คำตอบสั้น ๆ
ระยะอุ้มท้อง 114 วันกับวิธีนับวันคลอด อายุและน้ำหนักที่เหมาะกับการผสมครั้งแรกของสุกรสาว รอบการเป็นสัด 21 วัน และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุด
คำตอบเร็ว: แม่สุกรอุ้มท้องนานประมาณ 114 วัน หรือจำง่าย ๆ ว่า 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน โดยช่วงปกติอยู่ที่ 113 ถึง 115 วัน ส่วนสุกรสาวไม่ควรผสมตั้งแต่เป็นสัดครั้งแรก แต่ควรรอให้อายุประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน น้ำหนักตัว 130 ถึง 140 กิโลกรัม และผ่านการเป็นสัดมาแล้วอย่างน้อย 2 ถึง 3 รอบ เพราะจะให้ลูกดกกว่าและอายุการใช้งานเป็นแม่พันธุ์ยาวกว่า รอบการเป็นสัดของสุกรอยู่ที่ประมาณ 21 วัน และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุดคือช่วงที่แม่สุกรยืนนิ่งให้ขึ้นทับ
คนเลี้ยงหมูรายย่อยที่เพิ่งเริ่มเก็บแม่พันธุ์เองมักเจอปัญหาเดียวกันสามเรื่อง คือผสมเร็วเกินไปจนแม่หมูตัวเล็กและลูกน้อย ผสมไม่ตรงจังหวะจนกลับสัดซ้ำหลายรอบ และคำนวณวันคลอดพลาดจนไม่ได้ย้ายแม่เข้าซองคลอดทัน ทั้งสามเรื่องนี้แก้ได้ด้วยตัวเลขไม่กี่ตัวที่ต้องจำให้แม่น บทความนี้จะลงรายละเอียดเฉพาะเรื่องวงจรสืบพันธุ์ของแม่สุกร ตั้งแต่อายุผสมครั้งแรก การนับวันคลอด ไปจนถึงการอ่านสัญญาณเป็นสัดและจังหวะผสมที่แม่นที่สุด
ระยะอุ้มท้อง 114 วัน และวิธีนับวันคลอดให้ไม่พลาด
ระยะอุ้มท้องมาตรฐานของสุกรคือ 114 วัน นับจากวันที่ผสมสำเร็จ ซึ่งสั้นกว่าโคที่ใช้เวลาราว 280 วันมาก และเป็นเหตุผลที่แม่สุกรหนึ่งตัวให้ลูกได้ประมาณ 2.2 ถึง 2.4 ครอกต่อปีในระบบที่จัดการดี วิธีจำที่คนเลี้ยงหมูใช้กันทั่วโลกคือกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน ซึ่งคำนวณเร็วในหัวได้โดยไม่ต้องเปิดปฏิทิน
ตัวอย่าง ถ้าผสมวันที่ 5 มกราคม ให้บวกสามเดือนได้ 5 เมษายน บวกอีกสามสัปดาห์ได้ 26 เมษายน แล้วบวกอีกสามวันได้ 29 เมษายน นั่นคือวันคลอดโดยประมาณ ในทางปฏิบัติแม่สุกรอาจคลอดเร็วหรือช้ากว่ากำหนดได้หนึ่งถึงสองวัน จึงต้องเตรียมพร้อมก่อนวันที่คำนวณไว้เสมอ
งานที่ต้องผูกกับวันคลอดนี้มีสามจุดสำคัญ
- วันที่ 21 ถึง 24 หลังผสม เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าดูว่าแม่กลับสัดหรือไม่ ถ้ากลับสัดแสดงว่าผสมไม่ติด ต้องผสมใหม่ทันที อย่าปล่อยผ่านไปเพราะจะเสียรอบการผลิตไปทั้งเดือน
- วันที่ 21 ถึง 28 หลังผสม เป็นช่วงที่ตรวจการตั้งท้องด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ได้ผลชัด ถ้าฟาร์มไม่มีเครื่อง ให้ใช้การสังเกตการกลับสัดควบคู่กับการดูรูปร่างลำตัวและพฤติกรรมการกินแทน
- วันที่ 108 ถึง 110 หลังผสม คือช่วงที่ควรย้ายแม่เข้าซองคลอดที่ล้างและพักคอกไว้แล้ว เพื่อให้แม่ปรับตัวก่อนคลอดสองสามวัน ถ้าย้ายกระชั้นเกินไปแม่จะเครียดและคลอดยากขึ้น
สัญญาณใกล้คลอดที่สังเกตได้จริงหน้าคอก
- เต้านมขยายและตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนคลอด
- บีบเต้านมแล้วมีน้ำนมใสหรือน้ำนมเหลืองไหล มักหมายถึงคลอดภายในราวหนึ่งวัน
- อวัยวะเพศบวมแดงและมีเมือกปน แม่ลุกนั่งสลับกันบ่อยผิดปกติ
- พฤติกรรมทำรัง คุ้ยพื้น คาบฟางหรือวัสดุรองพื้นมากองรวมกัน
- หายใจถี่ขึ้น กินอาหารลดลงหรือไม่กินในมื้อสุดท้ายก่อนคลอด
อายุและน้ำหนักที่เหมาะกับการผสมครั้งแรกของสุกรสาว
สุกรสาวเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และเป็นสัดครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุประมาณ 5 ถึง 6 เดือน แต่ เป็นสัดได้ไม่ได้แปลว่าพร้อมผสม นี่คือจุดที่ผู้เลี้ยงมือใหม่พลาดบ่อยที่สุด เพราะเห็นหมูเป็นสัดแล้วรีบผสม ผลที่ตามมาคือแม่ตัวเล็ก ให้ลูกน้อย เลี้ยงลูกได้ไม่ดีเพราะยังต้องใช้สารอาหารไปสร้างร่างกายตัวเอง และมักถูกคัดทิ้งเร็วภายในสองถึงสามครอก
เกณฑ์ที่ใช้กันในฟาร์มที่จัดการเป็นระบบมีสามตัวที่ต้องผ่านพร้อมกัน
| เกณฑ์ | ค่าที่แนะนำสำหรับการผสมครั้งแรก | เหตุผล |
|---|---|---|
| อายุ | ประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน หรือราว 220 ถึง 240 วัน | ระบบสืบพันธุ์และโครงสร้างร่างกายพัฒนาเพียงพอต่อการอุ้มท้อง |
| น้ำหนักตัว | ประมาณ 130 ถึง 140 กิโลกรัม | มีมวลร่างกายสำรองพอที่จะเสียไปกับการเลี้ยงลูกครอกแรกโดยไม่ทรุด |
| จำนวนรอบการเป็นสัดที่ผ่านมา | ผสมที่การเป็นสัดรอบที่ 2 หรือ 3 | จำนวนไข่ที่ตกในรอบหลัง ๆ มากกว่ารอบแรก ทำให้ลูกดกขึ้น |
| ความหนาไขมันสันหลัง | ราว 16 ถึง 18 มิลลิเมตร | บ่งชี้ว่าสะสมพลังงานสำรองพอ ไม่ผอมเกินหรืออ้วนเกิน |
ข้อสังเกตที่สำคัญคือ ให้ยึดน้ำหนักและจำนวนรอบการเป็นสัดเป็นหลัก มากกว่ายึดอายุอย่างเดียว สุกรสาวที่โตช้าเพราะอาหารไม่ดีอาจอายุครบ 8 เดือนแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ถึง 120 กิโลกรัม กรณีนี้ควรเลื่อนการผสมออกไปและแก้เรื่องอาหารก่อน ในทางกลับกัน สุกรสาวสายพันธุ์ที่โตเร็วอาจถึงน้ำหนัก 140 กิโลกรัมตั้งแต่อายุ 6 เดือนครึ่ง ซึ่งก็ยังไม่ควรผสม เพราะยังผ่านรอบการเป็นสัดไม่พอ
เทคนิคกระตุ้นให้สุกรสาวเป็นสัดเร็วและสม่ำเสมอ
- ให้เห็นและได้กลิ่นพ่อพันธุ์ การนำพ่อพันธุ์เดินผ่านหน้าคอกสุกรสาววันละครั้ง ครั้งละประมาณ 10 ถึง 15 นาที เป็นวิธีกระตุ้นการเป็นสัดที่ได้ผลและไม่มีต้นทุน ควรเริ่มเมื่อสุกรสาวอายุราว 5 เดือนครึ่งถึง 6 เดือน
- ย้ายคอกหรือรวมกลุ่มใหม่ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมช่วยกระตุ้นการเป็นสัดในสุกรสาวที่นิ่งเกินไป
- เพิ่มอาหารช่วงก่อนผสม หรือที่เรียกว่าการทำฟลัชชิ่ง คือเพิ่มปริมาณอาหารในช่วงประมาณ 10 ถึง 14 วันก่อนผสม เพื่อเพิ่มจำนวนไข่ที่ตก จากนั้นเมื่อผสมเสร็จให้ลดอาหารกลับลงมาตามปกติ เพราะการให้อาหารสูงต่อเนื่องในช่วงต้นของการอุ้มท้องสัมพันธ์กับการสูญเสียตัวอ่อนที่มากขึ้น
- คุมความร้อนในโรงเรือน ความเครียดจากความร้อนในช่วงกลางวันของฤดูร้อนทำให้การเป็นสัดไม่ชัดและอัตราผสมติดลดลง การมีระบบพ่นหมอก พัดลม และน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลาจึงมีผลโดยตรงต่อตัวเลขการผสมติด
รอบการเป็นสัด สัญญาณที่ต้องอ่านให้ออก และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุด
สุกรเป็นสัตว์ที่เป็นสัดตลอดปี ไม่มีฤดูผสมพันธุ์เหมือนสัตว์บางชนิด รอบการเป็นสัดอยู่ที่ประมาณ 21 วัน โดยมีช่วงปกติ 18 ถึง 24 วัน หมายความว่าถ้าแม่ตัวหนึ่งไม่ได้ผสมหรือผสมไม่ติด อีกราวสามสัปดาห์จะกลับมาเป็นสัดอีกครั้ง สำหรับแม่สุกรที่เพิ่งหย่านมลูก จะกลับเป็นสัดเร็วกว่านั้นมาก คือประมาณ 4 ถึง 7 วันหลังหย่านม ซึ่งเป็นจุดที่ฟาร์มใช้จัดกลุ่มผสมเป็นชุดได้
สัญญาณเป็นสัดเรียงตามลำดับที่เห็นจริง
- ระยะเริ่ม อวัยวะเพศเริ่มบวมและมีสีชมพูอมแดง แม่กระวนกระวาย เดินไปมา ส่งเสียงบ่อยขึ้น กินอาหารลดลง ระยะนี้ยังไม่ใช่เวลาผสม
- ระยะเป็นสัดเต็มที่ อวัยวะเพศเริ่มยุบบวมลงเล็กน้อยและเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ มีเมือกใสเหนียวไหล หูตั้งชัน ขึ้นทับตัวอื่นหรือยอมให้ตัวอื่นขึ้นทับ
- อาการยืนนิ่ง คืออาการชี้ขาด ทดสอบโดยการกดหรือนั่งทับบนหลังแม่สุกร ถ้าแม่ยืนนิ่งแข็ง ไม่หนี หลังแอ่น หูตั้ง แสดงว่าพร้อมรับการผสม การทดสอบนี้จะแม่นยำที่สุดเมื่อทำต่อหน้าพ่อพันธุ์หรือในบริเวณที่แม่ได้กลิ่นพ่อพันธุ์
ระยะที่แม่ยืนนิ่งกินเวลาไม่เท่ากันระหว่างสุกรสาวกับแม่สุกรที่ผ่านการคลอดมาแล้ว โดยทั่วไป สุกรสาวมีช่วงยืนนิ่งสั้นกว่า ราว 40 ถึง 50 ชั่วโมง ส่วนแม่สุกรนางมีช่วงยาวกว่า ราว 50 ถึง 60 ชั่วโมง การตกไข่เกิดขึ้นในช่วงประมาณสองในสามท้ายของระยะยืนนิ่ง และตัวอสุจิต้องอยู่ในระบบสืบพันธุ์ของแม่ก่อนไข่ตกจึงจะได้ผลดีที่สุด นี่คือเหตุผลที่การผสมครั้งเดียวมักให้ผลด้อยกว่าการผสมสองครั้งห่างกันประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง
| ตรวจพบยืนนิ่งครั้งแรก | สุกรสาว ผสมเมื่อไหร่ | แม่สุกรนาง ผสมเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| ตอนเช้าของวันที่ 1 | ผสมครั้งแรกช่วงบ่ายวันเดียวกัน และครั้งที่สองเช้าวันถัดไป | ผสมครั้งแรกเช้าวันถัดไป และครั้งที่สองบ่ายวันถัดไปหรือเช้าอีกวัน |
| ตอนเย็นของวันที่ 1 | ผสมครั้งแรกเช้าวันถัดไป และครั้งที่สองเย็นวันถัดไป | ผสมครั้งแรกเย็นวันถัดไป และครั้งที่สองเช้าของวันที่สาม |
ตารางนี้คือหลักปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้แม่นขึ้นจริง ๆ คือการตรวจสัดวันละสองครั้งเช้าและเย็น แล้วจดบันทึกว่าแต่ละตัวเริ่มยืนนิ่งเมื่อไหร่ ฟาร์มที่ตรวจสัดวันละครั้งเดียวจะพลาดจังหวะได้ง่าย เพราะอาจตรวจเจอตอนที่แม่ยืนนิ่งมาแล้วเกือบครบเวลา
บันทึกที่ต้องมีต่อแม่พันธุ์หนึ่งตัว
- เบอร์ประจำตัวแม่ วันเกิด และวันที่เริ่มเห็นเป็นสัดแต่ละรอบ
- วันและเวลาที่ผสมทุกครั้ง พร้อมเบอร์พ่อพันธุ์หรือหมายเลขน้ำเชื้อที่ใช้
- วันครบกำหนดกลับสัด คือวันที่ 21 หลังผสม เพื่อใช้เฝ้าสังเกต
- วันคลอดที่คำนวณไว้ตามกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน และวันคลอดจริง
- จำนวนลูกเกิดทั้งหมด ลูกเกิดมีชีวิต ลูกหย่านม และน้ำหนักหย่านม
ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณตัดสินใจคัดแม่ได้อย่างมีเหตุผล แทนที่จะเก็บแม่ที่ให้ลูกน้อยไว้ต่อเพราะเสียดาย ถ้ายังไม่มีระบบจดบันทึก ลองใช้ สมุดบันทึกฟาร์ม ช่วยเก็บข้อมูลรายตัว และคำนวณต้นทุนต่อแม่ต่อรอบได้ที่ เครื่องคำนวณต้นทุนเลี้ยงสัตว์ ส่วนแนวทางการจัดการฝูงด้านอื่นดูเพิ่มได้ในหมวด เลี้ยงสัตว์
เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยที่ต้องคุยกับสัตวแพทย์
โปรแกรมวัคซีนของแม่พันธุ์สุกรเป็นเรื่องที่ต้องกำหนดร่วมกับสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มหรือปศุสัตว์อำเภอ เพราะชนิดวัคซีน จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ให้ ขึ้นกับสถานการณ์โรคในพื้นที่และประวัติของฟาร์ม ห้ามลอกโปรแกรมของฟาร์มอื่นมาใช้โดยไม่ปรึกษา และห้ามใช้ยาหรือฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดเองโดยไม่มีสัตวแพทย์กำกับ เพราะมีทั้งเรื่องขนาดที่ใช้ ช่วงเวลาที่ให้ และระยะหยุดยาก่อนส่งเข้าโรงฆ่าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
อีกเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้เลี้ยงสุกรในปัจจุบันคือระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เพราะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ฟาร์มรายย่อยเสียหายทั้งเล้าได้ มาตรการพื้นฐานที่ต้องทำคือ ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าเขตเลี้ยงสัตว์โดยไม่จำเป็น มีจุดฆ่าเชื้อรถและรองเท้าที่ทางเข้า แยกชุดที่ใช้ในเล้ากับชุดที่ใส่ออกนอกฟาร์ม งดใช้เศษอาหารดิบเลี้ยงสุกร และแจ้งปศุสัตว์อำเภอทันทีเมื่อพบสุกรป่วยหรือตายผิดปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ผสมสุกรสาวตั้งแต่เป็นสัดครั้งแรกตอนอายุ 5 ถึง 6 เดือน ทำให้ได้ลูกน้อยกว่าที่ควร แม่โทรมเร็ว และมักถูกคัดทิ้งภายในสองถึงสามครอก
- ยึดอายุอย่างเดียวโดยไม่ชั่งน้ำหนัก สุกรสาวที่อายุครบแต่น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ยังไม่พร้อม ควรแก้เรื่องอาหารก่อนแล้วเลื่อนการผสมออกไป
- ตรวจสัดวันละครั้งเดียว ทำให้พลาดจุดเริ่มต้นของการยืนนิ่ง และผสมช้ากว่าจังหวะที่เหมาะสม ควรตรวจเช้าและเย็นทุกวัน
- ผสมครั้งเดียวจบ ทั้งที่การผสมสองครั้งห่างกันราว 12 ถึง 24 ชั่วโมงในช่วงยืนนิ่งให้ผลดีกว่าอย่างชัดเจน
- ไม่ได้ตรวจสัดต่อหน้าพ่อพันธุ์ แม่สุกรจำนวนไม่น้อยแสดงอาการยืนนิ่งชัดเจนเฉพาะเมื่อได้กลิ่นและได้ยินเสียงพ่อพันธุ์เท่านั้น
- ให้อาหารสูงต่อเนื่องหลังผสมทันที ซึ่งสัมพันธ์กับการสูญเสียตัวอ่อนในช่วงต้นของการอุ้มท้อง ควรลดกลับสู่ระดับปกติหลังผสมเสร็จ
- ลืมเฝ้าการกลับสัดวันที่ 21 ทำให้รู้ว่าผสมไม่ติดตอนเดือนที่สองหรือสาม ซึ่งเสียรอบการผลิตไปฟรี ๆ หลายสัปดาห์
- ย้ายแม่เข้าซองคลอดกระชั้นเกินไป การย้ายในวันที่ 112 หรือ 113 ทำให้แม่เครียด ควรย้ายตั้งแต่วันที่ 108 ถึง 110 หลังล้างและพักคอกแล้ว
สรุป
ตัวเลขที่ต้องจำมีสี่ตัวคือ ระยะอุ้มท้อง 114 วันตามกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน อายุผสมครั้งแรก 7.5 ถึง 8 เดือนที่น้ำหนัก 130 ถึง 140 กิโลกรัม รอบการเป็นสัด 21 วัน และการกลับสัดหลังหย่านม 4 ถึง 7 วัน สิ่งที่ทำให้ตัวเลขเหล่านี้ใช้ได้จริงคือการตรวจสัดวันละสองครั้งต่อหน้าพ่อพันธุ์ ผสมสองครั้งในช่วงยืนนิ่ง และจดบันทึกรายตัวทุกครั้ง ส่วนเรื่องวัคซีน ยา และฮอร์โมน ให้กำหนดร่วมกับสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอเสมอ อย่าลอกโปรแกรมจากฟาร์มอื่นมาใช้เอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ — คำแนะนำการจัดการแม่พันธุ์สุกร ระยะอุ้มท้อง การตรวจสัด และการจัดการโรงเรือนสุกรพันธุ์
- สำนักงานปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัด — ที่ปรึกษาในพื้นที่เรื่องโปรแกรมวัคซีน การใช้ยาในสุกร และการแจ้งสัตว์ป่วยตายผิดปกติตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร ซึ่งครอบคลุมการบันทึกข้อมูลฝูงและการจัดการสุขภาพสัตว์
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและการเข้าถึงบริการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในระดับอำเภอ
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ปากเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1 คืออะไร และฟาร์มรายย่อยต้องป้องกันอย่างไร
SAT1 เป็นซีโรไทป์ปากเท้าเปื่อยที่ต่างจาก O, A และ Asia1 ที่พบในไทย วัคซีนเดิมไม่ครอบคลุม บทความนี้สรุปสถานะล่าสุดที่ตรวจได้ และสิ่งที่ฟาร์มรายย่อยทำได้ทันที
หน้าหนาววัว แพะ ไก่ป่วยง่าย ปรับคอกและเสริมอาหารอย่างไร
หน้าหนาวสัตว์ป่วยง่ายเพราะลม ความชื้น และการเปลี่ยนอาหาร บทความนี้เรียงงานตั้งแต่เช็กคอก อาหาร วัคซีน จนถึงเมื่อไรต้องแจ้งปศุสัตว์ โดยอิงเอกสารกรมปศุสัตว์
แมงดานาหน้าฝน ส่องไฟจับหรือเลี้ยงในบ่อแบบไหนคุ้มกว่า
ส่องไฟลงทุนน้อยแต่ขึ้นกับฤดูฝน ส่วนเลี้ยงบ่อคุมรอบได้มากกว่าแต่ต้องมีอาหารสัตว์น้ำทุกวัน บทความนี้เทียบสองทางด้วยตัวเลขที่ตรวจสอบได้และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานทุกตัว
อึ่งอ่างฝนแรกขายได้ราคาดี เลี้ยงอึ่งเองได้ไหม ต้องเตรียมบ่อแบบไหน
อธิบายการเลี้ยงอึ่งปากขวดจากงานวิจัยในไทย ตั้งแต่แยกชนิดอึ่ง เตรียมบ่อ เพาะพันธุ์ อัตราการโต ไปจนถึงวิธีคิดต้นทุนก่อนลงทุน
จับจักจั่นขายในสวนลำไย ทำอย่างไรให้เป็นรายได้เสริมโดยไม่ทำร้ายสวน
จักจั่นในสวนลำไยช่วงต้นปีกลายเป็นรายได้เสริมของหลายสวนในจันทบุรีและนครสวรรค์ บทความนี้รวมวิธีจับที่ชาวสวนใช้จริง ราคาที่ข่าวรายงานพร้อมปีที่ลงข่าว และข้อควรระวังไม่ให้กระทบต้นลำไยและผู้บริโภค
หมาแมวน้ำท่วม อพยพสัตว์เลี้ยงอย่างไร และติดต่อศูนย์ช่วยสัตว์ได้ที่ไหน
คนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมออกจากบ้านตอนน้ำขึ้นเพราะห่วงหมาแมว บางคนออกไปแล้วแต่ทิ้งสัตว์ไว้บนหลังคาหรือชั้นสอง คิดว่าน้ำจะลดในไม่กี่วัน แล้วกลับมาพบว่าสัตว์
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กลอนประตู กลอนหางปลา กลอนคอกหมู กลอนติดเล้าหมู ตัวล็อค กรงแมว สุนัข หมู ราคาถูก
ดูรายละเอียด
กลอนประตูหมู ลูกบิดประตู กลอนหางปลา ล็อกประตู ตัวล็อคประตูหมู กลอน สุนัข หมู คอกหมู
ดูรายละเอียด
1 ชิ้น กลอนหางปลา กลอนประตูหมู ตัวล็อคกรงแมว กลอนเล้าหมู กลอนประตู กลอนหางปลา ตัวล็อค กรงแมว สุนัข หมู กลอนคอกหมู
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
หมูอุ้มท้องกี่วัน
แม่สุกรอุ้มท้องประมาณ 114 วัน โดยช่วงปกติอยู่ที่ 113 ถึง 115 วัน วิธีจำที่ใช้กันทั่วไปคือกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน นับจากวันที่ผสม แม่สุกรอาจคลอดเร็วหรือช้ากว่ากำหนดได้หนึ่งถึงสองวัน จึงควรเตรียมซองคลอดและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนวันที่คำนวณไว้เสมอ
หมูสาวผสมพันธุ์ได้ตอนอายุเท่าไหร่
สุกรสาวเป็นสัดครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุราว 5 ถึง 6 เดือน แต่ยังไม่ควรผสม ช่วงที่เหมาะสมคืออายุประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน น้ำหนักตัว 130 ถึง 140 กิโลกรัม และผ่านการเป็นสัดมาแล้ว 2 ถึง 3 รอบ เพราะจำนวนไข่ที่ตกในรอบหลังมากกว่ารอบแรก ทำให้ได้ลูกดกขึ้นและแม่ใช้งานได้นานกว่า
หมูเป็นสัดทุกกี่วัน
รอบการเป็นสัดของสุกรอยู่ที่ประมาณ 21 วัน โดยมีช่วงปกติ 18 ถึง 24 วัน ส่วนแม่สุกรที่เพิ่งหย่านมลูกจะกลับมาเป็นสัดเร็วกว่านั้นมาก คือราว 4 ถึง 7 วันหลังหย่านม ซึ่งเป็นจังหวะที่ฟาร์มใช้จัดกลุ่มผสมเป็นชุดเพื่อให้คลอดพร้อมกันและจัดการง่าย
จะรู้ได้อย่างไรว่าผสมไม่ติด
สัญญาณที่ตรงที่สุดคือแม่กลับมาเป็นสัดอีกครั้งในช่วงวันที่ 18 ถึง 24 หลังผสม ซึ่งแปลว่าผสมไม่ติดและต้องผสมใหม่ทันที อีกวิธีคือใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจในช่วงวันที่ 21 ถึง 28 หลังผสม ถ้าฟาร์มไม่มีเครื่อง ให้ทำเครื่องหมายวันครบ 21 วันไว้บนแผ่นบันทึกหน้าคอกเพื่อไม่ให้ลืมเฝ้าสังเกต
ควรผสมกี่ครั้งต่อการเป็นสัดหนึ่งรอบ
โดยทั่วไปแนะนำให้ผสมสองครั้งในช่วงที่แม่ยืนนิ่ง ห่างกันประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง เพราะการตกไข่เกิดในช่วงท้ายของระยะยืนนิ่งและกินเวลาหลายชั่วโมง การผสมสองครั้งจึงเพิ่มโอกาสที่ตัวอสุจิจะพร้อมอยู่แล้วเมื่อไข่ตก สำหรับสุกรสาวที่ช่วงยืนนิ่งสั้นกว่าแม่นาง ต้องเริ่มผสมเร็วกว่าหนึ่งช่วงเวลา
