คำตอบสั้น ๆ
ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อน้ำเย็นลงจะกินน้อยและติดโรคง่าย บทความนี้รวมวิธีปรับอาหาร น้ำ และความหนาแน่นช่วงหนาว พร้อมอาการโรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน
คำตอบเร็ว: หน้าหนาวน้ำในบ่อเย็นลง ปลาซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็นจะกินน้อยลงและภูมิต้านทานต่ำลง วิธีปรับคือ ลดอาหารลงราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ทีละน้อยหลายมื้อในช่วงที่อากาศอุ่น เลี่ยงเช้ามืด ลดความหนาแน่น ทำแนวกันลมด้านทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเครื่องให้อากาศวันที่ฟ้าปิดหรือมีหมอก และเฝ้าดูโรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน ได้แก่ โรคแผลเหลว (EUS) โรคตัวด่าง และโรค KHV ในปลาคาร์ปและปลาไน
เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในบ่อดินมักเจอเหมือนกันทุกปี พอเข้าเดือนธันวาคม ปลาที่เคยแย่งอาหารกันเต็มผิวน้ำกลับขึ้นมากินแค่ไม่กี่ตัว อาหารเม็ดลอยค้างจนเปื่อย บางบ่อเริ่มเห็นปลาช่อนหรือปลาตะเพียนเป็นแผลแดงลึก คำแนะนำในบทความนี้เน้นเรื่องอากาศเย็นโดยเฉพาะ ส่วนการจัดการบ่อช่วงฝนตกหนักและอากาศร้อนจัด อ่านได้ที่ การจัดการบ่อปลาตามสภาพอากาศ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ทำไมปลาไม่กินอาหารเมื่อน้ำเย็น
สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีอธิบายว่าปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนตามน้ำ เมื่อน้ำเย็นลงปลาจะเครียด กินอาหารน้อย และภูมิต้านทานลดลง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือปลานิล คู่มือการเลี้ยงปลานิลที่เผยแพร่ผ่านระบบของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติระบุว่าอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมกับปลานิลอยู่ที่ 25-32 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิน้ำลดลงต่ำกว่าช่วงนี้ในหน้าหนาว ปลาก็กินน้อยลงตามไปด้วย
ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่ปลาโตช้า อาหารที่ให้เท่าเดิมแต่ปลากินไม่หมด จะจมลงไปเน่าที่ก้นบ่อ ทำให้น้ำเสีย ออกซิเจนลด และเชื้อโรคเพิ่ม ปลาที่อ่อนแออยู่แล้วจึงป่วยง่ายขึ้น วงจรนี้เป็นเหตุผลหลักที่หน้าหนาวต้องลดอาหาร ไม่ใช่เพิ่มอาหารเพื่อเร่งให้ปลากิน
สัญญาณที่คนเลี้ยงสังเกตได้ก่อนปัญหาลุกลาม คือ อาหารเหลือลอยนานเกินกว่าปกติ ปลาขึ้นมากินช้า ปลารวมกลุ่มอยู่ตามมุมบ่อที่ลึกหรือโดนแดด และถ้าเช้าวันไหนปลาลอยหัวฮุบอากาศหลังคืนที่ฟ้าครึ้ม แปลว่าออกซิเจนต่ำแล้ว
ปรับการเลี้ยง 8 ข้อตามคำแนะนำกรมประมง
สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี และสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเผยแพร่คำแนะนำในทิศทางเดียวกับกรมประมง ให้แนวทางไว้ดังนี้
- วางแผนช่วงเวลาเลี้ยง หรือเว้นการเลี้ยงในหน้าหนาวถ้าพื้นที่หนาวจัด
- สำรองน้ำไว้ในบ่อพักน้ำ เพื่อใช้เปลี่ยนถ่ายเมื่อจำเป็น
- เลือกชนิดปลาที่เสี่ยงน้อย เช่น ปลานิล ปลาจีน และปลาไม่มีเกล็ด และลดความหนาแน่นลง
- ย้ายเวลาให้อาหารไปช่วงที่อากาศอุ่น และลดปริมาณลงราว 10-15 เปอร์เซ็นต์
- วันที่ฟ้าปิดหรือมีหมอก ให้เปิดเครื่องให้อากาศหรือเครื่องตีน้ำ
- ถ้าเห็นฟองก๊าซผุดจากก้นบ่อ ให้หว่านเกลือ 200-300 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่
- แยกปลาป่วยออก และกำจัดปลาตายด้วยการฝังหรือเผา ไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำ
- เมื่อน้ำอุ่นขึ้น ค่อยเปลี่ยนถ่ายน้ำและกลับมาให้อาหารตามปกติ
สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีเพิ่มรายละเอียดอีกว่า ไม่ควรปล่อยปลาหนาแน่น ควรปล่อยลูกปลาขนาดใหญ่ขึ้น แบ่งให้อาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้งวันละ 5-6 มื้อ เลี่ยงช่วงเช้าตรู่ที่อากาศเย็น เสริมวิตามินซีและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และทำแนวกันลมด้านทิศเหนือหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ลมหนาวพัดเข้า
ตารางปรับการให้อาหารช่วงหนาว
| เรื่อง | ช่วงปกติ | ช่วงหนาว (ตามคำแนะนำประมงจังหวัด) |
|---|---|---|
| ปริมาณอาหาร | ตามน้ำหนักปลาและสูตรที่ใช้ | ลดลงราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ |
| จำนวนมื้อ | ตามรอบปกติของฟาร์ม | แบ่งย่อย 5-6 มื้อ ทีละน้อย |
| เวลาให้ | เช้า-เย็นตามปกติ | ช่วงที่อากาศอุ่น เลี่ยงเช้าตรู่ |
| อาหารเสริม | ตามปกติ | วิตามินซีและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง |
| การเปลี่ยนน้ำ | ตามรอบ | รอให้น้ำอุ่นขึ้น ใช้น้ำจากบ่อพักที่สำรองไว้ |
เทคนิคจากการทำงานจริงคือ ให้อาหารแต่ละมื้อทีละกำ แล้วดูว่าปลากินหมดภายในไม่กี่นาทีหรือไม่ ถ้ามีเหลือลอย ให้หยุดมื้อนั้นทันที วิธีนี้แม่นกว่าการคำนวณจากน้ำหนักปลาอย่างเดียว เพราะหน้าหนาวความอยากอาหารของปลาเปลี่ยนตามอุณหภูมิแต่ละวัน ส่วนสูตรอาหารและอัตราปกติของปลานิล ดูเพิ่มได้ที่ อาหารปลานิล
โรคหน้าหนาวที่กรมประมงเตือน
ข่าวกรมประมงเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567 และคำแนะนำของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี ระบุโรคที่มักระบาดในหน้าหนาวไว้ดังนี้
โรคแผลเหลว (EUS)
เกิดจากเชื้อรา Aphanomyces invadans ปลาเป็นแผลลึก พบในปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลากระสูบ ปลาแรด และปลาสลิด กรมประมงระบุว่ายังไม่มียารักษา ปลามักหายเองเมื่ออุณหภูมิน้ำสูงขึ้น สิ่งที่ทำได้คือแยกปลาป่วย ลดความเครียด และไม่ปล่อยให้น้ำเสีย
โรคตัวด่าง
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Flavobacterium ปลามีรอยด่างสีขาวตามตัว มักเกิดหลังขนย้ายหรือลำเลียงปลา คำแนะนำของประมงจังหวัดสระบุรีให้ใช้เกลือ 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 1 ตัน หรือราว 0.1 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหน้าหนาวควรเลี่ยงการขนย้ายปลาที่ไม่จำเป็น
โรค KHV ในปลาคาร์ปและปลาไน
เป็นโรคจากไวรัส อัตราการตายสูง 50 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่มียารักษา ถ้าปลาคาร์ปหรือปลาไนตายพร้อมกันจำนวนมาก ให้แจ้งสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัดทันที ห้ามย้ายปลาไปบ่ออื่นหรือแจกให้คนอื่น เพราะจะทำให้โรคแพร่
กุ้งในหน้าหนาว
กรมประมงระบุว่ากุ้งกินอาหารน้อยลงเมื่ออากาศหนาว และเตือนโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) ในกุ้ง คนเลี้ยงกุ้งควรลดอาหารตามการกินจริงและเฝ้าดูอาการ
ถ้าเลี้ยงปลานิลและพบจุดขาวตามตัว ซึ่งเป็นอีกโรคที่พบได้เมื่อปลาอ่อนแอ อ่านต่อได้ที่ โรคจุดขาวในปลานิล
คำเตือนความปลอดภัย: อย่าใช้ยาหรือสารเคมีในบ่อตามคำบอกต่อ ให้ปรึกษาสัตวแพทย์สัตว์น้ำหรือสำนักงานประมงอำเภอก่อน และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง ยาบางชนิดมีระยะหยุดยาก่อนจับขาย ส่วนปลาตายให้ฝังกลบหรือเผา ไม่ทิ้งลงคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ปลาในกระชังแม่น้ำต้องดูแลต่างจากบ่อดินอย่างไร
กระชังในแม่น้ำควบคุมน้ำไม่ได้เหมือนบ่อดิน สัตวแพทย์สัตว์น้ำที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อในช่วงหนาวปี 2563 แนะนำว่ากระชังที่อยู่ในน้ำตื้นควรย้ายไปน้ำที่ลึกขึ้น หน้าหนาวควรเลี่ยงการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อด้วยน้ำคลองที่เย็นและอาจมีเชื้อ และควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ยา คำแนะนำนี้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ให้ไว้กับสื่อ ไม่ใช่ประกาศของกรมประมง จึงควรตรวจกับประมงอำเภอก่อนนำไปใช้ ส่วนเรื่องการตั้งกระชังปลานิลในแม่น้ำ อ่านเพิ่มได้ที่ การเลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ให้อาหารเท่าเดิมทั้งที่ปลากินน้อยลง อาหารเหลือจมเน่า น้ำเสีย และปลาป่วยมากขึ้น
- ให้อาหารตอนเช้ามืดตามความเคยชิน ช่วงนั้นน้ำเย็นที่สุดและปลากินน้อยที่สุด
- เปลี่ยนน้ำครั้งละมาก ๆ ด้วยน้ำเย็นจากภายนอก ทำให้อุณหภูมิในบ่อเปลี่ยนเร็ว ปลาเครียดซ้ำ
- ขนย้ายหรือคัดขนาดปลาในหน้าหนาว เปิดทางให้โรคตัวด่าง
- ปล่อยลูกปลาเล็กและหนาแน่นตอนต้นหนาว ลูกปลาเล็กทนความเครียดได้น้อยกว่า
- ทิ้งปลาตายลงแหล่งน้ำหรือย้ายปลาป่วยไปบ่ออื่น ทำให้โรคแพร่ไปฟาร์มข้างเคียง
สรุป
หน้าหนาวปลากินน้อยและป่วยง่ายเพราะเป็นสัตว์เลือดเย็น การปรับที่สำคัญคือลดอาหารราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ แบ่งมื้อย่อยในช่วงอุ่น ลดความหนาแน่น ทำแนวกันลม และเปิดเครื่องให้อากาศวันฟ้าปิด ให้จับตาโรค EUS ตัวด่าง และ KHV ซึ่งบางโรคไม่มียารักษา และถ้าปลาตายผิดปกติให้แจ้งสำนักงานประมงในพื้นที่ก่อนตัดสินใจใช้ยาใด ๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง: การเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาว — ปลาเลือดเย็น การให้อาหาร 5-6 มื้อ แนวกันลม แนวทาง 8 ข้อ เกลือ 200-300 กก./ไร่ และโรค EUS ตัวด่าง KHV fisheries.go.th
- กรมประมง: ข่าวเตือนโรคสัตว์น้ำช่วงฤดูหนาว (25 พ.ย. 2567) — โรคหน้าหนาวในปลาและ WSSV ในกุ้ง fisheries.go.th
- ประกาศเตือนจากสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ (6 ม.ค. 2568) ผ่านคลังความรู้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ลดอาหาร 10-15% และเกลือ 200-300 กก./ไร่ thaifarmer.lib.ku.ac.th
- คู่มือการเลี้ยงปลานิล (เผยแพร่ผ่านระบบ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) — อุณหภูมิน้ำที่เหมาะกับปลานิล 25-32°C explore.nrct.go.th
- คมชัดลึก: คำแนะนำสัตวแพทย์สัตว์น้ำช่วงหน้าหนาว (11 ม.ค. 2563) — การย้ายกระชังไปน้ำลึก งดใช้น้ำคลองช่วงหนาว ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ยา komchadluek.net
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงไข่ผำขาย เริ่มจากบ่อเล็กและดูแลน้ำอย่างไร
เทียบตัวเลขการเลี้ยงไข่ผำจากหลายแหล่ง ทั้งบ่อปูน บ่อดิน และระบบปิด พร้อมขั้นตอนเตรียมบ่อ ใส่ปุ๋ย ปล่อยพันธุ์ และเก็บผลผลิต โดยบอกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากระบบไหน
ฤดูน้ำแดงห้ามจับปลาช่วงไหน เครื่องมือประมงพื้นบ้านแบบไหนยังใช้ได้
สรุปช่วงห้ามจับสัตว์น้ำจืดฤดูน้ำแดงตามประกาศกรมประมง พ.ศ. 2568 แยกตามจังหวัด พร้อมรายการเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ได้และโทษเมื่อฝ่าฝืน
ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง
ช่วงน้ำท่วมใหญ่ คนเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายเร็วกว่าคนปลูกพืชมาก น้ำล้นคันบ่อคืนเดียว ปลาที่เลี้ยงมาหลายเดือนก็หลุดออกไปหมด บ่อกุ้งที่น้ำขุ่นจัดก็อาจตายยกบ
น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร
คนเลี้ยงปลาบ่อดินหลายรายเล่าตรงกันว่า ช่วงที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่ตอนน้ำกำลังท่วม แต่เป็นหลายวันหลังจากนั้น เมื่อน้ำเริ่มนิ่ง บ่อกลายเป็นสีน้ำตาลขุ่น ตอ
กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร
คนเลี้ยงปลาในกระชังตามแม่น้ำเจอความเสี่ยงต่างจากบ่อดิน บ่อดินกลัวน้ำล้นคัน แต่กระชังกลัวน้ำไหลแรง เมื่อระดับน้ำขึ้นเร็ว กระแสน้ำจะพาผักตบชวา ขยะ และท่
บ่อกุ้งน้ำท่วม กุ้งตาย ฟื้นบ่อและขอเยียวยาอย่างไร
คนเลี้ยงกุ้งรู้ดีว่าต้นทุนต่อไร่สูงกว่าบ่อปลาหลายเท่า ทั้งค่าลูกกุ้ง ค่าอาหาร ค่าไฟเครื่องตีน้ำ พอน้ำท่วมล้นคันบ่อเพียงคืนเดียว กุ้งที่เลี้ยงมาหลายสัป
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
หน้าหนาวควรลดอาหารปลาเท่าไร
สำนักงานประมงจังหวัดที่เผยแพร่คำแนะนำของกรมประมงระบุให้ลดปริมาณอาหารลงราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ และย้ายเวลาให้อาหารไปช่วงที่อากาศอุ่น หลีกเลี่ยงช่วงเช้ามืดที่น้ำเย็นที่สุด
ปลาเป็นแผลลึกช่วงหนาวรักษาด้วยยาได้ไหม
ถ้าเป็นโรคแผลเหลวหรือ EUS จากเชื้อรา Aphanomyces invadans กรมประมงระบุว่ายังไม่มียารักษา ปลามักหายเองเมื่ออุณหภูมิน้ำสูงขึ้น สิ่งที่ทำได้คือแยกปลาป่วย ลดความเครียด และกำจัดซากปลาตายด้วยการฝังหรือเผา
โรคตัวด่างใช้เกลือเท่าไร
คำแนะนำของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีระบุให้ใช้เกลือ 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 1 ตัน หรือความเข้มข้นราว 0.1 เปอร์เซ็นต์ โรคนี้มักเกิดหลังขนย้ายหรือลำเลียงปลา ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอหรือสัตวแพทย์
เมื่อไรควรโรยเกลือในบ่อ
คำแนะนำของกรมประมงระบุว่าถ้าเห็นฟองก๊าซผุดขึ้นจากก้นบ่อ ให้หว่านเกลือ 200-300 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่ เกลือส่วนนี้ใช้ปรับสภาพน้ำ ไม่ใช่ยารักษาโรค
ปลาคาร์ปตายจำนวนมากช่วงหนาว เป็นโรคอะไรได้บ้าง
กรมประมงเตือนโรค KHV ในปลาคาร์ปและปลาไน ซึ่งอัตราการตายสูงถึง 50 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์และไม่มียารักษา ถ้าปลาคาร์ปหรือปลาไนตายจำนวนมากต้องแจ้งสำนักงานประมงในพื้นที่ทันที อย่าย้ายปลาไปบ่ออื่น
หน้าหนาวควรปล่อยลูกปลาลงบ่อไหม
ปล่อยได้แต่ควรปล่อยในความหนาแน่นต่ำกว่าปกติ ใช้ลูกปลาขนาดใหญ่ขึ้น และเลือกปลาที่เสี่ยงน้อย เช่น ปลานิล ปลาจีน หรือปลาไม่มีเกล็ด ตามคำแนะนำของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี บางพื้นที่อาจเลือกเว้นการเลี้ยงช่วงหนาว



