คำตอบสั้น ๆ
ปลาดุกกินอาหารเม็ดเป็นหลักโดยคุมโปรตีนตามช่วงอายุ พร้อมอาหารเสริมราคาถูกที่ใช้ได้จริงกับที่ทำให้น้ำเสีย ความถี่และปริมาณต่อมื้อ และสัญญาณที่บอกว่าให้อาหารเกิน
คำตอบเร็ว: ปลาดุกเป็นปลากินเนื้อที่กินได้ทั้งอาหารเม็ดสำเร็จรูป ปลาเป็ดและเศษเนื้อสุก แมลง ไส้เดือน และอาหารผสมจากรำกับปลายข้าว แต่กระดูกสันหลังของการเลี้ยงให้โตเร็วคืออาหารเม็ดที่คุมโปรตีนตามช่วงอายุ ลูกปลาเล็กใช้โปรตีนราว 32-40 เปอร์เซ็นต์ ปลารุ่นราว 30-32 เปอร์เซ็นต์ และปลาใหญ่ก่อนจับราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ ความถี่ที่ใช้ได้จริงคือลูกปลาวันละ 3-4 ครั้ง ปลารุ่นขึ้นไปวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ให้ครั้งละพอกินหมดภายใน 15-20 นาที การให้ถี่กว่านี้ไม่ได้ทำให้โตเร็วขึ้นแต่ทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น ส่วนราคาอาหารเม็ดและลูกพันธุ์เปลี่ยนตามช่วง ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากกรมประมงหรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนคำนวณต้นทุน
ปัญหาที่คนเลี้ยงปลาดุกเจอซ้ำกันแทบทุกบ่อไม่ใช่ปลาไม่กิน แต่คือให้มากเกินไปแล้วน้ำเสียจนต้องเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ หรือลดอาหารเพราะเสียดายค่าอาหารจนปลาขนาดไม่เท่ากันทั้งบ่อ แล้วตัวใหญ่ไล่กัดตัวเล็ก บทความนี้ตอบตรง ๆ ว่าปลาดุกกินอะไรในแต่ละช่วงอายุ ให้วันละกี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ อาหารเสริมราคาถูกตัวไหนใช้ได้จริงและตัวไหนทำให้น้ำเสีย พร้อมสัญญาณที่บอกว่ากำลังให้อาหารเกินโดยไม่ต้องรอให้ปลาลอยหัว
ปลาดุกกินอะไร แยกตามชนิดอาหาร

ปลาดุกในธรรมชาติเป็นปลากินเนื้อที่ค่อนไปทางกินได้ทุกอย่าง มันกินลูกกุ้ง ลูกปลา แมลงน้ำ ไส้เดือน และซากสัตว์ ระบบย่อยจึงถนัดโปรตีนจากสัตว์มากกว่าพืช นี่คือเหตุผลว่าทำไมสูตรอาหารปลาดุกถึงมีโปรตีนสูงกว่าปลานิลหรือปลาตะเพียนอย่างชัดเจน และทำไมการเลี้ยงด้วยรำกับปลายข้าวล้วนจึงได้ปลาโตช้าและตัวเล็กกว่าที่ควร แม้ปลาจะกินหมดทุกวันก็ตาม
อาหารเม็ดสำเร็จรูป โปรตีนเท่าไหร่ในแต่ละช่วงอายุ
อาหารเม็ดลอยน้ำคือมาตรฐานของการเลี้ยงเชิงการค้า ข้อดีที่สำคัญกว่าตัวเลขโปรตีนคือมันลอยน้ำ ทำให้มองเห็นว่าปลากินหมดจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมปริมาณที่ดีที่สุดที่คนเลี้ยงมีอยู่ ตารางนี้เป็นกรอบที่ใช้กันทั่วไปในการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมบิ๊กอุย
| ช่วงอายุและขนาด | โปรตีนในอาหาร | ขนาดเม็ด | ปริมาณต่อวัน | จำนวนมื้อ |
|---|---|---|---|---|
| ลูกปลาอนุบาล อายุ 1-3 สัปดาห์ | ราว 35-40% | ผงละเอียดถึง 0.8 มม. | ราว 8-10% ของน้ำหนักปลารวม | 4-5 มื้อ |
| ลูกปลาปล่อยบ่อใหม่ ขนาด 3-5 ซม. | ราว 32-35% | 1-1.5 มม. | ราว 5-8% | 3-4 มื้อ |
| ปลารุ่น อายุ 1-2 เดือน | ราว 30-32% | 2-2.5 มม. | ราว 4-5% | 2-3 มื้อ |
| ปลาใหญ่ อายุ 2-3 เดือน | ราว 28-30% | 3-4 มม. | ราว 3-4% | 2 มื้อ |
| ช่วงขุนก่อนจับ เดือนสุดท้าย | ราว 25-30% | 4-5 มม. | ราว 2-3% | 2 มื้อ |
ตัวเลขเปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวข้างบนใช้เป็นจุดตั้งต้นเท่านั้น ของจริงต้องปรับลงเมื่ออากาศเย็นหรือฝนตกหนักติดกันหลายวัน เพราะปลาดุกกินน้อยลงชัดเจนเมื่ออุณหภูมิน้ำต่ำกว่าราว 25 องศาเซลเซียส คนที่ยังให้ปริมาณเท่าเดิมในหน้าหนาวคือคนที่จะเจอน้ำเสียและก้นบ่อหมักในสัปดาห์ถัดมา
เรื่องขนาดเม็ดสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เม็ดใหญ่เกินปากทำให้ปลาคาบแล้วคายซ้ำ ๆ เม็ดแตกตัวในน้ำและกลายเป็นตะกอน ส่วนเม็ดเล็กเกินสำหรับปลาใหญ่ทำให้ปลาต้องกินหลายครั้งกว่าจะอิ่มและเสียพลังงานไปกับการว่ายหาอาหาร ให้เปลี่ยนขนาดเม็ดตามขนาดปากปลาจริงที่ช้อนขึ้นมาดู ไม่ใช่ตามวันที่นับ
อาหารเสริมราคาถูกที่ใช้ได้จริง
การเสริมอาหารอื่นเพื่อลดต้นทุนทำได้ แต่ต้องเลือกให้ถูกตัว เพราะของถูกบางอย่างทำให้ต้องจ่ายค่าเปลี่ยนน้ำและค่าปลาตายมากกว่าที่ประหยัดได้
- ปลาเป็ดหรือเศษปลาสับต้มสุก เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและราคาต่ำกว่าอาหารเม็ดต่อหน่วยโปรตีน แต่ต้องต้มให้สุกก่อนเสมอเพื่อทำลายเอนไซม์ไทอะมิเนสในปลาดิบที่ไปทำลายวิตามินบีหนึ่ง และเพื่อลดเชื้อที่ติดมากับปลาสด ควรใช้เสริมไม่เกินราวหนึ่งในสามของมื้อ และให้ในรางหรือตะแกรงเพื่อเก็บของเหลือออกได้
- หนอนแมลงวันลาย เลี้ยงเองจากเศษผักเศษอาหาร ให้โปรตีนสูงและปลาดุกชอบมาก เหมาะกับฟาร์มเล็กที่มีเศษวัสดุอยู่แล้ว ข้อจำกัดคือผลิตได้ไม่สม่ำเสมอพอจะเป็นอาหารหลัก
- ไส้เดือนและปลวก ใช้เสริมในบ่อลูกปลาได้ดี ช่วยให้ลูกปลาโตเร็วในช่วงสามสัปดาห์แรก แต่ปริมาณจำกัดเกินกว่าจะเลี้ยงบ่อใหญ่
- อาหารผสมเองจากรำละเอียด ปลายข้าว กากถั่วเหลือง และปลาป่น ใช้ลดต้นทุนช่วงขุนก่อนจับได้ แต่ต้องมีปลาป่นเป็นส่วนประกอบจริง ไม่ใช่รำกับปลายข้าวล้วน และควรปั้นเป็นก้อนหรือนึ่งให้เกาะตัวก่อน เพื่อไม่ให้ฟุ้งกระจายเป็นตะกอนทันทีที่ลงน้ำ
- เศษผักและแหนในบ่อ มีบทบาทเสริมเล็กน้อยเท่านั้น ปลาดุกไม่ได้ใช้โปรตีนจากพืชได้ดี อย่าคาดหวังว่าจะทดแทนอาหารเม็ดได้
อาหารเสริมที่ทำให้น้ำเสีย ควรเลี่ยง
- เครื่องในและเลือดสัตว์ดิบ ย่อยสลายเร็วมากในน้ำอุ่น ทำให้ออกซิเจนละลายในน้ำร่วงภายในคืนเดียวและมีกลิ่นเน่ารุนแรง เป็นต้นเหตุของปลาลอยหัวตอนเช้ามืด
- ปลาเป็ดดิบปริมาณมาก นอกจากเรื่องไทอะมิเนสแล้ว ไขมันที่ลอยเป็นฝ้าบนผิวน้ำยังกั้นการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่ผิวน้ำโดยตรง
- เศษอาหารจากครัวที่มีน้ำมันและเกลือ ทั้งน้ำมัน เกลือ และเครื่องปรุงไม่เหมาะกับบ่อปลา ทำให้เกิดฝ้าและเปลี่ยนคุณภาพน้ำอย่างรวดเร็ว
- มูลสัตว์สดที่ใส่เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติในปริมาณมาก ใช้ได้เฉพาะขั้นตอนเตรียมบ่อก่อนปล่อยปลาและในปริมาณที่คุมได้ ไม่ใช่ใส่ระหว่างเลี้ยงเพื่อทดแทนอาหาร
- ขนมปังและแป้งเหลือทิ้ง พองน้ำเป็นตะกอนและให้โปรตีนต่ำมาก ได้ไม่คุ้มกับภาระของเสียที่เพิ่มขึ้น
ให้อาหารวันละกี่ครั้งถึงโตเร็ว

จำนวนมื้อที่เหมาะสมลดลงตามอายุปลา ลูกปลาเล็กกระเพาะเล็กและย่อยเร็ว จึงต้องกินถี่ ส่วนปลาใหญ่กินได้ครั้งละมากและย่อยนาน การเพิ่มมื้อในปลาใหญ่ไม่ได้ทำให้โตเร็วขึ้นตามที่คาด แต่เพิ่มปริมาณของเสียในบ่อทันที
- ลูกปลาอนุบาล วันละ 4-5 มื้อ ห่างกันราว 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าถึงเย็น
- ลูกปลาหลังปล่อยลงบ่อ วันละ 3-4 มื้อ
- ปลารุ่นและปลาใหญ่ วันละ 2 มื้อ เช้าราว 7-8 โมง และเย็นราว 5-6 โมง
- ช่วงอากาศเย็นหรือฝนตกหนัก ลดเหลือวันละ 1 มื้อหรืองดหนึ่งวัน แล้วดูการตอบสนองก่อนกลับสู่ปกติ
เวลาให้อาหารควรตรึงเป็นเวลาเดิมและจุดเดิมทุกวัน ปลาดุกเรียนรู้ตำแหน่งได้เร็วมาก ภายในไม่กี่วันมันจะมารอที่จุดเดิมก่อนถึงเวลา ซึ่งมีประโยชน์กว่าที่คิด เพราะทำให้คนเลี้ยงเห็นปลาทั้งฝูงพร้อมกันวันละสองครั้ง และจับสังเกตได้ทันทีเมื่อมีตัวที่ไม่ขึ้นมากินหรือว่ายผิดปกติ
หลักที่ใช้คุมปริมาณต่อมื้อคือโรยทีละน้อยแล้วดู ให้จนกระทั่งปลาเริ่มกินช้าลงและมีเม็ดลอยค้าง แล้วหยุดทันที อย่าเทเผื่อ ปริมาณต่อมื้อที่ถูกต้องคือปริมาณที่หมดภายใน 15-20 นาที ถ้าหมดภายใน 5 นาทีทุกมื้อติดกันหลายวัน แปลว่าให้น้อยไปและควรเพิ่มขึ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วสังเกตต่ออีกสองสามวัน
สัญญาณที่บอกว่าให้อาหารมากเกินไป
| สิ่งที่สังเกตได้ | ความหมาย | สิ่งที่ควรทำทันที |
|---|---|---|
| เม็ดอาหารลอยค้างเกิน 20-30 นาที | เกินความต้องการของปลาในมื้อนั้น | ช้อนเม็ดที่เหลือออก และลดปริมาณมื้อถัดไปลงราวหนึ่งในสี่ |
| ฟองบนผิวน้ำเหนียวและแตกตัวช้า | สารอินทรีย์ละลายในน้ำสูงจากอาหารเหลือและของเสีย | งดอาหารหนึ่งมื้อถึงหนึ่งวัน เปลี่ยนถ่ายน้ำบางส่วน และเพิ่มการตีน้ำ |
| ปลาลอยหัวฮุบอากาศช่วงเช้ามืด | ออกซิเจนละลายน้ำต่ำในช่วงก่อนรุ่งสาง | เพิ่มอากาศทันที งดให้อาหารเช้านั้น และตรวจก้นบ่อว่ามีตะกอนหมักหรือไม่ |
| น้ำเขียวเข้มจนมองไม่เห็นฝ่ามือที่จุ่มลึกหนึ่งคืบ | แพลงก์ตอนหนาแน่นเกินจากธาตุอาหารส่วนเกิน | ลดอาหารและถ่ายน้ำบางส่วน ระวังแพลงก์ตอนตายพร้อมกันตอนกลางคืน |
| ก้นบ่อมีชั้นเลนดำและมีกลิ่นเหมือนไข่เน่า | เกิดการหมักแบบไร้ออกซิเจนสะสม | งดอาหาร ดูดเลนออก และวางแผนตากบ่อหลังจับรุ่นนี้ |
| ปลาโตไม่เท่ากันมากขึ้นเรื่อย ๆ | อาหารกระจายไม่ทั่วถึง ตัวใหญ่แย่งกินก่อน | เพิ่มจุดให้อาหารเป็น 2-3 จุด โรยให้ทั่ว และคัดขนาดแยกบ่อ |
ตัวเลขที่ควรจดทุกรุ่นคือน้ำหนักอาหารทั้งหมดที่ใช้ หารด้วยน้ำหนักปลาที่จับขายได้ ค่านี้คืออัตราแลกเนื้อ ถ้าเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดอย่างเดียวและจัดการดี ค่านี้มักอยู่ในช่วงราว 1.0-1.3 ถ้าคำนวณออกมาแล้วสูงกว่านี้มาก แปลว่ามีอาหารส่วนหนึ่งลงไปเป็นของเสียในบ่อแทนที่จะเป็นเนื้อปลา ซึ่งเป็นเงินที่รั่วออกไปสองต่อทั้งค่าอาหารและค่าจัดการน้ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องการให้อาหารปลาดุก

- เทอาหารทีเดียวทั้งถุงแล้วเดินกลับ ทำให้ไม่เห็นว่าปลากินหมดจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นการทิ้งเครื่องมือควบคุมที่ดีที่สุดไปเปล่า ๆ ควรยืนดูจนจบทุกมื้อในช่วงแรกของรุ่น
- ให้อาหารเท่าเดิมทุกวันตลอดรุ่น ปลาโตขึ้นทุกสัปดาห์ ปริมาณต้องปรับตามน้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้น ควรสุ่มช้อนปลาขึ้นมาชั่ง 10-20 ตัวทุกสองสัปดาห์เพื่อประเมินน้ำหนักเฉลี่ยใหม่
- ใช้ปลาเป็ดดิบเป็นอาหารหลักเพราะถูกกว่า ประหยัดค่าอาหารแต่จ่ายคืนเป็นค่าเปลี่ยนน้ำ ค่าไฟเครื่องตีน้ำ และความเสี่ยงปลาตายยกบ่อในคืนที่ออกซิเจนต่ำ
- ไม่ลดอาหารช่วงฝนตกหนักหรืออากาศเย็น ปลากินน้อยลงแต่อาหารยังลงบ่อเท่าเดิม กลายเป็นของเสียทั้งหมด
- ให้อาหารจุดเดียวในบ่อใหญ่ ปลาตัวใหญ่ยึดพื้นที่หน้าอาหาร ตัวเล็กไม่ได้กิน ผลคือขนาดต่างกันมากจนถูกกดราคาตอนขายและเกิดการกัดกันในบ่อ
- เปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรอาหารกะทันหัน ปลามักกินช้าลงหนึ่งถึงสองวัน ถ้าไม่ลดปริมาณลงในช่วงเปลี่ยน อาหารจะเหลือค้างและน้ำเสีย
- ไม่จดบันทึกปริมาณอาหารต่อรุ่น ทำให้คำนวณอัตราแลกเนื้อและต้นทุนต่อกิโลกรัมไม่ได้ จึงไม่รู้ว่ารุ่นนี้กำไรจริงหรือขาดทุน
สรุป
ปลาดุกกินได้หลากหลายแต่ควรมีอาหารเม็ดเป็นฐานหลักเพื่อคุมโปรตีนตามช่วงอายุ ตั้งแต่ราว 32-40 เปอร์เซ็นต์ในลูกปลา ลงมาราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงขุนก่อนจับ ความถี่ที่เหมาะสมคือลูกปลาวันละ 3-5 มื้อ และปลารุ่นขึ้นไปวันละ 2 มื้อ โดยยึดเกณฑ์ให้หมดภายใน 15-20 นาทีเป็นตัวคุมปริมาณ อาหารเสริมที่คุ้มจริงคือปลาเป็ดต้มสุก หนอนแมลงวันลาย และอาหารผสมที่มีปลาป่น ส่วนเครื่องในดิบ เลือด และเศษอาหารมันเค็มคือตัวทำให้น้ำเสียที่ควรเลี่ยง สัญญาณเตือนที่ต้องจับให้ทันคือเม็ดลอยค้าง ฟองเหนียวบนผิวน้ำ และปลาลอยหัวช่วงเช้ามืด ส่วนราคาอาหารและลูกพันธุ์ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากกรมประมงและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนคำนวณต้นทุนทุกรุ่น ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ในหมวดประมง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — คำแนะนำการเพาะเลี้ยงปลาดุก การจัดการอาหารและคุณภาพน้ำ และการติดต่อสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมประมง — ข้อมูลอัตราการปล่อย อัตราการให้อาหาร และการจัดการโรคสัตว์น้ำ
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีและข้อกำหนดด้านอาหารสัตว์น้ำ
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ราคาสัตว์น้ำและวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับใช้ตรวจสอบต้นทุนปัจจุบัน
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงไข่ผำขาย เริ่มจากบ่อเล็กและดูแลน้ำอย่างไร
เทียบตัวเลขการเลี้ยงไข่ผำจากหลายแหล่ง ทั้งบ่อปูน บ่อดิน และระบบปิด พร้อมขั้นตอนเตรียมบ่อ ใส่ปุ๋ย ปล่อยพันธุ์ และเก็บผลผลิต โดยบอกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากระบบไหน
ฤดูน้ำแดงห้ามจับปลาช่วงไหน เครื่องมือประมงพื้นบ้านแบบไหนยังใช้ได้
สรุปช่วงห้ามจับสัตว์น้ำจืดฤดูน้ำแดงตามประกาศกรมประมง พ.ศ. 2568 แยกตามจังหวัด พร้อมรายการเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ได้และโทษเมื่อฝ่าฝืน
หน้าหนาวปลาไม่กินอาหารและป่วยง่าย ควรปรับการเลี้ยงอย่างไร
ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อน้ำเย็นลงจะกินน้อยและติดโรคง่าย บทความนี้รวมวิธีปรับอาหาร น้ำ และความหนาแน่นช่วงหนาว พร้อมอาการโรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน
ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง
ช่วงน้ำท่วมใหญ่ คนเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายเร็วกว่าคนปลูกพืชมาก น้ำล้นคันบ่อคืนเดียว ปลาที่เลี้ยงมาหลายเดือนก็หลุดออกไปหมด บ่อกุ้งที่น้ำขุ่นจัดก็อาจตายยกบ
น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร
คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอ
กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร
คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ปลาดุกกินอะไรได้บ้างนอกจากอาหารเม็ด
กินปลาเป็ดหรือเศษปลาต้มสุก หนอนแมลงวันลาย ไส้เดือน ปลวก และอาหารผสมเองที่มีปลาป่นเป็นส่วนประกอบ สิ่งที่ควรเลี่ยงคือเครื่องในและเลือดสัตว์ดิบ เศษอาหารจากครัวที่มีน้ำมันและเกลือ รวมถึงปลาเป็ดดิบปริมาณมาก เพราะทำให้ออกซิเจนในน้ำร่วงเร็วและสร้างเลนหมักที่ก้นบ่อ อาหารเสริมควรใช้ร่วมกับอาหารเม็ดไม่ใช่แทนที่ทั้งหมด
ให้อาหารปลาดุกวันละกี่ครั้ง
ลูกปลาอนุบาลให้วันละ 4-5 มื้อ ลูกปลาที่เพิ่งปล่อยบ่อวันละ 3-4 มื้อ ส่วนปลารุ่นและปลาใหญ่ให้วันละ 2 มื้อเช้าและเย็นก็เพียงพอ เพิ่มมื้อในปลาใหญ่ไม่ได้ทำให้โตเร็วขึ้นแต่เพิ่มของเสียในบ่อ ให้ยึดเวลาเดิมและจุดเดิมทุกวันเพื่อให้สังเกตพฤติกรรมฝูงได้ง่าย และลดมื้อลงเมื่ออากาศเย็นหรือฝนตกหนักติดต่อกัน
ให้อาหารครั้งละเท่าไหร่ถึงจะพอดี
ยึดหลักให้หมดภายใน 15-20 นาทีเป็นเกณฑ์หลัก แล้วใช้เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวเป็นจุดตั้งต้น ลูกปลาราว 5-8 เปอร์เซ็นต์ ปลารุ่นราว 4-5 เปอร์เซ็นต์ และปลาใหญ่ก่อนจับราว 2-3 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน วิธีปฏิบัติคือโรยทีละน้อยจนเห็นปลาเริ่มกินช้าลงแล้วหยุด และปรับปริมาณใหม่ทุกสองสัปดาห์หลังสุ่มชั่งน้ำหนักปลา
ปลาดุกโตเต็มที่ใช้เวลากี่เดือน
การเลี้ยงปลาดุกลูกผสมในบ่อดินหรือบ่อปูนด้วยอาหารเม็ดโดยทั่วไปใช้เวลาราว 3-4 เดือนจึงได้ขนาดที่ตลาดรับ คือราว 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม ระยะเวลาจริงขึ้นกับความหนาแน่นที่ปล่อย คุณภาพน้ำ และอุณหภูมิ บ่อที่ปล่อยแน่นเกินไปจะโตช้ากว่าที่คำนวณไว้แม้จะให้อาหารเท่ากัน ควรเทียบกับคำแนะนำของกรมประมงและสภาพบ่อของตัวเอง
น้ำในบ่อเริ่มมีฟองเหนียวและกลิ่น ควรทำอย่างไร
นั่นคือสัญญาณว่าสารอินทรีย์ในน้ำสูงเกิน มักมาจากอาหารเหลือสะสม ให้งดอาหารหนึ่งมื้อถึงหนึ่งวันทันที เปลี่ยนถ่ายน้ำบางส่วนโดยดูดจากก้นบ่อซึ่งเป็นจุดที่ตะกอนสะสม และเพิ่มการเติมอากาศโดยเฉพาะช่วงกลางคืนถึงเช้ามืดที่ออกซิเจนต่ำที่สุด จากนั้นกลับมาให้อาหารในปริมาณที่ลดลงราวหนึ่งในสี่แล้วค่อยปรับขึ้น
เลี้ยงปลาดุกด้วยรำกับปลายข้าวอย่างเดียวได้ไหม
ได้ในแง่ที่ปลาจะกิน แต่ผลคือโตช้าและตัวเล็กกว่าที่ควรอย่างชัดเจน เพราะปลาดุกเป็นปลากินเนื้อที่ใช้โปรตีนจากพืชได้ไม่ดี รำและปลายข้าวให้แป้งเป็นหลักและโปรตีนต่ำ ถ้าต้องการผสมอาหารเองเพื่อลดต้นทุน ต้องมีแหล่งโปรตีนจากสัตว์อย่างปลาป่นหรือปลาเป็ดต้มสุกร่วมด้วย และควรใช้ในช่วงขุนท้ายรุ่นมากกว่าช่วงลูกปลา
ปลาดุกไม่กินอาหารหลายวัน เกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือคุณภาพน้ำเปลี่ยน เช่น หลังฝนตกหนักที่น้ำผิวบ่อเย็นลงและค่าความเป็นกรดด่างแกว่ง รองลงมาคืออุณหภูมิน้ำต่ำในหน้าหนาว และการเปลี่ยนสูตรอาหารกะทันหัน ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ตัวด่าง มีแผล ครีบกร่อน หรือว่ายควงสว่าน ควรแจ้งสำนักงานประมงอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำ อย่าเพิ่งใส่ยาใด ๆ ลงบ่อก่อนทราบสาเหตุ



