ประมงเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ปลาตะเพียนกินอะไร ให้อาหารยังไงให้โตเร็ว

ปลาตะเพียนกินอะไร รวมอาหารธรรมชาติในบ่อกับอาหารเม็ดโปรตีน 25-32% ตารางปริมาณให้ต่อวันตามน้ำหนักปลา และวิธีใช้พืชน้ำกับรำเสริมเพื่อลดต้นทุนค่าอาหารต่อรอบ

ปลาตะเพียนกินอะไร ให้อาหารยังไงให้โตเร็ว

คำตอบสั้น ๆ

ปลาตะเพียนกินได้ทั้งพืชน้ำ แพลงก์ตอน และอาหารเม็ดโปรตีน 25-32 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตารางปริมาณให้ต่อวันตามน้ำหนักปลา และวิธีใช้พืชน้ำกับรำเสริมเพื่อลดต้นทุน

คำตอบเร็ว: ปลาตะเพียนขาวเป็นปลากินพืชค่อนไปทางกินได้ทุกอย่าง อาหารหลักในธรรมชาติคือแพลงก์ตอนพืช สาหร่าย พืชน้ำอ่อนอย่างแหน ผำ จอก ผักบุ้ง รวมถึงตัวอ่อนแมลงและไรน้ำที่พบในบ่อ ส่วนการเลี้ยงเพื่อขายใช้อาหารเม็ดลอยน้ำโปรตีนราว 25-32 เปอร์เซ็นต์เป็นหลัก ปริมาณต่อวันคิดจากน้ำหนักปลารวมในบ่อ เริ่มที่ 5-8 เปอร์เซ็นต์ในลูกปลา ลดลงเหลือ 2-3 เปอร์เซ็นต์เมื่อปลาเกิน 150 กรัม แบ่งให้วันละ 2-3 มื้อ และใช้พืชน้ำกับรำละเอียดเสริมได้ราว 10-30 เปอร์เซ็นต์เพื่อลดต้นทุน ราคาอาหารสัตว์น้ำขยับตามวัตถุดิบ ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากกรมประมงหรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนวางแผนต้นทุนรอบใหม่

คำถามนี้มาจากคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกเลี้ยงไม่กี่สิบตัวในบ่อหลังบ้านแล้วอยากรู้ว่าจะให้อะไรได้บ้าง อีกกลุ่มเลี้ยงเป็นบ่อเพื่อขายแล้วพบว่าค่าอาหารกินกำไรไปเกือบหมด สองกลุ่มนี้ต้องการคำตอบคนละชั้น กลุ่มแรกต้องรู้ว่าอะไรให้ได้อะไรให้ไม่ได้ ส่วนกลุ่มที่สองต้องรู้วิธีคำนวณปริมาณให้พอดีกับน้ำหนักปลาจริง เพราะอาหารที่เหลือจมก้นบ่อไม่ใช่แค่เสียเงิน แต่ยังทำให้น้ำเสียจนปลาโตช้าซ้ำอีกชั้น

ปลาตะเพียนกินอะไรได้บ้าง แยกเป็นอาหารธรรมชาติกับอาหารเม็ด

ภาพประกอบ ปลาตะเพียนกินอะไรได้บ้าง แยกเป็นอาหารธรรมชาติกับอาหารเม็ด

โครงสร้างปากและลำไส้ของปลาตะเพียนขาวบอกชัดว่าเป็นปลาที่ย่อยพืชได้ดี ลำไส้ยาวกว่าปลากินเนื้ออย่างปลาช่อนหรือปลากะพงหลายเท่า จึงใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบพืชได้มากกว่า นี่คือเหตุผลที่อาหารปลาตะเพียนใช้โปรตีนต่ำกว่าอาหารปลาดุกหรือปลากะพงแต่ปลายังโตได้ดี

ประเภทอาหารตัวอย่างบทบาทในรอบเลี้ยงข้อควรระวัง
อาหารธรรมชาติในบ่อแพลงก์ตอนพืช สาหร่ายสีเขียว ไรน้ำ ตัวอ่อนแมลงน้ำสำคัญมากในเดือนแรกของลูกปลาในบ่อดิน ลดอาหารเม็ดได้ราว 20-30% ในบ่อดินที่สร้างสีน้ำดีบ่อปูนแทบไม่มีอาหารกลุ่มนี้ ต้องพึ่งอาหารเม็ดเกือบทั้งหมด
พืชน้ำและผักสดแหน ผำ จอก ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลังลวก ใบกระถินอาหารเสริมตอนเย็น ช่วยลดค่าอาหารเม็ดลงราว 10-20%ต้องตักส่วนที่เหลือออกทุกเช้า ไม่งั้นเน่าและดันแอมโมเนียขึ้น
วัตถุดิบในครัวเรือนรำละเอียด ปลายข้าวต้ม กากถั่วเหลือง เศษผักผสมลดต้นทุนได้บางส่วนโปรตีนต่ำ ใช้มากเกินทำให้ปลาโตช้า รำเก่าเหม็นหืนห้ามใช้
อาหารเม็ดสำเร็จรูปอาหารปลากินพืชชนิดลอยน้ำ โปรตีน 25-32%อาหารหลักที่กำหนดอัตราการโตและอัตราแลกเนื้อเลือกขนาดเม็ดให้พอดีปาก เม็ดใหญ่เกินปลาเล็กกินไม่ได้และจมเสียเปล่า

สิ่งที่ไม่ควรให้คือขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวสุกเหลือ ๆ และอาหารที่มีความเค็มหรือน้ำมันจากครัว เพราะพองตัวในท้องปลาและทำให้น้ำเสียเร็วมากในบ่อปิด

ให้อาหารวันละเท่าไหร่ คิดจากน้ำหนักปลาไม่ใช่จากความรู้สึก

หลักที่ใช้กันในฟาร์มคือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปลารวมทั้งบ่อต่อวัน วิธีหาน้ำหนักปลารวมทำได้โดยช้อนปลาขึ้นมาสุ่ม 10-20 ตัว ชั่งหาน้ำหนักเฉลี่ยต่อตัว แล้วคูณกับจำนวนปลาที่ประมาณว่ายังเหลืออยู่ในบ่อ ทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์แล้วปรับปริมาณอาหารใหม่ทุกครั้ง

ขนาดปลาโปรตีนในอาหารปริมาณต่อวันจำนวนมื้อขนาดเม็ด
ลูกปลา 3-5 ซม.30-35%5-8% ของน้ำหนักปลารวม3-4 มื้อผงหรือเม็ดจิ๋ว
20-50 กรัม28-30%4-5%2-3 มื้อเม็ดเล็ก 2 มม.
50-150 กรัม26-28%3-4%2 มื้อเม็ดกลาง 3 มม.
150 กรัมขึ้นไป25%2-3%1-2 มื้อเม็ดใหญ่ 4-5 มม.

ตัวอย่างการคำนวณ ถ้าชั่งสุ่มได้น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 80 กรัม และประมาณว่ามีปลาเหลือ 150 ตัว น้ำหนักปลารวมเท่ากับ 12 กิโลกรัม ให้อาหารที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์จะได้ราว 420 กรัมต่อวัน แบ่งเป็นสองมื้อ มื้อละประมาณ 210 กรัม ตัวเลขนี้เป็นจุดตั้งต้น จากนั้นปรับตามที่เห็นจริงหน้าบ่อ

สัญญาณหน้าบ่อที่บอกว่าให้พอดี มากไป หรือน้อยไป

  • พอดี ปลาขึ้นกินคึกคักแล้วเริ่มแยกย้ายภายใน 10-15 นาที ไม่มีเม็ดอาหารลอยค้างหลังจากนั้น
  • มากเกิน มีเม็ดอาหารอิ่มน้ำลอยค้างเกิน 20 นาที น้ำเริ่มมีฟองเหนียวที่มุมบ่อ และในวันถัดมาน้ำขุ่นขึ้นผิดปกติ
  • น้อยเกิน ปลายังตอมผิวน้ำและว่ายวนบริเวณจุดให้อาหารนานกว่า 20 นาที ขนาดปลาในบ่อเริ่มต่างกันมากเพราะตัวเล็กแย่งไม่ทัน
  • วันที่ควรลดเอง ฝนตกหนัก อากาศเย็นลงจนน้ำต่ำกว่า 24 องศา หรือวันที่เพิ่งถ่ายน้ำจำนวนมาก ให้ลดลงครึ่งหนึ่งไปก่อนหนึ่งวัน
  • งดอาหาร เช้าที่เห็นปลาลอยหัวฮุบอากาศ เพราะนั่นคือสัญญาณออกซิเจนต่ำ การให้อาหารซ้ำจะยิ่งดึงออกซิเจนลงไปอีก

อัตราแลกเนื้อคือตัวเลขที่ต้องจดเอง

อัตราแลกเนื้อคือปริมาณอาหารที่ใช้ต่อน้ำหนักปลาที่เพิ่มขึ้นหนึ่งกิโลกรัม ปลาตะเพียนที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดอย่างเดียวมักอยู่ราว 1.5-2.5 ขึ้นกับคุณภาพอาหาร คุณภาพน้ำ และความแม่นของการให้ วิธีคิดคือเอาน้ำหนักอาหารที่ใช้ทั้งรอบหารด้วยน้ำหนักปลาที่เพิ่มขึ้นทั้งรอบ ถ้าตัวเลขของฟาร์มคุณสูงกว่า 2.5 แปลว่ามีอาหารที่สูญไปกับก้นบ่อหรือปลาโตช้าเพราะคุณภาพน้ำ ให้กลับไปดูการถ่ายน้ำและจุดให้อาหารก่อนจะเปลี่ยนยี่ห้ออาหาร

ใช้พืชน้ำและรำเสริมให้ต้นทุนลดจริง ไม่ใช่แค่ดูเหมือนประหยัด

การลดต้นทุนอาหารต้องไม่แลกกับระยะเวลาเลี้ยงที่ยืดออกไป เพราะทุกเดือนที่เพิ่มขึ้นคือค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง และความเสี่ยงที่เพิ่มตาม หลักที่ใช้ได้คือให้อาหารเม็ดเป็นแกนหลักเสมอ แล้วใช้ของเสริมในสัดส่วนที่ควบคุมได้

ของเสริมสัดส่วนที่แนะนำวิธีให้ผลที่คาดได้
แหน ผำ จอกเสริมตอนเย็น ให้ปริมาณที่หมดในคืนเดียวลอยเป็นแพในกรอบไม้ไผ่ ตักที่เหลือออกทุกเช้าลดอาหารเม็ดลงได้ราว 10-20% ในบ่อที่ปลาคุ้นเคยแล้ว
ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลังลวก2-3 ครั้งต่อสัปดาห์หั่นท่อนสั้น ให้ตอนเย็น ใบมันสำปะหลังต้องลวกก่อนเสมอช่วยลดค่าอาหารและทำให้ปลากินได้ต่อเนื่องระหว่างมื้อ
รำละเอียดไม่เกินราว 20-30% ของอาหารทั้งหมดคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนวางในกระบะให้ปลากินในจุดเดียวลดค่าอาหารต่อกิโลกรัม แต่ถ้าใช้เกินสัดส่วนปลาจะโตช้าลง
สีน้ำจากปุ๋ยคอกหมัก (บ่อดิน)ให้น้ำมีความใสที่มองเห็นฝ่ามือราว 30-40 ซม.ใส่ปุ๋ยคอกที่หมักแล้วรองก้นบ่อก่อนปล่อยปลาสร้างแพลงก์ตอนเป็นอาหารธรรมชาติในช่วงลูกปลา

จุดที่คนมักพลาดคือคิดว่าให้พืชน้ำมากเท่าไรยิ่งประหยัด ความจริงคือพืชน้ำมีน้ำเป็นองค์ประกอบสูงมาก ปลากินเข้าไปได้พลังงานน้อย ถ้าลดอาหารเม็ดลงมากเกินไป ปลาจะเข้าขนาดขายช้าลงเป็นเดือน สุดท้ายค่าอาหารต่อกิโลกรัมปลาที่ขายได้ไม่ได้ลดลงเลย วิธีพิสูจน์ง่าย ๆ คือชั่งสุ่มก่อนและหลังเปลี่ยนสูตรห่างกันสองสัปดาห์ ถ้าน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มช้าลงชัดเจนให้ดึงสัดส่วนอาหารเม็ดกลับขึ้นมา อ่านแนวทางการจัดการบ่อและการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นเพิ่มเติมได้ในหมวด ประมงและสัตว์น้ำ

ให้อาหารยังไงให้ปลาโตเร็วขึ้นโดยไม่เพิ่มค่าอาหาร

  1. ให้เวลาเดิมทุกวัน ปลาจะเรียนรู้และขึ้นกินพร้อมกัน ทำให้อาหารถูกกินในช่วงสั้นและเหลือตกก้นบ่อน้อยลง
  2. เลี่ยงมื้อช่วงบ่ายที่น้ำร้อนที่สุด ให้ช่วงเช้าราว 7-8 นาฬิกาและเย็นราว 17 นาฬิกาแทน ในวันที่แดดจัดปลาจะกินน้อยลงเองช่วงกลางวัน
  3. หว่านให้กระจายอย่างน้อย 2-3 จุด ลดการแย่งอาหารของตัวใหญ่ ทำให้ขนาดปลาสม่ำเสมอกว่าและจับขายได้พร้อมกันมากขึ้น
  4. เลือกขนาดเม็ดให้พอดีปาก เม็ดที่ใหญ่เกินไปทำให้ปลาคาบแล้วคายจนจมเสีย ให้เปลี่ยนขนาดเม็ดขึ้นตามขนาดปลาทุกช่วง
  5. คัดขนาดหรือทยอยจับตัวใหญ่ออก เมื่อปลาในบ่อขนาดต่างกันมาก การลดความหนาแน่นช่วยให้ตัวที่เหลือโตเร็วขึ้นอย่างเห็นได้
  6. รักษาคุณภาพน้ำให้คงที่ ปลาที่อยู่ในน้ำแอมโมเนียสูงจะกินน้อยลงและใช้อาหารไม่คุ้ม การถ่ายน้ำตามรอบจึงเป็นการลงทุนด้านอาหารทางอ้อม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการให้อาหารปลาตะเพียน

  • ให้อาหารตามสายตาโดยไม่เคยชั่งปลา ทำให้ช่วงต้นให้เกินและช่วงท้ายให้ไม่พอ ปลาจึงขนาดไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้อาหารปลาดุกโปรตีนสูงเพราะคิดว่าดีกว่า ราคาแพงกว่าโดยที่ปลาตะเพียนใช้โปรตีนส่วนเกินไม่หมด ส่วนที่เหลือกลายเป็นแอมโมเนียในน้ำ
  • ใช้รำเก่าที่มีกลิ่นหืน ไขมันในรำที่เก็บนานเสื่อมสภาพ ปลาไม่ยอมกินและกระทบสุขภาพตับปลา ให้ดมกลิ่นทุกครั้งก่อนใช้และซื้อทีละน้อยให้หมดเร็ว
  • โยนผักทั้งกองแล้วปล่อยทิ้งไว้ข้ามวัน เศษพืชที่เน่าทำให้ออกซิเจนตกตอนกลางคืนและดึงให้ปลาป่วยทั้งบ่อ
  • เพิ่มอาหารทันทีที่เห็นปลาขึ้นตอมเยอะ ปลาขึ้นตอมเพราะคุ้นเสียงคนเดินมา ไม่ได้แปลว่าหิว ให้ยึดเปอร์เซ็นต์ตามน้ำหนักเป็นหลัก
  • ให้อาหารต่อเนื่องในวันที่ปลาลอยหัวตอนเช้า เป็นการซ้ำเติมภาวะออกซิเจนต่ำ ควรงดมื้อเช้าและเติมอากาศก่อน

สรุป

ปลาตะเพียนกินได้ทั้งแพลงก์ตอน พืชน้ำอย่างแหนและผักบุ้ง ตัวอ่อนแมลง และอาหารเม็ดโปรตีน 25-32 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นแกนหลักของการเลี้ยงเพื่อขาย หัวใจของการให้อาหารคือคิดปริมาณจากน้ำหนักปลารวมที่ชั่งสุ่มจริง ไล่จาก 5-8 เปอร์เซ็นต์ในลูกปลาลงมาเหลือ 2-3 เปอร์เซ็นต์ในปลาเกิน 150 กรัม แล้วปรับใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์ ส่วนพืชน้ำและรำใช้เสริมได้แต่ต้องคุมสัดส่วน โดยรำไม่ควรเกินราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด เพราะการประหยัดค่าอาหารที่ทำให้ระยะเลี้ยงยืดออกไปไม่ได้ลดต้นทุนจริง ให้จดอัตราแลกเนื้อของฟาร์มตัวเองไว้เป็นตัวชี้วัด และตรวจสอบราคาอาหารและราคาปลาล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนวางแผนรอบถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — คำแนะนำการเลี้ยงปลาตะเพียนขาว ความต้องการโภชนะของปลากินพืช และการจัดการอาหารในบ่อเลี้ยง
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นอาหารสัตว์น้ำและการขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และราคาสัตว์น้ำ สำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนคำนวณต้นทุน
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีและการบันทึกการใช้อาหารสัตว์น้ำ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปลาตะเพียนกินอาหารปลาดุกได้ไหม

กินได้แต่ไม่คุ้ม เพราะอาหารปลาดุกออกแบบมาสำหรับปลากินเนื้อที่ต้องการโปรตีนสูงกว่า ราคาต่อกระสอบจึงแพงกว่าในขณะที่ปลาตะเพียนใช้โปรตีนส่วนเกินได้ไม่หมด ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกเป็นแอมโมเนียทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น ทางที่เหมาะกว่าคือใช้อาหารปลากินพืชโปรตีนราว 25-32 เปอร์เซ็นต์ตามช่วงอายุปลา

ลูกปลาตะเพียนเพิ่งปล่อยลงบ่อ ควรให้อะไร

ในบ่อดินที่สร้างสีน้ำไว้ ลูกปลาจะกินแพลงก์ตอนและไรน้ำเป็นอาหารหลักในสัปดาห์แรก ๆ ร่วมกับอาหารผงหรือเม็ดจิ๋วโปรตีน 30-35 เปอร์เซ็นต์ที่ให้วันละ 3-4 มื้อ รวมราว 5-8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปลารวม ส่วนในบ่อปูนที่ไม่มีอาหารธรรมชาติ ต้องพึ่งอาหารผงเป็นหลักและแบ่งมื้อให้ถี่ขึ้นเพราะกระเพาะลูกปลาเล็ก

ให้อาหารวันละกี่ครั้งปลาตะเพียนถึงโตเร็ว

ลูกปลาให้ 3-4 มื้อ ปลาขนาดกลาง 2-3 มื้อ และปลาใกล้ขนาดขาย 1-2 มื้อก็เพียงพอ สิ่งที่ส่งผลต่อการโตมากกว่าจำนวนมื้อคือปริมาณรวมต่อวันที่สอดคล้องกับน้ำหนักปลาจริง ความสม่ำเสมอของเวลา และคุณภาพน้ำ การเพิ่มมื้อโดยไม่เพิ่มปริมาณรวมช่วยให้ปลาใช้อาหารได้ดีขึ้นและลดอาหารตกก้นบ่อ

ปลาตะเพียนกินแหนกับผักบุ้งได้จริงไหม ให้มากแค่ไหน

กินได้จริงและเป็นอาหารเสริมที่ช่วยลดค่าอาหารเม็ดลงได้ราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ ให้ตอนเย็นในปริมาณที่ปลากินหมดภายในคืนเดียว แล้วตักส่วนที่เหลือออกทุกเช้าเพื่อไม่ให้เน่าในบ่อ ข้อจำกัดคือพืชน้ำมีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง ให้พลังงานน้อย หากลดอาหารเม็ดลงมากเกินไปปลาจะเข้าขนาดขายช้าลงเป็นเดือน

ทำไมให้อาหารเท่าเดิมแต่ปลาโตช้าลง

สาเหตุที่พบบ่อยคือน้ำหนักปลารวมเพิ่มขึ้นแล้วแต่ปริมาณอาหารยังเท่าเดิม ทำให้เปอร์เซ็นต์ที่ได้จริงลดลงเรื่อย ๆ อีกสาเหตุคือคุณภาพน้ำแย่ลงจากตะกอนสะสม ทำให้ปลากินน้อยและใช้อาหารไม่คุ้ม ให้ชั่งสุ่มปลาใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์เพื่อปรับปริมาณ พร้อมถ่ายน้ำและดูดตะกอนก้นบ่อตามรอบ

อาหารเหลือลอยหน้าน้ำต้องทำอย่างไร

ให้ช้อนออกทันทีในวันนั้น แล้วลดปริมาณมื้อถัดไปลงราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ เพราะเม็ดอาหารที่อิ่มน้ำจะจมลงไปเน่าและดันแอมโมเนียขึ้นภายในหนึ่งถึงสองวัน หากเหลือทุกวันติดกันหลายวันแปลว่าคำนวณปริมาณสูงเกินหรือปลากำลังป่วย ให้ตรวจค่าน้ำและสังเกตพฤติกรรมปลาประกอบก่อนปรับสูตร