คำตอบสั้น ๆ
เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงหลายรายมักตกใจเมื่อเห็นใบหอมที่เคยตั้งตรงสวยงามเริ่มบิดม้วนงอผิดรูปกะทันหันในช่วงฝนตกชุก แล้วลามทั้งแปลงภายในไม่กี่วัน อาการแบบนี้
คำตอบเร็ว: โรคแอนแทรคโนสหอมแดง (หรือที่ชาวบ้านเรียก "โรคหอมเลื้อย") ระบาดหนักช่วงฝนตกชุกอากาศร้อนชื้น สังเกตได้จากใบบิดม้วนงอผิดรูป มีแผลช้ำยาวรีบุ๋มลึก และมีจุดสปอร์สีส้มอมชมพูขึ้นตรงแผลเมื่อชื้นจัด เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum ที่ติดมากับหัวพันธุ์หรือกระเซ็นจากดินตอนฝนตก ป้องกันหลักคือใช้หัวพันธุ์ปลอดโรค ปลูกให้โปร่งระบายอากาศดี และหมั่นตรวจแปลงตั้งแต่เริ่มมีอาการเพื่อกำจัดต้นเป็นโรคก่อนลาม
เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงหลายรายมักตกใจเมื่อเห็นใบหอมที่เคยตั้งตรงสวยงามเริ่มบิดม้วนงอผิดรูปกะทันหันในช่วงฝนตกชุก แล้วลามทั้งแปลงภายในไม่กี่วัน อาการแบบนี้คือสัญญาณของโรคแอนแทรคโนสหอมแดงที่เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของไทยคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นโรคระบาดประจำฤดูฝนของหอมแดงที่สร้างความเสียหายได้รุนแรงถ้าไม่รีบจัดการตั้งแต่ต้น
อาการที่สังเกตได้
อาการเริ่มแรกของโรคแอนแทรคโนสหอมแดงคือใบมีแผลช้ำฉ่ำน้ำเป็นจุดหรือรอยรียาวตามแนวใบ แผลจะบุ๋มลึกกว่าเนื้อใบปกติเล็กน้อย เมื่ออาการรุนแรงขึ้นใบจะเริ่มบิดโค้งงอผิดรูป ไม่ตั้งตรงเหมือนปกติ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกพื้นบ้านว่า "โรคหอมเลื้อย" ในสภาพอากาศชื้นจัดหรือหลังฝนตก จะเห็นจุดสปอร์สีส้มอมชมพูหรือสีแซลมอนขึ้นเป็นวงตรงกลางแผล ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่ใช้แยกโรคนี้จากโรคใบจุดชนิดอื่นได้ค่อนข้างชัดเจน หากปล่อยไว้ไม่จัดการ ต้นจะแคระแกร็น หัวหอมมีขนาดเล็กลง และในบางกรณีเชื้อลามเข้าไปทำให้หัวหอมเน่าเสียหายทั้งหมด
สาเหตุการระบาด
โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ซึ่งแพร่กระจายได้หลายทาง ทางแรกคือติดมากับหัวพันธุ์ที่มีเชื้อแฝงอยู่ตั้งแต่ต้น ทางที่สองคือสปอร์ที่ตกค้างในเศษซากพืชและดินจากฤดูปลูกก่อนหน้า กระเซ็นขึ้นมาโดนใบตอนฝนตกหรือรดน้ำแบบสปริงเกลอร์ สภาพที่เอื้อต่อการระบาดรุนแรงคืออุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส ร่วมกับความชื้นสูงต่อเนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน แปลงที่ปลูกแน่นเกินไปจนอากาศถ่ายเทไม่ดี หรือแปลงที่ระบายน้ำไม่ดีจนมีน้ำขังค้าง ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้โรคลุกลามเร็วกว่าปกติ
วิธีป้องกันและรักษา
หัวใจของการป้องกันโรคแอนแทรคโนสหอมแดงคือการเริ่มต้นด้วยหัวพันธุ์ปลอดโรค ไม่ใช้หัวพันธุ์จากแปลงที่เคยเป็นโรคมาก่อนโดยไม่ผ่านการคัดกรอง ควรปลูกในระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อให้อากาศถ่ายเทดี ไม่ให้ใบชื้นแฉะนานเกินไปหลังฝนตกหรือรดน้ำ จัดระบบระบายน้ำในแปลงให้ดีไม่ให้มีน้ำขัง หมั่นเดินตรวจแปลงทุก 3-5 วันในช่วงฤดูฝนเพื่อจับอาการเริ่มต้นให้เร็วที่สุด หากพบต้นเริ่มเป็นโรคให้ถอนทำลายทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้ในแปลง เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อให้ลามต่อ ด้านการป้องกันเชิงชีวภาพ เกษตรกรบางรายใช้บาซิลลัส ซับทิลิสหรือเชื้อราไตรโคเดอร์มาฉีดพ่นป้องกันล่วงหน้าก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นแนวทางชีวภัณฑ์ที่ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคในดินและบนใบได้ในระดับหนึ่ง ส่วนกรณีระบาดรุนแรงควรปรึกษาเกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรเพื่อเลือกสารป้องกันกำจัดเชื้อราที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามอัตราที่ระบุบนฉลาก ไม่ควรเพิ่มความเข้มข้นเองเพราะอาจเป็นอันตรายต่อพืชและผู้ใช้
| ระยะอาการ | ลักษณะที่สังเกตเห็น | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| เริ่มต้น | แผลช้ำฉ่ำน้ำเป็นจุดหรือรอยรียาวบนใบ | ถอนต้นที่เป็นโรคทันที ปรับระยะปลูกให้โปร่งขึ้น |
| ปานกลาง | ใบเริ่มบิดม้วนงอ มีจุดสีส้มชมพูตรงกลางแผลเมื่อชื้น | ฉีดพ่นชีวภัณฑ์ป้องกันเพิ่ม เช่น บาซิลลัส ซับทิลิส และปรับการให้น้ำ |
| รุนแรง | ต้นแคระแกร็น หัวหอมเล็กลง เชื้อลามเข้าหัว | ปรึกษาเกษตรอำเภอเพื่อใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราตามฉลาก |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้หัวพันธุ์เก็บเองจากแปลงที่เคยเป็นโรคแอนแทรคโนสมาก่อนโดยไม่คัดแยก ทำให้เชื้อติดไปกับหัวพันธุ์รุ่นต่อไป
- รดน้ำแบบสปริงเกลอร์ตอนเย็นในช่วงฝนตกชุก ทำให้ใบชื้นค้างข้ามคืนซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อราชอบที่สุด
- ปลูกแน่นเกินไปเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แต่กลับทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีและโรคระบาดง่ายขึ้น
- ปล่อยต้นที่เริ่มเป็นโรคทิ้งไว้ในแปลงโดยไม่ถอนทำลาย กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อให้ลามต่อ
- รอจนอาการรุนแรงมากแล้วค่อยฉีดพ่นสาร ทำให้ควบคุมโรคได้ยากและเสียหายไปมากแล้ว
- ไม่ไถกลบหรือทำลายเศษซากพืชหลังเก็บเกี่ยว ทำให้เชื้อสะสมในดินรอระบาดรอบต่อไป
สรุป
โรคแอนแทรคโนสหอมแดงระบาดหนักช่วงฝนตกชุกจากเชื้อรา Colletotrichum ที่ติดมากับหัวพันธุ์หรือสะสมในดิน สังเกตได้จากใบบิดม้วนมีแผลจุดสีส้มชมพู การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือเริ่มจากหัวพันธุ์ปลอดโรค จัดแปลงให้โปร่งระบายน้ำดี และตรวจแปลงถี่ในฤดูฝนเพื่อถอนทำลายต้นเป็นโรคก่อนลุกลาม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลโรคพืชและการป้องกันกำจัดโรคแอนแทรคโนสในพืชตระกูลหอม
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการจัดการแปลงหอมแดงในฤดูฝนและการเลือกใช้หัวพันธุ์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลโรคและการดูแลเพิ่มเติมได้ที่ หมวดโรคและการดูแล
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โรคพุ่มแจ้มันสำปะหลัง สังเกตอาการ แมลงพาหะ และวิธีจัดการ
โรคพุ่มแจ้ทำให้มันสำปะหลังแคระ แตกยอดเป็นพุ่มฝอย และมีเส้นดำใต้เปลือก บทความนี้เล่าอาการ หลักฐานเรื่องพาหะที่ยังไม่ตรงกัน และแนวทางจัดการตามกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แมลงวันผลไม้เจาะผลมะม่วง ใช้กับดักและเหยื่อโปรตีนอย่างไรให้ได้ผล
กับดักเมทิลยูจีนอลกับเหยื่อโปรตีนทำงานต่างกัน บทความนี้อธิบายวิธีใช้คู่กับการห่อผลและสุขาภิบาลสวนตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
ข้าวนาปรังเจออากาศหนาว ใบเหลือง ต้นชะงัก เมล็ดลีบ ต้องแก้อย่างไร
ข้าวกระทบหนาวเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส อาการต่างกันตามระยะของต้นข้าว บทความนี้แยกอาการแต่ละระยะ วิธีแก้ที่หน่วยงานรัฐแนะนำ และการวางวันปลูกรอบหน้าเพื่อหลบหนาว
โรคสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม ฉี่หนูในสุนัข อาการแบบไหนต้องพาไปหาหมอ
หลังน้ำลด เจ้าของหมาแมวหลายคนเจอคำถามเดียวกัน หมาซึมไปสองวัน ไม่ยอมกินข้าว เป็นแค่เหนื่อยจากการอพยพ หรือเริ่มป่วยแล้ว บทความนี้ไม่ใช่คู่มือดูแลสัตว์ทั
โรคสัตว์หลังน้ำท่วมและการทำวัคซีน ควรทำเมื่อไหร่
หลังน้ำลด คนเลี้ยงสัตว์มักถามคำถามเดียวกันว่า ควรรีบฉีดวัคซีนทั้งฝูงเลยไหม หรือควรรอ คำตอบขึ้นกับว่าสัตว์ตอนนี้อยู่ในสภาพไหน และโรคที่เสี่ยงคือโรคอะไร
ไม้ผลรากเน่าหลังน้ำท่วม สังเกตอาการและแก้อย่างไร
หลายสวนเจอปัญหาเดียวกันหลังน้ำลด คือ ช่วงแรกต้นไม้ผลยังดูปกติ แต่ผ่านไปไม่นานใบเริ่มเหลือง ร่วงทีละน้อย บางต้นยืนต้นแห้งตายทั้งที่น้ำลดไปแล้ว นี่คืออา
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
โรคแอนแทรคโนสหอมแดงระบาดช่วงไหนมากที่สุด
ระบาดหนักที่สุดช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน อุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส และความชื้นสูงต่อเนื่อง
อาการเริ่มต้นสังเกตยังไง
ใบมีแผลช้ำฉ่ำน้ำเป็นจุดหรือรอยรียาวตามแนวใบ แผลบุ๋มลึกกว่าเนื้อใบปกติเล็กน้อย ก่อนที่ใบจะเริ่มบิดม้วนงอในระยะต่อมา
ป้องกันได้อย่างไรก่อนปลูก
เริ่มจากใช้หัวพันธุ์ปลอดโรค ไม่ใช้หัวพันธุ์จากแปลงที่เคยเป็นโรค ปรับระยะปลูกให้โปร่ง และจัดระบบระบายน้ำในแปลงให้ดี
หัวพันธุ์เป็นสาเหตุได้ไหม
เป็นได้และเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่ง เพราะเชื้อสามารถแฝงอยู่ในหัวพันธุ์โดยไม่แสดงอาการ แล้วแสดงอาการเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม
ใช้สารชีวภัณฑ์แทนสารเคมีได้ไหม
ใช้ได้ในลักษณะป้องกันล่วงหน้า เช่น บาซิลลัส ซับทิลิสหรือเชื้อราไตรโคเดอร์มา แต่หากระบาดรุนแรงแล้วควรปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องสารป้องกันกำจัดเชื้อราที่ขึ้นทะเบียนควบคู่กัน
ถ้าระบาดแล้วทำยังไงไม่ให้ลามทั้งแปลง
ถอนทำลายต้นที่เป็นโรคทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้ในแปลง ปรับการให้น้ำไม่ให้ใบเปียกชื้นค้างนาน และเพิ่มความถี่ในการตรวจแปลงเป็นทุก 3-5 วัน



