คำตอบสั้น ๆ
วินิจฉัยรังชันโรงที่เงียบลงช่วงหน้าหนาว แยกอาการปกติตามฤดูออกจากรังอ่อน มดเข้า หรือรังชื้น พร้อมวิธีแก้ที่ไม่รบกวนรังเกินจำเป็น
คำตอบเร็ว: ชันโรงออกหากินน้อยลงในหน้าหนาวเป็นเรื่องปกติ มีข้อมูลว่าในฤดูเย็นชันโรงจะเริ่มออกจากรังราว 7 โมงเช้า ช้ากว่าปกติที่ราว 6 โมงเช้า รังที่ปากรังยังมีตัวเฝ้า ช่วงสายที่แดดออกยังมีตัวบินเข้าออก และไม่มีกลิ่นเปรี้ยวเน่า ส่วนใหญ่แค่ชะลอตัวตามอากาศ ไม่ต้องเปิดรังดู งานหลักในหน้าหนาวคืออย่ารบกวนชั้นชันที่ห่อหุ้มรัง กันฝนและความชื้นไม่ให้เข้ารัง ไม่ย้ายรัง และดูว่าในรัศมีราว 300 เมตรรอบรังยังมีพืชออกดอกให้กินหรือไม่ ถ้าปากรังเงียบสนิททั้งวันแม้แดดดี หรือมีมดหรือหนอนเข้ารัง แปลว่ามีปัญหาจริง ต้องเปิดตรวจ
ช่วงนี้มีคนเลี้ยงชันโรงในสวนผลไม้หลายรายมาถามด้วยอาการเดียวกัน คือรังเคยคึกตอนปลายฝน พอเข้าปลายตุลาคมกลับเงียบ ตอนเช้าแทบไม่เห็นตัวบิน บางคนตกใจจนเปิดฝาดูทุกวัน ซึ่งแบบนั้นเสียหายกว่าการปล่อยไว้เฉย ๆ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาว 2569 จะเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของตุลาคม และยาวไปถึงราวกลางกุมภาพันธ์ 2570 ช่วงหนาวที่สุดคือปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ภาคเหนือตอนบนและอีสานอาจลงถึง 10-12°C ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ราว 19-21°C (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) พฤติกรรมของชันโรงจะเปลี่ยนไปตามนี้
บทความนี้เขียนแบบวินิจฉัย คือดูอาการ หาสาเหตุ แล้วจึงแก้ไข เพื่อให้แยกได้ว่ารังไหนแค่เงียบตามฤดู และรังไหนกำลังมีปัญหา
ทำไมหน้าหนาวชันโรงออกหากินน้อยลง
บทความของสถาบันจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อกพ.) สวทช. เล่าจากประสบการณ์ผู้เลี้ยงว่า ปกติชันโรงจะออกจากรังราว 6 โมงเช้า แต่ในฤดูหนาวจะเริ่มราว 7 โมงเช้า แต่ละตัวออกหากินอย่างน้อย 16 เที่ยวต่อวัน ถ้าอากาศดีจะออกมากกว่านั้น และกลับเข้ารังเมื่อมืด อากาศเย็นตอนเช้าจึงทำให้เวลาทำงานในแต่ละวันสั้นลงไปเองโดยธรรมชาติ
อีกเหตุหนึ่งคืออาหาร ชันโรงหากินในระยะราว 300 เมตรจากรัง และเก็บเกสรเป็นหลัก ตามบทความของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ชันโรงเก็บเกสรราว 80% และน้ำหวานราว 20% ขณะที่ผึ้งเก็บอย่างละครึ่ง ถ้าในรัศมีนั้นไม่มีพืชออกดอก ชันโรงจะออกไปก็ไม่ได้อะไร จึงเห็นตัวบินน้อยลง บทความของ อกพ. ยังเตือนว่าสวนที่ออกดอกปีละครั้งอาจทำให้ชันโรงขาดอาหารได้ ต้องมีพืชอาหารต่อเนื่อง
เรื่องอุณหภูมิในรัง งานทบทวนของจงจิตวิมลและวัฒนไชยยิ่งเจริญ (วารสารประวัติศาสตร์ธรรมชาติ จุฬาฯ ปี 2550) อธิบายว่าชั้นห่อหุ้มรัง (batumen ซึ่งมี 1-4 ชั้น และ involucrum) น่าจะช่วยควบคุมอุณหภูมิ งานนี้อ้างรายงานในชันโรงสกุล Scaptotrigona ที่พบว่าชั้น involucrum หนาเพียง 1 ซม. ทำให้อุณหภูมิสองฝั่งต่างกันได้ถึง 5°C ในคืนที่อากาศเย็น และรายงานว่าชันโรงชนิดหนึ่งในเวียดนามเหนือสร้างชั้น involucrum เพิ่มในฤดูหนาว ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลต่างชนิดและต่างพื้นที่ แต่ให้ข้อคิดที่ใช้ได้จริง คือชั้นชันที่คุณเห็นเหนียว ๆ รอบกลุ่มตัวอ่อนเป็นเหมือนผ้าห่มของรัง ถ้าแกะออกบ่อย ๆ ในหน้าหนาว รังต้องเสียแรงสร้างใหม่
อาการที่ 1: ปากรังเงียบตอนเช้า แต่สายแล้วมีตัวบิน
สาเหตุที่น่าจะเป็น: ชะลอตัวตามอุณหภูมิตอนเช้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหน้าหนาว
สิ่งที่ควรทำ: ไม่ต้องเปิดรัง ให้ดูปากรังช่วง 9-11 โมงที่แดดออก ถ้ายังมีตัวเฝ้าปากรังและมีตัวบินเข้าออกพร้อมเกสรติดขา ถือว่ารังยังทำงานปกติ บันทึกไว้ในสมุดว่าวันนี้เห็นมากหรือน้อย เพื่อเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ดีกว่าเปิดฝาดูทุกวัน
อาการที่ 2: เงียบทั้งวันแม้แดดดี และปากรังไม่มีตัวเฝ้า
สาเหตุที่น่าจะเป็น: รังอ่อนแอ ประชากรลดลง นางพญามีปัญหา หรือรังถูกศัตรูบุก บทความของ วว. ระบุว่ารังหนึ่งมีนางพญา 1-2 ตัว ชันโรงงานมีอายุราว 60 วัน และวงจรตั้งแต่ไข่จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาราว 35-40 วัน ถ้านางพญาหยุดวางไข่หรือหายไป ประชากรจะค่อย ๆ ลดลงภายในไม่กี่สัปดาห์
สิ่งที่ควรทำ: เลือกช่วงสายที่แดดอุ่นแล้วค่อยเปิดตรวจ ทำให้เร็ว และปิดคืนให้สนิท สิ่งที่ต้องดูมีดังนี้
- มีกลุ่มไข่และตัวอ่อนใหม่อยู่หรือไม่ ถ้ามีแปลว่านางพญายังวางไข่
- ถ้วยน้ำผึ้งสีน้ำตาลเข้มกับถ้วยเกสรสีน้ำตาลอ่อน (ตามบทความ วว.) ยังมีอาหารเหลือหรือไม่
- มีมด หนอน หรือแมลงอื่นอยู่ในรังหรือไม่
- มีกลิ่นเปรี้ยวหรือเน่า หรือพื้นรังเปียกหรือไม่
ถ้าอาหารหมดและในรัศมี 300 เมตรไม่มีดอกไม้ ทางแก้ระยะยาวคือปลูกพืชที่ออกดอกสลับกันไว้รอบสวน หรือย้ายรังไปที่มีพืชอาหารตั้งแต่ก่อนเข้าหนาว อย่างไรก็ตาม บทความของ อกพ. เตือนว่าเมื่อวางรังแล้วไม่ควรย้ายบ่อย เพราะชันโรงจะจำทางเข้ารังไม่ได้ ถ้าจำเป็นต้องย้ายจริง ให้ย้ายตอนมืดหลังชันโรงกลับเข้ารังหมดแล้ว และย้ายครั้งเดียว ถ้ารังอ่อนจนไม่มีตัวอ่อนเหลือ ให้ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอหรือกลุ่มผู้เลี้ยงในพื้นที่เรื่องการรวมรัง ซึ่งยังไม่พบขั้นตอนทางการที่เผยแพร่ชัดเจน
อาการที่ 3: มีมดหรือหนอนเข้ารัง
สาเหตุที่น่าจะเป็น: ชั้นป้องกันของรังมีรอยรั่ว หรือรังอ่อนแอจนป้องกันตัวเองไม่ได้ งานทบทวนของจงจิตวิมลและคณะระบุว่าชั้นห่อหุ้มรังช่วยป้องกันตัวอ่อนจากมด ปลวก และแมลงวัน ส่วนบทความของ วว. ระบุว่าชันส่วนแข็ง (propolis) มีไว้อุดรูรั่วไม่ให้ศัตรู เชื้อโรค และแสงเข้าไปในรัง หน้าหนาวที่รังทำงานช้าลง ช่องโหว่จะถูกซ่อมช้าลงด้วย
สิ่งที่ควรทำ: ตัดทางที่มดใช้เดินเข้ารัง เช่น กิ่งไม้หรือใบไม้ที่พาดมาถึงรัง ตั้งรังบนขาที่ไม่ติดพุ่มไม้ ห้ามพ่นยาฆ่าแมลงใกล้รังเด็ดขาด เพราะชันโรงก็เป็นแมลงและจะตายไปด้วย บทความของ อกพ. ยกตัวอย่างสัญญาเช่ารังที่กำหนดค่าเสียหายไว้ถ้าชันโรงตายเพราะเจ้าของสวนฉีดยาฆ่าแมลง ถ้าพบหนอนกินรังเป็นจำนวนมาก ให้ตัดส่วนที่เสียหายออกเท่าที่จำเป็น แล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอหรือกลุ่มกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร ยังไม่พบเอกสารทางการภาษาไทยที่จัดลำดับศัตรูชันโรงพร้อมวิธีจัดการอย่างเป็นระบบ
อาการที่ 4: รังชื้น มีกลิ่นเปรี้ยว หรือมีน้ำขังในกล่อง
สาเหตุที่น่าจะเป็น: ฝนปลายฤดู หมอกลงหนัก หรือน้ำค้างไหลเข้ารอยต่อของกล่อง บทความของ วว. ระบุว่า ในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานผสมเกสร ถ้าดูแลไม่ให้รังอยู่ในสภาพความชื้นสูง ไม่ถูกแดดจัด และไม่มีศัตรู โดยมีพืชอาหารเพียงพอ ชันโรงก็อยู่รอดถึงฤดูกาลต่อไปได้
สิ่งที่ควรทำ: ทำหลังคากันฝนเหนือกล่อง ยกกล่องให้พ้นจากพื้นที่น้ำกระเด็น เอียงฝากล่องให้น้ำไหลออก เมื่อเปิดตรวจให้ดูว่าน้ำผึ้งไหลเยิ้มจากถ้วยที่แตกหรือไม่ ถ้าแตกให้เก็บส่วนที่เยิ้มออก เพราะจะล่อมดและเกิดกลิ่นบูด
อาการที่ 5: รังอยู่กลางแดดจัดช่วงกลางวัน
หน้าหนาวเช้าเย็นแต่กลางวันแดดยังแรง หลายคนย้ายรังออกไปรับแดดเพราะคิดว่าจะช่วยให้อุ่น ซึ่งไม่จำเป็นและเสี่ยง งานทบทวนของจงจิตวิมลและคณะอ้างรายงานว่าอุณหภูมิในรังที่สูงเกิน 46°C เป็นอันตรายถึงตายต่อชันโรงชนิด Tetragonula carbonaria และบทความของ วว. ก็ให้หลีกเลี่ยงแดดจัด ให้วางรังในที่มีร่มเงาบางส่วน รับแดดอ่อนได้บ้างในตอนเช้า แต่ไม่โดนแดดตรงช่วงบ่าย
| อาการ | สาเหตุที่น่าจะเป็น | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| เช้าเงียบ สายมีตัวบิน | ชะลอตามอากาศเย็น | ไม่ต้องเปิดรัง ดูช่วงแดดออก |
| เงียบทั้งวัน ไม่มีตัวเฝ้า | รังอ่อน อาหารหมด หรือนางพญามีปัญหา | เปิดตรวจช่วงสายที่แดดอุ่น ดูตัวอ่อนและอาหาร |
| มีมดหรือหนอน | ชั้นป้องกันรั่ว รังอ่อน | ตัดทางมด ห้ามพ่นยาใกล้รัง ปรึกษาเกษตรอำเภอ |
| ชื้น มีกลิ่นเปรี้ยว | ฝน หมอก น้ำค้างเข้ารัง | ทำหลังคา ยกกล่อง เก็บน้ำผึ้งที่เยิ้มออก |
| กล่องร้อนจัดตอนบ่าย | วางกลางแดด | ย้ายตอนมืดไปที่มีร่มเงาบางส่วน |
หน้าหนาวควรแยกรังหรือเก็บน้ำผึ้งไหม
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) แนะนำว่าการขยายรังต้องเลือกรังที่แข็งแรง มีตัวเต็มวัย ตัวอ่อน และดักแด้เพียงพอ รวมทั้งมีถ้วยเกสรและถ้วยน้ำผึ้งพอสำหรับทั้งรังเดิมและรังใหม่ ส่วนบทความของ วว. บอกว่ารังใหม่ต้องป้ายชันจากรังเดิมไว้ที่ปากรัง ให้ชันโรงจำกลิ่นทางเข้าได้ ในหน้าหนาวที่รังทำงานช้า อาหารน้อย และประชากรโตช้า รังจำนวนมากจะไม่ผ่านเกณฑ์ที่ว่า "พอสำหรับสองรัง" ถ้ารังยังไม่แน่น ให้รอไปแยกตอนที่พืชรอบสวนเริ่มออกดอกและรังกลับมาคึกแล้ว ยังไม่พบเอกสารทางการที่กำหนดเดือนที่เหมาะสำหรับการแยกรังในแต่ละภาค ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือกลุ่มผู้เลี้ยงในพื้นที่ประกอบ
ส่วนน้ำผึ้ง บทความของ วว. ระบุว่ารังหนึ่งให้น้ำผึ้งได้ราว 500-750 มิลลิลิตร และเก็บได้ 2-3 ครั้งต่อปี ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดรังและพืชอาหารรอบ ๆ ถ้าต้องเลือกในหน้าหนาว ให้ทิ้งน้ำผึ้งไว้เป็นอาหารสำรองของรังก่อน เพราะเป็นช่วงที่หาอาหารยากที่สุด การเก็บน้ำผึ้งจนหมดก่อนเข้าหนาวคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รังอ่อนในเดือนมกราคม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เปิดฝาดูทุกวันเพราะกังวล รังต้องเสียแรงซ่อมชั้นชันที่ห่อหุ้มอยู่ซ้ำ ๆ
- ย้ายรังไปตากแดดให้อุ่น จนกล่องร้อนจัดตอนบ่าย
- ย้ายตำแหน่งรังกลางวันระหว่างที่ชันโรงยังบินอยู่ข้างนอก ตัวหาอาหารกลับรังไม่ถูก
- เก็บน้ำผึ้งจนหมดก่อนเข้าหนาว
- แยกรังจากรังที่ยังไม่แน่น ทำให้ได้รังอ่อนสองรังแทนรังแข็งแรงหนึ่งรัง
- พ่นยาฆ่าแมลงในสวนโดยไม่ปิดหรือย้ายรังก่อน
- ปล่อยกิ่งไม้พาดถึงรัง เป็นทางเดินให้มด
เช็คลิสต์รายสัปดาห์ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
- ดูปากรังช่วงแดดออกสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และจดว่ามีตัวเฝ้าและตัวบินเข้าออกหรือไม่
- เดินดูรอบรังในรัศมีราว 300 เมตรว่ามีพืชออกดอกอะไรบ้าง
- ตรวจหลังคา ฝากล่อง และรอยต่อหลังฝนหรือหลังคืนที่หมอกลงหนัก
- ตัดกิ่งไม้และวัชพืชที่พาดถึงขาตั้งรัง
- เปิดตรวจข้างในเฉพาะรังที่มีอาการผิดปกติ และทำช่วงสายที่แดดอุ่น
- ประสานกับเพื่อนบ้านเรื่องวันพ่นยาในสวนข้างเคียง
ถ้าคุณใช้ชันโรงช่วยผสมเกสรในสวนทุเรียน ให้วางแผนเรื่องรังกับตารางพ่นยาและช่วงดอกบานของสวนไปพร้อมกัน อ่านการจัดการร่วมกันได้ที่ เลี้ยงชันโรงในสวนทุเรียน และ ชันโรงในสวนผลไม้ ส่วนปฏิทินงานทั้งปีอยู่ที่ ปฏิทินเลี้ยงชันโรงเก็บน้ำผึ้ง
สรุป
รังชันโรงที่เงียบลงในหน้าหนาวส่วนใหญ่แค่ชะลอตัวตามอากาศเย็นและตามดอกไม้ที่น้อยลง ให้แยกรังปกติออกจากรังที่มีปัญหาด้วยการดูปากรังช่วงแดดออก เปิดตรวจเฉพาะรังที่ผิดปกติ ไม่ย้ายรัง กันฝนและความชื้น และทิ้งน้ำผึ้งไว้เป็นอาหารสำรองจนผ่านช่วงหนาวที่สุดปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ถ้าพบศัตรูหรือรังอ่อนจนไม่มีตัวอ่อน ให้ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอ ถ้ายังลังเลว่าจะเลี้ยงชันโรงหรือผึ้ง อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ชันโรงกับผึ้งพันธุ์ต่างกันอย่างไร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุตุนิยมวิทยา ผ่านแนวหน้า — การเริ่มต้นฤดูหนาว 2569 และอุณหภูมิที่คาดการณ์ ประกาศ 14 ต.ค. 2569 (https://www.naewna.com/n/?p=113925)
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) — มหัศจรรย์ชันโรง วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีที่ 37 ฉบับที่ 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2565) (https://opac.tistr.or.th/Multimedia/STJN/2022-3704/tistr-stjn_3704-05.pdf)
- สถาบันจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อกพ.) สวทช. — ชันโรง ผึ้งจิ๋วรายได้แจ่ม (https://www.nstda.or.th/agritec/stingless-bee/)
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) — ชันโรง "ขี้ตั๋งนี" แมลงจิ๋วรายได้งาม (https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/100)
- Jongjitvimol & Wattanachaiyingcharoen, Nat. Hist. J. Chulalongkorn Univ. 7(1) 2550 — โครงสร้างรังชันโรง ชั้นห่อหุ้ม และการควบคุมอุณหภูมิ (https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tnh/article/download/102916/82460/260131)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
หมักฟางด้วยยูเรียเลี้ยงวัวช่วงหน้าแล้ง ทำอย่างไรและข้อห้ามมีอะไร
สูตรและขั้นตอนหมักฟางด้วยยูเรียจากงานวิจัย ม.ขอนแก่น และ FAO พร้อมข้อห้ามที่ต้องรู้ อาการพิษยูเรียในโค และเหตุที่หน้าหนาวต้องหมักนานขึ้น
ลูกแพะเกิดช่วงหน้าหนาว ดูแลอย่างไรให้รอดในสัปดาห์แรก
ลำดับงานตั้งแต่ชั่วโมงแรกถึงวันที่เจ็ดของลูกแพะที่เกิดช่วงหน้าหนาว ทั้งนมน้ำเหลือง การแยกระดับตัวเย็น และการจัดคอก
ลูกหมูแรกเกิดหน้าหนาวตายง่าย จัดคอกกกให้อุ่นอย่างไร
วิธีจัดมุมกกลูกหมูในคอกคลอดช่วงหน้าหนาว ลดการตายจากความหนาวและการถูกแม่ทับในไม่กี่วันแรก พร้อมสัญญาณที่ต้องเรียกสัตวแพทย์
กกลูกไก่ช่วงหน้าหนาว ไฟกกต้องอุ่นแค่ไหน ดูจากท่าทางลูกไก่อย่างไร
อุณหภูมิกกลูกไก่ตามอายุ ใช้ท่าทางลูกไก่แยกว่าหนาว ร้อน หรือมีลมโกรก และสิ่งที่ต้องทำเพิ่มในคืนที่อากาศลงต่ำช่วงหน้าหนาว 2569/70
รีวิว 8 หนังสือคู่มือเลี้ยงสัตว์
เทียบ 8 หนังสือคู่มือเลี้ยงสัตว์จากชื่อรายการ พร้อมเกณฑ์เลือกซื้อและเรื่องกฎหมายที่ต้องเช็กนอกหนังสือ ทีมงานยังไม่ได้อ่านเนื้อหาครบ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
รีวิว 12 ชุดและอุปกรณ์เลี้ยงไส้เดือน
เทียบ 12 รายการชุดและอุปกรณ์เลี้ยงไส้เดือนจากชื่อรายการ พร้อมเกณฑ์ตรวจก่อนสั่งซื้อ ทีมงานยังไม่ได้ทดลองสินค้าเหล่านี้ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อย
หน้าหนาวชันโรงออกหากินน้อยลงเป็นเรื่องปกติไหม
ปกติ บทความของ อกพ. สวทช. ระบุว่าในฤดูหนาวชันโรงจะเริ่มออกจากรังราว 7 โมงเช้า ช้ากว่าปกติที่ราว 6 โมง ถ้าช่วงสายยังมีตัวบินเข้าออกและมีตัวเฝ้าปากรัง ก็ไม่ต้องกังวล
ควรเปิดรังตรวจบ่อยแค่ไหนในหน้าหนาว
เปิดเฉพาะรังที่มีอาการผิดปกติ เช่น เงียบทั้งวันหรือมีมดเข้ารัง และทำในช่วงสายที่แดดอุ่น เพราะชั้นชันที่ห่อหุ้มรังน่าจะช่วยรักษาอุณหภูมิ การแกะบ่อยทำให้รังเสียแรงซ่อม
ชันโรงหากินไกลแค่ไหน
บทความของ วว. และ อกพ. ระบุว่าราว 300 เมตร พืชอาหารจึงต้องอยู่ในรัศมีนี้ และควรออกดอกสลับกันต่อเนื่อง
หน้าหนาวเก็บน้ำผึ้งชันโรงได้ไหม
เก็บได้ถ้ารังแข็งแรงและมีอาหารเหลือมาก แต่ควรทิ้งไว้ให้รังเป็นอาหารสำรอง บทความของ วว. ระบุว่ารังหนึ่งให้ราว 500-750 มล. และเก็บได้ 2-3 ครั้งต่อปี ขึ้นกับขนาดรังและพืชอาหาร
แยกรังชันโรงในหน้าหนาวได้ไหม
ทำได้เฉพาะรังที่แข็งแรงพอ สวพส. แนะนำให้แยกจากรังที่มีตัวเต็มวัย ตัวอ่อน ดักแด้ และอาหารพอสำหรับทั้งสองรัง ถ้ารังยังไม่แน่นให้รอช่วงที่พืชเริ่มออกดอก
ประเทศไทยมีชันโรงกี่ชนิด
ตัวเลขต่างกันตามแหล่งและปีที่สำรวจ งานทบทวนปี 2550 ระบุ 32 ชนิด สวพส. ระบุ 39 ชนิด ส่วน อกพ. ระบุไม่ถึง 40 ชนิด
