คำตอบสั้น ๆ
จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปเป็นหลักและเสริมพืชผักได้บางส่วน บทความนี้ลงรายละเอียดปริมาณและความถี่ตามช่วงอายุ ผักที่ห้ามให้ และวิธีจัดการกลิ่นกับแมลงวันในบ่อ
คำตอบเร็ว: จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปชนิดป่นเป็นอาหารหลัก โดยช่วงแรกใช้อาหารที่มีโปรตีนสูงราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ แล้วลดลงมาที่ราว 14-16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเข้าช่วงท้ายรอบ ส่วนพืชผักเป็นแค่อาหารเสริมที่ให้เพิ่มความชื้นและช่วยลดต้นทุน เช่น ฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลังที่ผึ่งให้สลดแล้ว และต้นกล้วยอ่อน ให้วันละครั้งในปริมาณที่กินหมดภายในคืนเดียว กุญแจของการโตเร็วคือให้อาหารป่นละเอียดบนถาดตั้งแต่วันแรกและอย่าให้ขาดมือ ส่วนกุญแจของการไม่เหม็นคือเก็บเศษผักและซากที่ตายออกทุกวัน ไม่โรยอาหารลงพื้นบ่อ และอย่าให้น้ำหกจนพื้นรองแฉะ รอบเลี้ยงทั่วไปอยู่ที่ราว 35-45 วันแล้วแต่ชนิด และควรทำตามมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช. หากต้องการขายเข้าโรงงานแปรรูป
คนที่เพิ่งลงบ่อจิ้งหรีดรอบแรกมักเจอสองปัญหาพร้อมกันคือโตไม่ทันรอบที่พ่อค้านัดรับ กับบ่อส่งกลิ่นจนเพื่อนบ้านบ่นและแมลงวันตอมทั้งวัน ทั้งสองเรื่องนี้มีต้นตอเดียวกันคือวิธีให้อาหาร ไม่ใช่เรื่องพันธุ์หรือดินฟ้าอากาศ บทความนี้ลงรายละเอียดว่าให้อะไร ให้เท่าไหร่ ให้ตอนไหน และเก็บอะไรออกจากบ่อบ้าง
อาหารหลักของจิ้งหรีดคืออะไร

อาหารหลักที่ฟาร์มส่วนใหญ่ใช้คืออาหารสัตว์สำเร็จรูปชนิดป่น ซึ่งให้โปรตีนคงที่และคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าการผสมเอง จิ้งหรีดเป็นแมลงกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ถ้าโปรตีนในบ่อไม่พอมันจะกัดกินกันเอง ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นของการสูญเสียที่คนเลี้ยงใหม่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรค
- ช่วงลูกจิ้งหรีดแรกฟักถึงอายุราว 10 วัน ต้องเป็นอาหารป่นละเอียดเท่านั้น เพราะปากยังกัดเม็ดใหญ่ไม่ได้ ถ้าใช้อาหารเม็ดต้องบดให้ละเอียดเหมือนแป้งก่อน โปรตีนช่วงนี้ควรสูงราว 19-21 เปอร์เซ็นต์
- ช่วงกลางรอบ อายุราว 10-25 วัน ยังใช้อาหารป่นแต่หยาบขึ้นได้ โปรตีนราว 16-19 เปอร์เซ็นต์ เป็นช่วงที่กินจุขึ้นเรื่อย ๆ
- ช่วงท้าย อายุ 25 วันจนจับ โปรตีนราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอ หลายฟาร์มผสมรำละเอียดหรือปลายข้าวเพื่อลดต้นทุนในช่วงนี้ แต่ต้องระวังไม่ให้สัดส่วนโปรตีนตกต่ำเกินไปจนเกิดการกัดกัน
ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปสูตรจิ้งหรีดโดยเฉพาะไม่ได้ในพื้นที่ ฟาร์มจำนวนมากใช้อาหารไก่เล็กหรือหัวอาหารผสมรำแทน วิธีนี้ทำได้แต่ต้องดูฉลากว่าเป็นสูตรที่ไม่มีการผสมยาหรือสารเร่งการเจริญเติบโตที่อาจตกค้างในตัวจิ้งหรีด โดยเฉพาะถ้าผลิตเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นอาหารคน ควรสอบถามรายละเอียดส่วนผสมจากร้านและตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมปศุสัตว์หรือ มกอช. ก่อนตัดสินใจ
น้ำสำคัญพอ ๆ กับอาหาร
จิ้งหรีดขาดน้ำแล้วหยุดกินอาหารทันที และลูกจิ้งหรีดเล็กจมน้ำตายได้ง่ายมากในถาดน้ำธรรมดา วิธีที่ฟาร์มใช้กันคือ
- ช่วง 10 วันแรก ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำวางบนถาดตื้น ให้ลูกจิ้งหรีดเกาะดูดน้ำจากผิว
- หลังจากนั้นใช้ถาดน้ำตื้นที่มีกรวดหรือฟองน้ำรอง เติมน้ำสะอาดวันละครั้ง
- ล้างถาดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน เพราะเมือกที่เกาะขอบถาดคือแหล่งกลิ่นและเชื้อโรคที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด
พืชผักที่ให้เสริมได้ และสัดส่วนที่เหมาะ

ผักไม่ใช่อาหารหลัก แต่มีประโยชน์จริงสองอย่างคือให้ความชื้นและช่วยลดค่าอาหารสำเร็จรูปลงได้บางส่วน หลักที่ใช้กันคือให้เสริมราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอาหารทั้งหมด และต้องเป็นผักที่แน่ใจว่าไม่มีสารเคมีตกค้าง
| พืชผักที่นิยมให้ | วิธีเตรียมก่อนให้ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ฟักทอง รวมเปลือกและไส้ | หั่นเป็นชิ้นหนาราว 1-2 ซม. วางบนถาด | จิ้งหรีดชอบมาก ให้ความชื้นดี แต่เน่าเร็วในอากาศร้อน |
| ผักบุ้งและผักโขม | ล้างน้ำสะอาดแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ | ห้ามให้ทั้งที่ยังเปียกโชก จะทำให้พื้นบ่อแฉะ |
| ใบมันสำปะหลัง | ผึ่งแดดให้สลดก่อนหนึ่งแดด | อย่าให้ใบสดล้วนในปริมาณมาก ให้สลับกับผักชนิดอื่น |
| ต้นกล้วยอ่อนและหยวกกล้วย | หั่นแว่นบาง | ให้ความชื้นสูง ต้องเก็บออกก่อนเริ่มเป็นเมือก |
| ใบและเปลือกข้าวโพดอ่อน | ฉีกเป็นชิ้น | ราคาถูกในพื้นที่ปลูกข้าวโพด ช่วยลดต้นทุนช่วงท้ายรอบ |
| หญ้าเนเปียร์อ่อนและใบกระถิน | สับหยาบ | เหมาะเป็นตัวเสริมโปรตีนจากพืช ให้ทีละน้อย |
เคล็ดที่คนเลี้ยงนานรู้ดีคือให้ผักตอนเย็นเท่านั้น เพราะจิ้งหรีดออกหากินกลางคืน ผักที่วางไว้ตั้งแต่เช้าจะโดนแดดและลมจนเหี่ยวแห้งไปก่อน กลายเป็นเศษหมักบนพื้นที่ไม่มีใครกินและเป็นต้นเหตุของกลิ่นในวันถัดมา
อาหารที่ห้ามให้เด็ดขาด
- ผักที่เพิ่งฉีดสารกำจัดแมลง ข้อนี้อันตรายที่สุด เพราะจิ้งหรีดเป็นแมลง สารที่ใช้ฆ่าแมลงศัตรูพืชจึงฆ่าจิ้งหรีดได้ทั้งบ่อภายในคืนเดียว ผักที่เก็บจากแปลงข้างบ้านหรือรับมาจากตลาดโดยไม่รู้ที่มา ควรงดไว้ก่อน
- อาหารหรือวัตถุดิบที่ขึ้นรา รำหรือปลายข้าวที่เก็บไว้นานในที่ชื้นอาจมีสารพิษจากเชื้อรา ทำให้จิ้งหรีดทยอยตายโดยไม่มีสาเหตุที่มองเห็น สังเกตจากกลิ่นอับและเนื้ออาหารจับตัวเป็นก้อน
- เศษอาหารปรุงสุกจากครัว ที่มีเกลือ น้ำมัน หรือเครื่องปรุง ไม่เหมาะกับจิ้งหรีดและทำให้บ่อเหม็นเร็วมาก
- ผักที่เริ่มเน่าหรือมีเมือก เป็นแหล่งเพาะแมลงวันและไรในบ่อโดยตรง
- ผักที่เปียกน้ำจนแฉะ ทำให้พื้นรองบ่อชื้น เกิดกลิ่นและไรระบาด
ปริมาณและความถี่ในการให้อาหารแต่ละช่วงอายุ
หลักที่ใช้ได้จริงคือ ให้แบบบางแต่บ่อย ไม่ให้หนาแล้วทิ้งไว้หลายวัน เพราะอาหารป่นที่กองหนาจะดูดความชื้นจากอากาศจนจับตัวและขึ้นราในสองถึงสามวัน ตารางข้างล่างใช้กับบ่อขนาดมาตรฐานทั่วไป ให้ปรับตามความหนาแน่นจริงในบ่อของตัวเอง โดยยึดหลักว่าอาหารที่ให้ควรหมดถาดพอดีก่อนมื้อถัดไป
| ช่วงอายุ | ลักษณะอาหาร | ความถี่ | จุดสังเกตว่าให้พอดีหรือยัง |
|---|---|---|---|
| แรกฟักถึงวันที่ 5 | อาหารป่นละเอียดมาก โรยบนถาดตื้นหรือกระดาษ | วันละ 1-2 ครั้ง ทีละน้อย | ยังเห็นอาหารบาง ๆ ติดถาดตอนเช้า ไม่ใช่กองหนา |
| วันที่ 6-15 | อาหารป่นละเอียด เริ่มวางถาดเพิ่มจุด | วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น | ลูกจิ้งหรีดเกาะถาดเต็มตอนหัวค่ำ |
| วันที่ 16-25 | อาหารป่นหยาบขึ้น เริ่มเสริมผักตอนเย็น | วันละ 2 ครั้ง และผัก 1 ครั้ง | ผักที่ให้ถูกกินเกลี้ยงภายในเช้าวันรุ่งขึ้น |
| วันที่ 26-35 | อาหารป่นโปรตีนลดลง ผสมรำได้ | วันละ 2 ครั้ง เพิ่มปริมาณต่อมื้อ | เสียงร้องดังขึ้นชัดเจน จิ้งหรีดเริ่มขึ้นแผงไข่หนาแน่น |
| วันที่ 36 จนถึงวันจับ | คงสูตรเดิม ลดผักลงในสองถึงสามวันสุดท้าย | วันละ 2 ครั้ง | ท้องไม่อืดน้ำ ตัวแห้ง เหมาะกับการชั่งขาย |
สำหรับคนที่อยากคุมต้นทุน ให้จดน้ำหนักอาหารที่ใช้ทั้งรอบแล้วหารด้วยน้ำหนักจิ้งหรีดที่จับได้ ฟาร์มที่จัดการดีมักได้ตัวเลขราว 1.7-2.2 กิโลกรัมอาหารต่อจิ้งหรีดหนึ่งกิโลกรัม ถ้าตัวเลขของคุณสูงกว่านี้มาก มักเป็นเพราะอาหารหกลงพื้นบ่อหรือขึ้นราทิ้ง ไม่ใช่เพราะจิ้งหรีดกินจุ ราคาอาหารสัตว์และราคารับซื้อจิ้งหรีดเปลี่ยนตามช่วง ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือกลุ่มผู้รับซื้อในพื้นที่ก่อนคำนวณกำไร
ทำอย่างไรให้บ่อไม่เหม็นและไม่มีแมลงวัน

กลิ่นในบ่อจิ้งหรีดไม่ได้มาจากตัวจิ้งหรีด แต่มาจากสี่อย่างคืออาหารที่หมักบนพื้น เศษผักที่เน่า ซากที่ตายแล้วไม่ได้เก็บ และพื้นรองที่ชื้น แก้ที่ต้นเหตุทั้งสี่จุดแล้วกลิ่นจะหายไปเกือบทั้งหมด
| อาการที่เจอ | สาเหตุที่พบบ่อย | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| กลิ่นเปรี้ยวหมักตั้งแต่เช้า | เศษผักค้างจากเมื่อคืนและอาหารเปียกบนพื้น | เก็บเศษผักออกทุกเช้า ให้อาหารบนถาดแทนการโรยพื้น |
| แมลงวันตอมและมีหนอนในมุมบ่อ | ซากจิ้งหรีดที่ตายสะสมใต้แผงไข่ | ยกแผงไข่ตรวจและเก็บซากทุกวัน ปิดมุ้งตาถี่ทั้งบ่อ |
| พื้นบ่อแฉะและมีไรตัวเล็ก | ถาดน้ำหกหรือให้ผักที่ยังเปียก | ใช้ถาดน้ำมีฟองน้ำรอง ผึ่งผักให้สะเด็ดน้ำก่อนทุกครั้ง |
| กลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนีย | ความหนาแน่นสูงเกินและอากาศถ่ายเทไม่พอ | ลดจำนวนต่อบ่อ เพิ่มช่องระบายอากาศ ไม่ตั้งบ่อชิดผนังทึบ |
| อาหารในถาดจับตัวเป็นก้อน | ให้ทีละมากและตั้งทิ้งไว้หลายวัน | ให้ทีละน้อยวันต่อวัน เก็บถาดที่เหลือออกมาทำความสะอาด |
มาตรการที่ควรทำทุกวันโดยไม่ต้องรอปัญหา
- เดินตรวจบ่อตอนเช้า ยกแผงไข่ขึ้นดูสองถึงสามจุดเพื่อเก็บซากและดูความชื้นของพื้น
- เก็บเศษผักที่เหลือจากเมื่อคืนออกให้หมดก่อนแดดจัด
- ล้างถาดน้ำและเปลี่ยนน้ำสะอาด
- ตรวจมุ้งและตาข่ายรอบบ่อว่ามีรอยขาดที่แมลงวันหรือจิ้งจกเข้าได้หรือไม่
- จดปริมาณอาหารที่ให้ลงสมุด เพื่อใช้คำนวณต้นทุนตอนปิดรอบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีด

- ให้อาหารเม็ดโดยไม่บดในช่วงแรก ลูกจิ้งหรีดกินไม่ได้และอดตายเงียบ ๆ ในสัปดาห์แรกโดยเจ้าของนึกว่าไข่ฟักไม่ติด
- โรยอาหารลงพื้นบ่อโดยตรง ประหยัดแรงตอนให้ แต่แลกกับอาหารที่หมักบนพื้น กลิ่นแรง และปริมาณที่คำนวณต้นทุนไม่ได้
- ให้ผักเป็นอาหารหลักเพราะคิดว่าประหยัด โปรตีนไม่พอทำให้จิ้งหรีดกัดกินกันเอง น้ำหนักรวมตอนจับหายไปมากกว่าค่าอาหารที่ประหยัดได้
- ใช้ผักที่ไม่รู้ที่มา โดยเฉพาะผักคัดทิ้งจากตลาดที่อาจผ่านการฉีดสารกำจัดแมลงมาก่อน
- เติมน้ำในถาดลึกโดยไม่มีวัสดุรอง ลูกจิ้งหรีดจมน้ำตายจำนวนมากในคืนเดียว
- ปล่อยซากที่ตายไว้ใต้แผงไข่ เป็นทั้งแหล่งกลิ่นและแหล่งวางไข่ของแมลงวัน ซึ่งทำให้บ่อเสียคุณภาพจนขายเข้าโรงงานไม่ได้
- เปลี่ยนสูตรอาหารกะทันหันกลางรอบ จิ้งหรีดกินลดลงหลายวันและน้ำหนักตอนจับหายไป ควรค่อย ๆ ผสมเปลี่ยนภายในสองถึงสามวัน
สรุป
จิ้งหรีดกินอาหารสำเร็จรูปชนิดป่นเป็นหลัก โดยไล่โปรตีนจากราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรกลงมาที่ราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ในช่วงท้าย และใช้พืชผักเป็นอาหารเสริมราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ให้ตอนเย็นในปริมาณที่หมดภายในคืนเดียว การโตเร็วมาจากการให้อาหารป่นละเอียดบนถาดตั้งแต่วันแรกและไม่ปล่อยให้ขาดมือ ส่วนกลิ่นและแมลงวันแก้ได้ด้วยการเก็บเศษผักกับซากออกทุกวัน ไม่โรยอาหารลงพื้น และคุมความชื้นของพื้นรอง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือผักที่มีสารกำจัดแมลงตกค้างซึ่งทำให้เสียหายทั้งบ่อ ก่อนขยายฟาร์มควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากกรมปศุสัตว์และมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ — คำแนะนำการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ การจัดการอาหารสัตว์ และข้อกำหนดเรื่องการใช้อาหารสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด ครอบคลุมสุขลักษณะบ่อเลี้ยง อาหาร และการบันทึกข้อมูล
- กรมส่งเสริมการเกษตร — องค์ความรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดสำหรับเกษตรกรรายย่อยและการติดต่อขอคำแนะนำจากเกษตรอำเภอ
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาอาหารสัตว์และสถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตรสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบัน
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ปากเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1 คืออะไร และฟาร์มรายย่อยต้องป้องกันอย่างไร
SAT1 เป็นซีโรไทป์ปากเท้าเปื่อยที่ต่างจาก O, A และ Asia1 ที่พบในไทย วัคซีนเดิมไม่ครอบคลุม บทความนี้สรุปสถานะล่าสุดที่ตรวจได้ และสิ่งที่ฟาร์มรายย่อยทำได้ทันที
หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่าย ปรับคอกและเสริมอาหารอย่างไร
หน้าหนาวสัตว์ป่วยง่ายเพราะลม ความชื้น และการเปลี่ยนอาหาร บทความนี้เรียงงานตั้งแต่เช็กคอก อาหาร วัคซีน จนถึงเมื่อไรต้องแจ้งปศุสัตว์ โดยอิงเอกสารกรมปศุสัตว์
แมงดานาหน้าฝน ส่องไฟจับหรือเลี้ยงในบ่อแบบไหนคุ้มกว่า
ส่องไฟลงทุนน้อยแต่ขึ้นกับฤดูฝน ส่วนเลี้ยงบ่อคุมรอบได้มากกว่าแต่ต้องมีอาหารสัตว์น้ำทุกวัน บทความนี้เทียบสองทางด้วยตัวเลขที่ตรวจสอบได้และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานทุกตัว
อึ่งอ่างฝนแรกขายได้ราคาดี เลี้ยงอึ่งเองได้ไหม ต้องเตรียมบ่อแบบไหน
อธิบายการเลี้ยงอึ่งปากขวดจากงานวิจัยในไทย ตั้งแต่แยกชนิดอึ่ง เตรียมบ่อ เพาะพันธุ์ อัตราการโต ไปจนถึงวิธีคิดต้นทุนก่อนลงทุน
จับจักจั่นขายในสวนลำไย ทำอย่างไรให้เป็นรายได้เสริมโดยไม่ทำร้ายสวน
จักจั่นในสวนลำไยช่วงต้นปีกลายเป็นรายได้เสริมของหลายสวนในจันทบุรีและนครสวรรค์ บทความนี้รวมวิธีจับที่ชาวสวนใช้จริง ราคาที่ข่าวรายงานพร้อมปีที่ลงข่าว และข้อควรระวังไม่ให้กระทบต้นลำไยและผู้บริโภค
หมาแมวน้ำท่วม อพยพสัตว์เลี้ยงอย่างไร และติดต่อศูนย์ช่วยสัตว์ได้ที่ไหน
คนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมออกจากบ้านตอนน้ำขึ้นเพราะห่วงหมาแมว บางคนออกไปแล้วแต่ทิ้งสัตว์ไว้บนหลังคาหรือชั้นสอง คิดว่าน้ำจะลดในไม่กี่วัน แล้วกลับมาพบว่าสัตว์
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ส่งด่วน Zebra ZD230 เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์ใบปะหน้า สติกเกอร์ พิมพ์ระบบ TT และ DT แถมฟรี สติกเกอร์ + หมึกริบบอน
ดูรายละเอียด
กล่องโฟมชุด 4 ใบ พร้อมถ้วยปลูก และ ถุงดำ พร้อมปลูก กล่องโฟมปลูกผัก กล่องโฟมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ อุปกรณ์ครบพร้อมปลูก
ดูรายละเอียด
ชุดอุปกรณ์นำต้นกล้า (สำหรับรถปลูกข้าว 4 และ 6 แถว) คุณภาพ สำหรับรถปลูกข้าวเดินตาม Yanmar
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
จิ้งหรีดกินอาหารไก่ได้ไหม
ได้และเป็นวิธีที่ฟาร์มจำนวนมากใช้ โดยเลือกอาหารไก่เล็กที่มีโปรตีนราว 19-21 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรกแล้วเปลี่ยนเป็นสูตรโปรตีนต่ำลงในช่วงท้าย ข้อควรระวังคือต้องบดให้ละเอียดสำหรับลูกจิ้งหรีด และต้องดูฉลากว่าไม่ใช่สูตรที่ผสมยาหรือสารที่อาจตกค้าง โดยเฉพาะถ้าเลี้ยงเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นอาหารคน
ให้ผักอย่างเดียวได้ไหม ไม่ใช้อาหารสำเร็จรูป
ในทางปฏิบัติไม่แนะนำ เพราะโปรตีนจากผักไม่พอกับการเจริญเติบโตในรอบ 35-45 วัน ผลที่ตามมาคือตัวเล็ก รอบเลี้ยงยืดออก และเกิดการกัดกินกันเองจนน้ำหนักรวมหายไปมาก ถ้าต้องการลดต้นทุนจริง ให้ลดสัดส่วนอาหารสำเร็จรูปในช่วงท้ายรอบและเสริมผักมากขึ้นแทน
ทำไมจิ้งหรีดตายยกบ่อหลังให้ผักใหม่
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือผักนั้นมีสารกำจัดแมลงตกค้าง เพราะจิ้งหรีดเป็นแมลงจึงไวต่อสารกลุ่มนี้มาก อาการมักเกิดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งคืน วิธีป้องกันคือใช้ผักจากแปลงที่รู้ที่มาหรือปลูกเอง และก่อนเปลี่ยนแหล่งผักใหม่ให้ทดลองกับบ่อเดียวก่อนหนึ่งคืน แล้วค่อยให้ทั้งฟาร์ม
ควรให้น้ำจิ้งหรีดอย่างไรไม่ให้จมน้ำตาย
ช่วงสิบวันแรกให้ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำวางบนถาดตื้นแทนการเทน้ำลงถาด เพราะลูกจิ้งหรีดตัวเล็กมากและจมน้ำได้ง่าย หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นถาดน้ำตื้นที่มีกรวดหรือฟองน้ำรองพื้น เติมน้ำสะอาดวันละครั้งและล้างถาดสม่ำเสมอ เพราะเมือกที่ขอบถาดเป็นแหล่งกลิ่นและเชื้อโรค
จิ้งหรีดใช้อาหารกี่กิโลกรัมต่อผลผลิตหนึ่งกิโลกรัม
ฟาร์มที่จัดการดีมักใช้ราว 1.7-2.2 กิโลกรัมอาหารต่อจิ้งหรีดหนึ่งกิโลกรัม ตัวเลขนี้ขึ้นกับสูตรอาหาร ความหนาแน่นในบ่อ และปริมาณอาหารที่สูญเสียไปกับการหกและการขึ้นรา ถ้าตัวเลขของฟาร์มสูงกว่านี้ชัดเจน ให้ตรวจวิธีให้อาหารก่อนเป็นอันดับแรก และตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ต้องหยุดให้อาหารก่อนจับขายไหม
ฟาร์มส่วนใหญ่จะลดผักที่ให้ความชื้นสูงลงในสองถึงสามวันสุดท้าย เพื่อให้ตัวจิ้งหรีดไม่อืดน้ำและสะอาดขึ้นเวลาชั่งขาย แต่ไม่ควรอดอาหารยาวหลายวันเพราะน้ำหนักจะหายและเกิดการกัดกันเอง ถ้าส่งเข้าโรงงานแปรรูป ให้สอบถามเงื่อนไขการเตรียมก่อนส่งจากผู้รับซื้อและดูข้อกำหนดในมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดของ มกอช. ประกอบ
