คำตอบเร็ว: เลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักคือระบบที่เอามูลจิ้งหรีดมาเป็นปุ๋ยแปลงผัก และเอาเศษผักที่เหลือจากแปลงมาเป็นอาหารเสริมให้จิ้งหรีด หมุนเวียนกันในพื้นที่เดียว คำถามที่มือใหม่ถามบ่อยที่สุดคือเรื่องกลิ่น การจัดการมูล และตลาดรับซื้อ ซึ่งจัดการได้ถ้าคุมความชื้นบ่อเลี้ยงให้พอดีและไม่ปล่อยเศษอาหารเน่าหมักในบ่อนานเกินไป
คนที่เริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่กับแปลงผักมักมีคำถามคล้ายกันในช่วงเดือนแรก ตั้งแต่เรื่องกลิ่นที่กลัวรบกวนเพื่อนบ้าน ไปจนถึงจะเอามูลจิ้งหรีดไปใช้ยังไงให้ไม่เสียของ บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดพร้อมคำตอบตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม
วิธีจัดการมูลจิ้งหรีดมาใช้เป็นปุ๋ยแปลงผัก
มูลจิ้งหรีดใช้กับแปลงผักได้เลยหรือต้องหมักก่อน
มูลจิ้งหรีดที่ตักออกจากบ่อเลี้ยงมักปนเศษซากอาหารและเปลือกลอกคราบ ควรนำไปหมักต่ออีกอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ในที่ร่มก่อนนำไปใส่แปลงผักโดยตรง เพื่อลดความร้อนจากการย่อยสลายที่อาจกระทบรากผัก การหมักยังช่วยให้ธาตุอาหารในมูลอยู่ในรูปที่พืชดูดซึมได้ง่ายขึ้นด้วย
ใส่มูลจิ้งหรีดปริมาณเท่าไหร่ต่อแปลง
ควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วสังเกตการตอบสนองของผัก เพราะมูลจิ้งหรีดมีไนโตรเจนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปุ๋ยคอกทั่วไป ใส่มากเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้ใบผักไหม้ได้ ควรโรยบาง ๆ รอบโคนต้นแล้วพรวนกลบดินเบา ๆ ดีกว่าใส่กองหนาจุดเดียว
การใช้เศษผักเหลือจากแปลงเป็นอาหารจิ้งหรีด
เศษผักแบบไหนให้จิ้งหรีดกินได้บ้าง
จิ้งหรีดกินเศษผักใบเขียวที่ยังไม่เน่าเสียได้ดี เช่น ใบผักกาด ใบคะน้าที่คัดทิ้ง หรือเปลือกฟักทองที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กพอให้จิ้งหรีดกินหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ควรใส่ทีละมากเกินไปเพราะเศษผักที่เหลือค้างจะเริ่มเน่าและทำให้บ่อเลี้ยงชื้นเกินไป
ให้เศษผักอย่างเดียวพอไหมหรือต้องมีอาหารอื่นด้วย
เศษผักเหมาะเป็นอาหารเสริมเรื่องความชื้นและวิตามิน แต่จิ้งหรีดยังต้องการอาหารโปรตีนและพลังงานจากอาหารหลักอย่างรำข้าวหรืออาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ปีกร่วมด้วย การให้เศษผักอย่างเดียวจะทำให้จิ้งหรีดโตช้าและไม่ได้ขนาดตามรอบที่ควร
กลิ่นและปัญหาแมลงรบกวนที่เกษตรกรมือใหม่กังวล
เลี้ยงจิ้งหรีดมีกลิ่นเหม็นรบกวนบ้านใกล้เคียงไหม
กลิ่นส่วนใหญ่เกิดจากเศษอาหารและมูลที่หมักหมมชื้นแฉะในบ่อนานเกินไป ไม่ใช่จากตัวจิ้งหรึดโดยตรง ถ้าทำความสะอาดบ่อและเก็บเศษอาหารเหลือทิ้งสม่ำเสมอ กลิ่นจะลดลงมาก ควรวางบ่อเลี้ยงให้มีระยะห่างจากตัวบ้านและเพื่อนบ้านพอสมควร พร้อมมีการระบายอากาศที่ดีในโรงเรือน
มดและแมลงศัตรูมารบกวนบ่อจิ้งหรีดจะป้องกันอย่างไร
มดเป็นศัตรูหลักที่มากินไข่และตัวอ่อนจิ้งหรีด ควรทาน้ำมันหรือปูนขาวรอบขาตั้งบ่อเลี้ยงเพื่อกันมดไต่ขึ้น และตรวจสอบรอยแตกร้าวของบ่อที่มดอาจเข้าทางนั้นได้ ส่วนแมลงวันที่มาตอมเศษอาหารเน่า แก้ได้ด้วยการไม่ปล่อยเศษอาหารค้างในบ่อนานเกินหนึ่งวัน
ตลาดรับซื้อจิ้งหรีดและช่องทางขายเสริมจากแปลงผัก
ขายจิ้งหรีดสดได้ที่ไหนบ้าง
ช่องทางหลักคือพ่อค้าคนกลางในพื้นที่ที่มารับซื้อจิ้งหรีดสดเป็นประจำ ตลาดสดท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดที่รวมตัวกันขายส่งให้โรงงานแปรรูปเป็นผงโปรตีนแมลง ควรติดต่อสอบถามราคารับซื้อปัจจุบันกับผู้รับซื้อในพื้นที่หรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนวางแผนรอบผลิต เพราะราคาผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณผลผลิตในพื้นที่
แปลงผักที่ใช้มูลจิ้งหรีดขายเป็นผักอินทรีย์ได้ไหม
ผักที่ใช้มูลจิ้งหรีดหมักแล้วเป็นปุ๋ยสามารถวางขายเป็นผักที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ได้ตามการรับรู้ของผู้บริโภคทั่วไป แต่ถ้าต้องการติดฉลากมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นทางการ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่แค่ใช้ปุ๋ยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว
ตารางสรุปวงจรหมุนเวียนมูลจิ้งหรีดและเศษผักในระบบเดียว
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| 1. เก็บเศษผักจากแปลง | คัดใบเสีย ใบแก่ หรือส่วนที่ไม่ใช้ขาย หั่นเป็นชิ้นเล็กก่อนให้จิ้งหรีดกิน |
| 2. ให้จิ้งหรีดกินเป็นอาหารเสริม | ให้ในปริมาณที่กินหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ควบคู่อาหารหลักอย่างรำข้าว |
| 3. เก็บมูลและเศษที่เหลือจากบ่อ | ตักออกสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ชื้นแฉะสะสมในบ่อ |
| 4. หมักมูลก่อนใช้ | หมักในที่ร่ม 2-3 สัปดาห์เพื่อลดความร้อนและปรับธาตุอาหารให้พืชดูดซึมง่าย |
| 5. ใส่แปลงผัก | โรยบาง ๆ รอบโคนต้นแล้วพรวนกลบเบา ๆ เริ่มจากปริมาณน้อยก่อน |
เกษตรกรที่ทำระบบนี้มาสักระยะมักแนะนำให้แบ่งพื้นที่หมักมูลออกเป็นสองกอง สลับใช้กองที่หมักครบกำหนดแล้วในขณะที่อีกกองกำลังหมักต่อ จะได้มีปุ๋ยหมุนเวียนใช้ตลอดโดยไม่ต้องรอทีเดียวทั้งชุด และช่วยให้วางแผนปริมาณเศษผักที่เก็บจากแปลงแต่ละรอบสอดคล้องกับปริมาณจิ้งหรีดที่เลี้ยงอยู่จริง ไม่ให้มีเศษผักเหลือค้างจนต้องทิ้งเปล่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใส่มูลจิ้งหรีดสดที่ยังไม่หมักลงแปลงผักโดยตรง ทำให้เกิดความร้อนสะสมและรากผักไหม้ ควรหมักก่อนอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
- ให้เศษผักปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว เศษผักที่กินไม่ทันจะเน่าเปื่อยในบ่อ ทำให้ความชื้นสูงเกินไปและกลิ่นเหม็น
- ไม่ทำความสะอาดบ่อเลี้ยงสม่ำเสมอ ปล่อยเศษอาหารและมูลสะสมนานจนเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและดึงดูดแมลงวัน
- วางบ่อเลี้ยงใกล้บ้านหรือเพื่อนบ้านเกินไปโดยไม่มีการระบายอากาศที่ดี ทำให้กลิ่นสะสมและเกิดปัญหากับเพื่อนบ้านทีหลัง
- ไม่ป้องกันมดตั้งแต่แรกเลี้ยง พอมดขึ้นบ่อแล้วกัดกินไข่และตัวอ่อนจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตจิ้งหรีดรุ่นนั้นเสียหายหนัก
- เริ่มเลี้ยงโดยไม่หาช่องทางขายไว้ล่วงหน้า พอจิ้งหรีดโตได้ขนาดขายแล้วหาผู้รับซื้อไม่ทัน ทำให้ต้องปล่อยเลี้ยงต่อจนแก่เกินไปหรือขายราคาต่ำ
การขยายระบบเมื่อเริ่มมีประสบการณ์แล้ว ควรทำอย่างไร
หลังจากเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักผ่านไปสักสองสามรอบและเริ่มมีประสบการณ์แล้ว หลายคนอยากขยายทั้งจำนวนบ่อเลี้ยงและขนาดแปลงผัก คำแนะนำจากเกษตรกรที่ทำระบบนี้มาต่อเนื่องคือให้ขยายทีละขั้นแทนที่จะเพิ่มพร้อมกันทั้งหมด เพราะปริมาณมูลจิ้งหรีดและเศษผักที่หมุนเวียนได้ต้องสมดุลกัน ถ้าเพิ่มบ่อจิ้งหรีดมากเกินไปโดยไม่ขยายแปลงผักตาม จะมีมูลจิ้งหรีดเหลือใช้มากกว่าที่แปลงต้องการ กลับกันถ้าขยายแปลงผักมากแต่ไม่เพิ่มบ่อจิ้งหรีด ก็จะไม่มีปุ๋ยพอสำหรับพื้นที่ทั้งหมด การขยายที่สมดุลควรคำนวณจากปริมาณมูลที่ได้ต่อบ่อต่อรอบ เทียบกับปริมาณปุ๋ยที่แปลงผักขนาดต่าง ๆ ต้องการจริง แล้วค่อยขยายทั้งสองส่วนไปพร้อมกันในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
อีกเรื่องที่ควรพิจารณาเมื่อขยายระบบคือการจัดการแรงงาน เพราะยิ่งมีบ่อจิ้งหรีดมากขึ้น งานเก็บเศษอาหารเหลือและทำความสะอาดบ่อก็เพิ่มตามไปด้วย ถ้าแรงงานในครอบครัวไม่พอ ควรวางแผนจ้างแรงงานเสริมเฉพาะช่วงหรือปรับระบบให้ทำงานได้ง่ายขึ้น เช่น ออกแบบบ่อให้ทำความสะอาดสะดวกกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นภาระจนดูแลไม่ทั่วถึง
การป้องกันปัญหากลิ่นและแมลงวันเมื่อทำระบบใกล้บ้านพักอาศัย
ผู้ที่วางแผนทำระบบเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักในพื้นที่ใกล้บ้านพักอาศัยหรือใกล้เพื่อนบ้าน ควรวางแผนป้องกันปัญหากลิ่นและแมลงวันตั้งแต่ต้น เพราะเป็นปัญหาที่พบบ่อยและอาจนำไปสู่ข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านได้หากไม่จัดการดี สาเหตุหลักของกลิ่นมักมาจากเศษอาหารและมูลจิ้งหรีดที่หมักหมมนานเกินไปโดยไม่ได้เก็บออกหรือนำไปใช้ประโยชน์ทันเวลา แนวทางป้องกันที่ได้ผลคือกำหนดตารางเก็บเศษอาหารเหลือและมูลจิ้งหรีดออกจากบ่อเป็นประจำทุก 2-3 วัน ไม่ปล่อยให้สะสมนานเกินไป และนำมูลที่เก็บได้ไปหมักในถังปิดหรือกองที่มีการควบคุมความชื้นก่อนนำไปใส่แปลงผัก แทนที่จะกองไว้กลางแจ้งซึ่งจะดึงดูดแมลงวันได้ง่าย
สำหรับพื้นที่ที่ใกล้บ้านเรือนมาก ควรพิจารณาติดตั้งตาข่ายกันแมลงรอบบริเวณบ่อเลี้ยงเพิ่มเติม และเลือกวางบ่อในตำแหน่งที่มีลมพัดออกจากบ้านพักอาศัยมากกว่าพัดเข้าหา เพื่อลดโอกาสที่กลิ่นจะลอยเข้าไปรบกวน หากดูแลตามแนวทางเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ระบบเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักสามารถทำใกล้บ้านพักอาศัยได้โดยไม่สร้างปัญหากับเพื่อนบ้านหรือคนในครอบครัว ซึ่งต่างจากความเข้าใจทั่วไปที่มักคิดว่าการเลี้ยงแมลงต้องอยู่ห่างไกลจากที่พักเท่านั้น
การเลือกชนิดผักที่เหมาะกับมูลจิ้งหรีดมากที่สุด
มูลจิ้งหรีดมีธาตุอาหารที่เหมาะกับผักใบเขียวโตเร็วเป็นพิเศษ เช่น ผักบุ้ง คะน้า และผักกาดหอม เพราะมูลจิ้งหรีดมีไนโตรเจนในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปุ๋ยคอกชนิดอื่น ส่วนพืชที่ต้องการธาตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงเป็นพิเศษอย่างพืชให้ผลอาจต้องเสริมปุ๋ยชนิดอื่นควบคู่ไปด้วย ไม่ควรพึ่งมูลจิ้งหรีดเพียงอย่างเดียวสำหรับพืชกลุ่มนี้ การเลือกชนิดผักให้เหมาะกับคุณสมบัติของมูลจิ้งหรีดจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนทั้งสองส่วนมีประสิทธิภาพสูงสุด
การติดตามผลลัพธ์เพื่อปรับสัดส่วนระบบให้เหมาะสมที่สุด
หลังจากทำระบบเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักมาสักระยะ ควรติดตามผลลัพธ์อย่างเป็นระบบเพื่อปรับสัดส่วนให้เหมาะสมที่สุดสำหรับพื้นที่ของตนเอง เช่น เปรียบเทียบผลผลิตผักในแปลงที่ใช้มูลจิ้งหรีดกับแปลงที่ใช้ปุ๋ยชนิดอื่น เพื่อดูความแตกต่างที่ชัดเจน หรือบันทึกต้นทุนและรายได้แยกทั้งสองส่วนเพื่อดูว่าส่วนใดให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่า ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรขยายส่วนไหนเพิ่มเติมหรือปรับลดส่วนไหนลงในรอบถัดไป แทนที่จะทำตามสัดส่วนเดิมโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน
การเตรียมแผนสำรองเมื่อจิ้งหรีดป่วยหรือผลผลิตลดลงกะทันหัน
แม้จะดูแลอย่างดีแล้ว บางครั้งจิ้งหรีดอาจป่วยหรือตายเป็นจำนวนมากกะทันหันจากสาเหตุที่ควบคุมได้ยาก เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิรุนแรงหรือโรคระบาดในบ่อ เกษตรกรควรเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า เช่น ไม่พึ่งพารายได้จากจิ้งหรีดเพียงแหล่งเดียวทั้งหมด และมีแหล่งปุ๋ยสำรองอื่นสำหรับแปลงผักในกรณีที่มูลจิ้งหรีดขาดช่วงไปชั่วคราว การมีแผนสำรองเช่นนี้ช่วยให้ระบบทั้งหมดไม่หยุดชะงักทั้งหมดหากส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นกะทันหัน
การคำนวณระยะเวลาคืนทุนของระบบทั้งหมด
ก่อนตัดสินใจลงทุนระบบเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักเต็มรูปแบบ ควรคำนวณระยะเวลาคืนทุนโดยรวมต้นทุนเริ่มต้นทั้งหมด ทั้งค่าสร้างบ่อเลี้ยง ค่าพันธุ์จิ้งหรีดรุ่นแรก และค่าเตรียมแปลงผัก แล้วเทียบกับรายได้ที่คาดว่าจะได้จากทั้งการขายจิ้งหรีดและการขายผักที่ใช้ปุ๋ยจากมูลจิ้งหรีด โดยทั่วไประบบขนาดเล็กสำหรับใช้ในครัวเรือนมักคืนทุนได้เร็วกว่าระบบขนาดใหญ่ที่ลงทุนเพื่อขายเชิงพาณิชย์ เพราะต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่า เกษตรกรมือใหม่จึงควรเริ่มจากระบบขนาดเล็กก่อนเพื่อประเมินระยะเวลาคืนทุนจริงในพื้นที่ของตนเอง ก่อนตัดสินใจขยายเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น
การเลือกทำเลที่ตั้งบ่อเลี้ยงให้เหมาะกับการเชื่อมโยงกับแปลงผัก
ตำแหน่งที่ตั้งของบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดควรอยู่ใกล้แปลงผักมากพอที่จะขนย้ายมูลและเศษอาหารไปมาได้สะดวก แต่ก็ต้องไม่ใกล้จนเกินไปจนกระทบต่อความชื้นในแปลงผักหรือทำให้แมลงศัตรูพืชบางชนิดแพร่กระจายข้ามไปมาระหว่างสองพื้นที่ได้ง่าย ระยะห่างที่เหมาะสมโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5-10 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับขนย้ายวัสดุได้สะดวกโดยไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่มากเกินไป
ระบบเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนปุ๋ยไปพร้อมกัน แต่ต้องอาศัยการดูแลอย่างสม่ำเสมอทั้งสองส่วนควบคู่กันไป เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มจากระบบขนาดเล็กและค่อย ๆ เรียนรู้ก่อนขยายใหญ่ขึ้น
ในภาพรวม ระบบนี้เหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนปุ๋ยเคมีและเพิ่มรายได้เสริมจากพื้นที่ที่มีอยู่เดิม โดยไม่ต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติมมากนัก หากดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นจะเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว
สรุป
การเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักเป็นระบบที่หมุนเวียนทรัพยากรในพื้นที่เดียวได้จริง แต่ต้องผ่านคำถามพื้นฐานสามเรื่องให้ผ่านก่อน คือ จัดการมูลและเศษอาหารให้ไม่ชื้นแฉะจนเกิดกลิ่น ป้องกันมดและแมลงตั้งแต่ต้น และวางแผนช่องทางขายไว้ล่วงหน้าก่อนจิ้งหรีดโตพอจับขาย ถ้าทำครบทั้งสามเรื่องนี้ ระบบนี้จะให้ทั้งปุ๋ยแปลงผักและรายได้เสริมจากจิ้งหรีดไปพร้อมกันได้อย่างต่อเนื่อง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจและการใช้มูลแมลงเป็นปุ๋ย
- กรมปศุสัตว์ — มาตรฐานการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูแนวทางการวางแผนระบบเกษตรผสมผสานเพิ่มเติมที่ เกษตรผสมผสาน
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ถุงมือทำงานเท่ๆ ทําสวนเกษตร แปลงผัก พรวนดิน ขุดดิน ถอนหญ้า ปลูกต้นไม้ ปอกทุเรียนได้ มีคูปองลดเพิ่ม Agricultural Gloves
ดูรายละเอียด
หนังสือ คู่มือ การผลิต และ ซื้อขาย ไม้ล้อม พันล้าน : เกษตร พันธุ์ไม้ การซื้อไม้ การปลูกไม้ การขายไม้ วิธีขุดไม้ใหญ่
ดูรายละเอียด
คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่แปลงผักต้องลงทุนอะไรบ้าง
อุปกรณ์หลักคือบ่อหรือกล่องเลี้ยงจิ้งหรีด แผงไข่กระดาษให้จิ้งหรีดหลบซ่อน อาหารหลักอย่างรำข้าว และระบบให้ความชื้นเล็กน้อยในบ่อ ส่วนแปลงผักถ้ามีอยู่แล้วก็แทบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงเตรียมพื้นที่หมักมูลจิ้งหรีดแยกต่างหากก่อนนำไปใช้ รวมงบประมาณเริ่มต้นแล้วถือว่าลงทุนไม่สูงเมื่อเทียบกับปศุสัตว์ชนิดอื่น เพราะใช้พื้นที่และอุปกรณ์น้อยกว่ามาก
จิ้งหรีดใช้เวลาเลี้ยงกี่วันกว่าจะจับขายได้
โดยทั่วไปจิ้งหรีดใช้เวลาประมาณ 30-45 วันจากไข่ฟักจนโตพอจับขาย ขึ้นกับสายพันธุ์และอุณหภูมิที่เลี้ยง ช่วงอากาศเย็นอาจใช้เวลานานกว่าช่วงอากาศร้อนเล็กน้อย ในช่วงอากาศเย็นควรเผื่อเวลาเพิ่มอีก 5-10 วันจากระยะเวลาปกติที่ใช้ในช่วงอากาศร้อน
มูลจิ้งหรีดใช้กับผักทุกชนิดได้ไหม
ใช้ได้กับผักส่วนใหญ่ แต่ควรระวังผักที่ไวต่อความเข้มข้นไนโตรเจนสูง ควรเริ่มทดลองใส่ในปริมาณน้อยกับผักแปลงเล็กก่อนขยายไปทั้งแปลง หากพบว่าผักเริ่มมีอาการใบไหม้หลังใส่มูล ให้ลดปริมาณลงทันทีและล้างดินด้วยน้ำเปล่าเพื่อเจือจางความเข้มข้น
เลี้ยงจิ้งหรีดในพื้นที่จำกัดใกล้บ้านทำได้จริงไหม
ทำได้ถ้าจัดการเรื่องกลิ่นและความสะอาดดี บ่อเลี้ยงขนาดเล็กในพื้นที่จำกัดสามารถให้ผลผลิตพอเลี้ยงตัวและขายเสริมได้ แต่ถ้าต้องการขยายเป็นรายได้หลักควรวางแผนพื้นที่และระบบระบายอากาศให้รองรับตั้งแต่ต้น เมื่อเริ่มมีประสบการณ์แล้วควรขยายทั้งบ่อเลี้ยงและแปลงผักไปพร้อมกันในสัดส่วนที่สมดุล ไม่ควรขยายส่วนใดส่วนหนึ่งเร็วเกินไป
เศษผักที่เหลือจากตลาดใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ไหมนอกจากเศษจากแปลงตัวเอง
ใช้ได้ถ้าเป็นเศษผักสดที่ยังไม่เน่าเสียและไม่ปนเปื้อนสารเคมีหรือของแปลกปลอม ควรคัดแยกและล้างทำความสะอาดก่อนให้จิ้งหรีดกินเสมอ ควรหลีกเลี่ยงเศษผักที่มีกลิ่นเน่าหรือขึ้นราแล้วโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้จิ้งหรีดทั้งบ่อป่วยพร้อมกัน การเก็บเศษอาหารและมูลจิ้งหรีดออกทุก 2-3 วันอย่างสม่ำเสมอ พร้อมวางบ่อในตำแหน่งที่ลมพัดออกจากบ้านพัก ช่วยลดปัญหากลิ่นและแมลงวันได้อย่างมาก
