เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

จิ้งหรีดกินอะไร ให้อาหารยังไงให้โตเร็วและไม่เหม็น

จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปโปรตีนเป็นหลัก เสริมผักได้บางส่วน พร้อมปริมาณและความถี่ตามช่วงอายุ ผักที่ห้ามให้เด็ดขาด และวิธีคุมกลิ่นกับแมลงวันในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร ให้อาหารยังไงให้โตเร็วและไม่เหม็น

คำตอบสั้น ๆ

จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปเป็นหลักและเสริมพืชผักได้บางส่วน บทความนี้ลงรายละเอียดปริมาณและความถี่ตามช่วงอายุ ผักที่ห้ามให้ และวิธีจัดการกลิ่นกับแมลงวันในบ่อ

คำตอบเร็ว: จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปชนิดป่นเป็นอาหารหลัก โดยช่วงแรกใช้อาหารที่มีโปรตีนสูงราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ แล้วลดลงมาที่ราว 14-16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเข้าช่วงท้ายรอบ ส่วนพืชผักเป็นแค่อาหารเสริมที่ให้เพิ่มความชื้นและช่วยลดต้นทุน เช่น ฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลังที่ผึ่งให้สลดแล้ว และต้นกล้วยอ่อน ให้วันละครั้งในปริมาณที่กินหมดภายในคืนเดียว กุญแจของการโตเร็วคือให้อาหารป่นละเอียดบนถาดตั้งแต่วันแรกและอย่าให้ขาดมือ ส่วนกุญแจของการไม่เหม็นคือเก็บเศษผักและซากที่ตายออกทุกวัน ไม่โรยอาหารลงพื้นบ่อ และอย่าให้น้ำหกจนพื้นรองแฉะ รอบเลี้ยงทั่วไปอยู่ที่ราว 35-45 วันแล้วแต่ชนิด และควรทำตามมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช. หากต้องการขายเข้าโรงงานแปรรูป

คนที่เพิ่งลงบ่อจิ้งหรีดรอบแรกมักเจอสองปัญหาพร้อมกันคือโตไม่ทันรอบที่พ่อค้านัดรับ กับบ่อส่งกลิ่นจนเพื่อนบ้านบ่นและแมลงวันตอมทั้งวัน ทั้งสองเรื่องนี้มีต้นตอเดียวกันคือวิธีให้อาหาร ไม่ใช่เรื่องพันธุ์หรือดินฟ้าอากาศ บทความนี้ลงรายละเอียดว่าให้อะไร ให้เท่าไหร่ ให้ตอนไหน และเก็บอะไรออกจากบ่อบ้าง

อาหารหลักของจิ้งหรีดคืออะไร

ภาพประกอบ อาหารหลักของจิ้งหรีดคืออะไร

อาหารหลักที่ฟาร์มส่วนใหญ่ใช้คืออาหารสัตว์สำเร็จรูปชนิดป่น ซึ่งให้โปรตีนคงที่และคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าการผสมเอง จิ้งหรีดเป็นแมลงกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ถ้าโปรตีนในบ่อไม่พอมันจะกัดกินกันเอง ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นของการสูญเสียที่คนเลี้ยงใหม่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรค

  • ช่วงลูกจิ้งหรีดแรกฟักถึงอายุราว 10 วัน ต้องเป็นอาหารป่นละเอียดเท่านั้น เพราะปากยังกัดเม็ดใหญ่ไม่ได้ ถ้าใช้อาหารเม็ดต้องบดให้ละเอียดเหมือนแป้งก่อน โปรตีนช่วงนี้ควรสูงราว 19-21 เปอร์เซ็นต์
  • ช่วงกลางรอบ อายุราว 10-25 วัน ยังใช้อาหารป่นแต่หยาบขึ้นได้ โปรตีนราว 16-19 เปอร์เซ็นต์ เป็นช่วงที่กินจุขึ้นเรื่อย ๆ
  • ช่วงท้าย อายุ 25 วันจนจับ โปรตีนราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอ หลายฟาร์มผสมรำละเอียดหรือปลายข้าวเพื่อลดต้นทุนในช่วงนี้ แต่ต้องระวังไม่ให้สัดส่วนโปรตีนตกต่ำเกินไปจนเกิดการกัดกัน

ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปสูตรจิ้งหรีดโดยเฉพาะไม่ได้ในพื้นที่ ฟาร์มจำนวนมากใช้อาหารไก่เล็กหรือหัวอาหารผสมรำแทน วิธีนี้ทำได้แต่ต้องดูฉลากว่าเป็นสูตรที่ไม่มีการผสมยาหรือสารเร่งการเจริญเติบโตที่อาจตกค้างในตัวจิ้งหรีด โดยเฉพาะถ้าผลิตเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นอาหารคน ควรสอบถามรายละเอียดส่วนผสมจากร้านและตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมปศุสัตว์หรือ มกอช. ก่อนตัดสินใจ

น้ำสำคัญพอ ๆ กับอาหาร

จิ้งหรีดขาดน้ำแล้วหยุดกินอาหารทันที และลูกจิ้งหรีดเล็กจมน้ำตายได้ง่ายมากในถาดน้ำธรรมดา วิธีที่ฟาร์มใช้กันคือ

  • ช่วง 10 วันแรก ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำวางบนถาดตื้น ให้ลูกจิ้งหรีดเกาะดูดน้ำจากผิว
  • หลังจากนั้นใช้ถาดน้ำตื้นที่มีกรวดหรือฟองน้ำรอง เติมน้ำสะอาดวันละครั้ง
  • ล้างถาดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน เพราะเมือกที่เกาะขอบถาดคือแหล่งกลิ่นและเชื้อโรคที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด

พืชผักที่ให้เสริมได้ และสัดส่วนที่เหมาะ

ภาพประกอบ พืชผักที่ให้เสริมได้ และสัดส่วนที่เหมาะ

ผักไม่ใช่อาหารหลัก แต่มีประโยชน์จริงสองอย่างคือให้ความชื้นและช่วยลดค่าอาหารสำเร็จรูปลงได้บางส่วน หลักที่ใช้กันคือให้เสริมราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอาหารทั้งหมด และต้องเป็นผักที่แน่ใจว่าไม่มีสารเคมีตกค้าง

พืชผักที่นิยมให้วิธีเตรียมก่อนให้ข้อสังเกต
ฟักทอง รวมเปลือกและไส้หั่นเป็นชิ้นหนาราว 1-2 ซม. วางบนถาดจิ้งหรีดชอบมาก ให้ความชื้นดี แต่เน่าเร็วในอากาศร้อน
ผักบุ้งและผักโขมล้างน้ำสะอาดแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำห้ามให้ทั้งที่ยังเปียกโชก จะทำให้พื้นบ่อแฉะ
ใบมันสำปะหลังผึ่งแดดให้สลดก่อนหนึ่งแดดอย่าให้ใบสดล้วนในปริมาณมาก ให้สลับกับผักชนิดอื่น
ต้นกล้วยอ่อนและหยวกกล้วยหั่นแว่นบางให้ความชื้นสูง ต้องเก็บออกก่อนเริ่มเป็นเมือก
ใบและเปลือกข้าวโพดอ่อนฉีกเป็นชิ้นราคาถูกในพื้นที่ปลูกข้าวโพด ช่วยลดต้นทุนช่วงท้ายรอบ
หญ้าเนเปียร์อ่อนและใบกระถินสับหยาบเหมาะเป็นตัวเสริมโปรตีนจากพืช ให้ทีละน้อย

เคล็ดที่คนเลี้ยงนานรู้ดีคือให้ผักตอนเย็นเท่านั้น เพราะจิ้งหรีดออกหากินกลางคืน ผักที่วางไว้ตั้งแต่เช้าจะโดนแดดและลมจนเหี่ยวแห้งไปก่อน กลายเป็นเศษหมักบนพื้นที่ไม่มีใครกินและเป็นต้นเหตุของกลิ่นในวันถัดมา

อาหารที่ห้ามให้เด็ดขาด

  • ผักที่เพิ่งฉีดสารกำจัดแมลง ข้อนี้อันตรายที่สุด เพราะจิ้งหรีดเป็นแมลง สารที่ใช้ฆ่าแมลงศัตรูพืชจึงฆ่าจิ้งหรีดได้ทั้งบ่อภายในคืนเดียว ผักที่เก็บจากแปลงข้างบ้านหรือรับมาจากตลาดโดยไม่รู้ที่มา ควรงดไว้ก่อน
  • อาหารหรือวัตถุดิบที่ขึ้นรา รำหรือปลายข้าวที่เก็บไว้นานในที่ชื้นอาจมีสารพิษจากเชื้อรา ทำให้จิ้งหรีดทยอยตายโดยไม่มีสาเหตุที่มองเห็น สังเกตจากกลิ่นอับและเนื้ออาหารจับตัวเป็นก้อน
  • เศษอาหารปรุงสุกจากครัว ที่มีเกลือ น้ำมัน หรือเครื่องปรุง ไม่เหมาะกับจิ้งหรีดและทำให้บ่อเหม็นเร็วมาก
  • ผักที่เริ่มเน่าหรือมีเมือก เป็นแหล่งเพาะแมลงวันและไรในบ่อโดยตรง
  • ผักที่เปียกน้ำจนแฉะ ทำให้พื้นรองบ่อชื้น เกิดกลิ่นและไรระบาด

ปริมาณและความถี่ในการให้อาหารแต่ละช่วงอายุ

หลักที่ใช้ได้จริงคือ ให้แบบบางแต่บ่อย ไม่ให้หนาแล้วทิ้งไว้หลายวัน เพราะอาหารป่นที่กองหนาจะดูดความชื้นจากอากาศจนจับตัวและขึ้นราในสองถึงสามวัน ตารางข้างล่างใช้กับบ่อขนาดมาตรฐานทั่วไป ให้ปรับตามความหนาแน่นจริงในบ่อของตัวเอง โดยยึดหลักว่าอาหารที่ให้ควรหมดถาดพอดีก่อนมื้อถัดไป

ช่วงอายุลักษณะอาหารความถี่จุดสังเกตว่าให้พอดีหรือยัง
แรกฟักถึงวันที่ 5อาหารป่นละเอียดมาก โรยบนถาดตื้นหรือกระดาษวันละ 1-2 ครั้ง ทีละน้อยยังเห็นอาหารบาง ๆ ติดถาดตอนเช้า ไม่ใช่กองหนา
วันที่ 6-15อาหารป่นละเอียด เริ่มวางถาดเพิ่มจุดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นลูกจิ้งหรีดเกาะถาดเต็มตอนหัวค่ำ
วันที่ 16-25อาหารป่นหยาบขึ้น เริ่มเสริมผักตอนเย็นวันละ 2 ครั้ง และผัก 1 ครั้งผักที่ให้ถูกกินเกลี้ยงภายในเช้าวันรุ่งขึ้น
วันที่ 26-35อาหารป่นโปรตีนลดลง ผสมรำได้วันละ 2 ครั้ง เพิ่มปริมาณต่อมื้อเสียงร้องดังขึ้นชัดเจน จิ้งหรีดเริ่มขึ้นแผงไข่หนาแน่น
วันที่ 36 จนถึงวันจับคงสูตรเดิม ลดผักลงในสองถึงสามวันสุดท้ายวันละ 2 ครั้งท้องไม่อืดน้ำ ตัวแห้ง เหมาะกับการชั่งขาย

สำหรับคนที่อยากคุมต้นทุน ให้จดน้ำหนักอาหารที่ใช้ทั้งรอบแล้วหารด้วยน้ำหนักจิ้งหรีดที่จับได้ ฟาร์มที่จัดการดีมักได้ตัวเลขราว 1.7-2.2 กิโลกรัมอาหารต่อจิ้งหรีดหนึ่งกิโลกรัม ถ้าตัวเลขของคุณสูงกว่านี้มาก มักเป็นเพราะอาหารหกลงพื้นบ่อหรือขึ้นราทิ้ง ไม่ใช่เพราะจิ้งหรีดกินจุ ราคาอาหารสัตว์และราคารับซื้อจิ้งหรีดเปลี่ยนตามช่วง ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือกลุ่มผู้รับซื้อในพื้นที่ก่อนคำนวณกำไร

ทำอย่างไรให้บ่อไม่เหม็นและไม่มีแมลงวัน

ภาพประกอบ ทำอย่างไรให้บ่อไม่เหม็นและไม่มีแมลงวัน

กลิ่นในบ่อจิ้งหรีดไม่ได้มาจากตัวจิ้งหรีด แต่มาจากสี่อย่างคืออาหารที่หมักบนพื้น เศษผักที่เน่า ซากที่ตายแล้วไม่ได้เก็บ และพื้นรองที่ชื้น แก้ที่ต้นเหตุทั้งสี่จุดแล้วกลิ่นจะหายไปเกือบทั้งหมด

อาการที่เจอสาเหตุที่พบบ่อยวิธีแก้
กลิ่นเปรี้ยวหมักตั้งแต่เช้าเศษผักค้างจากเมื่อคืนและอาหารเปียกบนพื้นเก็บเศษผักออกทุกเช้า ให้อาหารบนถาดแทนการโรยพื้น
แมลงวันตอมและมีหนอนในมุมบ่อซากจิ้งหรีดที่ตายสะสมใต้แผงไข่ยกแผงไข่ตรวจและเก็บซากทุกวัน ปิดมุ้งตาถี่ทั้งบ่อ
พื้นบ่อแฉะและมีไรตัวเล็กถาดน้ำหกหรือให้ผักที่ยังเปียกใช้ถาดน้ำมีฟองน้ำรอง ผึ่งผักให้สะเด็ดน้ำก่อนทุกครั้ง
กลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียความหนาแน่นสูงเกินและอากาศถ่ายเทไม่พอลดจำนวนต่อบ่อ เพิ่มช่องระบายอากาศ ไม่ตั้งบ่อชิดผนังทึบ
อาหารในถาดจับตัวเป็นก้อนให้ทีละมากและตั้งทิ้งไว้หลายวันให้ทีละน้อยวันต่อวัน เก็บถาดที่เหลือออกมาทำความสะอาด

มาตรการที่ควรทำทุกวันโดยไม่ต้องรอปัญหา

  • เดินตรวจบ่อตอนเช้า ยกแผงไข่ขึ้นดูสองถึงสามจุดเพื่อเก็บซากและดูความชื้นของพื้น
  • เก็บเศษผักที่เหลือจากเมื่อคืนออกให้หมดก่อนแดดจัด
  • ล้างถาดน้ำและเปลี่ยนน้ำสะอาด
  • ตรวจมุ้งและตาข่ายรอบบ่อว่ามีรอยขาดที่แมลงวันหรือจิ้งจกเข้าได้หรือไม่
  • จดปริมาณอาหารที่ให้ลงสมุด เพื่อใช้คำนวณต้นทุนตอนปิดรอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีด

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีด
  • ให้อาหารเม็ดโดยไม่บดในช่วงแรก ลูกจิ้งหรีดกินไม่ได้และอดตายเงียบ ๆ ในสัปดาห์แรกโดยเจ้าของนึกว่าไข่ฟักไม่ติด
  • โรยอาหารลงพื้นบ่อโดยตรง ประหยัดแรงตอนให้ แต่แลกกับอาหารที่หมักบนพื้น กลิ่นแรง และปริมาณที่คำนวณต้นทุนไม่ได้
  • ให้ผักเป็นอาหารหลักเพราะคิดว่าประหยัด โปรตีนไม่พอทำให้จิ้งหรีดกัดกินกันเอง น้ำหนักรวมตอนจับหายไปมากกว่าค่าอาหารที่ประหยัดได้
  • ใช้ผักที่ไม่รู้ที่มา โดยเฉพาะผักคัดทิ้งจากตลาดที่อาจผ่านการฉีดสารกำจัดแมลงมาก่อน
  • เติมน้ำในถาดลึกโดยไม่มีวัสดุรอง ลูกจิ้งหรีดจมน้ำตายจำนวนมากในคืนเดียว
  • ปล่อยซากที่ตายไว้ใต้แผงไข่ เป็นทั้งแหล่งกลิ่นและแหล่งวางไข่ของแมลงวัน ซึ่งทำให้บ่อเสียคุณภาพจนขายเข้าโรงงานไม่ได้
  • เปลี่ยนสูตรอาหารกะทันหันกลางรอบ จิ้งหรีดกินลดลงหลายวันและน้ำหนักตอนจับหายไป ควรค่อย ๆ ผสมเปลี่ยนภายในสองถึงสามวัน

สรุป

จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปชนิดป่นเป็นหลัก โดยไล่โปรตีนจากราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรกลงมาที่ราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ในช่วงท้าย และใช้พืชผักเป็นอาหารเสริมราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ให้ตอนเย็นในปริมาณที่หมดภายในคืนเดียว การโตเร็วมาจากการให้อาหารป่นละเอียดบนถาดตั้งแต่วันแรกและไม่ปล่อยให้ขาดมือ ส่วนกลิ่นและแมลงวันแก้ได้ด้วยการเก็บเศษผักกับซากออกทุกวัน ไม่โรยอาหารลงพื้น และคุมความชื้นของพื้นรอง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือผักที่มีสารกำจัดแมลงตกค้างซึ่งทำให้เสียหายทั้งบ่อ ก่อนขยายฟาร์มควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากกรมปศุสัตว์และมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ — คำแนะนำการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ การจัดการอาหารสัตว์ และข้อกำหนดเรื่องการใช้อาหารสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด ครอบคลุมสุขลักษณะบ่อเลี้ยง อาหาร และการบันทึกข้อมูล
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — องค์ความรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดสำหรับเกษตรกรรายย่อยและการติดต่อขอคำแนะนำจากเกษตรอำเภอ
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาอาหารสัตว์และสถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตรสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบัน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

จิ้งหรีดกินอาหารไก่ได้ไหม

ได้และเป็นวิธีที่ฟาร์มจำนวนมากใช้ โดยเลือกอาหารไก่เล็กที่มีโปรตีนราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรกแล้วเปลี่ยนเป็นสูตรโปรตีนต่ำลงในช่วงท้าย ข้อควรระวังคือต้องบดให้ละเอียดสำหรับลูกจิ้งหรีด และต้องดูฉลากว่าไม่ใช่สูตรที่ผสมยาหรือสารที่อาจตกค้าง โดยเฉพาะถ้าเลี้ยงเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นอาหารคน

ให้ผักอย่างเดียวได้ไหม ไม่ใช้อาหารสำเร็จรูป

ในทางปฏิบัติไม่แนะนำ เพราะโปรตีนจากผักไม่พอกับการเจริญเติบโตในรอบ 35-45 วัน ผลที่ตามมาคือตัวเล็ก รอบเลี้ยงยืดออก และเกิดการกัดกินกันเองจนน้ำหนักรวมหายไปมาก ถ้าต้องการลดต้นทุนจริง ให้ลดสัดส่วนอาหารสำเร็จรูปในช่วงท้ายรอบและเสริมผักมากขึ้นแทน

ทำไมจิ้งหรีดตายยกบ่อหลังให้ผักใหม่

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือผักนั้นมีสารกำจัดแมลงตกค้าง เพราะจิ้งหรีดเป็นแมลงจึงไวต่อสารกลุ่มนี้มาก อาการมักเกิดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งคืน วิธีป้องกันคือใช้ผักจากแปลงที่รู้ที่มาหรือปลูกเอง และก่อนเปลี่ยนแหล่งผักใหม่ให้ทดลองกับบ่อเดียวก่อนหนึ่งคืน แล้วค่อยให้ทั้งฟาร์ม

ควรให้น้ำจิ้งหรีดอย่างไรไม่ให้จมน้ำตาย

ช่วงสิบวันแรกให้ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำวางบนถาดตื้นแทนการเทน้ำลงถาด เพราะลูกจิ้งหรีดตัวเล็กมากและจมน้ำได้ง่าย หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นถาดน้ำตื้นที่มีกรวดหรือฟองน้ำรองพื้น เติมน้ำสะอาดวันละครั้งและล้างถาดสม่ำเสมอ เพราะเมือกที่ขอบถาดเป็นแหล่งกลิ่นและเชื้อโรค

จิ้งหรีดใช้อาหารกี่กิโลกรัมต่อผลผลิตหนึ่งกิโลกรัม

ฟาร์มที่จัดการดีมักใช้ราว 1.7-2.2 กิโลกรัมอาหารต่อจิ้งหรีดหนึ่งกิโลกรัม ตัวเลขนี้ขึ้นกับสูตรอาหาร ความหนาแน่นในบ่อ และปริมาณอาหารที่สูญเสียไปกับการหกและการขึ้นรา ถ้าตัวเลขของฟาร์มสูงกว่านี้ชัดเจน ให้ตรวจวิธีให้อาหารก่อนเป็นอันดับแรก และตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ต้องหยุดให้อาหารก่อนจับขายไหม

ฟาร์มส่วนใหญ่จะลดผักที่ให้ความชื้นสูงลงในสองถึงสามวันสุดท้าย เพื่อให้ตัวจิ้งหรีดไม่อืดน้ำและสะอาดขึ้นเวลาชั่งขาย แต่ไม่ควรอดอาหารยาวหลายวันเพราะน้ำหนักจะหายและเกิดการกัดกันเอง ถ้าส่งเข้าโรงงานแปรรูป ให้สอบถามเงื่อนไขการเตรียมก่อนส่งจากผู้รับซื้อและดูข้อกำหนดในมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช. ประกอบ