ประมงเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

เลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูน เริ่มยังไงให้รอด

เลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูนเริ่มยังไงให้รอด ตั้งแต่ล้างบ่อปูนใหม่ อัตราปล่อยต่อตารางเมตร การถ่ายน้ำ อาหารแต่ละช่วง จนถึงระยะเวลาเลี้ยงถึงขนาดขาย 200-300 กรัม

เลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูน เริ่มยังไงให้รอด

คำตอบสั้น ๆ

เลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูนให้รอดต้องเริ่มจากล้างปูนใหม่ให้หมดฤทธิ์ก่อน แล้วจึงวางอัตราปล่อย การถ่ายน้ำ และแผนให้อาหารจนถึงขนาดขายภายใน 6-8 เดือน

คำตอบเร็ว: จุดตายของการเลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูนอยู่ที่สองสัปดาห์แรก ไม่ใช่เดือนสุดท้าย ให้ล้างบ่อปูนใหม่ด้วยการขังน้ำแช่แล้วถ่ายทิ้ง 2-3 รอบ รอบละ 5-7 วัน จนค่าความเป็นกรดด่างอยู่ในช่วง 6.5-8.5 และนิ่งติดต่อกัน 3 วัน จากนั้นปล่อยลูกปลาขนาด 3-5 เซนติเมตรที่อัตรา 5-10 ตัวต่อตารางเมตรถ้ามีเครื่องเติมอากาศและถ่ายน้ำสม่ำเสมอ หรือ 3-5 ตัวต่อตารางเมตรถ้าไม่มี ให้อาหารเม็ดโปรตีนราว 25-30 เปอร์เซ็นต์วันละ 2 มื้อ เสริมผักบุ้งหรือแหนเพื่อลดต้นทุน และถ่ายน้ำ 20-30 เปอร์เซ็นต์ทุก 3-7 วัน จะได้ขนาดขายราว 200-300 กรัมในเวลาประมาณ 6-8 เดือน ราคาลูกพันธุ์และราคาปลาหน้าฟาร์มเปลี่ยนตามช่วงเวลา ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากกรมประมงหรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ปลาตะเพียนเป็นปลาที่ทนกว่าปลาชนิดอื่นในบ่อจำกัด ทั้งทนน้ำขุ่น ทนออกซิเจนต่ำกว่าปลากินเนื้อ และกินอาหารได้หลากหลาย แต่เรื่องที่ทำให้คนเลี้ยงบ่อปูนหลังบ้านล้มเหลวซ้ำ ๆ คือปล่อยปลาลงบ่อที่ปูนยังปล่อยด่างอยู่ ทำให้ปลาลอยหัวตายภายในไม่กี่วัน แล้วเข้าใจผิดว่าลูกปลาไม่แข็งแรง บทความนี้จึงเรียงตามลำดับเวลาจริง ตั้งแต่ก่อนมีปลาในบ่อจนถึงวันชั่งขาย

ขั้นที่ 1 ล้างบ่อปูนใหม่ให้หมดฤทธิ์ก่อนปล่อยปลา

ภาพประกอบ ขั้นที่ 1 ล้างบ่อปูนใหม่ให้หมดฤทธิ์ก่อนปล่อยปลา

ปูนซีเมนต์ที่ฉาบใหม่จะปล่อยแคลเซียมไฮดรอกไซด์ออกมาในน้ำ ทำให้ค่าความเป็นกรดด่างพุ่งขึ้นเกิน 9 ถึง 10 ได้ง่าย ระดับนี้กัดเยื่อเหงือกปลาโดยตรง ปลาจะลอยหัวที่ผิวน้ำ ว่ายเซ และตายภายใน 1-3 วัน เรื่องนี้แก้ไม่ได้ด้วยการใส่ยาหรือเปลี่ยนน้ำตอนปลาป่วยแล้ว ต้องจัดการให้จบก่อนปล่อย

  1. ขังน้ำเต็มบ่อแช่ทิ้งไว้ 5-7 วัน แล้วถ่ายน้ำทิ้งทั้งหมด ใช้แปรงขัดผนังและพื้นบ่อระหว่างถ่ายน้ำทุกครั้ง
  2. ทำซ้ำอีก 1-2 รอบ รอบที่สองและสามอาจใส่หยวกกล้วยหรือต้นกล้วยสับลงแช่ ซึ่งเป็นวิธีพื้นบ้านที่ช่วยลดความเป็นด่างและทำให้ผิวปูนลื่นน้อยลง หรือใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำแช่แล้วล้างออกให้สะอาด
  3. วัดค่าความเป็นกรดด่างด้วยชุดทดสอบ ต้องอยู่ในช่วง 6.5-8.5 และไม่ขยับขึ้นอีกเมื่อวัดซ้ำ 3 วันติดกัน หากยังสูงให้ถ่ายน้ำแช่เพิ่มอีกรอบ
  4. ทดสอบด้วยปลาจำนวนน้อยก่อน ปล่อยลูกปลา 5-10 ตัวลงบ่อ ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง ถ้าปลาว่ายปกติ ไม่ลอยหัว ไม่ขับเมือกขาว จึงปล่อยชุดจริง ขั้นตอนนี้เสียเวลาสองวันแต่ป้องกันความเสียหายทั้งบ่อ
  5. เติมน้ำให้ลึกอย่างน้อย 60-100 เซนติเมตร บ่อปูนที่ตื้นกว่านี้อุณหภูมิจะแกว่งระหว่างกลางวันกับกลางคืนได้ 5-7 องศา ซึ่งทำให้ปลาเครียดและกินอาหารไม่สม่ำเสมอ

ถ้าเป็นบ่อปูนเก่าที่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่ต้องแช่ล้างนาน แต่ต้องขัดคราบตะไคร่ ตากบ่อให้แห้งสนิท 3-5 วันเพื่อตัดวงจรเชื้อโรคและปรสิตจากรอบก่อน แล้วค่อยเติมน้ำใหม่พักไว้ 2-3 วันก่อนปล่อยปลา

ขั้นที่ 2 อัตราปล่อยและการเตรียมลูกปลา

ความหนาแน่นคือสิ่งที่ตัดสินว่าทั้งรอบจะง่ายหรือยาก คนส่วนใหญ่ปล่อยแน่นเกินเพราะคิดจากพื้นที่ว่างที่เห็น ไม่ได้คิดจากน้ำหนักปลาตอนจับ ปลาตะเพียน 100 ตัวที่ขนาดขาย 250 กรัมเท่ากับปลา 25 กิโลกรัมในบ่อเดียว ซึ่งเป็นภาระของเสียที่บ่อปูนขนาดเล็กรับไม่ไหวถ้าไม่มีระบบจัดการน้ำ

รูปแบบการจัดการอัตราปล่อยที่แนะนำสิ่งที่ต้องมี
บ่อปูนธรรมดา ถ่ายน้ำอย่างเดียว3-5 ตัวต่อตารางเมตรถ่ายน้ำ 20-30% ทุก 3-5 วัน ดูดตะกอนก้นบ่อ
มีเครื่องเติมอากาศและถ่ายน้ำสม่ำเสมอ5-10 ตัวต่อตารางเมตรปั๊มลมเดินอย่างน้อยกลางคืน มีกรองหยาบดักเศษอาหาร
มีระบบกรองชีวภาพหมุนเวียนน้ำ10-15 ตัวต่อตารางเมตรกรองชีวภาพที่เดินระบบแล้ว 3-4 สัปดาห์ และปั๊มสำรอง

วันปล่อยลูกปลาให้เลือกช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ที่อากาศไม่ร้อน ลอยถุงลูกปลาไว้บนผิวน้ำ 20-30 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิในถุงเท่ากับในบ่อ แล้วค่อย ๆ ตักน้ำบ่อใส่ถุงทีละน้อยอีกราว 10-15 นาทีก่อนเอียงถุงให้ปลาว่ายออกเอง ห้ามเทลงตรง ๆ เพราะความต่างของอุณหภูมิเพียง 3-4 องศาก็ทำให้ลูกปลาช็อกได้ ลูกปลาที่ดีจะว่ายกระจายและหลบลงลึกทันที ถ้าเห็นลูกปลาลอยนิ่งที่ผิวน้ำเกินครึ่งชั่วโมงแปลว่ามีปัญหาตั้งแต่การขนส่ง ให้แจ้งผู้ขายทันทีอย่ารอดูสามวัน

ขั้นที่ 3 การจัดการน้ำตลอดรอบเลี้ยง

ปลาตะเพียนทนน้ำที่ขุ่นและออกซิเจนต่ำได้ดีกว่าปลาหลายชนิด แต่ความทนนี้ไม่ได้แปลว่าปล่อยน้ำเสียได้ เพราะน้ำที่แย่ทำให้ปลาโตช้าและอัตราแลกเนื้อสูงขึ้นแม้ปลาจะไม่ตาย ซึ่งคือการเสียเงินค่าอาหารเปล่า ๆ

ค่าที่ดูช่วงที่เหมาะสมสิ่งที่ทำเมื่อค่าผิดปกติ
อุณหภูมิน้ำ25-32 องศาเซลเซียสบ่อกลางแดดให้ขึงสแลนบังราว 50-60% ของพื้นที่ผิว
ความเป็นกรดด่าง6.5-8.5สูงเกินในบ่อใหม่ให้ถ่ายน้ำแช่ล้างเพิ่ม ไม่ใช่ใส่สารปรับค่ามั่ว
ออกซิเจนละลายไม่ต่ำกว่า 3 มก./ล.ปลาลอยหัวตอนเช้ามืดให้เปิดปั๊มลมและงดอาหารมื้อเช้า
ความใสของน้ำมองเห็นฝ่ามือที่ระดับราว 30-40 ซม.น้ำเขียวจัดจนมองไม่เห็นให้ถ่ายน้ำและลดอาหารลง
ตะกอนก้นบ่อไม่มีชั้นเลนดำ กลิ่นไม่เหม็นเปรี้ยวดูดตะกอนด้วยสายยางกาลักน้ำทุกสัปดาห์
  • ถ่ายน้ำ 20-30 เปอร์เซ็นต์ทุก 3-7 วัน ปรับถี่ขึ้นเมื่อปลาโตและกินอาหารมากขึ้นในสามเดือนหลัง ห้ามถ่ายน้ำทีเดียวเกินครึ่งบ่อเพราะปลาจะช็อกจากอุณหภูมิและค่าน้ำที่เปลี่ยนกระชาก
  • น้ำประปาต้องพักคลอรีน อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงในถังพัก หรือเปิดปั๊มลมช่วยไล่คลอรีนก่อนใช้
  • ดูดตะกอนที่จุดต่ำสุดของบ่อ เศษอาหารและมูลปลาที่หมักอยู่คือที่มาของแอมโมเนียและก๊าซไข่เน่าที่ทำให้ปลาซึมไม่กินอาหาร
  • ขึงตาข่ายคลุมปากบ่อ ป้องกันนกยางและแมว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ปลาหายไปทีละน้อยโดยไม่พบซาก
  • ช่วงฝนตกหนัก น้ำฝนที่ลงบ่อปูนโดยตรงทำให้ค่าความเป็นกรดด่างและอุณหภูมิเปลี่ยนเร็ว ให้ลดอาหารลงครึ่งหนึ่งในวันนั้นและถ่ายน้ำบางส่วนในวันถัดมา

ขั้นที่ 4 อาหารและระยะเวลาถึงขนาดขาย

ปลาตะเพียนเป็นปลากินพืชค่อนไปทางกินได้ทุกอย่าง จึงใช้อาหารเม็ดโปรตีนไม่สูงมากได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับปลากินเนื้อ แต่ในบ่อปูนไม่มีอาหารธรรมชาติอย่างแพลงก์ตอนและตัวอ่อนแมลงเหมือนบ่อดิน จึงต้องพึ่งอาหารที่ให้เกือบทั้งหมด

ช่วงอายุและขนาดโปรตีนในอาหารปริมาณต่อวันจำนวนมื้อ
เดือนที่ 1 ขนาด 3-8 ซม.30-32%5-7% ของน้ำหนักปลารวม3 มื้อ
เดือนที่ 2-3 ขนาด 20-60 กรัม28-30%4-5%2-3 มื้อ
เดือนที่ 4-5 ขนาด 60-150 กรัม25-28%3-4%2 มื้อ
เดือนที่ 6 ขึ้นไป ขนาด 150 กรัมขึ้น25%2-3%1-2 มื้อ

ให้อาหารช่วงเช้าราว 7-8 นาฬิกาและช่วงเย็นราว 17 นาฬิกา เลี่ยงช่วงบ่ายที่น้ำในบ่อปูนร้อนที่สุด หว่านทีละกำมือแล้วสังเกต ถ้าปลาเลิกขึ้นกินภายใน 10-15 นาทีแปลว่าพอ อาหารที่ลอยค้างเกินนั้นต้องช้อนออก เพราะเม็ดอาหารที่อิ่มน้ำแล้วจมลงไปเน่าก้นบ่อ

ลดต้นทุนด้วยพืชน้ำและรำอย่างถูกวิธี

ผักบุ้ง แหน ผำ จอก และใบมันสำปะหลังลวก ใช้เสริมได้จริงและช่วยลดค่าอาหารเม็ดลงได้ราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ ให้ตอนเย็นในปริมาณที่ปลากินหมดภายในคืนเดียว และตักส่วนที่เหลือออกในเช้าวันรุ่งขึ้นทุกครั้ง ส่วนรำละเอียดใช้ผสมได้แต่ไม่ควรเกินราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด เพราะโปรตีนต่ำกว่าที่ปลาต้องการ ถ้าใช้มากเกินปลาจะโตช้าลงจนระยะเลี้ยงยืดออกไปหลายสัปดาห์ และต้องเลือกรำใหม่ที่ไม่มีกลิ่นหืน เพราะไขมันในรำเก่าเหม็นหืนทำให้ปลาไม่กินและกระทบตับปลา

ระยะเวลาถึงขนาดขาย

ช่วงเวลาขนาดปลาโดยประมาณงานที่ต้องทำ
เดือนที่ 13-8 ซม.เฝ้าอัตรารอด ให้อาหารเม็ดเล็ก ถ่ายน้ำเบามือ
เดือนที่ 2-320-60 กรัมเริ่มเสริมพืชน้ำ ชั่งสุ่มปลาเพื่อปรับปริมาณอาหาร
เดือนที่ 4-580-150 กรัมถ่ายน้ำถี่ขึ้น ดูดตะกอนทุกสัปดาห์
เดือนที่ 6-8200-300 กรัม หรือราว 3-5 ตัวต่อกิโลกรัมทยอยคัดตัวใหญ่ขายก่อน ลดความหนาแน่นให้ตัวที่เหลือโตต่อ

ถ้าปล่อยหนาแน่นกว่าคำแนะนำหรือเจอหน้าหนาวยาว ระยะเลี้ยงอาจยืดเป็น 8-10 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ่อปูนที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้เท่าบ่อดิน การทยอยจับตัวใหญ่ขายตั้งแต่เดือนที่ 6 เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลกว่าการรอจับทีเดียวทั้งบ่อ เพราะลดชีวมวลลงและทำให้ปลาที่เหลือมีพื้นที่โตเร็วขึ้น อ่านแนวทางการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นในพื้นที่จำกัดเพิ่มเติมได้ในหมวด ประมงและสัตว์น้ำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนเลี้ยงบ่อปูน

  • ปล่อยปลาในวันเดียวกับที่ฉาบบ่อเสร็จ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการตายยกบ่อในสัปดาห์แรก ต้องแช่ล้างและวัดค่าให้นิ่งก่อนเสมอ
  • ปล่อยแน่นเกินเพราะคิดว่าปลาตะเพียนทน ปลาไม่ตายก็จริงแต่โตไม่ทันขนาดขาย สุดท้ายเสียค่าอาหารและเวลามากกว่าเดิม
  • ให้อาหารตามความรู้สึกไม่ได้ชั่งปลา ทำให้ช่วงท้ายให้เกินจนน้ำเสีย ให้ชั่งสุ่ม 10-20 ตัวทุก 2-4 สัปดาห์แล้วคำนวณใหม่
  • ไม่มีร่มเงาบังบ่อ บ่อปูนตื้นกลางแดดอุณหภูมิบ่ายพุ่งสูงจนปลาหยุดกินอาหาร ขึงสแลนบังบางส่วนช่วยได้มาก
  • เติมน้ำประปาตรงจากก๊อก คลอรีนทำลายเหงือกปลาและแบคทีเรียในระบบกรอง ต้องพักน้ำก่อนใช้
  • เทถุงลูกปลาลงบ่อทันทีที่ซื้อมา ปลาช็อกจากความต่างของอุณหภูมิและค่าน้ำ ทำให้ตายทยอยในสัปดาห์แรกโดยไม่รู้สาเหตุ
  • ใช้ยาตามที่คนอื่นบอกโดยไม่รู้สาเหตุ ปลาซึมมีได้หลายสาเหตุ ทั้งค่าน้ำ ปรสิต และแบคทีเรีย ควรตรวจค่าน้ำก่อนและปรึกษาเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอก่อนใช้ยาใด ๆ

สรุป

การเลี้ยงปลาตะเพียนในบ่อปูนให้รอดตัดสินกันตั้งแต่ก่อนมีปลาในบ่อ คือการแช่ล้างบ่อปูนใหม่ 2-3 รอบจนค่าความเป็นกรดด่างนิ่งอยู่ในช่วง 6.5-8.5 แล้วทดสอบด้วยปลาจำนวนน้อยก่อนปล่อยจริง จากนั้นควบคุมความหนาแน่นที่ 3-5 ตัวต่อตารางเมตรเมื่อถ่ายน้ำอย่างเดียว หรือ 5-10 ตัวเมื่อมีเครื่องเติมอากาศ ถ่ายน้ำ 20-30 เปอร์เซ็นต์ทุก 3-7 วันพร้อมดูดตะกอน ให้อาหารเม็ดโปรตีน 25-30 เปอร์เซ็นต์ตามน้ำหนักปลาที่ชั่งสุ่มจริง เสริมพืชน้ำและรำอย่างมีสัดส่วน จะได้ขนาดขาย 200-300 กรัมในราว 6-8 เดือน ส่วนราคาลูกพันธุ์ ราคาอาหาร และราคาปลาหน้าฟาร์มให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมประมงหรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนวางแผนรอบถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — คำแนะนำการเพาะเลี้ยงปลาตะเพียนขาว การเตรียมบ่อ การจัดการคุณภาพน้ำ และแหล่งลูกพันธุ์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการทำเกษตรผสมผสานและการขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เรื่องการวางแผนการผลิต
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาสัตว์น้ำและต้นทุนการผลิตรายปี สำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนคำนวณจุดคุ้มทุน
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีและการบันทึกข้อมูลฟาร์ม

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

บ่อปูนใหม่ต้องล้างกี่วันถึงปล่อยปลาตะเพียนได้

โดยทั่วไปใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์ ด้วยการขังน้ำแช่ 5-7 วันแล้วถ่ายทิ้ง ทำซ้ำ 2-3 รอบ ระหว่างรอบขัดผนังและพื้นบ่อทุกครั้ง เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินไม่ใช่จำนวนวันแต่คือค่าความเป็นกรดด่างที่ต้องอยู่ในช่วง 6.5-8.5 และไม่ขยับขึ้นอีกเมื่อวัดซ้ำ 3 วันติด ก่อนปล่อยจริงควรทดสอบด้วยลูกปลาไม่กี่ตัว 24-48 ชั่วโมง

บ่อปูนขนาด 3x4 เมตร เลี้ยงปลาตะเพียนได้กี่ตัว

พื้นที่ 12 ตารางเมตร ถ้าถ่ายน้ำอย่างเดียวไม่มีเครื่องเติมอากาศ ให้ปล่อยราว 36-60 ตัว ถ้ามีปั๊มลมและถ่ายน้ำสม่ำเสมอ ปล่อยได้ราว 60-120 ตัว และถ้ามีระบบกรองชีวภาพเต็มรูปแบบจะขยับขึ้นได้อีก ข้อควรคิดคือปลา 100 ตัวที่ขนาดขาย 250 กรัมเท่ากับ 25 กิโลกรัมในบ่อเดียว ให้ย้อนคิดจากน้ำหนักปลายรอบเสมอ

ปลาตะเพียนในบ่อปูนเลี้ยงกี่เดือนถึงขายได้

จากลูกปลาขนาด 3-5 เซนติเมตรถึงขนาดขายราว 200-300 กรัม หรือประมาณ 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม ใช้เวลาราว 6-8 เดือนเมื่อจัดการน้ำและอาหารได้ดี หากปล่อยหนาแน่นเกินไปหรือเจอช่วงอากาศเย็นยาว ระยะเลี้ยงอาจยืดเป็น 8-10 เดือน การทยอยคัดตัวใหญ่ขายตั้งแต่เดือนที่ 6 ช่วยให้ตัวที่เหลือโตเร็วขึ้น

เลี้ยงปลาตะเพียนบ่อปูนต้องมีเครื่องเติมอากาศไหม

ถ้าปล่อยบาง ๆ ที่ 3-5 ตัวต่อตารางเมตรและถ่ายน้ำสม่ำเสมอ อาจไม่จำเป็น แต่เมื่อปล่อยหนาขึ้นหรือปลาเข้าสู่ช่วง 150 กรัมขึ้นไป เครื่องเติมอากาศคือสิ่งที่ทำให้อัตรารอดต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนถึงเช้ามืดที่ออกซิเจนในน้ำต่ำสุด สัญญาณว่าขาดคือปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำตอนตีห้าถึงหกโมงเช้า

ให้ผักบุ้งกับรำแทนอาหารเม็ดทั้งหมดได้ไหม

ไม่ควรแทนทั้งหมด เพราะโปรตีนไม่พอกับที่ปลาต้องการในช่วงสร้างเนื้อ ผลคือปลาโตช้าและระยะเลี้ยงยืดออกไปหลายสัปดาห์จนต้นทุนรวมไม่ได้ลดลงจริง แนวทางที่ใช้ได้คือใช้อาหารเม็ดเป็นหลักแล้วเสริมพืชน้ำตอนเย็น และจำกัดรำละเอียดไว้ไม่เกินราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด พร้อมตักเศษพืชที่เหลือออกทุกเช้า

น้ำในบ่อปูนเขียวจัดจนมองไม่เห็นตัวปลา ต้องแก้ไหม

ต้องแก้ เพราะน้ำเขียวจัดหมายถึงสาหร่ายหนาแน่นเกินไป ซึ่งกลางคืนจะแย่งออกซิเจนจนปลาลอยหัวตอนเช้ามืด และหากสาหร่ายตายพร้อมกันจะทำให้น้ำเน่าอย่างรวดเร็ว ให้ถ่ายน้ำออก 20-30 เปอร์เซ็นต์ ลดปริมาณอาหารลงชั่วคราว ดูดตะกอนก้นบ่อ และขึงสแลนบังแดดบางส่วน เกณฑ์ที่ใช้ดูคือควรมองเห็นฝ่ามือที่ระดับความลึกราว 30-40 เซนติเมตร