คำตอบเร็ว: ข้าวโพดใบไหม้เป็นแถบยาวสีเทาอมน้ำตาลคล้ายรูปเรือ ขนานไปกับเส้นใบ ส่วนใหญ่เป็นโรคใบไหม้แผลใหญ่ (Northern Corn Leaf Blight) เกิดจากเชื้อรา Exserohilum turcicum ระบาดหนักช่วงอากาศชื้น ใบเปียกค้างนาน 6-12 ชั่วโมงต่อวัน และอุณหภูมิ 18-27°C ทางแก้คือตัดวงจรเชื้อจากซากใบเดิม ปรับระยะปลูกให้อากาศถ่ายเทดี ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราตามคำแนะนำฉลากเมื่อพบแผลระยะเริ่มต้น และเลือกพันธุ์ที่มีระดับต้านทานโรคนี้ตั้งแต่ต้นฤดู
ฝนตกติดต่อกันไม่กี่วัน แปลงปลูกข้าวโพดที่เคยเขียวสดกลับมีแถบสีน้ำตาลอมเทายาว ๆ ขึ้นเต็มใบล่างแล้วลามขึ้นใบบน หลายคนตกใจเพราะแยกไม่ออกว่าเป็นโรคใบไหม้ชนิดไหนกันแน่ ยิ่งถ้าพ่นยาผิดชนิดหรือผิดจังหวะ นอกจากไม่หายแล้วยังเสียเงินเสียเวลาไปเปล่า ๆ บทความนี้จะพาไปดูลักษณะแผลของโรคใบไหม้แผลใหญ่แบบเจาะจง แยกจากโรคใบไหม้ชนิดอื่น สภาพอากาศที่เอื้อต่อการระบาด สารป้องกันกำจัดที่ใช้ได้ผลจริง และพันธุ์ที่ต้านทานโรคนี้
ลักษณะแผลใบไหม้แผลใหญ่ที่ต้องสังเกตให้ออก
แผลของโรคใบไหม้แผลใหญ่ (Northern Corn Leaf Blight หรือ NCLB) มีรูปทรงเฉพาะตัวคือเป็นแถบยาวรูปเรือหรือรูปซิการ์ (cigar-shaped) สีเทาอมเขียวตอนแรกแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อแผลแก่ ความยาวแผลอยู่ที่ประมาณ 2.5-15 เซนติเมตร วางตัวขนานไปตามแนวเส้นใบเสมอ ไม่มีขอบสีเข้มชัดเจนแบบวงแหวน เริ่มพบที่ใบล่างก่อนแล้วไล่ลามขึ้นใบบนตามลำดับอายุใบ ถ้าระบาดหนักแผลจะเชื่อมต่อกันจนใบทั้งใบแห้งกรอบเป็นสีน้ำตาลเข้มทั้งใบ
แยกจากโรคใบไหม้ชนิดอื่นในข้าวโพดยังไง
จุดที่เกษตรกรสับสนบ่อยคือแยกโรคใบไหม้แผลใหญ่กับโรคใบไหม้แผลเล็ก (Southern Corn Leaf Blight) และโรคราสนิมไม่ออก ทั้งที่วิธีจัดการต่างกัน
| ลักษณะ | ใบไหม้แผลใหญ่ (NCLB) | ใบไหม้แผลเล็ก (SCLB) | ราสนิม |
|---|---|---|---|
| รูปร่างแผล | ยาวรูปเรือ 2.5-15 ซม. | สี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ขอบตรง | ตุ่มนูนกระจาย ไม่ใช่แผลแบน |
| สี | เทาอมน้ำตาล | น้ำตาลอ่อนถึงแทน | สีสนิมแดงอมส้ม |
| ทิศทางแผล | ขนานเส้นใบชัดเจน | ขวางเส้นใบ ถูกจำกัดด้วยเส้นใบ | กระจายไม่มีทิศทาง |
| ช่วงระบาดหนัก | ฝนชุก อากาศเย็นชื้น | ร้อนชื้นจัด | อากาศเย็น ชื้นสูง |
สภาพอากาศที่เอื้อต่อการระบาด
เชื้อรา Exserohilum turcicum ต้องการความชื้นบนผิวใบต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 ชั่วโมงเพื่อให้สปอร์งอกและแทงเข้าทำลายใบได้ อุณหภูมิที่เหมาะกับการระบาดอยู่ระหว่าง 18-27°C ซึ่งตรงกับช่วงต้นฤดูฝนถึงกลางฤดูฝนของไทยพอดี แปลงที่ปลูกถี่เกินไปจนทรงพุ่มชนกัน อากาศถ่ายเทไม่ดี ใบเปียกค้างนานตอนเช้าจากน้ำค้างหรือหมอก จะเสี่ยงระบาดสูงกว่าแปลงที่ปลูกระยะห่างพอดี นอกจากนี้แปลงที่ปลูกข้าวโพดซ้ำที่เดิมต่อเนื่องหลายฤดูโดยไม่ไถกลบซากใบเก่า จะมีเชื้อสะสมในเศษซากพืชเป็นแหล่งแพร่ระบาดข้ามฤดูด้วย
สารป้องกันกำจัดที่ใช้ได้ผลและวิธีจัดการ
เมื่อพบแผลเริ่มต้นในระยะที่ยังไม่ลามหนัก ควรพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราในกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนสำหรับโรคใบไหม้ข้าวโพดโดยเฉพาะ เช่นกลุ่มไตรอาโซล (triazole) หรือกลุ่มสโตรบิลูริน (strobilurin) ตามอัตราและช่วงเวลาที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากชนิดและอัตราสารป้องกันกำจัดโรคพืชมีการปรับปรุงทะเบียนอยู่เสมอ แนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อสารที่ขึ้นทะเบียนล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรหรือสอบถามเกษตรอำเภอก่อนซื้อทุกครั้ง ไม่ควรซื้อตามคำแนะนำปากต่อปากโดยไม่เช็กฉลาก
- พ่นทันทีเมื่อพบแผลเริ่มต้นบนใบล่าง 2-3 ใบแรก อย่ารอให้ลามขึ้นใบธง
- ไถกลบหรือเก็บเผาซากใบข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยวเพื่อตัดแหล่งเชื้อสะสม
- ปรับระยะปลูกให้โปร่ง ไม่แน่นเกินไป ให้อากาศถ่ายเทและใบแห้งเร็วหลังฝน
- สลับปลูกพืชตระกูลอื่นที่ไม่ใช่ข้าวโพดอย่างน้อย 1 ฤดูเพื่อตัดวงจรเชื้อในดิน
- หลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปในช่วงที่โรคกำลังระบาด เพราะใบอวบน้ำจะติดเชื้อง่ายขึ้น
พันธุ์ข้าวโพดที่ต้านทานโรคนี้
ตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของไทยมีพันธุ์ลูกผสมการค้าหลายสายพันธุ์ที่ผู้ผลิตระบุระดับความต้านทานต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่ไว้ตั้งแต่ระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ก่อนซื้อเมล็ดพันธุ์ควรขอดูข้อมูลระดับความต้านทานโรคนี้โดยเฉพาะจากบริษัทผู้จำหน่ายหรือตรวจสอบข้อมูลพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะถ้าพื้นที่ปลูกเคยมีประวัติระบาดหนักมาก่อน การเลือกพันธุ์ต้านทานร่วมกับการจัดการแปลงที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าพึ่งพาการพ่นสารเคมีอย่างเดียว
ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรมักทำ
- เห็นใบไหม้แล้วรีบพ่นสารเคมีทันทีโดยไม่แยกชนิดโรคก่อน ทำให้ใช้สารผิดกลุ่มไม่ได้ผล
- ปล่อยซากใบข้าวโพดทับถมในแปลงหลังเก็บเกี่ยวโดยไม่ไถกลบ กลายเป็นแหล่งเชื้อสะสมข้ามฤดู
- ปลูกถี่เกินไปเพื่อเพิ่มจำนวนต้นต่อไร่ แต่ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีจนโรคระบาดง่ายขึ้น
- ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงต่อเนื่องโดยไม่สนใจสัญญาณโรค ทำให้ใบอวบน้ำติดเชื้อง่ายและลามเร็ว
- รอจนแผลลามเต็มใบทั้งต้นก่อนค่อยพ่นยา ซึ่งช้าเกินไปเพราะเชื้อกระจายไปยังต้นข้างเคียงแล้ว
- ปลูกข้าวโพดซ้ำที่เดิมทุกฤดูโดยไม่สลับพืชปลูก ทำให้เชื้อสะสมในดินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สรุป
โรคใบไหม้แผลใหญ่ในข้าวโพดสังเกตได้จากแผลรูปเรือสีเทาน้ำตาลขนานเส้นใบ ระบาดหนักช่วงฝนชุกและอากาศชื้นเย็น การจัดการที่ได้ผลต้องผสมผสานทั้งการไถกลบซากใบ ปรับระยะปลูกให้โปร่ง เลือกพันธุ์ต้านทาน และพ่นสารป้องกันกำจัดตามฉลากตั้งแต่พบอาการระยะแรก อย่ารอจนแผลลามเต็มแปลงเพราะจะทำให้ควบคุมยากและกระทบผลผลิตมากขึ้น ดูข้อมูลโรคพืชอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หมวดโรคและการดูแล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลโรคพืชข้าวโพดและรายชื่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่ขึ้นทะเบียน
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการจัดการแปลงและพันธุ์ข้าวโพดต้านทานโรค
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โรคแอนแทรคโนสมะม่วง สังเกตอาการและป้องกันอย่างไรก่อนถึงมือผู้บริโภค
สวนมะม่วงส่งออกหลายแห่งเจอปัญหาที่ทำให้ปวดหัวมาก คือผลที่คัดเกรดออกจากสวนดูสมบูรณ์ไม่มีตำหนิ แต่พอเดินทางไปถึงปลายทางหรือวางขายไม่กี่วันกลับมีจุดดำผุด
โรคไหม้ข้าว สังเกตอาการเริ่มต้นอย่างไร ป้องกันแบบไหนได้ผล
ชาวนาหลายคนเดินตรวจนาแล้วเจอจุดแผลเล็ก ๆ รูปคล้ายตาที่ใบข้าวแต่ยังไม่รู้ว่าอันตรายแค่ไหน กว่าจะรู้ตัวอีกทีเชื้อก็ลามจนใบไหม้เป็นหย่อมใหญ่และเริ่มขึ้นไ
โรคขี้ขาวกุ้ง (EHP) ป้องกันอย่างไรให้ฟาร์มปลอดภัย
ฟาร์มกุ้งหลายแห่งเจอปัญหากุ้งกินอาหารปกติ ไม่มีตัวลอยตายให้เห็น แต่พอถึงวันจับกลับพบว่าขนาดกุ้งเล็กกว่าที่ควรจะเป็นมาก และแตกไซซ์ไม่สม่ำเสมอ นี่คือสัญ
โรคบวมน้ำในลูกสุกร สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน
ลูกสุกรที่โตเร็วที่สุดในคอก กินอาหารเก่งที่สุด กลับเป็นตัวที่ล้มป่วยกะทันหันหลังหย่านมได้ไม่กี่วัน นี่คือความย้อนแย้งของโรคบวมน้ำลูกสุกร (Edema Diseas
โรคอหิวาต์เป็ด อาการเป็นอย่างไร ป้องกันการระบาดในฟาร์มอย่างไร
เช้าวันหนึ่งเจ้าของฟาร์มเป็ดไข่เดินเข้าโรงเรือนแล้วพบเป็ดตายเรียงกันหลายตัวโดยที่เมื่อวานยังกินน้ำกินอาหารปกติ นี่คือลักษณะเฉพาะของโรคอหิวาต์เป็ด (Fow
โรคหูดมะพร้าว สังเกตอาการและป้องกันอย่างไร
ถ้าสังเกตเห็นใบมะพร้าวมีตุ่มนูนขรุขระสีน้ำตาลแดงคล้ายสนิมกระจายเป็นหย่อม ๆ บนผิวใบ จับดูแล้วรู้สึกสากมือผิดจากผิวใบปกติ นั่นคืออาการของโรคหูดมะพร้าว ซ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรไซคลาโซล 75% WP 100g. บีม โรคใบไหม้ในข้าว ข้าวใบไหม้ โรคใบไหม้ โรคใบไหม้ ขอบใบไหม้ ปลายใบไม้ ใบเหลืองจากเชื้อราใบไหม้
ดูรายละเอียด![Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F27424125085.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_5m9YGeLthSnbjAcMLaZk9ipd3KhA)
Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก
ดูรายละเอียด
เครื่องคัดแยกเมล็ดด้วยระบบสั่น รุ่นใหม่ แยกข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี คำฝ้าย อัดถุงอัตโนมัติ อุปกรณ์แปรรูปผลผลิตเกษตร
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ใบไหม้แผลใหญ่ต่างจากโรคราน้ำค้างข้าวโพดยังไง
โรคราน้ำค้างทำให้ใบเป็นทางสีขาวเหลืองซีดตามแนวเส้นใบและต้นแคระแกร็นตั้งแต่ต้นเล็ก ในขณะที่ใบไหม้แผลใหญ่เป็นแผลสีเทาน้ำตาลรูปเรือชัดเจนและมักเกิดกับต้นที่โตแล้ว อาการจึงแยกกันได้ชัดทั้งสี รูปทรง และช่วงอายุต้นที่พบ
พ่นสารป้องกันกำจัดกี่ครั้งถึงจะควบคุมโรคได้
ขึ้นกับความรุนแรงของการระบาดและสภาพอากาศ โดยทั่วไปพ่นครั้งแรกทันทีที่พบแผลเริ่มต้น แล้วพ่นซ้ำตามช่วงเวลาที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์หากฝนตกชุกต่อเนื่อง ควรปรึกษาเกษตรอำเภอหรือร้านค้าสารเคมีทางการเกษตรที่มีใบอนุญาตเพื่อวางแผนความถี่ให้เหมาะกับสภาพแปลงจริง
โรคนี้ทำให้ผลผลิตข้าวโพดเสียหายมากแค่ไหน
ความเสียหายขึ้นกับระยะที่ต้นข้าวโพดติดเชื้อ ถ้าระบาดหนักตั้งแต่ช่วงก่อนออกฝักจะกระทบต่อการสังเคราะห์แสงและทำให้น้ำหนักฝักลดลงชัดเจน แต่ถ้าติดเชื้อหลังฝักแก่ใกล้เก็บเกี่ยวแล้วความเสียหายต่อผลผลิตจะน้อยกว่ามาก จึงควรรีบจัดการตั้งแต่พบอาการระยะแรก
ใบไหม้แผลใหญ่แพร่กระจายไปแปลงข้างเคียงได้ไหม
แพร่ได้ เชื้อราสร้างสปอร์ที่ปลิวไปตามลมและกระเซ็นไปกับน้ำฝนได้ในระยะหลายร้อยเมตร ถ้าแปลงข้างเคียงระบาดหนักและทิศทางลมพัดเข้าหาแปลงของเรา ควรเฝ้าระวังและพ่นป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงฝนตกชุก
ปลูกข้าวโพดพันธุ์ต้านทานแล้วยังต้องพ่นยาไหม
พันธุ์ต้านทานช่วยลดความรุนแรงและชะลอการระบาดได้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดเชื้อเลย ถ้าสภาพอากาศเอื้อต่อการระบาดมากและมีเชื้อสะสมในแปลงสูง ก็ยังควรเฝ้าติดตามอาการและเตรียมพ่นสารป้องกันกำจัดหากพบแผลเริ่มลาม
