เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

โคนมให้น้ำนมกี่ลิตรต่อวัน ทำยังไงให้น้ำนมไม่ตก

โคนมให้น้ำนมกี่ลิตรต่อวัน ค่าเฉลี่ยลูกผสมในไทยราว 10-15 ลิตร พร้อมเส้นโค้งการให้นม 305 วัน ปัจจัยอาหารหยาบ น้ำ ความร้อน และสัญญาณน้ำนมตกที่ต้องรีบแก้ก่อนสาย

โคนมให้น้ำนมกี่ลิตรต่อวัน ทำยังไงให้น้ำนมไม่ตก

คำตอบสั้น ๆ

โคนมลูกผสมในไทยให้น้ำนมเฉลี่ยราว 10-15 ลิตรต่อตัวต่อวัน และเปลี่ยนตามช่วงของรอบการให้นม บทความนี้อธิบายปัจจัยอาหาร น้ำ ความร้อน และวิธีไล่หาสาเหตุเมื่อน้ำนมตก

คำตอบเร็ว: โคนมลูกผสมโฮลสไตน์ฟรีเชียนที่เลี้ยงในฟาร์มไทยทั่วไปให้น้ำนมเฉลี่ยราว 10-15 ลิตรต่อตัวต่อวันตลอดรอบการให้นม ฟาร์มที่จัดการอาหารและน้ำได้ดีมักอยู่ที่ 15-20 ลิตร และแม่โคพันธุ์ดีที่จัดการเข้มข้นอาจขึ้นไปได้มากกว่านั้น ตัวเลขนี้ไม่คงที่ทั้งรอบ เพราะจะพุ่งสูงสุดที่ราวสัปดาห์ที่ 4-8 หลังคลอด แล้วค่อย ๆ ลดลงจนหยุดรีดที่ราว 305 วัน ปัจจัยที่ทำให้น้ำนมตกเร็วที่สุดในบ้านเราคือความเครียดจากความร้อน น้ำกินไม่พอ และอาหารหยาบคุณภาพต่ำช่วงแล้ง ราคาน้ำนมดิบและราคาอาหารข้นเปลี่ยนตามช่วงเวลา ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสหกรณ์โคนมในพื้นที่และกรมปศุสัตว์ก่อนคำนวณรายได้

คำถามแรกของคนที่กำลังคิดจะลงทุนโคนมคือ วัวหนึ่งตัวให้น้ำนมวันละกี่ลิตร เพราะตัวเลขนี้คือจุดตั้งต้นของทุกการคำนวณ ทั้งรายได้ต่อเดือน ขนาดฝูงที่ต้องมี และจำนวนแปลงหญ้าที่ต้องเตรียม ปัญหาคือตัวเลขที่ได้ยินมามักกระโดดจากวันละ 8 ลิตรไปถึง 30 ลิตร ซึ่งทั้งคู่เป็นความจริงคนละบริบท บทความนี้จึงแยกให้เห็นว่าช่วงไหนของรอบการให้นมควรได้เท่าไหร่ อะไรเป็นตัวกำหนด และเมื่อน้ำนมเริ่มตกต้องดูอะไรก่อน

น้ำนมต่อตัวต่อวันอยู่ที่เท่าไหร่ และเปลี่ยนตามอะไร

ภาพประกอบ น้ำนมต่อตัวต่อวันอยู่ที่เท่าไหร่ และเปลี่ยนตามอะไร

ปริมาณน้ำนมต่อวันไม่ใช่ค่าคงที่ของวัวตัวหนึ่ง แต่เป็นเส้นโค้งที่เคลื่อนตามจำนวนวันหลังคลอด เรียกว่าเส้นโค้งการให้นม หลังคลอดน้ำนมจะไต่ขึ้นเร็วในเดือนแรก ขึ้นถึงจุดสูงสุดราวสัปดาห์ที่ 4-8 แล้วค่อยลดลงเฉลี่ยประมาณเดือนละ 5-10 เปอร์เซ็นต์ จนถึงช่วงหยุดพักรีดก่อนคลอดรอบถัดไป การวัดผลฟาร์มจึงต้องดูผลรวมทั้งรอบ ไม่ใช่ดูวันเดียว

ช่วงของรอบการให้นมช่วงน้ำนมโดยประมาณต่อตัวต่อวันสิ่งที่ต้องโฟกัสในช่วงนี้
สัปดาห์ที่ 1-3 หลังคลอดกำลังไต่ขึ้นระวังไข้น้ำนมและมดลูกอักเสบ ให้กินอาหารหยาบคุณภาพดีและน้ำสะอาดเต็มที่
สัปดาห์ที่ 4-8 จุดสูงสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งรอบราว 20-30 เปอร์เซ็นต์อาหารข้นต้องตามให้ทัน ถ้าตามไม่ทันวัวจะสลายไขมันตัวเองและผอมลงเร็ว
เดือนที่ 3-6ลดลงอย่างช้า ๆ เดือนละราว 5-10 เปอร์เซ็นต์ช่วงผสมติดใหม่ ต้องจับสัดให้แม่นเพื่อไม่ให้รอบถัดไปยืดออก
เดือนที่ 7-10ลดลงต่อเนื่องลดอาหารข้นตามผลผลิตจริง เพื่อไม่ให้วัวอ้วนเกินก่อนหยุดรีด
หยุดพักรีดราว 45-60 วันก่อนคลอดหยุดรีดช่วงพักที่สั้นเกินไปทำให้ผลผลิตรอบถัดไปลดลงชัดเจน

ที่ต้องเข้าใจคือค่าเฉลี่ยของฟาร์มขึ้นกับโครงสร้างฝูงด้วย ไม่ใช่แค่ความเก่งของแม่โค ฟาร์มที่มีแม่โคหลายตัวค้างอยู่ในช่วงท้ายรอบเพราะผสมไม่ติด ค่าเฉลี่ยต่อตัวต่อวันจะต่ำลงทันทีแม้แม่โคแต่ละตัวจะปกติดี ตัวเลขที่ควรจดทุกวันจึงมีสามอย่างคือ น้ำนมรวมของฟาร์ม จำนวนแม่โครีดนม และจำนวนวันหลังคลอดของแต่ละตัว

ปัจจัยที่กำหนดว่าจะได้กี่ลิตร

  • สายพันธุ์และระดับเลือด โคลูกผสมโฮลสไตน์ฟรีเชียนที่มีระดับเลือดสูงให้น้ำนมมากกว่า แต่ทนร้อนน้อยกว่าและต้องการการจัดการเข้มกว่า ในพื้นที่ที่ร้อนจัดและจัดการโรงเรือนได้จำกัด ระดับเลือดที่สูงเกินไปอาจให้ผลแย่กว่าที่คาด
  • ลำดับท้อง แม่โคท้องแรกมักให้น้ำนมน้อยกว่าท้องที่สองและสาม เพราะยังเติบโตไม่เต็มที่ การเปรียบเทียบต้องเทียบในลำดับท้องเดียวกัน
  • อาหารหยาบ คุณภาพหญ้าหรือหญ้าหมักคือฐานของน้ำนม อาหารข้นชดเชยอาหารหยาบที่แย่ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
  • น้ำ วัวรีดนมต้องการน้ำมากตามปริมาณน้ำนม น้ำกินน้อยลงแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้น้ำนมตกเห็นได้ในวันถัดไป
  • ความเครียดจากความร้อน ปัจจัยที่กระทบฟาร์มไทยหนักที่สุดในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
  • สุขภาพเต้านมและกีบ เต้านมอักเสบและกีบเจ็บทำให้วัวยืนกินน้อยลงและน้ำนมลดโดยที่เจ้าของอาจยังไม่ทันสังเกต

อาหารข้น หญ้า และน้ำ สามเสาที่กำหนดน้ำนม

หลักที่ใช้ได้กับทุกฟาร์มคือ วัวกินวัตถุแห้งได้จำกัดต่อวัน ดังนั้นทุกกิโลกรัมที่เข้าปากต้องมีคุณค่า ถ้าอาหารหยาบเป็นฟางแห้งล้วนหรือหญ้าแก่ที่ตัดช้า วัวจะกินได้น้อยและอิ่มเร็วโดยได้พลังงานต่ำ ผลคือน้ำนมตกแม้จะเพิ่มอาหารข้นแล้ว การเพิ่มอาหารข้นมากเกินไปโดยไม่มีอาหารหยาบคุณภาพดีรองรับยังทำให้กระเพาะเป็นกรดและวัวหยุดเคี้ยวเอื้อง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบแก้

ปัจจัยสิ่งที่ต้องทำให้ได้สัญญาณว่าไม่พอ
อาหารหยาบตัดหญ้าตามอายุที่เหมาะกับพันธุ์ ไม่ปล่อยให้แก่จนเป็นลำแข็ง สำรองหญ้าหมักไว้ช่วงแล้งมูลเหลวมีเส้นใยยาวปนหรือแข็งเป็นก้อน วัวเคี้ยวเอื้องน้อยกว่าครึ่งของตัวที่นอนอยู่
อาหารข้นปรับตามปริมาณน้ำนมจริงของแต่ละตัว แบ่งให้หลายมื้อแทนเทครั้งเดียววัวผอมลงเร็วในช่วงพีค หรือกลับกันคืออ้วนเกินช่วงท้ายรอบ
น้ำมีน้ำสะอาดตลอดเวลา รางน้ำล้างทุกวัน วางในที่ร่ม ไม่ให้น้ำร้อนจัดตอนบ่ายวัวแย่งกันกินน้ำหลังรีด น้ำนมตกในวันที่อากาศร้อนจัด
แร่ธาตุและเกลือมีก้อนแร่ธาตุให้เลียตลอดเวลา ปรึกษาสูตรกับสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอวัวเลียดินหรือแทะสิ่งแปลกปลอม ขนหยาบไม่เป็นเงา

เรื่องน้ำเป็นจุดที่เห็นผลเร็วที่สุดและลงทุนถูกที่สุด ในฟาร์มที่ย้ายรางน้ำเข้าที่ร่มและเพิ่มจุดน้ำให้วัวไม่ต้องรอคิว หลายรายรายงานว่าน้ำนมนิ่งขึ้นภายในไม่กี่วันโดยไม่ได้เปลี่ยนสูตรอาหารเลย ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าหลังรีดนมเสร็จ วัวเดินไปที่รางน้ำแล้วต้องรอคิวหรือไม่ ถ้าต้องรอ แปลว่าจุดน้ำไม่พอ

ความเครียดจากความร้อน ศัตรูอันดับหนึ่งของฟาร์มไทย

โคนมเริ่มเครียดจากความร้อนเมื่ออุณหภูมิและความชื้นรวมกันสูงเกินระดับที่ตัวมันระบายความร้อนไหว ซึ่งในบ้านเราเกิดขึ้นเกือบทุกวันในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม สัญญาณที่ดูได้ด้วยตาคือ วัวหายใจถี่เกินราว 60 ครั้งต่อนาที ยืนหอบแทนที่จะนอนเคี้ยวเอื้อง แออัดกันอยู่ในเงาไม้ กินอาหารกลางวันน้อยลงแล้วไปกินตอนกลางคืนแทน

  1. เพิ่มร่มเงาเหนือคอกพักและลานรอรีด จุดที่มักถูกลืมคือลานรอรีดตอนบ่ายซึ่งวัวยืนเบียดกันและร้อนที่สุด
  2. ติดพัดลมเป่าตามแนวยาวของคอก ให้ลมพัดผ่านตัววัวจริง ไม่ใช่เป่าลอยเหนือหลัง
  3. ใช้ระบบพ่นละอองน้ำร่วมกับพัดลมในช่วงบ่าย เพื่อให้น้ำระเหยพาความร้อนออกจากตัว
  4. เลื่อนเวลาให้อาหารหลักไปช่วงเย็นและกลางคืนที่อากาศเย็นลง วัวจะกินได้มากขึ้นจริง
  5. เพิ่มจุดน้ำและตรวจว่าน้ำในรางไม่ร้อนจัดตอนบ่าย
  6. ลดการต้อนและการจับบังคับในช่วงบ่ายที่ร้อนที่สุด

ผลของความเครียดจากความร้อนไม่ได้จบแค่น้ำนมตกในวันนั้น แต่ยังทำให้การแสดงอาการสัดไม่ชัดและผสมติดยากขึ้น ซึ่งกระทบผลผลิตรอบถัดไปตามมาอีกทอด นี่คือเหตุผลที่การลงทุนเรื่องร่มเงาและพัดลมมักคืนทุนเร็วกว่าการเปลี่ยนสูตรอาหารข้น

สัญญาณน้ำนมตกที่ต้องรีบหาสาเหตุ

ภาพประกอบ สัญญาณน้ำนมตกที่ต้องรีบหาสาเหตุ

น้ำนมลดลงตามธรรมชาติเมื่อเลยจุดพีคไปแล้วเป็นเรื่องปกติ แต่การลดลงแบบที่ต้องรีบตรวจสอบคือลดเร็วผิดจังหวะ เช่น ตกเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ภายในสองถึงสามวัน หรือตกเฉพาะบางตัวขณะที่ตัวอื่นปกติ ลำดับการไล่หาสาเหตุที่ใช้ได้จริงมีดังนี้

สิ่งที่สังเกตได้สาเหตุที่ต้องตรวจก่อนสิ่งที่ต้องทำทันที
น้ำนมตกทั้งฝูงพร้อมกันอากาศร้อนจัด น้ำไม่พอ อาหารหยาบล็อตใหม่คุณภาพต่ำ หรือเปลี่ยนสูตรอาหารกะทันหันตรวจรางน้ำและอาหารล็อตใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก
ตกเฉพาะบางตัว น้ำนมมีลิ่มหรือสีผิดปกติเต้านมอักเสบตรวจน้ำนมถ้วยตรวจก่อนรีดทุกเต้า แยกน้ำนมตัวนั้นออก และปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการรักษาและระยะหยุดยา
วัวเดินกะเผลก ยืนนานผิดปกติกีบเจ็บ พื้นคอกลื่นหรือแฉะตรวจกีบ แต่งกีบตามรอบ และซ่อมพื้นที่แฉะซึ่งเป็นต้นเหตุ
วัวไม่เคี้ยวเอื้อง มูลเหลวผิดปกติกระเพาะเป็นกรดจากอาหารข้นมากเกินหรืออาหารหยาบน้อยเกินเพิ่มอาหารหยาบคุณภาพดี แบ่งอาหารข้นเป็นหลายมื้อ และปรึกษาสัตวแพทย์
น้ำนมตกหลังเปลี่ยนคนรีดหรือเปลี่ยนเวลารีดความเครียดจากการจัดการกลับไปใช้เวลารีดเดิมและจัดลำดับวัวเข้าซองให้เหมือนเดิมทุกวัน
ตกช้า ๆ ทั้งฝูงตลอดหลายสัปดาห์โครงสร้างฝูงเสีย มีแม่โคค้างท้ายรอบมากเกินตรวจสถิติวันหลังคลอดรายตัว วางแผนผสมและคัดทิ้งใหม่

ชุดตัวเลขที่ช่วยให้จับปัญหาได้ไวคือการจดน้ำนมรายตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจดน้ำนมรวมของฟาร์มทุกวัน เมื่อเห็นกราฟลงผิดปกติจะย้อนดูได้ทันทีว่าตรงกับวันที่เปลี่ยนอาหารล็อตใหม่ วันที่อากาศร้อนจัด หรือวันที่เปลี่ยนคนรีด ฟาร์มที่ไม่จดตัวเลขมักรู้ตัวช้าไปหลายสัปดาห์ และกว่าจะแก้ได้ ผลผลิตของรอบนั้นก็เสียไปแล้ว

แปลงตัวเลขน้ำนมเป็นรายได้ที่คำนวณได้

วิธีคำนวณอย่างง่ายคือ รายได้ต่อวัน เท่ากับ จำนวนแม่โครีดนม คูณ น้ำนมเฉลี่ยต่อตัวต่อวัน คูณ ราคารับซื้อน้ำนมดิบต่อลิตร สมมติฟาร์มมีแม่โครีดนม 10 ตัว เฉลี่ยตัวละ 12 ลิตรต่อวัน จะได้น้ำนม 120 ลิตรต่อวัน ส่วนรายจ่ายหลักคืออาหารข้น อาหารหยาบ ค่าแรง ค่ายาและค่าผสมเทียม ซึ่งอาหารมักกินสัดส่วนมากที่สุดของต้นทุนทั้งหมด

ตัวแปรที่ขยับบ่อยที่สุดคือราคารับซื้อน้ำนมดิบและราคาอาหารข้น ซึ่งถูกกำหนดโดยกลไกและนโยบายที่เปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสหกรณ์โคนมที่ส่งนม กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนตัดสินใจลงทุนหรือขยายฝูง การวางแผน วิธีเลี้ยงโคนม ให้อยู่รอดจึงไม่ได้ดูแค่จำนวนลิตร แต่ต้องดูส่วนต่างระหว่างราคาน้ำนมกับต้นทุนอาหารต่อลิตรด้วย ฟาร์มที่คุม ต้นทุนเลี้ยงโคนม ได้ดีที่สุดมักเป็นฟาร์มที่ผลิตอาหารหยาบเองได้มากที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจนทำให้น้ำนมไม่ขึ้น

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจนทำให้น้ำนมไม่ขึ้น
  • เร่งอาหารข้นแทนการแก้อาหารหยาบ เมื่อน้ำนมตกแล้วเติมอาหารข้นอย่างเดียว เสี่ยงกระเพาะเป็นกรดและต้นทุนพุ่งโดยน้ำนมไม่ขึ้นตาม
  • ปล่อยให้แปลงหญ้าแก่เกินก่อนตัด หญ้าที่ตัดช้าโปรตีนต่ำและวัวกินได้น้อย ต้องวางรอบตัดให้ชนกับความต้องการของฝูง
  • ไม่มีแผนสำรองอาหารหยาบช่วงแล้ง เดือนที่หญ้าขาดคือเดือนที่น้ำนมทั้งฟาร์มตกพร้อมกันทุกปี ทั้งที่ป้องกันได้ด้วยหญ้าหมัก
  • รีดนมไม่เป็นเวลาและไม่ล้างมือหรือเช็ดเต้าให้สะอาด เพิ่มความเสี่ยงเต้านมอักเสบและทำให้คุณภาพน้ำนมตก
  • หยุดพักรีดสั้นเกินไปเพราะเสียดายน้ำนม รอบถัดไปจะได้น้ำนมน้อยลงและแม่โคฟื้นตัวช้า
  • ไม่จับสัดและไม่จดวันผสม ทำให้ช่วงว่างท้องยืดออก ฝูงมีแม่โคค้างท้ายรอบมาก ค่าเฉลี่ยต่อตัวของฟาร์มจึงต่ำลงทั้งที่แม่โคแต่ละตัวไม่ได้ผิดปกติ
  • ปล่อยพื้นคอกแฉะและลื่น ทำให้กีบเจ็บ วัวยืนกินน้อยลง และน้ำนมลดลงแบบหาสาเหตุไม่เจอ

สรุป

ช่วงน้ำนมที่ใช้วางแผนได้จริงสำหรับโคนมลูกผสมในไทยคือราว 10-15 ลิตรต่อตัวต่อวันโดยเฉลี่ยทั้งรอบ และขึ้นไปได้มากกว่านั้นเมื่อจัดการอาหารหยาบ น้ำ และความร้อนได้ดี ตัวเลขนี้เคลื่อนตามเส้นโค้งการให้นมเสมอ จึงต้องดูผลรวมทั้งรอบ 305 วันมากกว่าตัวเลขวันเดียว เมื่อน้ำนมตกให้ไล่ตรวจน้ำ อาหารล็อตใหม่ และสุขภาพเต้านมกับกีบก่อน แล้วใช้สถิติรายตัวเป็นเครื่องมือจับปัญหาให้ไวขึ้นในรอบถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ — คำแนะนำการเลี้ยงและจัดการโคนม การจัดการความเครียดจากความร้อน และสุขภาพเต้านม
  • 📄องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) — ข้อมูลการผลิตน้ำนมดิบและการส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร — ข้อมูลต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าปศุสัตว์สำหรับใช้คำนวณรายได้
  • 📄มกอช. (สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ) — มาตรฐานฟาร์มโคนมและคุณภาพน้ำนมดิบ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

โคนมให้น้ำนมกี่ปีจึงควรคัดออก

โดยทั่วไปแม่โคให้ผลผลิตดีในท้องที่สองถึงท้องที่ห้า จากนั้นผลผลิตและความสมบูรณ์พันธุ์มักค่อย ๆ ลดลง การตัดสินใจคัดออกควรดูข้อมูลรายตัวประกอบกัน ได้แก่ ปริมาณน้ำนมเทียบกับค่าเฉลี่ยฝูง ประวัติเต้านมอักเสบ ปัญหากีบ และจำนวนครั้งที่ผสมกว่าจะติด ไม่ใช่ดูอายุอย่างเดียว

วัวหยุดรีดนมนานแค่ไหนก่อนคลอด

ช่วงพักรีดที่ใช้กันอยู่ที่ราว 45-60 วันก่อนคลอด เพื่อให้เนื้อเยื่อเต้านมฟื้นตัวและแม่โคสะสมพลังงานสำหรับรอบถัดไป การพักสั้นกว่านี้มักทำให้ผลผลิตรอบใหม่ลดลง ส่วนการพักนานเกินไปก็ทำให้แม่โคอ้วนและเสี่ยงปัญหาหลังคลอด ควรวางแผนร่วมกับสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่

ทำไมน้ำนมโคตกเฉพาะหน้าร้อน

เพราะความเครียดจากความร้อนทำให้วัวกินอาหารน้อยลงและใช้พลังงานไปกับการระบายความร้อนแทนการสร้างน้ำนม ประกอบกับช่วงเดียวกันมักเป็นช่วงที่หญ้าสดขาดแคลน ทางแก้คือเพิ่มร่มเงาและพัดลม ย้ายมื้ออาหารหลักไปช่วงเย็น เพิ่มจุดน้ำสะอาดในที่ร่ม และเตรียมหญ้าหมักไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายฤดูฝน

ให้อาหารข้นเท่าไหร่ต่อน้ำนมหนึ่งลิตร

สัดส่วนอาหารข้นต่อผลผลิตน้ำนมขึ้นกับคุณภาพอาหารหยาบที่ให้ ระยะการให้นม และสภาพร่างกายของแม่โค จึงไม่ควรยึดตัวเลขสำเร็จรูปจากฟาร์มอื่นมาใช้ตรง ๆ ควรให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของสหกรณ์โคนมหรือปศุสัตว์อำเภอช่วยคำนวณสูตรจากวัตถุดิบที่ฟาร์มมีจริง แล้วปรับตามน้ำนมรายตัวและคะแนนความสมบูรณ์ร่างกาย

น้ำนมตกกะทันหันหนึ่งวันควรทำอย่างไร

ให้ไล่ตรวจสามเรื่องก่อนเสมอ คือ น้ำกินได้ปกติไหม อาหารเปลี่ยนล็อตหรือเปลี่ยนสูตรหรือไม่ และมีตัวไหนเต้านมอักเสบหรือเดินกะเผลกหรือเปล่า ถ้าตกทั้งฝูงพร้อมกันมักเป็นเรื่องน้ำ อาหาร หรืออากาศ ถ้าตกเฉพาะบางตัวให้ตรวจเต้านมและกีบเป็นอันดับแรก และปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติของน้ำนม

โคนมกินน้ำวันละเท่าไหร่

โคนมที่กำลังรีดนมต้องการน้ำมากขึ้นตามปริมาณน้ำนมที่ผลิตและอุณหภูมิอากาศ หลักปฏิบัติคือต้องมีน้ำสะอาดให้กินได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอคิว ไม่ใช่ตวงให้เป็นมื้อ จุดที่ควรตรวจคือรางน้ำต้องสะอาด อยู่ในที่ร่ม และมีจำนวนพอให้วัวที่เพิ่งรีดเสร็จเข้ากินพร้อมกันได้