ประมง

เลี้ยงปลาช่อนในบ่อผ้าใบ ให้อาหารเม็ดอย่างเดียวได้ผลดีไหม

ตอบตรงว่าเลี้ยงปลาช่อนในบ่อผ้าใบด้วยอาหารเม็ดอย่างเดียวได้ผลดีจริงไหม พร้อมชนิดอาหารเม็ดที่เหมาะ เทียบอัตราการเจริญเติบโตกับปลาเป็ด และต้นทุนอาหารต่อรอบ

เลี้ยงปลาช่อนในบ่อผ้าใบ ให้อาหารเม็ดอย่างเดียวได้ผลดีไหม
คำตอบเร็ว: ได้ผลดีในระดับหนึ่งถ้าเลือกอาหารเม็ดโปรตีนสูงสำหรับปลากินเนื้อ (โปรตีนประมาณ 35-40% ขึ้นไป) และฝึกให้ปลาช่อนกินอาหารเม็ดตั้งแต่ขนาดลูกปลาเล็ก แต่ปลาช่อนที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดล้วนตั้งแต่ต้นมักโตช้ากว่าปลาที่เคยได้กินปลาเป็ด/เศษปลาสดผสมในช่วงแรก เพราะปลาช่อนเป็นปลากินเนื้อที่คุ้นชินกับกลิ่นและพฤติกรรมล่าเหยื่อสด การเปลี่ยนมาให้อาหารเม็ดตอนปลาโตแล้วจะฝึกยากกว่าเริ่มตั้งแต่ลูกปลา

ทำไมปลาช่อนกินอาหารเม็ดยากกว่าปลาชนิดอื่น

ภาพประกอบ ทำไมปลาช่อนกินอาหารเม็ดยากกว่าปลาชนิดอื่น

ปลาช่อนเป็นปลานักล่าที่ตามธรรมชาติจับเหยื่อที่เคลื่อนไหว มีกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์สด ต่างจากปลานิลหรือปลาดุกที่ปรับตัวกินอาหารเม็ดลอยน้ำได้ง่ายกว่า เมื่อเลี้ยงในบ่อผ้าใบซึ่งเป็นระบบปิดไม่มีเหยื่อธรรมชาติให้จับ ลูกปลาช่อนต้องถูกฝึกให้จดจำว่าอาหารเม็ดคือแหล่งอาหาร ถ้าปล่อยลูกปลาลงบ่อผ้าใบแล้วโยนอาหารเม็ดทันทีโดยไม่มีขั้นตอนฝึก ลูกปลาจำนวนมากจะไม่กินและอดตายหรือแคระแกร็น

อาหารเม็ดชนิดไหนเหมาะกับปลาช่อน

ปลาช่อนต้องการอาหารเม็ดกลุ่มปลากินเนื้อโปรตีนสูง ไม่ใช่อาหารเม็ดปลากินพืช/กินทั่วไปที่มีโปรตีนต่ำ โดยทั่วไปช่วงลูกปลาเล็กต้องการโปรตีนในสูตรสูงกว่า 40% เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ แล้วค่อยปรับลดสัดส่วนโปรตีนลงเหลือประมาณ 35% เมื่อปลาโตขึ้นเข้าสู่ช่วงขุนให้ได้ขนาด ขนาดเม็ดอาหารต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดปากปลาแต่ละช่วงวัย เม็ดใหญ่เกินไปทำให้ลูกปลาเล็กกินไม่ได้ เม็ดเล็กเกินไปในปลาโตทำให้กินไม่อิ่มต้องให้บ่อยขึ้นจนสิ้นเปลืองแรงงาน ควรตรวจฉลากโภชนาการและมาตรฐานอาหารสัตว์น้ำก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะคุณภาพอาหารเม็ดแต่ละยี่ห้อในท้องตลาดแตกต่างกันได้มาก

อัตราการเจริญเติบโต: อาหารเม็ดอย่างเดียว เทียบกับให้ปลาเป็ด

ปัจจัยอาหารเม็ดล้วนตั้งแต่ต้นให้ปลาเป็ด/เศษปลาสดร่วมด้วย
ความยากในการฝึกให้กินต้องฝึกลูกปลาตั้งแต่เล็ก ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์แรกปลากินง่ายกว่าเพราะเป็นเหยื่อที่คุ้นเคยตามธรรมชาติ
อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอกว่าเมื่อฝึกกินสำเร็จ แต่ช่วงแรกช้ากว่าโตเร็วกว่าในช่วงต้นเพราะกินง่าย แต่ไม่สม่ำเสมอถ้าปลาเป็ดขาดตลาดบางช่วง
ความเสี่ยงด้านสุขภาพ/น้ำเสียต่ำกว่า เพราะอาหารเม็ดสลายตัวช้ากว่าและควบคุมปริมาณให้แม่นยำกว่าสูงกว่า เพราะเศษปลาสดเน่าเสียเร็วในบ่อผ้าใบทำให้น้ำเสียไว
ความสม่ำเสมอของแหล่งอาหารสั่งซื้อล่วงหน้าได้ วางแผนต้นทุนแน่นอนขึ้นกับแหล่งปลาเป็ดในพื้นที่ ราคาผันผวนตามฤดูจับปลาทะเล

สรุปคือให้ปลาเป็ดร่วมด้วยช่วงแรกช่วยให้ลูกปลาโตเร็วและกินง่ายกว่า แต่แลกกับความเสี่ยงน้ำเสียและต้นทุนที่ผันผวนตามฤดูกาล ส่วนอาหารเม็ดล้วนควบคุมคุณภาพน้ำและต้นทุนได้สม่ำเสมอกว่า แต่ต้องผ่านขั้นตอนฝึกกินให้สำเร็จก่อน ถ้าฝึกไม่สำเร็จอัตราการเจริญเติบโตจะแย่กว่าทั้งสองแบบที่กล่าวมา

ต้นทุนอาหารต่อรอบการเลี้ยง

ภาพประกอบ ต้นทุนอาหารต่อรอบการเลี้ยง

ปลาช่อนเลี้ยงในบ่อผ้าใบจนได้ขนาดจับขาย (ประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นกับขนาดเป้าหมาย) ใช้อาหารเม็ดคิดเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของรอบการเลี้ยง เพราะปลากินเนื้อมีอัตราการแลกเนื้อ (FCR) ที่สูงกว่าปลากินพืชอย่างชัดเจน กล่าวคือต้องใช้อาหารมากกว่า 1 กิโลกรัมเพื่อให้ได้น้ำหนักปลาเพิ่ม 1 กิโลกรัม ต้นทุนอาหารเม็ดสำหรับปลากินเนื้อจึงสูงกว่าอาหารเม็ดปลานิล/ปลาดุกต่อกิโลกรัมอาหารเช่นกัน ก่อนเริ่มเลี้ยงควรประเมินต้นทุนอาหารต่อรอบจากปริมาณอาหารที่คาดว่าจะใช้ทั้งรอบ คูณราคาต่อกระสอบปัจจุบัน แล้วเทียบกับราคาปลาช่อนที่คาดว่าจะขายได้ตอนจับ เพื่อดูว่าส่วนต่างเพียงพอครอบคลุมต้นทุนอื่น (พันธุ์ปลา ค่าไฟสูบน้ำ ค่าโรคระบาด) หรือไม่ก่อนลงทุนเต็มรอบ

เทคนิคฝึกปลาช่อนให้กินอาหารเม็ด

  • เริ่มฝึกตั้งแต่ลูกปลาขนาดเล็ก อย่ารอให้โตแล้วค่อยเปลี่ยนอาหาร เพราะปลาที่คุ้นกับเหยื่อสดแล้วจะฝึกกินเม็ดยากกว่ามาก
  • ช่วงแรกอาจสับปลาเป็ด/เนื้อสัตว์สดชิ้นเล็กคลุกกับอาหารเม็ดเพื่อให้ปลาคุ้นกลิ่น แล้วค่อย ๆ ลดสัดส่วนเนื้อสดลงทีละน้อยใน 1-2 สัปดาห์
  • ให้อาหารเวลาเดิมของทุกวันเพื่อสร้างความเคยชิน ปลาช่อนจดจำเวลาให้อาหารได้ดีถ้าทำสม่ำเสมอ
  • สังเกตพฤติกรรมการกิน ถ้าเห็นปลาโผล่ขึ้นมากินที่ผิวน้ำภายใน 5-10 นาทีหลังโรยอาหาร แสดงว่าฝึกสำเร็จแล้ว แต่ถ้าอาหารจมค้างพื้นบ่อนานแสดงว่ายังต้องฝึกต่อ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปลี่ยนจากปลาเป็ดมาเป็นอาหารเม็ดกะทันหันตอนปลาโตแล้ว ทำให้ปลาไม่กินและผอมลงจนต้องกลับไปให้ปลาเป็ดเหมือนเดิม
  • ให้อาหารเม็ดเกินปริมาณที่ปลากินหมดในแต่ละมื้อ ทำให้เม็ดที่เหลือจมสลายตัวจนน้ำเสียเร็วในบ่อผ้าใบซึ่งเป็นระบบน้ำจำกัด
  • ซื้ออาหารเม็ดสูตรปลากินพืชราคาถูกมาให้แทนสูตรปลากินเนื้อ เพราะเข้าใจผิดว่าอาหารเม็ดทุกยี่ห้อใช้แทนกันได้
  • ไม่ปรับขนาดเม็ดอาหารตามขนาดปากปลาที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ปลาโตช้าเพราะกินอาหารไม่เพียงพอต่อมื้อ
  • ไม่มีบ่อพักหรือระบบกรองน้ำสำรองในบ่อผ้าใบ ทำให้เมื่อน้ำเสียจากเศษอาหารสะสมแล้วแก้ปัญหาไม่ทัน

สรุป

อาหารเม็ดอย่างเดียวใช้เลี้ยงปลาช่อนในบ่อผ้าใบได้ผลดี ถ้าเลือกสูตรโปรตีนสูงที่ถูกต้องและฝึกลูกปลาให้กินตั้งแต่ขนาดเล็ก ข้อดีคือควบคุมคุณภาพน้ำและต้นทุนได้สม่ำเสมอกว่าการให้ปลาเป็ด แต่ต้องยอมรับว่าช่วงฝึกกินแรกอาจทำให้อัตราการเจริญเติบโตช้ากว่าปลาที่กินเหยื่อสดตั้งแต่ต้น ผู้เลี้ยงควรเปรียบเทียบต้นทุนอาหารเม็ดกับปลาเป็ดในพื้นที่ตัวเองก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — คำแนะนำการเลี้ยงปลาช่อนในบ่อดินและบ่อผ้าใบ และมาตรฐานอาหารสัตว์น้ำ
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานฉลากและโภชนาการอาหารสัตว์น้ำสำหรับตรวจสอบก่อนซื้อ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ลูกปลาช่อนอายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฝึกให้กินอาหารเม็ดได้

ควรเริ่มฝึกตั้งแต่ลูกปลาขนาดเล็กที่สุดเท่าที่หาอาหารเม็ดขนาดเหมาะสมได้ ยิ่งฝึกเร็วยิ่งมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า เพราะลูกปลาที่ยังไม่คุ้นเหยื่อสดปรับพฤติกรรมได้ง่ายกว่าปลาที่โตแล้ว

ถ้าฝึกปลาช่อนกินอาหารเม็ดไม่สำเร็จ ต้องทำอย่างไร

อาจต้องกลับไปคลุกเนื้อสัตว์สดกับอาหารเม็ดในสัดส่วนสูงขึ้นชั่วคราว แล้วค่อย ๆ ลดสัดส่วนลงใหม่อย่างช้ากว่าครั้งแรก บางกรณีต้องยอมรับว่าต้องผสมเนื้อสดต่อเนื่องตลอดรอบ

อาหารเม็ดปลาช่อนแพงกว่าปลาเป็ดจริงไหม

ขึ้นกับราคาปลาเป็ดในพื้นที่และช่วงเวลา เพราะปลาเป็ดจากแหล่งประมงทะเลราคาผันผวนตามฤดูจับปลา ควรเปรียบเทียบราคาต่อกิโลกรัมของทั้งสองแบบในพื้นที่ตัวเองก่อนตัดสินใจ

ให้อาหารเม็ดวันละกี่มื้อถึงจะเหมาะ

โดยทั่วไปให้วันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น ในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 15-20 นาทีต่อมื้อ ควรสังเกตพฤติกรรมการกินจริงมากกว่ายึดตารางตายตัว

บ่อผ้าใบเลี้ยงปลาช่อนด้วยอาหารเม็ดต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับความหนาแน่นปลาและปริมาณอาหารที่ให้ ควรสังเกตสีและกลิ่นน้ำเป็นสัญญาณ ถ้าน้ำขุ่นคล้ำหรือมีกลิ่นแอมโมเนียชัดเจนต้องถ่ายน้ำบางส่วนทันที