เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

หญ้าอาหารสัตว์ปลูกพันธุ์ไหนดี เลือกยังไงให้พอเลี้ยงทั้งปี

หญ้าอาหารสัตว์ปลูกพันธุ์ไหนดี เทียบหญ้าเนเปียร์ รูซี่ แพงโกล่าตามวิธีใช้งานจริง พร้อมสูตรคำนวณพื้นที่แปลงต่อจำนวนสัตว์ และแผนสำรองหญ้าหมักให้พอกินข้ามหน้าแล้ง

หญ้าอาหารสัตว์ปลูกพันธุ์ไหนดี เลือกยังไงให้พอเลี้ยงทั้งปี

คำตอบสั้น ๆ

เลือกพันธุ์หญ้าจากวิธีใช้ก่อน เนเปียร์สำหรับตัดสดและหมัก รูซี่สำหรับแปลงปล่อยแทะเล็ม แพงโกล่าสำหรับหญ้าแห้ง พร้อมวิธีคำนวณพื้นที่และวางแผนสำรองอาหารหยาบช่วงแล้ง

คำตอบเร็ว: เลือกพันธุ์หญ้าจากวิธีที่จะใช้ก่อน ไม่ใช่จากผลผลิตต่อไร่อย่างเดียว ถ้าตัดสดให้วัวกินในคอกหรือจะทำหญ้าหมัก ให้เลือกหญ้าเนเปียร์ซึ่งให้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดและตัดได้หลายรอบต่อปี ถ้าจะปล่อยสัตว์แทะเล็มในแปลงเอง ให้เลือกหญ้ารูซี่ซึ่งทนการเหยียบย่ำและคลุมดินได้ดี ส่วนแพงโกล่าเหมาะกับการทำหญ้าแห้งขายหรือเก็บไว้ใช้เอง เพราะลำเล็กแห้งเร็วและสัตว์ชอบกิน สูตรวางแผนที่ใช้ได้จริงคือ ปลูกเนเปียร์เป็นแปลงหลักสำหรับตัดสดและหมัก บวกแปลงรูซี่หรือแพงโกล่าไว้เสริม แล้วสำรองหญ้าหมักให้พอครอบคลุมเดือนแล้งที่หญ้าไม่โต ราคาท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และค่าจ้างเตรียมดินเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่และกรมปศุสัตว์ก่อนวางแผน

คนเลี้ยงวัวที่ต้องซื้ออาหารหยาบทุกเดือนรู้ดีว่าค่าฟางกับค่าหญ้าช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมกินกำไรไปเท่าไหร่ คำถามที่ตามมาคือถ้าจะปลูกหญ้าเองควรเลือกพันธุ์ไหน และต้องกี่ไร่ถึงจะพอเลี้ยงทั้งปีโดยไม่ต้องซื้อเสริมช่วงแล้ง บทความนี้เรียงเป็นชุดเงื่อนไขให้ตัดสินใจตามสถานการณ์จริงของฟาร์ม ทั้งเรื่องความต่างของสามพันธุ์หลัก การคำนวณพื้นที่จากจำนวนสัตว์ และการวางแผนสำรองอาหารหยาบข้ามหน้าแล้ง ดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ในหมวด เลี้ยงสัตว์

เนเปียร์ รูซี่ แพงโกล่า ต่างกันตรงไหน

ภาพประกอบ เนเปียร์ รูซี่ แพงโกล่า ต่างกันตรงไหน

สามชื่อนี้คือหญ้าที่คนเลี้ยงวัวในไทยพูดถึงบ่อยที่สุด แต่มันไม่ได้ทดแทนกันได้ทั้งหมด เพราะธรรมชาติของต้นต่างกันจนวิธีใช้ต่างกันไปเลย เนเปียร์เป็นหญ้าต้นสูงลำใหญ่ที่ปลูกด้วยท่อนพันธุ์ ให้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในกลุ่มนี้ แต่ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มไม่ได้เพราะจะถูกเหยียบจนกอเสียหาย รูซี่เป็นหญ้าต้นเตี้ยกว่าที่ปลูกด้วยเมล็ด แตกกอคลุมดินและทนการเหยียบย่ำ จึงเหมาะกับแปลงปล่อยแทะเล็ม ส่วนแพงโกล่าเป็นหญ้าลำเล็กเลื้อย ปลูกด้วยท่อนพันธุ์เช่นกัน จุดเด่นคือตากแห้งได้เร็วและได้หญ้าแห้งคุณภาพดีที่ตลาดรับซื้อ

หัวข้อหญ้าเนเปียร์หญ้ารูซี่หญ้าแพงโกล่า
วิธีปลูกท่อนพันธุ์ ปักหรือวางในร่องเมล็ด หว่านหรือโรยเป็นแถวท่อนพันธุ์ ปักชำ
ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในสามชนิดปานกลางปานกลาง
เหมาะกับการใช้แบบไหนตัดสด สับให้กิน ทำหญ้าหมักปล่อยแทะเล็ม ตัดสดได้บ้างทำหญ้าแห้ง ตัดสด
ปล่อยสัตว์ลงแปลงได้ไหมไม่เหมาะ กอเสียหายง่ายได้ดี ทนเหยียบย่ำได้บ้าง ต้องคุมรอบพัก
การจัดการที่ต้องมีต้องมีเครื่องสับและแรงงานตัด ต้องการปุ๋ยและน้ำมากดูแลง่ายกว่า ต้องคุมไม่ให้แทะเล็มต่ำเกินต้องมีลานตากและช่วงแดดจัดต่อเนื่อง
จุดอ่อนที่เจอจริงถ้าตัดช้าลำจะแข็งเป็นไม้ วัวกินได้น้อยลงแทะเล็มซ้ำจนโคนเตียนแล้วฟื้นช้าโดนฝนระหว่างตากแล้วขึ้นราเสียทั้งกอง

จุดที่คนปลูกเนเปียร์ครั้งแรกมักพลาดคือปล่อยให้ต้นสูงเกินไปก่อนตัดเพราะเห็นว่าได้น้ำหนักเยอะ แต่ลำที่แก่แล้วจะแข็งจนวัวเลือกกินแต่ใบและทิ้งลำ ผลคือน้ำหนักที่ตัดมาส่วนหนึ่งกลายเป็นเศษเหลือในราง วิธีสังเกตที่ใช้ได้คือลองหักลำด้วยมือ ถ้าหักยากและมีเสี้ยนแปลว่าแก่เกินจุดที่ควรตัดไปแล้ว ให้ขยับรอบตัดของรอบถัดไปให้เร็วขึ้น

เลือกตามเงื่อนไขของฟาร์ม

  • ถ้าเลี้ยงแบบขังคอกและตัดหญ้าให้กิน ให้เนเปียร์เป็นแปลงหลัก เพราะได้น้ำหนักต่อไร่มากที่สุดและเข้ากับเครื่องสับได้ดี
  • ถ้ามีที่ดินกว้างและปล่อยวัวเดินกินเอง ให้รูซี่เป็นหลัก แล้วแบ่งแปลงหมุนเวียนเพื่อให้แต่ละแปลงได้พัก
  • ถ้าต้องการเก็บอาหารหยาบไว้ขายหรือใช้ข้ามฤดู และมีลานตากกับแดดจัด ให้เพิ่มแพงโกล่าสำหรับทำหญ้าแห้ง
  • ถ้าน้ำจำกัดและไม่มีระบบให้น้ำในหน้าแล้ง อย่าทุ่มพื้นที่ทั้งหมดไปกับเนเปียร์ซึ่งต้องการน้ำมาก ให้กระจายความเสี่ยงด้วยหญ้าที่ทนกว่าและเน้นสำรองหญ้าหมักตั้งแต่ปลายฤดูฝน
  • ถ้าดินเป็นดินทรายจัดหรือดินเปรี้ยว ให้ปรึกษาศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์หรือสถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดก่อนเลือกพันธุ์ เพราะบางพันธุ์ไม่ทนสภาพดินบางแบบ

คำนวณพื้นที่แปลงหญ้าต่อจำนวนสัตว์

หลักการคำนวณไม่ซับซ้อน ตั้งต้นจากปริมาณที่สัตว์กินต่อวัน คูณจำนวนตัว คูณจำนวนวันในหนึ่งปี จะได้ความต้องการอาหารหยาบทั้งปี จากนั้นหารด้วยผลผลิตหญ้าสดต่อไร่ต่อปีของพันธุ์ที่จะปลูก ก็จะได้จำนวนไร่ที่ต้องมี สิ่งที่ต้องระวังคือผลผลิตต่อไร่ที่ประกาศกันทั่วไปเป็นตัวเลขภายใต้การจัดการที่ดี มีปุ๋ยและน้ำเพียงพอ ถ้าฟาร์มให้น้ำได้เฉพาะหน้าฝน ต้องหักลดลงตามจริง

ขั้นตอนวิธีคิดสิ่งที่ต้องหาข้อมูลจริง
1. หาความต้องการต่อตัวต่อวันประเมินจากน้ำหนักตัวสัตว์และชนิดของสัตว์ขอคำแนะนำจากปศุสัตว์อำเภอตามน้ำหนักฝูงจริง
2. คูณจำนวนตัวและ 365 วันได้ความต้องการหญ้าสดทั้งปีของฝูงนับจำนวนสัตว์แยกตามขนาด ไม่เหมารวมลูกกับแม่
3. หาผลผลิตหญ้าต่อไร่ต่อปีใช้ตัวเลขของพันธุ์ที่เลือกภายใต้การจัดการที่ฟาร์มทำได้จริงสอบถามศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในเขตพื้นที่
4. หารเพื่อหาจำนวนไร่ความต้องการทั้งปี หารด้วย ผลผลิตต่อไร่ต่อปีตัวเลขนี้คือขั้นต่ำ ยังไม่รวมเผื่อ
5. เผื่อความเสี่ยงบวกเพิ่มอีกราว 20-30 เปอร์เซ็นต์เผื่อแล้งยาว ฝนทิ้งช่วง และการสูญเสียระหว่างเก็บ

เหตุผลที่ต้องเผื่อพื้นที่เพิ่มคือหญ้าไม่ได้โตสม่ำเสมอทั้งปี ในฤดูฝนหญ้าโตเร็วจนตัดไม่ทันและเหลือ ส่วนปลายหน้าแล้งแทบไม่โตเลย ถ้าคำนวณพอดีเป๊ะตามตัวเลขเฉลี่ยทั้งปี ผลที่ได้คือหญ้าล้นในหน้าฝนและขาดในหน้าแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่เจอกันทุกปี ทางแก้ไม่ใช่การปลูกเพิ่มอย่างเดียว แต่คือการย้ายหญ้าส่วนเกินของหน้าฝนไปเก็บไว้ใช้หน้าแล้งในรูปของหญ้าหมักหรือหญ้าแห้ง

จัดแปลงหมุนเวียนให้มีของตัดต่อเนื่อง

  1. แบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อยตามจำนวนรอบตัดของพันธุ์ที่เลือก เพื่อให้ตัดสลับกันและมีหญ้าอายุเหมาะสมเสมอ
  2. จดวันตัดของแต่ละแปลงไว้บนป้ายหัวแปลง เพราะแยกด้วยสายตายากเมื่อหญ้าโตขึ้นมาใกล้กัน
  3. ใส่ปุ๋ยหลังตัดทุกครั้งตามคำแนะนำจากผลวิเคราะห์ดิน ไม่ใช่ใส่ตามความเคยชิน สามารถส่งตัวอย่างดินตรวจกับสถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดได้
  4. กำจัดวัชพืชในช่วงหลังปลูกใหม่ซึ่งเป็นช่วงที่หญ้ายังคลุมดินไม่เต็ม เป็นจังหวะที่ตัดสินว่าแปลงจะดีหรือแย่ไปอีกหลายปี
  5. ในแปลงปล่อยแทะเล็ม ให้ย้ายฝูงออกก่อนที่หญ้าจะถูกกินจนเตียนติดดิน เพราะกอที่เหลือใบน้อยจะฟื้นช้ามากโดยเฉพาะปลายฤดูฝน
  6. วางแผนรื้อและปลูกใหม่เมื่อกอเริ่มโทรมและผลผลิตต่อรอบลดลงชัดเจน แทนที่จะฝืนใส่ปุ๋ยเพิ่มอย่างเดียว

สำรองอาหารหยาบช่วงแล้งด้วยหญ้าหมัก

หญ้าหมักคือการเก็บหญ้าสดในสภาพไร้อากาศให้จุลินทรีย์สร้างกรดจนถนอมไว้ได้ ข้อดีคือทำได้แม้ในช่วงที่แดดไม่แน่นอน ต่างจากหญ้าแห้งที่ต้องอาศัยแดดจัดต่อเนื่องหลายวัน สำหรับฟาร์มขนาดเล็กถึงกลาง การหมักในถุงพลาสติกหนาหรือถังพลาสติกที่ปิดสนิทเป็นวิธีที่ลงทุนน้อยที่สุดและควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าการทำหลุมหมักขนาดใหญ่

ขั้นตอนทำหญ้าหมักสิ่งที่ต้องทำให้ถูกสัญญาณว่าพลาด
เลือกช่วงตัดตัดหญ้าที่อายุเหมาะสม ไม่แก่จนเป็นลำแข็งหมักออกมาแล้ววัวเลือกกินแต่ใบ เหลือลำทิ้ง
ผึ่งลดความชื้นผึ่งให้หมาดก่อนสับ กำแล้วบีบไม่มีน้ำไหลออกตามง่ามมือชื้นเกินจะได้กลิ่นเปรี้ยวฉุนและน้ำขังก้นถุง
สับให้สั้นสับเป็นท่อนสั้นเพื่ออัดให้แน่นได้ท่อนยาวเกินทำให้อัดไม่แน่นและมีอากาศค้าง
อัดและปิดสนิทอัดไล่อากาศออกให้มากที่สุด มัดปากถุงให้แน่นถุงพองลม หรือเปิดมาแล้วเจอราขาวเขียวเป็นหย่อม
เก็บและหมักวางในที่ร่ม ป้องกันหนูและของมีคมเจาะถุงถุงรั่วแล้วอากาศเข้า ทำให้เสียทั้งถุง
เปิดใช้เปิดเมื่อครบเวลาหมักตามคำแนะนำ และใช้ให้หมดต่อเนื่องหลังเปิดเปิดทิ้งไว้หลายวันแล้วขึ้นราที่ผิวหน้า

สัญญาณของหญ้าหมักที่ใช้ได้คือกลิ่นเปรี้ยวอมหวานคล้ายของดอง สีออกเขียวอมน้ำตาล เนื้อยังเป็นเส้นไม่เละ ส่วนหญ้าหมักที่ต้องทิ้งคือมีราสีขาวหรือเขียวเป็นวง กลิ่นเหม็นเน่าแบบแอมโมเนียฉุน หรือเนื้อเละเป็นเมือก อย่าเสียดายเอาไปให้สัตว์กินเพราะเสี่ยงต่อสุขภาพสัตว์ หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอก่อนนำไปใช้

เรื่องปริมาณที่ต้องสำรอง ให้ประมาณจากจำนวนเดือนที่หญ้าในแปลงโตไม่ทันความต้องการจริงของฟาร์ม ซึ่งในหลายพื้นที่คือช่วงราวเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม จากนั้นคูณความต้องการต่อวันของฝูงด้วยจำนวนวันในช่วงนั้น แล้วเริ่มทยอยหมักตั้งแต่ช่วงที่หญ้าเหลือในฤดูฝน ไม่ใช่รอให้แล้งมาถึงแล้วค่อยคิด เพราะตอนนั้นไม่มีหญ้าสดให้หมักแล้ว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องแปลงหญ้า

  • ปลูกเนเปียร์แล้วปล่อยวัวลงแทะเล็ม กอจะถูกเหยียบและแทะจนโทรมภายในไม่กี่รอบ ถ้าต้องการแปลงปล่อยต้องเลือกพันธุ์ที่ทนเหยียบย่ำอย่างรูซี่
  • ตัดช้าเพราะอยากได้น้ำหนัก ได้น้ำหนักบนตาชั่งแต่คุณค่าทางอาหารต่ำและสัตว์กินได้น้อย เหลือเศษในรางมาก
  • ไม่ใส่ปุ๋ยหลังตัด แปลงหญ้าเป็นพืชที่ถูกเก็บเกี่ยวออกไปทั้งต้นหลายรอบต่อปี ถ้าไม่คืนธาตุอาหารผลผลิตจะลดลงเรื่อย ๆ ภายในปีที่สองถึงสาม
  • ไม่วางแผนน้ำสำหรับหน้าแล้ง แปลงหญ้าที่ไม่มีน้ำจะหยุดโตพอดีกับช่วงที่ฟาร์มต้องการหญ้ามากที่สุด
  • ไม่ทำหญ้าหมักตอนหญ้าล้นในหน้าฝน เป็นการทิ้งของฟรีที่จะต้องเอาเงินไปซื้อคืนในราคาแพงอีกสามเดือนถัดมา
  • ซื้อท่อนพันธุ์จากแหล่งที่ไม่รู้ที่มา เสี่ยงได้พันธุ์ปนหรือท่อนพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ ควรติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์หรือหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่
  • ปลูกพันธุ์เดียวทั้งฟาร์ม พอเจอปัญหาโรคหรือสภาพอากาศผิดปกติก็กระทบทั้งระบบพร้อมกัน การมีสองพันธุ์ช่วยกระจายความเสี่ยง

สรุป

การเลือกหญ้าอาหารสัตว์เริ่มจากคำถามว่าจะใช้แบบไหน ตัดสดและหมักให้ไปทางเนเปียร์ ปล่อยแทะเล็มให้ไปทางรูซี่ ทำหญ้าแห้งให้ไปทางแพงโกล่า แล้วค่อยคำนวณพื้นที่จากความต้องการของฝูงคูณ 365 วันหารด้วยผลผลิตต่อไร่ที่ทำได้จริง พร้อมเผื่ออีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ทำให้แผนทั้งปีอยู่รอดไม่ใช่จำนวนไร่อย่างเดียว แต่คือการเก็บหญ้าส่วนเกินของหน้าฝนไว้เป็นหญ้าหมักให้พอครอบคลุมเดือนที่หญ้าไม่โต และการใส่ปุ๋ยคืนแปลงหลังตัดทุกครั้งเพื่อไม่ให้ผลผลิตทรุดลงในปีถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ กองอาหารสัตว์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ — พันธุ์พืชอาหารสัตว์ การปลูก การจัดการแปลง และแหล่งท่อนพันธุ์
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — การวิเคราะห์ดินและคำแนะนำการปรับปรุงบำรุงดินสำหรับแปลงพืชอาหารสัตว์
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการวางแผนการผลิตพืชอาหารสัตว์และการจัดการน้ำในแปลง
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร — ข้อมูลราคาปัจจัยการผลิตและต้นทุนที่ใช้ประเมินความคุ้มค่าของแปลงหญ้า

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกหญ้าเนเปียร์กี่ไร่ถึงพอเลี้ยงวัว 10 ตัว

ต้องคำนวณจากความต้องการอาหารหยาบต่อวันของวัวตามน้ำหนักจริงคูณ 10 ตัวคูณ 365 วัน แล้วหารด้วยผลผลิตหญ้าสดต่อไร่ต่อปีที่ฟาร์มทำได้จริง จากนั้นเผื่อเพิ่มอีกราว 20-30 เปอร์เซ็นต์สำหรับช่วงแล้งและการสูญเสีย ตัวเลขผลผลิตต่อไร่ต่างกันมากตามการให้น้ำและปุ๋ย จึงควรขอคำแนะนำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในเขตพื้นที่ก่อนสรุปจำนวนไร่

หญ้าเนเปียร์ตัดได้กี่ครั้งต่อปี

จำนวนรอบตัดขึ้นกับน้ำ ปุ๋ย และฤดูกาล แปลงที่มีระบบให้น้ำและใส่ปุ๋ยหลังตัดทุกครั้งจะได้รอบตัดถี่กว่าแปลงที่อาศัยน้ำฝนอย่างเดียวอย่างชัดเจน หลักที่ใช้ตัดสินใจไม่ใช่การนับวันอย่างเดียว แต่ดูที่ความแก่ของลำ ถ้าลำเริ่มแข็งจนหักยากแปลว่าเลยจุดที่ควรตัดแล้ว ควรขยับรอบตัดครั้งถัดไปให้เร็วขึ้น

หญ้าหมักเก็บได้นานแค่ไหน

ถ้าอัดแน่น ปิดสนิท ไม่มีอากาศเข้า และเก็บในที่ร่มพ้นหนูและของมีคม หญ้าหมักเก็บไว้ได้ข้ามฤดู แต่เมื่อเปิดถุงแล้วอากาศเข้าถึง ควรใช้ให้หมดต่อเนื่องภายในระยะสั้น ไม่เปิดค้างไว้หลายวัน เพราะผิวหน้าจะขึ้นราและเสียหายลามเข้าไป ควรแบ่งหมักเป็นถุงขนาดที่ใช้หมดพอดีตามจำนวนสัตว์ในฟาร์ม

ปลูกหญ้ารูซี่ด้วยเมล็ดหรือท่อนพันธุ์ดีกว่ากัน

รูซี่นิยมปลูกด้วยเมล็ดเพราะสะดวกกับพื้นที่กว้างและต้นทุนแรงงานต่ำกว่า ส่วนเนเปียร์และแพงโกล่าใช้ท่อนพันธุ์ การเลือกจึงขึ้นกับพันธุ์เป็นหลัก ไม่ใช่ความชอบ สิ่งสำคัญคือแหล่งที่มาของเมล็ดหรือท่อนพันธุ์ต้องเชื่อถือได้ ควรติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์หรือหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่เพื่อสอบถามแหล่งพันธุ์และเงื่อนไขปัจจุบัน

หญ้าแห้งกับหญ้าหมักเลือกทำแบบไหนดี

ถ้าพื้นที่มีแดดจัดต่อเนื่องหลายวันและมีลานตาก หญ้าแห้งจัดการง่ายกว่าและขนย้ายสะดวก แต่ถ้าฝนตกระหว่างตากจะเสียทั้งกอง ส่วนหญ้าหมักทำได้แม้อากาศไม่แน่นอนและเก็บคุณค่าทางอาหารได้ดีกว่าเมื่อทำถูกวิธี แต่ต้องมีอุปกรณ์สับและอัดให้แน่น ฟาร์มจำนวนมากทำทั้งสองอย่างควบคู่เพื่อกระจายความเสี่ยงของสภาพอากาศ

ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ในดินทรายได้ไหม

ปลูกได้แต่ผลผลิตต่อไร่จะต่ำกว่าดินร่วน และต้องจัดการเรื่องอินทรียวัตถุกับการให้น้ำมากขึ้น แนวทางที่ควรทำก่อนตัดสินใจคือส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์กับสถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดเพื่อดูความอุดมสมบูรณ์และค่าความเป็นกรดด่าง แล้วเลือกพันธุ์กับแผนใส่ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ ไม่ใช่ใช้สูตรปุ๋ยที่ฟาร์มอื่นบอกต่อกันมา