คำตอบสั้น ๆ
SAT1 เป็นซีโรไทป์ปากเท้าเปื่อยที่ต่างจาก O, A และ Asia1 ที่พบในไทย วัคซีนเดิมไม่ครอบคลุม บทความนี้สรุปสถานะล่าสุดที่ตรวจได้ และสิ่งที่ฟาร์มรายย่อยทำได้ทันที
คำตอบเร็ว: SAT1 คือซีโรไทป์หนึ่งของไวรัสปากและเท้าเปื่อย ที่ต่างจากซีโรไทป์ที่พบในไทยอยู่เดิม (O, A และ Asia1) กรมปศุสัตว์ระบุว่าเป็นสายพันธุ์อุบัติใหม่ที่ไทยยังไม่เคยพบ และวัคซีนที่ใช้อยู่ในประเทศไม่ครอบคลุมสายพันธุ์นี้ ข่าวล่าสุดที่ผมตรวจได้ (15 ก.ค. 2569) ยังไม่พบ SAT1 ในไทย แต่พบในจีนเมื่อ มี.ค.-เม.ย. 2569 ฟาร์มรายย่อยควรควบคุมคน รถ และสัตว์ที่เข้าออกฟาร์ม และแจ้งปศุสัตว์ทันทีเมื่อเห็นอาการสงสัย ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์เอง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ถ้าเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ หรือสุกร ในช่วงนี้คงเห็นข่าวคำว่า SAT1 ผ่านตามาบ้าง และคงสงสัยว่าเป็นโรคใหม่ที่ต่างจากปากเท้าเปื่อยที่เรารู้จักหรือไม่ ต้องฉีดวัคซีนอะไรเพิ่มไหม และฟาร์มเล็ก ๆ ที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิดจะทำอะไรได้บ้าง บทความนี้ตอบจากเอกสารของกรมปศุสัตว์ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และรายงานข่าวที่ผมเปิดอ่านจริง โดยแยกให้ชัดว่าส่วนไหนมาจากหน่วยงาน และส่วนไหนเป็นหลักปฏิบัติทั่วไป
ถ้าอยากรู้พื้นฐานของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคและการแจ้งหน่วยงาน อ่านเพิ่มที่ โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย: สิ่งที่เกษตรกรควรรู้และการแจ้งหน่วยงาน บทความนี้เน้นเฉพาะเรื่องที่ SAT1 ต่างไป
SAT1 คืออะไร ต่างจากสายพันธุ์เดิมอย่างไร
ไวรัสปากและเท้าเปื่อยแบ่งเป็นหลายซีโรไทป์ แต่ละซีโรไทป์ให้ภูมิคุ้มกันของตัวเองเท่านั้น สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ระบุว่าในไทยมี 3 ซีโรไทป์ คือ O, A และ Asia1 ซึ่ง "ทั้ง 3 ไทป์ทำให้สัตว์ป่วยแสดงอาการเหมือนกัน" แต่ภูมิคุ้มกันต่อไทป์หนึ่งไม่ป้องกันอีกไทป์ ส่วน SAT1 เป็นซีโรไทป์ที่กรมปศุสัตว์จัดเวทีวิชาการครั้งที่ 49 อธิบายว่าต่างจากสายพันธุ์ที่พบในไทย และเป็น "โรคระบาดสัตว์ข้ามพรมแดนที่ต้องเตรียมรับมือ"
ความหมายที่ฟาร์มต้องรู้คือ การฉีดวัคซีนที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ซึ่งครอบคลุม O, A, Asia1 ไม่ได้ครอบคลุม SAT1 ข่าวเดลินิวส์ระบุว่าวัคซีนที่ใช้ในไทยไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์นี้ได้ ส่วน The Thai Press รายงานว่ากรมปศุสัตว์กับสำนักงาน อย. หารือกันเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 เรื่องการขึ้นทะเบียนและอนุญาตนำเข้าวัคซีน SAT1 ไว้ใช้ถ้าเกิดการระบาด รายงานของ Farmers Guide ในสหราชอาณาจักรก็ระบุเช่นกันว่ากลยุทธ์วัคซีนที่มีอยู่ไม่ให้การป้องกันข้ามชนิดกับ SAT1
เกิดอะไรขึ้นที่จีน และทำไมไทยต้องเตรียมตัว
Farmers Guide รายงานว่า SAT1 ถูกพบเป็นครั้งแรกในจีนที่ตลาดปศุสัตว์ในเขตอีลี่ คาซัค มณฑลซินเจียง เมื่อ 28 มีนาคม 2569 และมีรายงานรายที่สองที่ฟาร์มในมณฑลกานซู่เมื่อ 2 เมษายน 2569 ซึ่งอยู่ห่างกันราว 2,000 กิโลเมตร รายแรกมีโคป่วย 142 ตัวจากสัตว์เสี่ยง 513 ตัว รายที่สองมีโคป่วย 77 ตัวจาก 5,715 ตัว ข่าวกรมปศุสัตว์ที่ผมเปิดอ่านยืนยันว่าเป็นการระบาดในจีนช่วงเมษายน 2569 และหน้าเว็บของสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ลงหัวข้อสถานการณ์ SAT1 ในจีนและมองโกเลีย
เหตุผลที่ไทยจริงจังคือ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ฝูงสัตว์ในประเทศไม่มีภูมิคุ้มกัน เอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุว่าต้องการป้องกันความเสียหายต่อประชากรสัตว์กว่า 24.6 ล้านตัว ส่วน Farmers Guide ระบุถึงความเสี่ยงที่โรคจะกระจายเร็วในประชากรที่ยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ ผมไม่ได้เปิดอ่านรายงานทางการของ WOAH โดยตรง จึงไม่ขอยกตัวเลขอื่นเพิ่ม
สถานะในไทย ณ ตอนนี้
| วันที่ข่าว/เอกสาร | สิ่งที่รายงาน | ที่มา |
|---|---|---|
| 12 พ.ค. 2569 | กรมปศุสัตว์และ อย. หารือเรื่องการขึ้นทะเบียนและนำเข้าวัคซีน SAT1 ยังไม่พบการระบาดในไทย | The Thai Press และเดลินิวส์ |
| 20 พ.ค. 2569 | กรมปศุสัตว์เผยแพร่อินโฟกราฟิก "เตือนภัยโรคปากและเท้าเปื่อย ซีโรไทป์ SAT1" พร้อมแผนเผชิญเหตุ | เว็บไซต์กรมปศุสัตว์ |
| 15 ก.ค. 2569 | ยังไม่พบ SAT1 ในไทย มีคณะเตรียมความพร้อม จัดหาวัคซีน ตั้งด่านสุ่มตรวจรถและประเมินความเสี่ยงชายแดน | เดลินิวส์ |
ข่าวล่าสุดที่ผมตรวจได้ ณ วันที่เขียน (6 ต.ค. 2569) คือฉบับ 15 กรกฎาคม 2569 ผมไม่พบประกาศที่ยืนยันว่าเจอ SAT1 ในไทยหลังจากนั้น แต่สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ควรตรวจกับกรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัด หรือแอป DLD 4.0 ก่อนตัดสินใจเคลื่อนย้ายหรือซื้อสัตว์ทุกครั้ง
อาการที่ต้องแจ้งทันที
กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อโค กระบือ แพะ แกะ หรือสุกร มีอาการ ไข้ น้ำลายไหล แผลในปาก เดินกะเผลก หรือเต้านมอักเสบ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติอธิบายอาการในโคว่า ซึมและกินอาหารลดลง ตามด้วยตุ่มน้ำใสที่ริมฝีปาก เหงือก และลิ้น ทำให้น้ำลายไหลมากและกินอาหารไม่ได้ และมีแผลที่ซอกกีบทำให้เดินเจ็บ ระยะฟักตัวราว 2-8 วัน และอัตราตายในลูกโคสูงกว่าโคโตมาก (ในเอกสารระบุได้ถึง 50-70% ในลูกโค และอาจสูงกว่านี้ในลูกที่ยังกินนม)
จุดที่ควรเน้นคือ อาการของ SAT1 ตามเอกสารที่ผมอ่านไม่ได้ต่างจากสายพันธุ์เดิมจนแยกด้วยตาได้ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติเองก็บอกว่าไทป์ต่าง ๆ แสดงอาการเหมือนกัน เกษตรกรจึงแยกสายพันธุ์เองไม่ได้ ต้องอาศัยการตรวจในห้องปฏิบัติการ กรมปศุสัตว์ระบุว่าหากมีกรณีสงสัยจะกักฟาร์มและเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ศูนย์อ้างอิงระดับภูมิภาค ถ้ายืนยัน SAT1 จะตั้งห้องบัญชาการเหตุการณ์ (war room) ระดับจังหวัดและควบคุมเข้ม
ช่องทางแจ้งเหตุ
- เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดใกล้ที่สุด
- สายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 (ตามหน้าเว็บสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์)
- แอปพลิเคชัน DLD 4.0 สำหรับแจ้งเหตุสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติ
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากฟาร์ม ตามที่ข่าวของกรมปศุสัตว์และ อย. ระบุไว้ และแยกตัวที่มีอาการออกจากฝูงเท่าที่ทำได้ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทั่วไปในการควบคุมโรคติดต่อรุนแรง
ฟาร์มรายย่อยป้องกันอย่างไร
ข้อมูลทางการที่ผมเปิดอ่านบอกมาตรการระดับประเทศ (สุ่มตรวจรถ ตรวจชายแดน เตรียมวัคซีน) ส่วนมาตรการระดับฟาร์มต่อไปนี้เป็นหลักการควบคุมโรคติดต่อทั่วไป ไม่ใช่ข้อบังคับเฉพาะ SAT1 ถ้าต้องการรายละเอียดเฉพาะ ให้ขอจากปศุสัตว์อำเภอ
| ประตูที่เชื้อเข้าฟาร์มได้ | สิ่งที่ทำได้ | ความยากสำหรับฟาร์มเล็ก |
|---|---|---|
| สัตว์ใหม่ | ไม่รับสัตว์ไม่ทราบที่มา แยกขังสัตว์ใหม่ก่อนรวมฝูง และสอบถามปศุสัตว์ก่อนซื้อจากพื้นที่เสี่ยง | ปานกลาง ต้องมีคอกแยก |
| รถรับซื้อและรถขนสัตว์ | ให้รถจอดที่จุดนอกเขตคอก ไม่ให้รถเข้าถึงที่เลี้ยง | ต่ำ ถ้ากำหนดจุดจอดไว้ |
| คนและพ่อค้า | จำกัดผู้เข้าเยี่ยม จัดรองเท้าหรืออ่างจุ่มเท้าตามฉลากของน้ำยา | ต่ำ |
| อาหารและเครื่องมือยืมกัน | ไม่ยืมถังน้ำ ถังอาหาร หรืออุปกรณ์ข้ามฟาร์ม | ต่ำ |
| สัตว์เลี้ยงอื่นและสัตว์พาหะ | ควบคุมไม่ให้ปะปนกับพื้นที่เลี้ยงโค แพะ แกะ สุกร | ปานกลาง |
เรื่องน้ำยาฆ่าเชื้อ ผมไม่ระบุชื่อสารหรือสัดส่วนผสม เพราะเอกสารที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุ ให้ถามปศุสัตว์อำเภอว่าน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนสำหรับโรคนี้คืออะไร และใช้ตามฉลาก ใส่ถุงมือและแว่นตาตามที่ฉลากกำหนด
ข้อสังเกตที่เป็นประสบการณ์ภาคสนาม (ไม่ใช่ข้อกำหนดของหน่วยงาน) คือจุดอ่อนมักไม่ใช่ตัวฟาร์ม แต่คือ "วันที่มีของเข้าออก" เช่น วันขายโค วันซื้อลูกโค วันรถพ่อค้าแวะ วันที่สัตวแพทย์เอกชนเข้ามา ให้เขียนตารางสั้น ๆ ว่าวันเหล่านั้นใครเข้าออกและผ่านจุดไหน การจดไว้ช่วยให้ปศุสัตว์สืบย้อนได้เร็วเมื่อเกิดโรค
วัคซีนที่ใช้อยู่ ยังต้องฉีดไหม
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุว่าวัคซีนปากและเท้าเปื่อยในไทยต้องครอบคลุม 3 ซีโรไทป์ (O, A, Asia1) ฉีดครั้งแรกเมื่อโคอายุ 6 เดือน และฉีดซ้ำทุก 6 เดือน ซึ่งยังเป็นการป้องกันโรคเดิมที่มีอยู่ในประเทศ และ SAT1 ไม่เกี่ยวกับการยกเลิกวัคซีนเดิม ข่าวกรมปศุสัตว์ไม่ได้ระบุว่าให้หยุดโปรแกรมเดิม ผมจึงแนะนำให้ฟาร์มทำตามโปรแกรมของปศุสัตว์อำเภอต่อไป เมื่อมีวัคซีน SAT1 ให้ใช้ ปศุสัตว์จะแจ้งเงื่อนไขการใช้ ผมไม่พบประกาศว่ากรมปศุสัตว์เริ่มฉีดวัคซีน SAT1 ในฟาร์มเกษตรกรแล้วหรือยัง
ถ้าเลี้ยงแพะด้วย อ่านเปรียบเทียบอาการและการป้องกันที่ แพะเป็นโรคปากและเท้าเปื่อยเหมือนวัวไหม ส่วนใครเพิ่งเริ่มเลี้ยงโคเนื้อและยังไม่มีแผนจัดการโรค ดู วิธีเลี้ยงวัวเนื้อสำหรับมือใหม่ เพื่อจัดคอกและการดูแลรายวันให้สังเกตสัตว์ผิดปกติได้เร็ว
ผลต่อการซื้อขายและการเคลื่อนย้ายสัตว์
ถ้าพบโรคในพื้นที่ ตามแผนของกรมปศุสัตว์จะกักฟาร์มและควบคุมการเคลื่อนย้าย ซึ่งกระทบทั้งการขายและการซื้อสัตว์ ผมไม่พบประกาศที่ระบุเงื่อนไขการเคลื่อนย้ายสัตว์เฉพาะ SAT1 หรือเงินชดเชยโดยตรง หากเกิดเหตุขึ้นจริงให้ติดตามประกาศของกรมปศุสัตว์และสอบถามปศุสัตว์จังหวัด อย่าเชื่อข้อความต่อ ๆ กันในกลุ่มไลน์ที่ไม่มีเลขที่ประกาศ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่าฉีดวัคซีนครบแล้วปลอดภัยจาก SAT1 วัคซีนที่ใช้อยู่ครอบคลุม O, A, Asia1 เท่านั้น
- เห็นแผลในปากแล้วรอดูอาการหลายวัน ควรแจ้งปศุสัตว์ทันทีและแยกตัวป่วย
- ขายสัตว์ที่เริ่มมีอาการให้เร็วที่สุด เป็นการแพร่เชื้อไปฟาร์มอื่น และยังผิดต่อหลักการแจ้งโรค
- ปล่อยให้รถพ่อค้าเข้าถึงคอก ทั้งที่รถเป็นทางที่เชื้อเข้าฟาร์มได้ง่ายที่สุดทางหนึ่ง
- ซื้อสัตว์ราคาถูกจากแหล่งไม่ทราบที่มา โดยไม่ขอเอกสารและไม่แยกขัง
- เชื่อข่าวลือเรื่องวัคซีนหรือยารักษา เอกสารทางการที่ผมอ่านไม่มีคำแนะนำให้รักษาเอง ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอ
สรุป
SAT1 ยังไม่พบในไทย ตามข่าวล่าสุดที่ตรวจได้ แต่วัคซีนเดิมไม่ครอบคลุม ฟาร์มรายย่อยจึงควรเริ่มจากสิ่งที่ทำได้เลย คือควบคุมคน รถ สัตว์เข้าออก สังเกตอาการ และแจ้งปศุสัตว์เมื่อสงสัย ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์เอง เรื่องวัคซีน SAT1 และสถานะล่าสุด ให้ตรวจกับกรมปศุสัตว์อีกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — โรคปากและเท้าเปื่อยในโค — https://niah.dld.go.th/index.php/th/knowledge/knowledge-major-diseases-in-animals/cattle/foot-and-mouth-diseas
- กรมปศุสัตว์ — เวทีวิชาการ ครั้งที่ 49 (SAT1) — https://expert.dld.go.th/index.php/th/research/forum-research-menu/poster-research/poster-research-49
- กรมปศุสัตว์ — อินโฟกราฟิกเตือนภัยปากเท้าเปื่อย SAT1 — https://dld.go.th/webnew/index.php/service/documents/infographic/teuxn-phay-rokh-pak-laea-thea-peuxy-si-ro-thip-sat1
- สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ — https://dcontrol.dld.go.th/index.php/th
- เดลินิวส์ — ข่าว SAT1 (1) — https://www.dailynews.co.th/news/5854629/
- เดลินิวส์ — ข่าว SAT1 (2) — https://www.dailynews.co.th/news/6029057/
- The Thai Press — ข่าว SAT1 — https://www.thethaipress.com/2026/162994
- Thai Tabloid — ข่าว SAT1 — https://thaitabloid.com/archives/307309
- Farmers Guide (สหราชอาณาจักร) — SAT1 detected in China — https://www.farmersguide.co.uk/livestock/animal-health/foot-and-mouth-disease-sat-1-detected-in-china-for-the-first-time/
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่าย ปรับคอกและเสริมอาหารอย่างไร
หน้าหนาวสัตว์ป่วยง่ายเพราะลม ความชื้น และการเปลี่ยนอาหาร บทความนี้เรียงงานตั้งแต่เช็กคอก อาหาร วัคซีน จนถึงเมื่อไรต้องแจ้งปศุสัตว์ โดยอิงเอกสารกรมปศุสัตว์
แมงดานาหน้าฝน ส่องไฟจับหรือเลี้ยงในบ่อแบบไหนคุ้มกว่า
ส่องไฟลงทุนน้อยแต่ขึ้นกับฤดูฝน ส่วนเลี้ยงบ่อคุมรอบได้มากกว่าแต่ต้องมีอาหารสัตว์น้ำทุกวัน บทความนี้เทียบสองทางด้วยตัวเลขที่ตรวจสอบได้และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานทุกตัว
อึ่งอ่างฝนแรกขายได้ราคาดี เลี้ยงอึ่งเองได้ไหม ต้องเตรียมบ่อแบบไหน
อธิบายการเลี้ยงอึ่งปากขวดจากงานวิจัยในไทย ตั้งแต่แยกชนิดอึ่ง เตรียมบ่อ เพาะพันธุ์ อัตราการโต ไปจนถึงวิธีคิดต้นทุนก่อนลงทุน
จับจักจั่นขายในสวนลำไย ทำอย่างไรให้เป็นรายได้เสริมโดยไม่ทำร้ายสวน
จักจั่นในสวนลำไยช่วงต้นปีกลายเป็นรายได้เสริมของหลายสวนในจันทบุรีและนครสวรรค์ บทความนี้รวมวิธีจับที่ชาวสวนใช้จริง ราคาที่ข่าวรายงานพร้อมปีที่ลงข่าว และข้อควรระวังไม่ให้กระทบต้นลำไยและผู้บริโภค
หมาแมวน้ำท่วม อพยพสัตว์เลี้ยงอย่างไร และติดต่อศูนย์ช่วยสัตว์ได้ที่ไหน
คนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมออกจากบ้านตอนน้ำขึ้นเพราะห่วงหมาแมว บางคนออกไปแล้วแต่ทิ้งสัตว์ไว้บนหลังคาหรือชั้นสอง คิดว่าน้ำจะลดในไม่กี่วัน แล้วกลับมาพบว่าสัตว์
สัตว์ตายจากน้ำท่วม กำจัดซากอย่างไร และขอชดเชยได้ไหม
เช้าวันที่น้ำเริ่มลด หลายบ้านเดินเข้าคอกแล้วเจอภาพเดียวกัน วัวที่ผูกไว้จมน้ำตาย หมูลอยติดรั้วคอก ไก่กองอยู่มุมเล้า คำถามแรกที่ตามมาคือ "จะเอาซากไปไว้ไ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Tyler จอบเหล็กแมงกานีส ทรงสามเหลี่ยม ขนาดเล็ก ประหยัดแรงงาน สําหรับปลูกต้นไม้ ฟาร์มฟาร์ม
ดูรายละเอียด
สแตนเลสจอบเมล็ดพืชผักสวนครัวศิลปะการควบคุมวัชพืชคราดฟาร์มเครื่องมือประมงกลางแจ้งใช้คู่ฟาร์มจอบขนาดเล็ก
ดูรายละเอียด
จอบขนาดเล็กสําหรับขุดดินปลอมจอบกําจัดวัชพืชในครัวเรือนเครื่องมือทําฟาร์มกลางแจ้ง
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
SAT1 ต่างจากปากเท้าเปื่อยที่พบในไทยอย่างไร
ไทยมีซีโรไทป์ O, A และ Asia1 ตามสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ส่วน SAT1 เป็นอีกซีโรไทป์ที่ไทยยังไม่เคยพบ อาการป่วยคล้ายกัน แต่ภูมิคุ้มกันของไทป์หนึ่งไม่ป้องกันอีกไทป์
วัคซีนที่ฉีดอยู่ป้องกัน SAT1 ได้ไหม
ไม่ครอบคลุม ข่าวเดลินิวส์ระบุว่าวัคซีนที่ใช้ในไทยป้องกันสายพันธุ์นี้ไม่ได้ และกรมปศุสัตว์หารือกับ อย. เมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 เรื่องขึ้นทะเบียนและนำเข้าวัคซีน SAT1 ไว้ใช้ถ้าเกิดการระบาด
ตอนนี้พบ SAT1 ในไทยแล้วหรือยัง
ข่าวล่าสุดที่ตรวจได้คือ 15 กรกฎาคม 2569 ซึ่งยังไม่พบในไทย ผมไม่พบประกาศหลังจากนั้น แต่สถานการณ์เปลี่ยนได้ ให้ตรวจกับกรมปศุสัตว์หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด
สัตว์ป่วยสงสัยควรแจ้งใคร
แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดทันที หรือสายด่วน 063-225-6888 ตามที่ข่าวระบุ และหยุดเคลื่อนย้ายสัตว์เอง
ฟาร์มรายย่อยป้องกันอย่างไร
ควบคุมคน รถ และสัตว์ที่เข้าออก แยกสัตว์ใหม่ ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ และสังเกตอาการทุกวัน ส่วนนี้เป็นหลักการทั่วไปของการป้องกันโรค ไม่ใช่ข้อกำหนดเฉพาะ SAT1 จากหน่วยงาน
ฉีดวัคซีนปากเท้าเปื่อยเดิมต่อไปหรือไม่
ควรฉีดตามโปรแกรมของปศุสัตว์ เพราะป้องกัน O, A, Asia1 ที่ยังพบในไทย สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุให้เริ่มที่อายุ 6 เดือนและฉีดทุก 6 เดือน แต่ถามปศุสัตว์ในพื้นที่เรื่องโปรแกรมที่ใช้จริง
