เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่าย ปรับคอกและเสริมอาหารอย่างไร

หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่ายเพราะลมและความชื้น ปรับคอกอย่างไร ให้อาหารอย่างไร ตารางวัคซีน NIAH สัญญาณเตือนและเมื่อไรต้องแจ้งปศุสัตว์อำเภอ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่าย ปรับคอกและเสริมอาหารอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

หน้าหนาวสัตว์ป่วยง่ายเพราะลม ความชื้น และการเปลี่ยนอาหาร บทความนี้เรียงงานตั้งแต่เช็กคอก อาหาร วัคซีน จนถึงเมื่อไรต้องแจ้งปศุสัตว์ โดยอิงเอกสารกรมปศุสัตว์

คำตอบเร็ว: สัตว์ป่วยง่ายในหน้าหนาวเพราะความเครียดจากอากาศเปลี่ยน ลมโกรก และความชื้นในคอก ทำให้ภูมิคุ้มกันตก กรมปศุสัตว์จึงให้เน้น 4 เรื่องหลัก คือคอกมีหลังคากันลมฝน สัตว์ได้รับอาหารและน้ำสะอาดพอ ฉีดวัคซีนตามโปรแกรม และคุมคนกับรถที่เข้าฟาร์ม ส่วนวัว แพะ ไก่ ต่างกันที่จุดเสี่ยง วัวต้องระวังปากเท้าเปื่อยกับคอบวม แพะต้องกันลมให้ลูกแพะก่อนหย่านม ไก่ต้องกันลมกับความชื้นให้ลูกไก่ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

เช้าวันที่อากาศลดลงวูบหนึ่ง เจ้าของฟาร์มเล็ก ๆ หลายคนเจอภาพเดิม ลูกแพะนอนสุมกันอยู่ใต้รางอาหาร ลูกไก่ที่เมื่อวานยังวิ่งดี ๆ ตายไปสองสามตัวโดยไม่มีบาดแผล วัวสาวตัวหนึ่งกินหญ้าลดลง น้ำมูกไหล คำถามที่ตามมาคือจะปรับคอกกับอาหารตรงไหนก่อน โดยไม่ต้องรื้อฟาร์มทั้งหลัง

บทความนี้เรียงงานตามลำดับเวลาจริงที่คนเลี้ยงต้องทำ ตั้งแต่ปลายตุลาคมที่ต้องเริ่มเตรียมคอก จนถึงช่วงกลางหนาวเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ต้องเฝ้าสัตว์ทุกเช้า ตัวเลขทุกตัวในบทความมาจากเอกสารของกรมปศุสัตว์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และคู่มือวิชาการที่เปิดอ่านจริง ส่วนเรื่องที่ไม่มีหน่วยงานประกาศตัวเลขไว้ เช่น อุณหภูมิกกลูกไก่ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ จะบอกตรง ๆ ว่าไม่มีตัวเลขกลางให้ใช้ และชี้ว่าควรถามใคร

เรื่องความร้อนจัดและการจัดโรงเรือนหน้าร้อนมีอยู่แล้วในบทความ ดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงอากาศร้อน บทความนี้จึงไม่พูดซ้ำ จะเน้นเฉพาะมุมความหนาว ลม และความชื้น

ทำไมหน้าหนาวสัตว์ถึงป่วยและตายง่ายกว่าช่วงอื่น

ภาพประกอบ ทำไมหน้าหนาวสัตว์ถึงป่วยและตายง่ายกว่าช่วงอื่น

กรมปศุสัตว์ระบุในประกาศเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือ (ข่าวเดือนธันวาคม 2565 และข่าวเดือนมกราคม 2568) ว่าอากาศหนาวและอากาศแปรปรวนทำให้สัตว์เครียด ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง จึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โรคที่กรมปศุสัตว์ย้ำในช่วงนี้คือโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคเฮโมรายิกเซปติซีเมีย หรือที่ชาวบ้านเรียกโรคคอบวม

คู่มือการเลี้ยงแพะฉบับเกษตรกร (ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ และคณะ พ.ศ. 2564) อธิบายกลไกเดียวกันจากฝั่งฟาร์ม ความเครียดลดระดับภูมิคุ้มกัน แพะจึงติดพยาธิและเชื้อโรคง่าย และตัวการที่คู่มือไล่ไว้มีทั้งการขาดอาหารหรือน้ำ การโดนละอองฝนหรือลมต่อเนื่องจนหนาว การเปลี่ยนฤดู การเปลี่ยนอาหารกะทันหัน เช่น จากหญ้าเป็นอาหารผสมครบส่วน (TMR) และพื้นโรงเรือนที่ชำรุด คู่มือเดียวกันยังระบุตรง ๆ ว่าโรงเรือนที่ไม่มีที่บังลมทำให้แพะป่วยเพราะหนาวได้

จุดที่ควรสังเกตคือ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขอุณหภูมิ ลม ความชื้น และการเปลี่ยนอาหารมีน้ำหนักพอ ๆ กัน ข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) เรื่องไก่พื้นเมืองก็ชี้ไปทางเดียวกัน คือลูกไก่ที่ฟักในฤดูฝน (มีนาคมถึงกรกฎาคม) มีอัตราตายสูงกว่าเดือนอื่น แปลว่าคอกชื้นอันตรายไม่แพ้คอกเย็น และหน้าหนาวตอนปลายฝนต้นหนาวที่ยังมีฝนเป็นระลอกจึงเป็นช่วงที่ต้องระวังที่สุด

ขั้นที่ 1 ปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน เช็กคอกก่อนลมหนาวมา

งานแรกคือเดินคอกตอนลมพัด ไม่ใช่ตอนอากาศนิ่ง ยืนในระดับตัวสัตว์แล้วดูว่าลมเข้าด้านไหน ละอองฝนสาดถึงตรงไหน พื้นตรงไหนเปียกค้างทั้งวัน ลมหนาวแต่ละพื้นที่พัดเข้าคนละทิศ จึงไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องปิดด้านไหน ให้ใช้สายตาตัวเองเป็นหลัก

จุดตรวจสิ่งที่ต้องดูแนวทางแก้ที่ทำได้เอง
หลังคารั่วหรือไม่ ชายคาคลุมพื้นที่ที่ฝนสาดหรือเปล่าซ่อมรอยรั่ว ต่อชายคาหรือกั้นด้านที่ฝนสาด กรมปศุสัตว์แนะนำให้มีหลังคาป้องกันฝนและลมให้ดี
ผนังด้านลมเข้าลมโกรกถึงตัวสัตว์ที่นอนหรือไม่กั้นด้วยผ้าใบหรือผ้าพลาสติกชั่วคราว ดึงขึ้นลงได้ เปิดตอนสายเมื่ออากาศอุ่นเพื่อให้ระบายอากาศ
พื้นคอกเปียกชื้น มีมูลค้างหรือไม่ พื้นชำรุดหรือไม่ขูดมูลค้างออก ซ่อมพื้นและไม้ระแนงที่ชำรุด
ความหนาแน่นสัตว์อยู่แออัดจนมุมคอกเปียกหรือไม่ลดจำนวนต่อพื้นที่ โดยเฉพาะลูกแพะก่อนหย่านม คู่มือแพะระบุว่าอยู่หนาแน่นเกินไปทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา
รางน้ำและรางอาหารน้ำสะอาดและมีตลอดวันหรือไม่ล้างรางน้ำ ไม่ให้ตะไคร่หรือมูลปนเปื้อน
ทางเข้าฟาร์มมีจุดพ่นฆ่าเชื้อ ที่ล้างมือ ที่เปลี่ยนรองเท้าหรือไม่ทำป้ายจำกัดคนและรถเข้า กรมปศุสัตว์แนะนำให้คุมความเสี่ยงจากคน ยานพาหนะ อาหาร และอุปกรณ์

ข้อควรระวังเรื่องผ้าใบ

ผ้าใบที่ปิดแน่นทุกด้านแก้ปัญหาลมได้ แต่สร้างปัญหาใหม่ คือแอมโมเนียกับความชื้นสะสมในคอก คู่มือแพะเขียนแนวทางไว้ชัดว่าให้เพิ่มการระบายอากาศ แต่ให้ลูกแพะไม่โดนลมฝนโดยตรง และลดความชื้นในคอก หลักปฏิบัติจึงเป็นกันลมที่ระดับตัวสัตว์ แล้วเปิดช่องระบายอากาศด้านบนหรือด้านที่ไม่โดนลมพัดตรง ตรวจด้วยจมูกตัวเอง ถ้าเข้าคอกตอนเช้าแล้วแสบจมูกหรือตาแสบ แปลว่าอากาศไม่ถ่ายเท

ขั้นที่ 2 แยกวิธีดูแลตามชนิดสัตว์

วัวและกระบือ

เอกสารของกรมปศุสัตว์ให้สามเรื่องหลัก คือคอกมีหลังคากันฝนกันลม อาหารและน้ำสะอาดเพียงพอพร้อมเสริมวิตามินตามความจำเป็น และพ่นทำลายเชื้อโรคในคอกสม่ำเสมอ สิ่งที่คนเลี้ยงวัวมักทำพลาดคือปล่อยให้วัวนอนกลางแจ้งตอนฝนพรำ เพราะคิดว่าวัวทนหนาวได้ ขนที่เปียกพรำฝนไม่ช่วยกันหนาวเลย

จุดเสี่ยงของวัวคือโรคปากและเท้าเปื่อย ลักษณะที่กรมปศุสัตว์ระบุคือมีตุ่มพองที่ริมฝีปาก ช่องปาก และไรกีบ น้ำลายไหล กินอาหารลำบาก และเดินกะเผลก ส่วนโรคคอบวมจะเห็นคอหรือหน้าบวมแข็ง หายใจเสียงดังหรือหอบ ไข้สูง น้ำลายเป็นฟอง ไม่กินอาหาร เสี่ยงมากในกระบือ และอาจตายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเห็นอาการแบบนี้ ไม่ต้องรอดูอาการต่อ ให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอทันที

แพะ

แพะมีนิสัยชอบอยู่รวมกัน การนอนซุกกันใต้รางอาหารเป็นสัญญาณหนาวที่คู่มือแพะบันทึกไว้เอง ลูกแพะก่อนหย่านมเสี่ยงที่สุดช่วงเปลี่ยนฤดู คู่มือเขียนว่าโอกาสป่วยเป็นหวัด ปอดบวม และบิดสูงมาก แนวทางคือให้ความอบอุ่นเต็มที่ เพิ่มการป้องกันลมและละอองฝนที่สาดเข้าคอก

ถ้าพบแพะมีน้ำมูกไหล สูดน้ำมูกคล้ายเด็กเป็นหวัด คู่มือให้แยกตัวนั้นออกจากฝูงทันที แล้วหาสาเหตุ เช่น ลมโกรกเข้าโรงเรือนมากเกินไปหรือมีละอองฝนสาด ซึ่งตรงกับสิ่งที่ผู้เลี้ยงควรเช็กตั้งแต่ขั้นที่ 1

อีกข้อที่มือใหม่มองข้ามคือแมลงวันที่มาตามมูลเปียกใต้ถุนคอก คู่มือแพะชี้ว่าแมลงเหล่านี้พาเชื้อโรคมาได้ จึงไม่ควรปล่อยให้มูลเปียกค้างแม้อากาศเย็นจนแมลงดูน้อยลง

ไก่

กรมปศุสัตว์เคยออกประกาศเตือนเมื่อเดือนเมษายน 2565 กรณีลูกไก่อายุ 2 ถึง 3 สัปดาห์ตายกะทันหันช่วงอากาศแปรปรวน โดยไม่พบบาดแผลหรือสัญญาณของโรคระบาดในตอนแรก คำแนะนำที่ออกมาคือเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้สัตว์แข็งแรง จัดที่พักป้องกันลมฝน ใช้วัสดุ เช่น ผ้าใบ ทำการเลี้ยงตามหลักการจัดการฟาร์มที่ดี (GFM) และเฝ้าสังเกตอาการป่วย พร้อมเตือนว่าห้ามจำหน่าย แจกจ่าย หรือนำไก่ป่วยตายไปประกอบอาหาร

ตัวเลขอุณหภูมิกกลูกไก่ที่ถูกต้องขึ้นกับอายุลูกไก่ สายพันธุ์ และชนิดของเครื่องกก ผู้เขียนไม่พบตัวเลขกลางที่หน่วยงานรัฐประกาศไว้สำหรับฟาร์มรายย่อย จึงไม่ระบุตัวเลข ให้ถามจากผู้ขายลูกไก่หรือปศุสัตว์อำเภอ และใช้พฤติกรรมของลูกไก่เป็นตัวชี้วัดแทน ลูกไก่ที่กระจายตัวอย่างสบายและส่งเสียงปกติแปลว่าอุณหภูมิพอดี ลูกไก่ที่สุมกองกันแน่นใต้โคมกกคือสัญญาณหนาว

สำหรับไก่พื้นเมือง สวพส. ระบุโปรแกรมวัคซีนตามอายุไว้ เช่น วัคซีนนิวคาสเซิลในช่วงวันที่ 1 ถึง 7 ฝีดาษไก่ตั้งแต่วันที่ 7 และอหิวาต์ไก่ที่วันที่ 30 คนที่ต้องการตัวอย่างค่าใช้จ่ายของฟาร์มไก่พื้นเมืองขนาดเล็กดูได้ที่ ต้นทุนเลี้ยงไก่พื้นเมือง 100 ตัว ส่วนเรื่องถ่ายพยาธิควรอ่านคู่กัน ตารางถ่ายพยาธิไก่

ขั้นที่ 3 อาหารและน้ำในหน้าหนาว

ไม่มีหน่วยงานไหนประกาศสูตรอาหารเฉพาะหน้าหนาวเป็นตัวเลขสำหรับฟาร์มรายย่อย สิ่งที่เอกสารกรมปศุสัตว์ย้ำคือให้อาหารและน้ำสะอาดเพียงพอ และเสริมวิตามินเพื่อช่วยภูมิคุ้มกัน หลักปฏิบัติที่พอเชื่อมกับข้อมูลที่เปิดอ่านได้มีดังนี้

  • ไม่เปลี่ยนอาหารกะทันหัน คู่มือแพะจัดการเปลี่ยนอาหาร เช่น จากหญ้าเป็น TMR เป็นตัวก่อความเครียดข้อหนึ่ง ถ้าต้องเปลี่ยนในช่วงอากาศเย็น ให้ค่อย ๆ ผสมอาหารใหม่เพิ่มทีละส่วนในหลายวัน
  • ดูปริมาณที่กินจริง คู่มือแพะแนะนำให้ใช้ปริมาณอาหารที่กิน อุณหภูมิร่างกาย อัตราการหายใจ และลักษณะมูล เป็นเครื่องบอกสุขภาพ จดไว้ทุกเช้า ถ้ากินลดลงสองมื้อติดกัน ให้ตรวจสัตว์ตัวนั้น
  • น้ำต้องมีตลอดวัน หน้าหนาวสัตว์กินน้ำน้อยลง ถ้าน้ำเย็นจัดหรือรางสกปรก สัตว์ยิ่งกินน้อย ซึ่งทำให้กินอาหารน้อยลงตามไปด้วย
  • เสริมวิตามินแร่ธาตุตามคำแนะนำผลิตภัณฑ์ ใช้ตามฉลากและคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอ ไม่เพิ่มปริมาณเองเพราะคิดว่าจะยิ่งช่วย

ขั้นที่ 4 วัคซีนและการคุมโรคเข้าฟาร์ม

กรมปศุสัตว์ระบุว่าให้ฉีดวัคซีนในโคและกระบือที่อายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปตามโปรแกรม สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ (NIAH) เผยแพร่ตารางตัวอย่างสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง ซึ่งสรุปได้ดังนี้ เมื่อดูแล้วให้เทียบกับโปรแกรมของพื้นที่คุณอีกครั้ง เพราะปศุสัตว์อำเภอจะปรับตามสถานการณ์โรคจริง

ชนิดสัตว์อายุวัคซีนตามตารางของ NIAH
โคและกระบือสัปดาห์ที่ 12บรูเซลโลสิส (เฉพาะลูกโคเพศเมีย)
โคและกระบือสัปดาห์ที่ 14แอนแทรกซ์
โคและกระบือสัปดาห์ที่ 16ปากและเท้าเปื่อย และเฮโมรายิกเซปติซีเมีย
โคและกระบือสัปดาห์ที่ 20 แล้วทุก 6 เดือนปากและเท้าเปื่อย และแบล็กเลก
แพะและแกะสัปดาห์ที่ 12 และ 15ปากและเท้าเปื่อย
แพะและแกะสัปดาห์ที่ 14 และทุกปีแอนแทรกซ์
แพะและแกะสัปดาห์ที่ 20 แล้วทุก 6 เดือนแบล็กเลก (และปากและเท้าเปื่อยทุก 6 เดือน)

ตารางนี้สรุปมาจากหน้าการป้องกันโรคในโค กระบือ แพะ แกะ ของ NIAH ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ไม่ใช่คำสั่งฉีด ฟาร์มที่เพิ่งซื้อสัตว์เข้า ไม่รู้ประวัติวัคซีน หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาด ให้ปรึกษาปศุสัตว์อำเภอก่อน อย่าฉีดเองตามตารางเพียงอย่างเดียว

คุมความเสี่ยงที่เข้ามากับคน รถ และสัตว์ใหม่

ข่าวกรมปศุสัตว์เดือนมกราคม 2568 ให้คุมความเสี่ยงจากคน ยานพาหนะ อาหาร และอุปกรณ์ที่เข้าฟาร์ม ควบคุมแมลงพาหะ และไม่นำสัตว์จากพื้นที่ที่มีการระบาดเข้าฟาร์มอย่างน้อย 1 เดือน ฟาร์มรายย่อยทำได้จริงด้วยของง่าย ๆ

  • วางถังน้ำยาฆ่าเชื้อและที่ล้างมือที่หน้าคอก ใช้ตามอัตราบนฉลากของผลิตภัณฑ์
  • มีรองเท้าบูทคู่หนึ่งไว้ใช้เฉพาะในคอก ไม่ใส่ออกไปเดินที่อื่น
  • สัตว์ที่เพิ่งซื้อมาแยกกักก่อนเข้าฝูง ไม่ต่อรางน้ำร่วมกับฝูงเดิม
  • ไม่ให้พ่อค้าหรือรถรับซื้อขึ้นมาถึงตัวคอก ใช้จุดรับสัตว์ที่ปากทางแทน

ขั้นที่ 5 กลางหนาว ธันวาคมถึงมกราคม เฝ้าสัตว์ทุกเช้า

ช่วงอากาศเย็นที่สุด งานหลักคือสังเกต 5 นาทีแรกเมื่อเข้าคอกก่อนให้อาหาร เพราะเป็นเวลาที่สัตว์แสดงอาการชัดที่สุด ใช้รายการนี้เป็นเช็กลิสต์

  1. นับตัวและดูว่ามีตัวไหนแยกตัวออกจากฝูง แพะที่ไม่เข้าฝูงเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม
  2. ดูว่าสัตว์ตัวไหนยังนอนซุกอยู่ทั้งที่แดดออกแล้ว หรือกินช้ากว่าตัวอื่น
  3. ดูจมูกและตา น้ำมูก น้ำตา ขี้ตาเหลือง
  4. ฟังเสียงหายใจ เสียงครืดคราด หอบ หรือไอ
  5. ดูมูล เหลว มีมูกเลือด หรือไม่เป็นเม็ดตามปกติของแพะ
  6. วัวกระบือดูปากและกีบ น้ำลายไหลยืดหรือเดินกะเผลกให้สงสัยโรคปากและเท้าเปื่อย
  7. เก็บซากสัตว์ที่ตายผิดปกติไว้ที่จุดแยก อย่าขายหรือนำไปทำอาหาร และแจ้งปศุสัตว์

แผนงานคร่าว ๆ ตามช่วงเวลา

ช่วงเวลางานหลักผลที่ควรเห็น
ปลายตุลาคมเดินคอกตอนลมพัด ซ่อมหลังคา ขูดมูลค้าง ตรวจรางน้ำรู้จุดลมโกรกและจุดเปียกของคอกทุกหลัง
พฤศจิกายนติดผ้าใบกันลมแบบเปิดปิดได้ ตรวจสมุดวัคซีน ทำจุดฆ่าเชื้อหน้าคอกคอกอุ่นขึ้นโดยอากาศไม่อับ รู้ว่าสัตว์ตัวไหนต้องฉีดวัคซีนตามรอบ
ธันวาคมเฝ้าสัตว์ทุกเช้า จดปริมาณกิน แยกตัวป่วยทันทีจับสัญญาณเตือนได้ภายในวันเดียว ไม่ปล่อยให้ลามทั้งฝูง
มกราคมคุมคนและรถเข้าฟาร์ม ระวังเป็นพิเศษหากมีข่าวระบาดในพื้นที่ไม่นำเชื้อเข้ามาพร้อมสัตว์ใหม่หรือรถรับซื้อ

เมื่อไหร่ต้องเลิกจัดการเอง แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่

กรมปศุสัตว์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ผู้ใหญ่บ้าน หรือสายด่วน 063-225-6888 รวมถึงแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 หากพบสัตว์ป่วยผิดปกติหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากข่าวเดือนมกราคม 2568 ควรตรวจสอบเบอร์ล่าสุดกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอก่อนบันทึกไว้

กรณีที่ไม่ควรรอ คือสัตว์ตายหลายตัวภายในหนึ่งถึงสองวัน สัตว์มีตุ่มพองที่ปากหรือกีบ คอหรือหน้าบวมแข็งพร้อมหายใจเสียงดัง หรือไก่ตายกะทันหันเป็นกลุ่ม หน้าที่ของเกษตรกรตามกฎหมายเมื่อสัตว์ป่วยตายสรุปไว้ใน พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ กับหน้าที่ของเกษตรกร และภาพรวมบริการของกรมปศุสัตว์อยู่ใน คู่มือกรมปศุสัตว์สำหรับเกษตรกร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปิดคอกทึบทุกด้านเพื่อกันหนาว ได้ผลคือความชื้นกับแอมโมเนียสะสม ควรกันลมที่ระดับตัวสัตว์และเปิดช่องระบายอากาศด้านบน
  • ให้ความอบอุ่นแต่ปล่อยพื้นเปียก พื้นที่ชื้นทำให้ลูกแพะและลูกไก่เสี่ยงมากกว่าอุณหภูมิ ตามข้อมูลของคู่มือแพะและ สวพส.
  • เปลี่ยนอาหารในช่วงอากาศเย็นโดยไม่ค่อย ๆ ปรับ เพราะการเปลี่ยนอาหารกะทันหันเป็นปัจจัยความเครียดข้อหนึ่ง
  • รอดูอาการเพราะคิดว่าเป็นแค่หวัด ลูกแพะที่น้ำมูกไหลควรแยกทันที ไม่ปล่อยให้อยู่รวมฝูง
  • ซื้อสัตว์ใหม่เข้าฝูงโดยไม่กัก หน้าหนาวเป็นช่วงที่กรมปศุสัตว์เตือนเรื่องโรคปากและเท้าเปื่อย การนำสัตว์จากพื้นที่ระบาดเข้าฟาร์มเสี่ยงมาก
  • ขายหรือกินสัตว์ปีกที่ตายผิดปกติ กรมปศุสัตว์ห้ามไว้ชัดเจนเมื่อไม่ได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

สรุป

หน้าหนาวสัตว์ป่วยง่ายเพราะความเครียดจากอากาศเย็น ลม และความชื้น ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง งานที่คุ้มที่สุดคือเดินคอกก่อนหนาวมา กันลมที่ระดับตัวสัตว์ ลดความชื้นพื้นคอก ให้น้ำและอาหารสม่ำเสมอ ฉีดวัคซีนตามโปรแกรม และคุมคนกับรถที่เข้าฟาร์ม เมื่อเห็นสัตว์ป่วยผิดปกติหรือตายกะทันหันให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอทันที ส่วนตัวเลขที่ไม่มีประกาศชัดเจน เช่น อุณหภูมิกกลูกไก่ ให้ถามจากแหล่งที่เชื่อถือได้ในพื้นที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ (ข่าวเตือนภัยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ธันวาคม 2565) — อาการโรคปากและเท้าเปื่อยและคอบวม ข้อแนะนำเรื่องคอก อาหาร วัคซีน https://www.dailynews.co.th/news/1770753/
  • 📄กรมปศุสัตว์ (ข่าวเตือนภัยโรคปากและเท้าเปื่อยในช่วงฤดูหนาว มกราคม 2568) — การคุมความเสี่ยงจากคน รถ สัตว์ใหม่ และช่องทางแจ้ง https://livestockemag.com/?p=1409
  • 📄กรมปศุสัตว์ (ประกาศเตือนกรณีสัตว์ปีกตายช่วงอากาศแปรปรวน เมษายน 2565) — แนวทางดูแลสัตว์ปีก การกันลมฝน และข้อห้ามบริโภคสัตว์ปีกป่วยตาย https://www.thansettakij.com/economy/520281
  • 📄สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ (NIAH) — ตารางการป้องกันโรคในโค กระบือ แพะ แกะ https://niah.dld.go.th/index.php/th/knowledge/knowledge-major-diseases-in-animals/animal-disease-prevention/uffaloes-goats-sheep
  • 📄คู่มือการเลี้ยงแพะฉบับเกษตรกร (ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ และคณะ พ.ศ. 2564 คณะทรัพยากรธรรมชาติ) — ความเครียด การกันลมฝน ลูกแพะก่อนหย่านม และการสังเกตสุขภาพ pmua.or.th (PDF)
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. — การจัดการและวัคซีนไก่พื้นเมือง อัตราตายของลูกไก่ตามฤดู https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/254

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้ฮีตเตอร์หรือหลอดไฟให้วัวแพะในคอกไหม

ไม่พบเอกสารของกรมปศุสัตว์ที่กำหนดให้ใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนกับวัวหรือแพะโตเต็มวัยทั่วไป แนวทางที่ประกาศคือกันลมฝนและมีหลังคา ลูกแพะก่อนหย่านมควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องมุมอุ่นที่ปลอดภัยจากไฟ

ลูกไก่ตายทีละตัวตอนเช้าหนาว ควรทำอะไรก่อน

ตรวจว่าลมโกรกหรือพื้นเปียกหรือเปล่า เสริมวิตามินแร่ธาตุตามคำแนะนำ และเก็บซากที่ตายผิดปกติไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ห้ามนำไปขายหรือกิน ถ้าตายต่อเนื่องหลายตัวให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอ

วัคซีนปากเท้าเปื่อยช่วยได้ไหมถ้าเริ่มฉีดตอนเข้าหน้าหนาว

วัคซีนเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมตามอายุที่ NIAH เผยแพร่ ไม่ใช่ทางลัดเมื่ออากาศเปลี่ยน ควรเข้าโปรแกรมให้ตรงรอบและปรึกษาปศุสัตว์อำเภอว่าฟาร์มฉีดล่าสุดเมื่อไหร่

แพะหนาวแล้วนอนรวมกัน ถือว่าผิดปกติไหม

คู่มือการเลี้ยงแพะบันทึกว่าการนอนซุกใต้รางอาหารเป็นอาการหนาวตามธรรมชาติ ให้กลับไปดูการกันลมและพื้นคอก ถ้ามีตัวซึม กินน้อย หรือน้ำมูกไหล ให้แยกตัวนั้นออก

อากาศหนาวมากแค่ไหนถึงอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง

ไม่พบตัวเลขอุณหภูมิวิกฤตที่กรมปศุสัตว์ประกาศสำหรับฟาร์มรายย่อย เพราะขึ้นกับอายุ พันธุ์ ความชื้น และลม ให้ใช้พฤติกรรมสัตว์เป็นตัวชี้วัดและสอบถามปศุสัตว์อำเภอ