เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 18 กันยายน 2569

หมูอุ้มท้องกี่วัน ผสมพันธุ์ได้ตอนอายุเท่าไหร่

แม่สุกรอุ้มท้อง 114 วัน สุกรสาวควรผสมเมื่ออายุ 7.5-8 เดือน น้ำหนัก 130-140 กก. พร้อมตารางจังหวะผสมช่วงยืนนิ่งและสัญญาณเป็นสัดที่ต้องอ่านให้ออก

หมูอุ้มท้องกี่วัน ผสมพันธุ์ได้ตอนอายุเท่าไหร่

คำตอบสั้น ๆ

ระยะอุ้มท้อง 114 วันกับวิธีนับวันคลอด อายุและน้ำหนักที่เหมาะกับการผสมครั้งแรกของสุกรสาว รอบการเป็นสัด 21 วัน และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุด

คำตอบเร็ว: แม่สุกรอุ้มท้องนานประมาณ 114 วัน หรือจำง่าย ๆ ว่า 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน โดยช่วงปกติอยู่ที่ 113 ถึง 115 วัน ส่วนสุกรสาวไม่ควรผสมตั้งแต่เป็นสัดครั้งแรก แต่ควรรอให้อายุประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน น้ำหนักตัว 130 ถึง 140 กิโลกรัม และผ่านการเป็นสัดมาแล้วอย่างน้อย 2 ถึง 3 รอบ เพราะจะให้ลูกดกกว่าและอายุการใช้งานเป็นแม่พันธุ์ยาวกว่า รอบการเป็นสัดของสุกรอยู่ที่ประมาณ 21 วัน และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุดคือช่วงที่แม่สุกรยืนนิ่งให้ขึ้นทับ

คนเลี้ยงหมูรายย่อยที่เพิ่งเริ่มเก็บแม่พันธุ์เองมักเจอปัญหาเดียวกันสามเรื่อง คือผสมเร็วเกินไปจนแม่หมูตัวเล็กและลูกน้อย ผสมไม่ตรงจังหวะจนกลับสัดซ้ำหลายรอบ และคำนวณวันคลอดพลาดจนไม่ได้ย้ายแม่เข้าซองคลอดทัน ทั้งสามเรื่องนี้แก้ได้ด้วยตัวเลขไม่กี่ตัวที่ต้องจำให้แม่น บทความนี้จะลงรายละเอียดเฉพาะเรื่องวงจรสืบพันธุ์ของแม่สุกร ตั้งแต่อายุผสมครั้งแรก การนับวันคลอด ไปจนถึงการอ่านสัญญาณเป็นสัดและจังหวะผสมที่แม่นที่สุด

ระยะอุ้มท้อง 114 วัน และวิธีนับวันคลอดให้ไม่พลาด

ภาพประกอบ ระยะอุ้มท้อง 114 วัน และวิธีนับวันคลอดให้ไม่พลาด

ระยะอุ้มท้องมาตรฐานของสุกรคือ 114 วัน นับจากวันที่ผสมสำเร็จ ซึ่งสั้นกว่าโคที่ใช้เวลาราว 280 วันมาก และเป็นเหตุผลที่แม่สุกรหนึ่งตัวให้ลูกได้ประมาณ 2.2 ถึง 2.4 ครอกต่อปีในระบบที่จัดการดี วิธีจำที่คนเลี้ยงหมูใช้กันทั่วโลกคือกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน ซึ่งคำนวณเร็วในหัวได้โดยไม่ต้องเปิดปฏิทิน

ตัวอย่าง ถ้าผสมวันที่ 5 มกราคม ให้บวกสามเดือนได้ 5 เมษายน บวกอีกสามสัปดาห์ได้ 26 เมษายน แล้วบวกอีกสามวันได้ 29 เมษายน นั่นคือวันคลอดโดยประมาณ ในทางปฏิบัติแม่สุกรอาจคลอดเร็วหรือช้ากว่ากำหนดได้หนึ่งถึงสองวัน จึงต้องเตรียมพร้อมก่อนวันที่คำนวณไว้เสมอ

งานที่ต้องผูกกับวันคลอดนี้มีสามจุดสำคัญ

  • วันที่ 21 ถึง 24 หลังผสม เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าดูว่าแม่กลับสัดหรือไม่ ถ้ากลับสัดแสดงว่าผสมไม่ติด ต้องผสมใหม่ทันที อย่าปล่อยผ่านไปเพราะจะเสียรอบการผลิตไปทั้งเดือน
  • วันที่ 21 ถึง 28 หลังผสม เป็นช่วงที่ตรวจการตั้งท้องด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ได้ผลชัด ถ้าฟาร์มไม่มีเครื่อง ให้ใช้การสังเกตการกลับสัดควบคู่กับการดูรูปร่างลำตัวและพฤติกรรมการกินแทน
  • วันที่ 108 ถึง 110 หลังผสม คือช่วงที่ควรย้ายแม่เข้าซองคลอดที่ล้างและพักคอกไว้แล้ว เพื่อให้แม่ปรับตัวก่อนคลอดสองสามวัน ถ้าย้ายกระชั้นเกินไปแม่จะเครียดและคลอดยากขึ้น

สัญญาณใกล้คลอดที่สังเกตได้จริงหน้าคอก

  • เต้านมขยายและตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนคลอด
  • บีบเต้านมแล้วมีน้ำนมใสหรือน้ำนมเหลืองไหล มักหมายถึงคลอดภายในราวหนึ่งวัน
  • อวัยวะเพศบวมแดงและมีเมือกปน แม่ลุกนั่งสลับกันบ่อยผิดปกติ
  • พฤติกรรมทำรัง คุ้ยพื้น คาบฟางหรือวัสดุรองพื้นมากองรวมกัน
  • หายใจถี่ขึ้น กินอาหารลดลงหรือไม่กินในมื้อสุดท้ายก่อนคลอด

อายุและน้ำหนักที่เหมาะกับการผสมครั้งแรกของสุกรสาว

ภาพประกอบ อายุและน้ำหนักที่เหมาะกับการผสมครั้งแรกของสุกรสาว

สุกรสาวเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และเป็นสัดครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุประมาณ 5 ถึง 6 เดือน แต่ เป็นสัดได้ไม่ได้แปลว่าพร้อมผสม นี่คือจุดที่ผู้เลี้ยงมือใหม่พลาดบ่อยที่สุด เพราะเห็นหมูเป็นสัดแล้วรีบผสม ผลที่ตามมาคือแม่ตัวเล็ก ให้ลูกน้อย เลี้ยงลูกได้ไม่ดีเพราะยังต้องใช้สารอาหารไปสร้างร่างกายตัวเอง และมักถูกคัดทิ้งเร็วภายในสองถึงสามครอก

เกณฑ์ที่ใช้กันในฟาร์มที่จัดการเป็นระบบมีสามตัวที่ต้องผ่านพร้อมกัน

เกณฑ์ค่าที่แนะนำสำหรับการผสมครั้งแรกเหตุผล
อายุประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน หรือราว 220 ถึง 240 วันระบบสืบพันธุ์และโครงสร้างร่างกายพัฒนาเพียงพอต่อการอุ้มท้อง
น้ำหนักตัวประมาณ 130 ถึง 140 กิโลกรัมมีมวลร่างกายสำรองพอที่จะเสียไปกับการเลี้ยงลูกครอกแรกโดยไม่ทรุด
จำนวนรอบการเป็นสัดที่ผ่านมาผสมที่การเป็นสัดรอบที่ 2 หรือ 3จำนวนไข่ที่ตกในรอบหลัง ๆ มากกว่ารอบแรก ทำให้ลูกดกขึ้น
ความหนาไขมันสันหลังราว 16 ถึง 18 มิลลิเมตรบ่งชี้ว่าสะสมพลังงานสำรองพอ ไม่ผอมเกินหรืออ้วนเกิน

ข้อสังเกตที่สำคัญคือ ให้ยึดน้ำหนักและจำนวนรอบการเป็นสัดเป็นหลัก มากกว่ายึดอายุอย่างเดียว สุกรสาวที่โตช้าเพราะอาหารไม่ดีอาจอายุครบ 8 เดือนแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ถึง 120 กิโลกรัม กรณีนี้ควรเลื่อนการผสมออกไปและแก้เรื่องอาหารก่อน ในทางกลับกัน สุกรสาวสายพันธุ์ที่โตเร็วอาจถึงน้ำหนัก 140 กิโลกรัมตั้งแต่อายุ 6 เดือนครึ่ง ซึ่งก็ยังไม่ควรผสม เพราะยังผ่านรอบการเป็นสัดไม่พอ

เทคนิคกระตุ้นให้สุกรสาวเป็นสัดเร็วและสม่ำเสมอ

  • ให้เห็นและได้กลิ่นพ่อพันธุ์ การนำพ่อพันธุ์เดินผ่านหน้าคอกสุกรสาววันละครั้ง ครั้งละประมาณ 10 ถึง 15 นาที เป็นวิธีกระตุ้นการเป็นสัดที่ได้ผลและไม่มีต้นทุน ควรเริ่มเมื่อสุกรสาวอายุราว 5 เดือนครึ่งถึง 6 เดือน
  • ย้ายคอกหรือรวมกลุ่มใหม่ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมช่วยกระตุ้นการเป็นสัดในสุกรสาวที่นิ่งเกินไป
  • เพิ่มอาหารช่วงก่อนผสม หรือที่เรียกว่าการทำฟลัชชิ่ง คือเพิ่มปริมาณอาหารในช่วงประมาณ 10 ถึง 14 วันก่อนผสม เพื่อเพิ่มจำนวนไข่ที่ตก จากนั้นเมื่อผสมเสร็จให้ลดอาหารกลับลงมาตามปกติ เพราะการให้อาหารสูงต่อเนื่องในช่วงต้นของการอุ้มท้องสัมพันธ์กับการสูญเสียตัวอ่อนที่มากขึ้น
  • คุมความร้อนในโรงเรือน ความเครียดจากความร้อนในช่วงกลางวันของฤดูร้อนทำให้การเป็นสัดไม่ชัดและอัตราผสมติดลดลง การมีระบบพ่นหมอก พัดลม และน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลาจึงมีผลโดยตรงต่อตัวเลขการผสมติด

รอบการเป็นสัด สัญญาณที่ต้องอ่านให้ออก และจังหวะผสมที่ติดง่ายที่สุด

สุกรเป็นสัตว์ที่เป็นสัดตลอดปี ไม่มีฤดูผสมพันธุ์เหมือนสัตว์บางชนิด รอบการเป็นสัดอยู่ที่ประมาณ 21 วัน โดยมีช่วงปกติ 18 ถึง 24 วัน หมายความว่าถ้าแม่ตัวหนึ่งไม่ได้ผสมหรือผสมไม่ติด อีกราวสามสัปดาห์จะกลับมาเป็นสัดอีกครั้ง สำหรับแม่สุกรที่เพิ่งหย่านมลูก จะกลับเป็นสัดเร็วกว่านั้นมาก คือประมาณ 4 ถึง 7 วันหลังหย่านม ซึ่งเป็นจุดที่ฟาร์มใช้จัดกลุ่มผสมเป็นชุดได้

สัญญาณเป็นสัดเรียงตามลำดับที่เห็นจริง

  1. ระยะเริ่ม อวัยวะเพศเริ่มบวมและมีสีชมพูอมแดง แม่กระวนกระวาย เดินไปมา ส่งเสียงบ่อยขึ้น กินอาหารลดลง ระยะนี้ยังไม่ใช่เวลาผสม
  2. ระยะเป็นสัดเต็มที่ อวัยวะเพศเริ่มยุบบวมลงเล็กน้อยและเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ มีเมือกใสเหนียวไหล หูตั้งชัน ขึ้นทับตัวอื่นหรือยอมให้ตัวอื่นขึ้นทับ
  3. อาการยืนนิ่ง คืออาการชี้ขาด ทดสอบโดยการกดหรือนั่งทับบนหลังแม่สุกร ถ้าแม่ยืนนิ่งแข็ง ไม่หนี หลังแอ่น หูตั้ง แสดงว่าพร้อมรับการผสม การทดสอบนี้จะแม่นยำที่สุดเมื่อทำต่อหน้าพ่อพันธุ์หรือในบริเวณที่แม่ได้กลิ่นพ่อพันธุ์

ระยะที่แม่ยืนนิ่งกินเวลาไม่เท่ากันระหว่างสุกรสาวกับแม่สุกรที่ผ่านการคลอดมาแล้ว โดยทั่วไป สุกรสาวมีช่วงยืนนิ่งสั้นกว่า ราว 40 ถึง 50 ชั่วโมง ส่วนแม่สุกรนางมีช่วงยาวกว่า ราว 50 ถึง 60 ชั่วโมง การตกไข่เกิดขึ้นในช่วงประมาณสองในสามท้ายของระยะยืนนิ่ง และตัวอสุจิต้องอยู่ในระบบสืบพันธุ์ของแม่ก่อนไข่ตกจึงจะได้ผลดีที่สุด นี่คือเหตุผลที่การผสมครั้งเดียวมักให้ผลด้อยกว่าการผสมสองครั้งห่างกันประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง

ตรวจพบยืนนิ่งครั้งแรกสุกรสาว ผสมเมื่อไหร่แม่สุกรนาง ผสมเมื่อไหร่
ตอนเช้าของวันที่ 1ผสมครั้งแรกช่วงบ่ายวันเดียวกัน และครั้งที่สองเช้าวันถัดไปผสมครั้งแรกเช้าวันถัดไป และครั้งที่สองบ่ายวันถัดไปหรือเช้าอีกวัน
ตอนเย็นของวันที่ 1ผสมครั้งแรกเช้าวันถัดไป และครั้งที่สองเย็นวันถัดไปผสมครั้งแรกเย็นวันถัดไป และครั้งที่สองเช้าของวันที่สาม

ตารางนี้คือหลักปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้แม่นขึ้นจริง ๆ คือการตรวจสัดวันละสองครั้งเช้าและเย็น แล้วจดบันทึกว่าแต่ละตัวเริ่มยืนนิ่งเมื่อไหร่ ฟาร์มที่ตรวจสัดวันละครั้งเดียวจะพลาดจังหวะได้ง่าย เพราะอาจตรวจเจอตอนที่แม่ยืนนิ่งมาแล้วเกือบครบเวลา

บันทึกที่ต้องมีต่อแม่พันธุ์หนึ่งตัว

  • เบอร์ประจำตัวแม่ วันเกิด และวันที่เริ่มเห็นเป็นสัดแต่ละรอบ
  • วันและเวลาที่ผสมทุกครั้ง พร้อมเบอร์พ่อพันธุ์หรือหมายเลขน้ำเชื้อที่ใช้
  • วันครบกำหนดกลับสัด คือวันที่ 21 หลังผสม เพื่อใช้เฝ้าสังเกต
  • วันคลอดที่คำนวณไว้ตามกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน และวันคลอดจริง
  • จำนวนลูกเกิดทั้งหมด ลูกเกิดมีชีวิต ลูกหย่านม และน้ำหนักหย่านม

ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณตัดสินใจคัดแม่ได้อย่างมีเหตุผล แทนที่จะเก็บแม่ที่ให้ลูกน้อยไว้ต่อเพราะเสียดาย ถ้ายังไม่มีระบบจดบันทึก ลองใช้ สมุดบันทึกฟาร์ม ช่วยเก็บข้อมูลรายตัว และคำนวณต้นทุนต่อแม่ต่อรอบได้ที่ เครื่องคำนวณต้นทุนเลี้ยงสัตว์ ส่วนแนวทางการจัดการฝูงด้านอื่นดูเพิ่มได้ในหมวด เลี้ยงสัตว์

เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยที่ต้องคุยกับสัตวแพทย์

ภาพประกอบ เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยที่ต้องคุยกับสัตวแพทย์

โปรแกรมวัคซีนของแม่พันธุ์สุกรเป็นเรื่องที่ต้องกำหนดร่วมกับสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มหรือปศุสัตว์อำเภอ เพราะชนิดวัคซีน จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ให้ ขึ้นกับสถานการณ์โรคในพื้นที่และประวัติของฟาร์ม ห้ามลอกโปรแกรมของฟาร์มอื่นมาใช้โดยไม่ปรึกษา และห้ามใช้ยาหรือฮอร์โมนกระตุ้นการเป็นสัดเองโดยไม่มีสัตวแพทย์กำกับ เพราะมีทั้งเรื่องขนาดที่ใช้ ช่วงเวลาที่ให้ และระยะหยุดยาก่อนส่งเข้าโรงฆ่าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

อีกเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้เลี้ยงสุกรในปัจจุบันคือระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เพราะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ฟาร์มรายย่อยเสียหายทั้งเล้าได้ มาตรการพื้นฐานที่ต้องทำคือ ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าเขตเลี้ยงสัตว์โดยไม่จำเป็น มีจุดฆ่าเชื้อรถและรองเท้าที่ทางเข้า แยกชุดที่ใช้ในเล้ากับชุดที่ใส่ออกนอกฟาร์ม งดใช้เศษอาหารดิบเลี้ยงสุกร และแจ้งปศุสัตว์อำเภอทันทีเมื่อพบสุกรป่วยหรือตายผิดปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ผสมสุกรสาวตั้งแต่เป็นสัดครั้งแรกตอนอายุ 5 ถึง 6 เดือน ทำให้ได้ลูกน้อยกว่าที่ควร แม่โทรมเร็ว และมักถูกคัดทิ้งภายในสองถึงสามครอก
  • ยึดอายุอย่างเดียวโดยไม่ชั่งน้ำหนัก สุกรสาวที่อายุครบแต่น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ยังไม่พร้อม ควรแก้เรื่องอาหารก่อนแล้วเลื่อนการผสมออกไป
  • ตรวจสัดวันละครั้งเดียว ทำให้พลาดจุดเริ่มต้นของการยืนนิ่ง และผสมช้ากว่าจังหวะที่เหมาะสม ควรตรวจเช้าและเย็นทุกวัน
  • ผสมครั้งเดียวจบ ทั้งที่การผสมสองครั้งห่างกันราว 12 ถึง 24 ชั่วโมงในช่วงยืนนิ่งให้ผลดีกว่าอย่างชัดเจน
  • ไม่ได้ตรวจสัดต่อหน้าพ่อพันธุ์ แม่สุกรจำนวนไม่น้อยแสดงอาการยืนนิ่งชัดเจนเฉพาะเมื่อได้กลิ่นและได้ยินเสียงพ่อพันธุ์เท่านั้น
  • ให้อาหารสูงต่อเนื่องหลังผสมทันที ซึ่งสัมพันธ์กับการสูญเสียตัวอ่อนในช่วงต้นของการอุ้มท้อง ควรลดกลับสู่ระดับปกติหลังผสมเสร็จ
  • ลืมเฝ้าการกลับสัดวันที่ 21 ทำให้รู้ว่าผสมไม่ติดตอนเดือนที่สองหรือสาม ซึ่งเสียรอบการผลิตไปฟรี ๆ หลายสัปดาห์
  • ย้ายแม่เข้าซองคลอดกระชั้นเกินไป การย้ายในวันที่ 112 หรือ 113 ทำให้แม่เครียด ควรย้ายตั้งแต่วันที่ 108 ถึง 110 หลังล้างและพักคอกแล้ว

สรุป

ตัวเลขที่ต้องจำมีสี่ตัวคือ ระยะอุ้มท้อง 114 วันตามกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน อายุผสมครั้งแรก 7.5 ถึง 8 เดือนที่น้ำหนัก 130 ถึง 140 กิโลกรัม รอบการเป็นสัด 21 วัน และการกลับสัดหลังหย่านม 4 ถึง 7 วัน สิ่งที่ทำให้ตัวเลขเหล่านี้ใช้ได้จริงคือการตรวจสัดวันละสองครั้งต่อหน้าพ่อพันธุ์ ผสมสองครั้งในช่วงยืนนิ่ง และจดบันทึกรายตัวทุกครั้ง ส่วนเรื่องวัคซีน ยา และฮอร์โมน ให้กำหนดร่วมกับสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอเสมอ อย่าลอกโปรแกรมจากฟาร์มอื่นมาใช้เอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ — คำแนะนำการจัดการแม่พันธุ์สุกร ระยะอุ้มท้อง การตรวจสัด และการจัดการโรงเรือนสุกรพันธุ์
  • 📄สำนักงานปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัด — ที่ปรึกษาในพื้นที่เรื่องโปรแกรมวัคซีน การใช้ยาในสุกร และการแจ้งสัตว์ป่วยตายผิดปกติตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร ซึ่งครอบคลุมการบันทึกข้อมูลฝูงและการจัดการสุขภาพสัตว์
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและการเข้าถึงบริการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในระดับอำเภอ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

หมูอุ้มท้องกี่วัน

แม่สุกรอุ้มท้องประมาณ 114 วัน โดยช่วงปกติอยู่ที่ 113 ถึง 115 วัน วิธีจำที่ใช้กันทั่วไปคือกฎ 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน นับจากวันที่ผสม แม่สุกรอาจคลอดเร็วหรือช้ากว่ากำหนดได้หนึ่งถึงสองวัน จึงควรเตรียมซองคลอดและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนวันที่คำนวณไว้เสมอ

หมูสาวผสมพันธุ์ได้ตอนอายุเท่าไหร่

สุกรสาวเป็นสัดครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุราว 5 ถึง 6 เดือน แต่ยังไม่ควรผสม ช่วงที่เหมาะสมคืออายุประมาณ 7.5 ถึง 8 เดือน น้ำหนักตัว 130 ถึง 140 กิโลกรัม และผ่านการเป็นสัดมาแล้ว 2 ถึง 3 รอบ เพราะจำนวนไข่ที่ตกในรอบหลังมากกว่ารอบแรก ทำให้ได้ลูกดกขึ้นและแม่ใช้งานได้นานกว่า

หมูเป็นสัดทุกกี่วัน

รอบการเป็นสัดของสุกรอยู่ที่ประมาณ 21 วัน โดยมีช่วงปกติ 18 ถึง 24 วัน ส่วนแม่สุกรที่เพิ่งหย่านมลูกจะกลับมาเป็นสัดเร็วกว่านั้นมาก คือราว 4 ถึง 7 วันหลังหย่านม ซึ่งเป็นจังหวะที่ฟาร์มใช้จัดกลุ่มผสมเป็นชุดเพื่อให้คลอดพร้อมกันและจัดการง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าผสมไม่ติด

สัญญาณที่ตรงที่สุดคือแม่กลับมาเป็นสัดอีกครั้งในช่วงวันที่ 18 ถึง 24 หลังผสม ซึ่งแปลว่าผสมไม่ติดและต้องผสมใหม่ทันที อีกวิธีคือใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจในช่วงวันที่ 21 ถึง 28 หลังผสม ถ้าฟาร์มไม่มีเครื่อง ให้ทำเครื่องหมายวันครบ 21 วันไว้บนแผ่นบันทึกหน้าคอกเพื่อไม่ให้ลืมเฝ้าสังเกต

ควรผสมกี่ครั้งต่อการเป็นสัดหนึ่งรอบ

โดยทั่วไปแนะนำให้ผสมสองครั้งในช่วงที่แม่ยืนนิ่ง ห่างกันประมาณ 12 ถึง 24 ชั่วโมง เพราะการตกไข่เกิดในช่วงท้ายของระยะยืนนิ่งและกินเวลาหลายชั่วโมง การผสมสองครั้งจึงเพิ่มโอกาสที่ตัวอสุจิจะพร้อมอยู่แล้วเมื่อไข่ตก สำหรับสุกรสาวที่ช่วงยืนนิ่งสั้นกว่าแม่นาง ต้องเริ่มผสมเร็วกว่าหนึ่งช่วงเวลา