ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

ใช้โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. จริงไหม ขั้นตอนเป็นอย่างไร

โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. และ CAAT จริงหรือไม่ กรณีไหนต้องขึ้นทะเบียน เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนโดยสรุป และบทลงโทษหากไม่ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง

ใช้โดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. จริงไหม ขั้นตอนเป็นอย่างไร
คำตอบเร็ว: ใช่ โดรนเกษตรส่วนใหญ่ต้องขึ้นทะเบียนจริง โดยทั่วไปต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน กสทช. หากตัวโดรนติดกล้องหรือมีระบบสื่อสารคลื่นความถี่ ควบคู่กับการขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หากน้ำหนักโดรนเกินเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งโดรนพ่นยา/พ่นปุ๋ยเพื่อการเกษตรส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์ทั้งสองหน่วยงานพร้อมกัน การใช้งานโดยไม่ขึ้นทะเบียนมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม และกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ

โดรนเพื่อการเกษตรได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งสำหรับพ่นสารเคมี พ่นปุ๋ยทางใบ และสำรวจแปลง แต่เกษตรกรจำนวนมากยังไม่แน่ใจว่าโดรนที่ซื้อมาต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใดบ้าง และถ้าไม่ขึ้นทะเบียนจะมีความผิดแค่ไหน บทความนี้สรุปกรณีที่ต้องขึ้นทะเบียน ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมโดยสังเขป และบทลงโทษหากฝ่าฝืน เพื่อให้ใช้งานโดรนเกษตรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำไมโดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับสองหน่วยงาน

ภาพประกอบ ทำไมโดรนเกษตรต้องขึ้นทะเบียนกับสองหน่วยงาน

ในทางกฎหมายไทย โดรน (อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน) ถูกกำกับดูแลจากสองมุมพร้อมกัน มุมแรกคือด้านคลื่นความถี่และการสื่อสาร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะโดรนที่ติดกล้องหรือระบบควบคุมระยะไกลใช้คลื่นความถี่ในการสื่อสาร มุมที่สองคือด้านความปลอดภัยการบิน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพราะโดรนจัดเป็นอากาศยานที่ต้องขึ้นทะเบียนเมื่อมีน้ำหนักหรือลักษณะการใช้งานเข้าเกณฑ์ที่กำหนด โดรนเกษตรที่ใช้พ่นสารมักมีน้ำหนักรวมถังบรรจุและแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก จึงมักเข้าเกณฑ์ต้องขึ้นทะเบียนทั้งสองหน่วยงานพร้อมกัน

กรณีที่ต้องขึ้นทะเบียนโดรนเกษตร

  • โดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพหรือกล้องสำรวจแปลง ต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. โดยไม่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของโดรน
  • โดรนที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเกษตรและมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่ CAAT กำหนดสำหรับการใช้งานที่ไม่ใช่เพื่อการเล่นเป็นงานอดิเรก ต้องขึ้นทะเบียนกับ CAAT เพิ่มเติม
  • โดรนพ่นสารเคมี/ปุ๋ยที่มีถังบรรจุขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อรวมน้ำหนักโครงเครื่อง แบตเตอรี่ และของเหลวที่บรรจุแล้วมักมีน้ำหนักมาก จึงเกือบทั้งหมดเข้าเกณฑ์ต้องขึ้นทะเบียนกับ CAAT
  • ผู้ควบคุมโดรนเพื่อการเกษตรบางลักษณะอาจต้องผ่านการอบรมหรือมีหนังสือรับรองผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานที่ไม่มีนักบินเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับประเภทและวัตถุประสงค์การใช้งานที่ CAAT กำหนด

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมโดยสังเขป

ภาพประกอบ ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมโดยสังเขป
  1. เตรียมเอกสารประจำตัวเจ้าของโดรน เช่น สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลโดรน (ยี่ห้อ รุ่น หมายเลขเครื่อง/ซีเรียล น้ำหนัก)
  2. ถ่ายรูปโดรนตามมุมที่หน่วยงานกำหนดเพื่อใช้ประกอบการขึ้นทะเบียน
  3. ยื่นขึ้นทะเบียนกับ กสทช. ผ่านระบบ/ช่องทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนดสำหรับโดรนที่ติดกล้อง
  4. ยื่นขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับกับ CAAT ตามแบบฟอร์มที่กำหนด หากน้ำหนักโดรนเข้าเกณฑ์ต้องขึ้นทะเบียน
  5. เก็บหลักฐานการขึ้นทะเบียนของทั้งสองหน่วยงานไว้แสดงเมื่อถูกตรวจสอบ และพกติดตัวหรือแนบกับตัวเครื่องตามที่หน่วยงานแนะนำ

ขั้นตอนและแบบฟอร์มจริงอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศล่าสุดของแต่ละหน่วยงาน แนะนำให้ตรวจสอบแบบฟอร์มและช่องทางยื่นเรื่องที่เป็นปัจจุบันโดยตรงกับสำนักงาน กสทช. และ CAAT ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ตารางสรุป: ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานไหน กรณีไหน

ลักษณะโดรนต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช.ต้องขึ้นทะเบียนกับ CAAT
โดรนสำรวจแปลง/ถ่ายภาพติดกล้องต้องขึ้นทะเบียนเสมอขึ้นอยู่กับน้ำหนักรวม
โดรนพ่นสารเคมี/ปุ๋ยขนาดใหญ่ต้องขึ้นทะเบียน (ส่วนใหญ่มีกล้อง/ระบบสื่อสาร)ต้องขึ้นทะเบียนเกือบทุกกรณีเพราะน้ำหนักเกินเกณฑ์
โดรนของเล่นขนาดเล็กไม่มีกล้องส่วนใหญ่ไม่เข้าเกณฑ์บังคับส่วนใหญ่ไม่เข้าเกณฑ์บังคับหากใช้เพื่อการเล่นเท่านั้น

บทลงโทษหากไม่ขึ้นทะเบียน

การใช้โดรนที่ต้องขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสองฉบับ ทั้งกฎหมายด้านกิจการกระจายเสียงและโทรคมนาคมที่ กสทช. กำกับดูแล และกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศที่ CAAT กำกับดูแล ซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกกำหนดไว้ตามความร้ายแรงของการกระทำผิด อัตราโทษที่ใช้บังคับจริงอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบอัตราโทษล่าสุดโดยตรงกับสำนักงาน กสทช. หรือ CAAT ก่อนตัดสินใจใช้งานโดรนที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรมักพลาด

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรมักพลาด
  • คิดว่าซื้อโดรนมาใช้เองในที่ดินของตัวเองไม่ต้องขึ้นทะเบียน ทั้งที่กฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามลักษณะการใช้งานส่วนตัว
  • ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานเดียวแล้วเข้าใจว่าครบถ้วน ทั้งที่โดรนพ่นสารส่วนใหญ่ต้องขึ้นทะเบียนทั้ง กสทช. และ CAAT พร้อมกัน
  • ซื้อโดรนมือสองต่อจากผู้อื่นโดยไม่โอนหรือปรับปรุงข้อมูลการขึ้นทะเบียนให้เป็นชื่อเจ้าของใหม่
  • บินโดรนเข้าใกล้พื้นที่หวงห้าม เช่น ใกล้สนามบิน โดยไม่ตรวจสอบข้อจำกัดพื้นที่บินก่อนใช้งาน
  • ไม่เก็บหลักฐานการขึ้นทะเบียนติดตัวขณะใช้งานในแปลง ทำให้ตรวจสอบไม่ได้เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดู

สรุป

โดรนเกษตรส่วนใหญ่โดยเฉพาะรุ่นพ่นสารเคมี/ปุ๋ยต้องขึ้นทะเบียนทั้งกับ กสทช. (เพราะมีกล้อง/ระบบสื่อสาร) และ CAAT (เพราะน้ำหนักเกินเกณฑ์อากาศยานไร้คนขับ) การไม่ขึ้นทะเบียนมีความผิดตามกฎหมายทั้งสองฉบับ พร้อมความเสี่ยงเรื่องความรับผิดหากเกิดอุบัติเหตุขณะใช้งาน เกษตรกรจึงควรตรวจสอบน้ำหนักและสเปกโดรนที่ใช้จริง เตรียมเอกสารให้ครบ และขึ้นทะเบียนกับทั้งสองหน่วยงานก่อนเริ่มใช้งานจริงในแปลง ติดตามข่าวกฎหมายและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ ได้ที่ ข่าวกฎหมายและมาตรฐานเกษตร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) — หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนโดรนที่ติดกล้องหรือใช้คลื่นความถี่ในการสื่อสาร
  • 📄สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) — หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ตามน้ำหนักและวัตถุประสงค์การใช้งาน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

โดรนเกษตรน้ำหนักเบา ไม่มีกล้อง ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่

หากไม่มีกล้องและน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ที่ CAAT กำหนดสำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน อาจไม่เข้าเกณฑ์บังคับ แต่โดรนพ่นสารเพื่อการเกษตรส่วนใหญ่มีน้ำหนักรวมถังบรรจุค่อนข้างมากจนเข้าเกณฑ์ต้องขึ้นทะเบียน จึงควรตรวจสอบน้ำหนักและสเปกของรุ่นที่ใช้จริงกับ CAAT ก่อนเริ่มใช้งาน

ขึ้นทะเบียนโดรนเกษตรต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่

อัตราค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของแต่ละหน่วยงาน แนะนำให้ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดโดยตรงกับสำนักงาน กสทช. และ CAAT ก่อนยื่นเรื่อง เพื่อเตรียมงบประมาณให้ถูกต้อง

ซื้อโดรนเกษตรมือสอง ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ในชื่อตัวเองหรือไม่

ควรดำเนินการ เพราะข้อมูลการขึ้นทะเบียนต้องตรงกับผู้ครอบครองและผู้ใช้งานจริง หากไม่โอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของ อาจเกิดปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบหรือเมื่อต้องรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานโดรน

จ้างบริการโดรนพ่นสารจากผู้รับจ้างภายนอก เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเองหรือไม่

ในกรณีนี้ผู้รับจ้างซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ควบคุมโดรนเป็นฝ่ายที่ต้องขึ้นทะเบียนโดรนของตนเองให้ถูกต้อง เกษตรกรผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบว่าผู้รับจ้างมีการขึ้นทะเบียนโดรนและได้รับอนุญาตให้บินในพื้นที่ตามกฎหมายก่อนตกลงจ้างงาน เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน

บินโดรนเกษตรได้ทุกช่วงเวลาและทุกพื้นที่หรือไม่

ไม่ได้ มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ห้ามบินหรือพื้นที่ควบคุมพิเศษ เช่น ใกล้สนามบินหรือเขตความมั่นคง รวมถึงบางกรณีอาจมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาหรือระดับความสูงในการบิน ควรตรวจสอบแผนที่เขตห้ามบินและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนใช้งานโดรนทุกครั้ง