกิน

จักจั่นในสวนลำไยออกช่วงไหน และทำไมต้องจับกลางคืน

ภาพประกอบ จักจั่นในสวนลำไยออกช่วงไหน และทำไมต้องจับกลางคืน

ข่าวจากสวนลำไยที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปี 2566 (ไทยรัฐ) รายงานว่าช่วงจับจักจั่นคือ ธ.ค.-มี.ค. ผู้จัดการออนไลน์ซึ่งลงพื้นที่สอยดาวและโป่งน้ำร้อนในปีเดียวกัน ระบุช่วงจับหลักราวปลายมกราคมถึงปลายกุมภาพันธ์ ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (CODI) ซึ่งเล่าเรื่องชาวบ้าน ต.ปะตง อ.สอยดาว และพื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ระบุช่วง ม.ค.-มี.ค.

ตัวอ่อนจักจั่นอยู่ในดินและดูดน้ำเลี้ยงจากราก เอกสารของ University of Wisconsin-Madison Extension ระบุว่าอยู่ใต้ดิน 2 ปีขึ้นไป เมื่อถึงเวลาจะไต่ขึ้นมาตามโคนต้นแล้วลอกคราบ CODI บอกว่าช่วงดีที่สุดในการเก็บนางฟ้าคือราว 19.00-21.00 น. ก่อนเปลือกจะเข้มและแข็ง ส่วนตัวเต็มวัยบินเข้าหาไฟช่วงหัวค่ำ จึงต้องใช้ไฟล่อ

วิธีจับที่ชาวสวนใช้จริง: ไฟล่อกับไฟส่องโคนต้น

วิธีใช้จับอะไรอุปกรณ์แหล่งที่บรรยาย
ไฟล่อใต้ต้นตัวเต็มวัยหลอดแบล็กไลต์สีม่วงหรือไฟสีฟ้าติดใต้กิ่ง วางผ้าหรือแผ่นพลาสติกใสรองด้านล่าง บางแห่งวางพลาสติกเหนือกะละมังน้ำไทยรัฐ ผู้จัดการออนไลน์ CODI
ส่องโคนต้นนางฟ้า (เพิ่งลอกคราบ) และตัวอ่อนที่ไต่ขึ้นมาไฟฉายคาดหัว ภาชนะใส่ไทยรัฐ CODI
  1. สำรวจกลางวันก่อน ดูว่าต้นไหนมีรูเล็ก ๆ ตามโคนและมีคราบจักจั่นเกาะลำต้นมาก ต้นพวกนี้คือจุดที่ควรติดไฟและเดินส่อง
  2. ติดไฟล่อก่อนค่ำ แขวนหลอดไว้ใต้กิ่งลำไย ไม่ผูกเหล็กหรือลวดรัดกิ่ง วางผ้าหรือพลาสติกรองด้านล่างให้กว้างพอรับตัวที่บินมาชนแล้วร่วง
  3. เดินส่องโคนต้นหลังหัวค่ำ ไทยรัฐรายงานว่าชาวบ้านเริ่มส่องนางฟ้าหลังสามทุ่ม ส่วน CODI บอกช่วงดีที่สุดคือราวหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม ช่วงเวลาที่ดีในสวนตัวเองให้จดไว้ทุกคืน
  4. เก็บด้วยมือเบา ๆ นางฟ้าตัวนิ่มช้ำง่าย ถ้าช้ำ ราคาจะตก
  5. ใส่ถุงตาข่าย ไม่ใส่กระสอบปุ๋ย ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่าคนรับซื้อให้เก็บจักจั่นในถุงตาข่าย ไม่ใช้กระสอบปุ๋ย กระสอบเก่าอาจมีเศษปุ๋ยหรือสารเคมีติดอยู่ และอับจนจักจั่นเสีย
  6. ชั่งและจดทุกคืน จดว่าได้กี่กิโลกรัม ใช้ไฟกี่ดวง กี่ชั่วโมง จะรู้ว่าคืนไหนคุ้มแรง

ข้อสังเกตจากแปลงจริงคือ จักจั่นไม่ได้ออกเท่ากันทุกต้นและทุกคืน คนที่จดบันทึกว่าต้นไหน คืนไหน อากาศแบบไหนได้มาก จะรู้ภายในหนึ่งสองฤดูว่าควรติดไฟจุดไหน และคืนไหนไม่ต้องออกเดิน ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและแรงตัวเอง

เรื่องความปลอดภัยไฟฟ้า: สายไฟที่ลากเข้าสวนตอนกลางคืนช่วงที่ดินชื้นและมีแอ่งน้ำเสี่ยงไฟดูด ใช้สายที่ฉนวนไม่แตก ยกปลั๊กและจุดต่อให้พ้นดิน และให้ช่างไฟที่มีความรู้เดินสายถ้าใช้ไฟบ้าน

ราคาที่ข่าวเคยรายงาน และวิธีคิดรายได้

ภาพประกอบ ราคาที่ข่าวเคยรายงาน และวิธีคิดรายได้

ราคาจักจั่นขึ้นลงตามช่วงต้นฤดูหรือปลายฤดู จำนวนที่ออก และผู้รับซื้อในปีนั้น ตัวเลขต่อไปนี้เป็นราคาในข่าวปี 2566 เท่านั้น ใช้ดูลักษณะของราคา ไม่ใช่ราคาที่จะได้ในปี 2570

แหล่งข่าว (ปีที่รายงาน)ตัวเต็มวัย (บาท/กก.)นางฟ้า (บาท/กก.)ข้อมูลเพิ่มเติม
ไทยรัฐ 23 ก.พ. 2566 สอยดาว150-200 (ต้นฤดู 300-500)300-400คนจับได้ 2-5 กก.ต่อคืน ราคาเพิ่ม 3-5 เท่าเมื่อส่งไปขายภาคอีสานหรือภาคเหนือ
ผู้จัดการออนไลน์ 26 ก.พ. 2566 สอยดาวและโป่งน้ำร้อน180-250250-320ผู้รับซื้อมาจากอุดรธานีและสกลนคร
CODI ก.พ. 2565 ต.ปะตง-250คนที่ชำนาญหาได้ 2,500 บาทขึ้นไปต่อคืน

ตัวอย่างการคิดรายได้ (เป็นตัวอย่างเท่านั้น): ถ้าจับได้คืนละ 3 กิโลกรัม (อยู่ในช่วง 2-5 กก.ที่ไทยรัฐรายงาน) และขายตัวเต็มวัยได้กิโลกรัมละ 200 บาท (ตัวเลขบนสุดของช่วงที่ไทยรัฐรายงานปี 2566) รายได้คืนนั้นจะเท่ากับ 3 × 200 = 600 บาท ยังไม่หักค่าไฟฟ้า หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย และค่าแรงตัวเอง ต้นทุนเหล่านี้ไม่มีตัวเลขกลางที่ตรวจสอบได้ ให้จดจากของจริงในสวนตัวเอง แล้วคิดกำไรสุทธิจาก รายได้รวม ลบ ต้นทุนรวม

ข้อสังเกตจากข่าวคือ ราคาต้นฤดูสูงกว่ากลางฤดูชัดเจน และนางฟ้าราคาสูงกว่าตัวเต็มวัยทุกแหล่ง ส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นเมื่อขายไกลไปอีสานหรือภาคเหนือ ก็มีต้นทุนขนส่งและการเก็บรักษาตามมา คนที่ขายในพื้นที่ให้ผู้รับซื้อมักได้ราคาต่ำกว่าแต่ไม่ต้องรับความเสี่ยงของเสีย ถ้าต้องการวางแผนเงินของสวนลำไยทั้งปีให้รายได้เสริมนี้เข้าไปในบัญชีด้วย ดูได้ที่ ปฏิทินต้นทุนลำไยนอกฤดู

จับอย่างไรไม่ให้ทำร้ายต้นลำไย

ตัวอ่อนจักจั่นดูดน้ำเลี้ยงจากรากต้นไม้ แต่ University of Wisconsin-Madison Extension ระบุว่าโดยทั่วไปไม่ทำความเสียหายที่สังเกตได้ เว้นแต่มีจำนวนมากในต้นอ่อน ส่วนที่ต้องจับตาคือตัวเมียที่กรีดกิ่งอ่อนเพื่อวางไข่ จนกิ่งแตกและแห้งตายเป็นช่วง ๆ ต้นอ่อนจะเสียหายมากกว่าต้นใหญ่ คำแนะนำคือตัดกิ่งที่เสียหายหนักออก ข้อมูลนี้มาจากต่างประเทศ ชนิดของจักจั่นในบ้านเราอาจต่างกัน ให้เดินดูปลายกิ่งลำไยช่วงหลังฤดูจักจั่นว่ามีรอยแผลหรือกิ่งแห้งเป็นช่วงหรือไม่

  • อย่าขุดรอบโคนต้นเพื่อหาตัวอ่อน การขุดรอบโคนทำให้รากขาดและหน้าดินเปิด ซึ่งเป็นความเสียหายที่เราทำเองโดยไม่จำเป็น
  • อย่าหักหรือดึงกิ่งเพื่อเขย่าจักจั่น ทั้งกิ่งที่จะออกช่อและกิ่งที่ไว้ทำนอกฤดู
  • เก็บใบไม้ใต้ทรงพุ่มไว้ ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่าชาวสวนสอยดาวปล่อยใบไม้ไว้ใต้ต้นให้จักจั่น ใบไม้ยังช่วยเก็บความชื้นในดินช่วงแล้งด้วย
  • ไม่เหยียบย่ำโคนต้นซ้ำทุกคืน เดินตามแนวเดิม ไม่ให้ดินรอบโคนแน่นทั้งวง
  • ประสานตารางพ่นสาร ถ้าสวนต้องพ่นสารช่วงนี้ อย่าจับจักจั่นในแปลงที่เพิ่งพ่น ถ้าต้องเลือกระหว่างดูแลลำไยกับเก็บจักจั่น ให้ลำไยมาก่อนเสมอ เพราะเป็นรายได้หลัก ถ้ามีกิ่งผิดปกติหรือโรคกิ่ง ดูวิธีตัดสินใจตัดแต่งได้ที่ การตัดแต่งกิ่งลำไยที่เป็นโรคพุ่มไม้กวาด

ความปลอดภัยของคนกิน: เรื่องที่คนขายต้องรู้

ภาพประกอบ ความปลอดภัยของคนกิน: เรื่องที่คนขายต้องรู้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยเตือนผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (28 มี.ค. 2566) ว่าแมลงทอดอาจทำให้แพ้จากสารฮิสตามีน อาการคือผื่นคัน คันรอบปาก และอาจเกิดหลังกิน 2-7 ชั่วโมง การตรวจพบว่าจิ้งหรีดและดักแด้ไหมมีฮิสตามีนสูงถึง 875 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และพบสารกลุ่มคาร์บาเมตตกค้างในตั๊กแตนทอด อย. แนะนำให้ผู้แพ้ง่ายหรือเป็นหอบหืดหลีกเลี่ยง เลือกซื้อจากแหล่งที่สะอาด และปรุงให้สุก แจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 ข้อมูลนี้ไม่ได้ตรวจในจักจั่นโดยตรง แต่เป็นหลักเดียวกันที่คนขายควรบอกลูกค้า

ถ้าคิดจะขยับจากขายในท้องถิ่นไปตลาดต่างประเทศ มาตรฐานจะเข้มกว่ามาก อ่านเรื่องมาตรฐานแมลงกินได้สำหรับตลาดยุโรปได้ที่ มาตรฐานแมลงกินได้ส่งออกยุโรป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ราคาในข่าวปีก่อนมาคิดเป็นรายได้ปีนี้ ราคาในข่าวปี 2565-2566 ต่างกันตามช่วงฤดูและพื้นที่ ควรถามผู้รับซื้อก่อนลงทุนไฟเพิ่ม
  • ใส่จักจั่นในกระสอบปุ๋ย ผู้รับซื้อให้ใช้ถุงตาข่าย กระสอบเก่าอาจมีสารติดและทำให้จักจั่นอับ
  • ขุดดินรอบโคนต้นหาตัวอ่อน ทำให้รากลำไยเสียหาย
  • จับในแปลงที่เพิ่งพ่นสาร เสี่ยงทั้งคนกินและชื่อเสียงของสวน
  • ลากสายไฟชั่วคราวผ่านแอ่งน้ำ เสี่ยงไฟดูดตอนกลางคืน
  • เก็บนางฟ้าช้าเกินไป เปลือกเข้มและแข็งแล้วจะขายได้แค่ราคาตัวเต็มวัย

สรุป

จักจั่นในสวนลำไยเป็นรายได้เสริมช่วงต้นปีที่ชาวสวนจันทบุรีและนครสวรรค์ทำกันมาหลายปี วิธีที่ใช้จริงคือไฟล่อใต้ต้นสำหรับตัวเต็มวัย และไฟฉายส่องโคนต้นช่วงหัวค่ำเพื่อเก็บนางฟ้าที่ราคาสูงกว่า ข่าวปี 2566 รายงานราคาตัวเต็มวัยราว 150-250 บาทต่อกิโลกรัม และนางฟ้าราว 250-400 บาท แต่ราคาปีถัดไปต้องถามผู้รับซื้อเอง สิ่งที่ห้ามพลาดคือไม่ขุดโคนต้น ไม่หักกิ่ง เก็บใบไม้ใต้ต้นไว้ ไม่จับในแปลงที่เพิ่งพ่นสาร และเดินสายไฟให้ปลอดภัย รายได้จากจักจั่นช่วยเสริมได้ แต่ต้นลำไยยังเป็นรายได้หลักที่ต้องดูแลก่อน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

จักจั่นในสวนลำไยออกช่วงเดือนไหน

ข่าวจากพื้นที่จันทบุรีและนครสวรรค์รายงานไว้ต่างกันเล็กน้อย ไทยรัฐระบุช่วง ธ.ค.-มี.ค. CODI ระบุ ม.ค.-มี.ค. ส่วนผู้จัดการออนไลน์ระบุช่วงจับหลักราวปลาย ม.ค. ถึงปลาย ก.พ. ช่วงที่ออกมากขึ้นกับอากาศของแต่ละปี ควรสังเกตจากสวนตัวเองและเพื่อนบ้าน

จักจั่นนางฟ้าคืออะไร ทำไมราคาแพงกว่า

ชาวบ้านเรียกจักจั่นที่เพิ่งลอกคราบ ตัวยังนิ่มและสีอ่อนว่านางฟ้า ข่าวปี 2566 รายงานว่านางฟ้าขายได้ราว 250-400 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าตัวเต็มวัยที่ราว 150-250 บาท เพราะต้องเก็บในช่วงสั้น ๆ ก่อนเปลือกจะแข็งและเข้ม

จักจั่นทำให้ต้นลำไยเสียหายไหม

เอกสารของ University of Wisconsin-Madison Extension ระบุว่าตัวอ่อนดูดน้ำเลี้ยงจากรากแต่โดยทั่วไปไม่ทำความเสียหายที่สังเกตได้ ส่วนตัวเมียที่วางไข่จะกรีดกิ่งอ่อนจนกิ่งแตกและแห้งตายได้ ต้นอ่อนเสี่ยงมากกว่าต้นใหญ่ ข้อมูลนี้มาจากต่างประเทศ ควรสังเกตกิ่งในสวนตัวเองประกอบ

จับจักจั่นในสวนที่เพิ่งพ่นสารได้ไหม

ไม่ควร ยังไม่มีเกณฑ์ประกาศชัดว่าแมลงที่เก็บจากสวนหลังพ่นสารต้องเว้นนานเท่าไร แต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยตรวจพบสารกลุ่มคาร์บาเมตตกค้างในตั๊กแตนทอด ถ้าสวนเพิ่งพ่น ให้งดจับและแจ้งผู้รับซื้อตามจริง

กินจักจั่นแล้วแพ้ได้หรือไม่

ได้ อย. เตือนว่าแมลงทอดอาจมีสารฮิสตามีนสูง ผู้แพ้อาจมีผื่นคัน คันรอบปาก และอาการอาจเกิดหลังกิน 2-7 ชั่วโมง ผู้ที่แพ้ง่ายหรือเป็นหอบหืดควรหลีกเลี่ยง ถ้ามีอาการรุนแรงให้ไปโรงพยาบาลทันที

ถ้าจะขายจักจั่นส่งออกต่างประเทศต้องทำอะไรบ้าง

การขายในประเทศกับการส่งออกมีเงื่อนไขต่างกันมาก การส่งออกแมลงกินได้มีมาตรฐานของประเทศปลายทางที่ต้องผ่าน ให้อ่านรายละเอียดเรื่องมาตรฐานแมลงกินได้สำหรับตลาดยุโรปในบทความที่เกี่ยวข้องและสอบถามหน่วยงานที่ดูแลการส่งออก