คำตอบเร็ว: อาหารสัตว์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในไทยต้องมีฉลากตามที่ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 กำหนด ครบทั้งเลขทะเบียน ส่วนประกอบ วันผลิต-หมดอายุ และคำเตือน ผู้ผลิตรายย่อยที่เคยแบ่งบรรจุขายแบบไม่มีฉลองหรือฉลากไม่ครบ ต้องรีบตรวจสอบกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดก่อนเพราะกรมปศุสัตว์มีอำนาจสั่งระงับการขายและปรับได้ทันทีหากตรวจพบ
ร้านอาหารสัตว์ชุมชนและฟาร์มขนาดเล็กจำนวนมากยังผสมอาหารสัตว์เอง (เช่น อาหารไก่บ้าน อาหารหมู อาหารปลา) แล้วบรรจุถุงขายให้เพื่อนบ้านหรือฟาร์มใกล้เคียงโดยไม่รู้ว่าการกระทำนี้เข้าข่าย "ผู้ผลิตอาหารสัตว์" ตามกฎหมาย ต้องขึ้นทะเบียนและติดฉลากให้ถูกต้อง บทความนี้สรุปสาระของข้อบังคับที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องแก้ไขบนฉลากจริง และช่วงเวลาที่ควรเร่งดำเนินการก่อนถูกตรวจสอบ
ข้อบังคับบรรจุภัณฑ์และฉลากอาหารสัตว์คุมอะไรบ้าง
กฎหมายหลักที่ควบคุมเรื่องนี้คือ พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 (แก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับ พ.ศ. 2525) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฎหมายฉบับนี้แบ่งอาหารสัตว์เป็นสองกลุ่มหลักคือ "อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ" (เช่น อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป หัวอาหาร สารเสริมอาหารสัตว์บางชนิด) ที่ต้องขอเลขทะเบียนก่อนผลิต/นำเข้า และ "อาหารสัตว์ทั่วไป" ที่เบากว่าแต่ยังต้องขึ้นทะเบียนสถานที่ผลิตและติดฉลากถูกต้อง ผู้ผลิตรายย่อยที่ผสมอาหารสัตว์แล้วแบ่งขายเป็นถุง แม้ปริมาณไม่มาก ก็เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามเช่นกันหากมีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ใช้เลี้ยงในฟาร์มตัวเองเท่านั้น
เนื่องจากรายละเอียดของประกาศกระทรวงฯ ที่ระบุรูปแบบฉลาก ขนาดตัวอักษร และข้อความบังคับ มีการปรับปรุงเป็นระยะ ให้ยึดหลักการต่อไปนี้เป็นกรอบ แล้วตรวจสอบฉบับล่าสุดกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ล็อตใหม่ทุกครั้ง เพราะการใช้ฉลากเก่าที่ตกยุคเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ถูกยึดสินค้า
สาระสำคัญที่ต้องมีบนฉลากบรรจุภัณฑ์
ฉลากอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอาหารสัตว์ทั่วไปที่วางขายต้องมีข้อมูลครบตามหลักเกณฑ์ ดังนี้:
| รายการที่ต้องมีบนฉลาก | รายละเอียดที่ผู้ผลิตรายย่อยมักพลาด |
|---|---|
| ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต/ผู้แบ่งบรรจุ | ต้องเป็นชื่อ-ที่อยู่จริงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ ไม่ใช่ชื่อร้านทางการค้าอย่างเดียว |
| เลขทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (ถ้าเข้าข่าย) | ต้องขอเลขทะเบียนก่อนผลิต ไม่ใช่ยื่นย้อนหลัง |
| ชนิด/ประเภทอาหารสัตว์ และสัตว์ที่ใช้เลี้ยง | ต้องระบุชัดว่าใช้กับสัตว์ชนิดใด (เช่น อาหารไก่เนื้อ ไม่ใช่เขียนกว้าง "อาหารสัตว์ปีก") |
| ส่วนประกอบและปริมาณโปรตีน/พลังงานโดยประมาณ | ต้องตรงกับสูตรจริงที่ผสม ห้ามระบุค่าที่ไม่ได้ตรวจวิเคราะห์ |
| วันผลิตและวันหมดอายุ/ควรบริโภคก่อน | อาหารสัตว์ผสมเองมีอายุสั้นกว่าที่คิด โดยเฉพาะสูตรที่มีไขมัน/ปลาป่นสูง |
| น้ำหนักสุทธิ | ต้องชั่งจริงหลังบรรจุ ไม่ใช่ประมาณจากขนาดถุง |
| คำเตือนและวิธีเก็บรักษา | โดยเฉพาะอาหารที่มีสารเสริม/ยาสัตว์ผสม ต้องมีคำเตือนการใช้และระยะหยุดยาก่อนฆ่า/เก็บผลผลิต |
สิ่งที่ผู้ผลิตรายย่อยต้องปรับตัวจริง
- ตรวจสถานะสถานที่ผลิต: ถ้ายังไม่เคยขึ้นทะเบียนสถานที่ผลิตอาหารสัตว์กับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ให้ยื่นขอก่อน เพราะฉลากที่ถูกต้องต้องอ้างอิงเลขทะเบียนสถานที่นี้
- ทบทวนสูตรอาหารก่อนพิมพ์ฉลากใหม่: ถ้าเปลี่ยนวัตถุดิบ (เช่น เปลี่ยนจากรำข้าวเป็นข้าวโพดบด) ต้องปรับตัวเลขส่วนประกอบบนฉลากให้ตรงจริง ไม่ใช้ฉลากเดิมซ้ำ
- เปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ให้กันความชื้นสูงขึ้น: อาหารสัตว์ผสมเองที่เก็บในถุงพลาสติกบางมักขึ้นราเร็ว ควรใช้ถุงสามชั้นหรือถุงเคลือบกันชื้นโดยเฉพาะพื้นที่ชื้น/ฤดูฝน เพื่อให้วันหมดอายุที่ระบุบนฉลากตรงกับความจริง
- จัดทำบันทึกล็อตการผลิต: เก็บบันทึกวันที่ผสม วัตถุดิบที่ใช้ และปริมาณต่อล็อต เผื่อถูกตรวจสอบย้อนกลับเมื่อมีปัญหาคุณภาพ
- อบรมคนบรรจุถุงให้เข้าใจว่าห้ามใช้ฉลากเก่าซ้ำ: ปัญหาที่พบบ่อยคือพิมพ์ฉลากไว้ล่วงหน้าจำนวนมากแล้วใช้ข้ามล็อต ทำให้ข้อมูลวันผลิต/ส่วนประกอบไม่ตรงกับของจริงในถุง
กำหนดเวลาบังคับใช้และช่วงผ่อนผัน
กรมปศุสัตว์มักออกประกาศปรับปรุงรายละเอียดฉลากเป็นครั้งคราวและให้ระยะเวลาผ่อนผันสำหรับสต๊อกฉลากเก่าที่พิมพ์ไว้แล้ว แต่ระยะเวลาผ่อนผันในแต่ละประกาศไม่เท่ากันและเปลี่ยนแปลงได้ตามรอบการปรับปรุงกฎหมาย ผู้ผลิตรายย่อยจึงไม่ควรอ้างอิงตัวเลขวันที่จากบทความทั่วไปหรือคำบอกเล่าต่อกันมา ให้ตรวจสอบราชกิจจานุเบกษาหรือสอบถามสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดโดยตรงก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ล็อตใหญ่ และหากอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน ควรสั่งพิมพ์ฉลากทีละล็อตเล็ก ๆ แทนการสั่งครั้งละมาก ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต้องทิ้งฉลากที่ตกยุคหากมีประกาศใหม่ออกมาก่อนสต๊อกฉลากหมด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้ผลิตรายย่อย
- คิดว่าขายในหมู่บ้าน/ให้เพื่อนบ้านซื้อ ไม่ใช่ "จำหน่ายเชิงพาณิชย์" จึงไม่ต้องขึ้นทะเบียน ทั้งที่ความจริงมีการซื้อขายเกิดขึ้นก็เข้าข่ายแล้ว
- ใช้ฉลากที่ก็อปปี้มาจากยี่ห้ออื่นแล้วแก้แค่ชื่อร้าน โดยไม่ตรวจว่าส่วนประกอบตรงกับสูตรที่ตัวเองผสมจริงหรือไม่
- ไม่ระบุระยะหยุดยา/สารเสริมก่อนส่งสัตว์เข้าโรงฆ่าหรือเก็บผลผลิต ทำให้ผู้ซื้อปลายทางเสี่ยงสารตกค้าง
- เก็บอาหารสัตว์ในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่กันความชื้นจนขึ้นราก่อนวันหมดอายุที่ระบุไว้ กลายเป็นข้อมูลเท็จบนฉลากโดยไม่ตั้งใจ
- ไม่บันทึกล็อตการผลิต เมื่อถูกร้องเรียนเรื่องคุณภาพจึงตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ว่าปัญหาเกิดจากล็อตไหน
- รอจนใกล้ถูกตรวจแล้วค่อยไปขอเลขทะเบียน ทำให้เสียเวลาระงับการขายระหว่างรอเอกสาร
สรุป
ผู้ผลิตอาหารสัตว์รายย่อยที่แบ่งบรรจุขายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ทั้งเรื่องเลขทะเบียนสถานที่ผลิต ข้อมูลบนฉลาก และบรรจุภัณฑ์ที่กันความชื้นให้สอดคล้องกับวันหมดอายุที่ระบุจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือตรวจสอบรายละเอียดและกำหนดเวลาผ่อนผันล่าสุดกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ล็อตใหญ่ทุกครั้ง เพราะรายละเอียดของประกาศเปลี่ยนแปลงได้ตามรอบการปรับปรุงกฎหมาย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 และประกาศที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนและฉลากอาหารสัตว์
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารสัตว์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข่าวกฎหมายและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเกษตร
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ครอบคลุมอาหารแพะนมผสมเองในฟาร์มไหม
ตอบชัดว่า พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ครอบคลุมอาหารแพะนมผสมเองในฟาร์มแค่ไหน กรณีไหนต้องขึ้นทะเบียน กรณีไหนได้รับการยกเว้น
ตลาดคาร์บอนเครดิตจากสวนวนเกษตรผสมผสาน ขายได้จริงไหม เกี่ยวข้องกับกฎหมายอะไรบ้าง
เจาะช่องทางขายคาร์บอนเครดิตจากสวนวนเกษตรผสมผสานผ่านโครงการ T-VER วิธีคำนวณ หน่วยงานรับรอง และข้อกฎหมายที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
5 มาตรฐานที่เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดส่งออกควรรู้
รวม 5 มาตรฐานที่เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดเพื่อส่งออกต้องรู้ ตั้งแต่ GAP ค่าสารตกค้าง เอกสารรับรองแหล่งผลิต จนถึงมาตรฐานโรงคัดบรรจุ
มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงห่านของกรมปศุสัตว์ ต่างจากมาตรฐานฟาร์มเป็ดทั่วไปอย่างไร
เทียบเกณฑ์มาตรฐานฟาร์มห่านกับฟาร์มเป็ดของกรมปศุสัตว์ ทั้งโรงเรือน สุขาภิบาล และเหตุผลที่มาตรฐานยังแยกกัน พร้อมตารางเปรียบเทียบชัดเจน
ระเบียบส่งออกหอยแมลงภู่สดไปตลาดต่างประเทศ มีขั้นตอนอะไรบ้าง
เจาะลึกขั้นตอนและเอกสารสุขอนามัยที่ต้องใช้จริงในการส่งออกหอยแมลงภู่สด ตั้งแต่ขึ้นทะเบียนแปลงเลี้ยงจนถึงขอใบรับรองก่อนออกจากท่า
กฎหมายควบคุมการเลี้ยงจิ้งหรีดเชิงพาณิชย์ มีอะไรบ้างที่เกษตรกรต้องรู้
เจาะลึกกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงจิ้งหรีดเชิงพาณิชย์ หน่วยงานกำกับดูแล เอกสารและมาตรฐานที่ต้องมี และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ฝักเพกาอ่อนออแกนิคอบแห้งบดผง บรรจุ 25 กรัม
ดูรายละเอียด
ของใหม่ แผงไข่พลาสติก ดำ/ใหม่/เบอร์1-4(เล็ก)ไทย ถาดไข่ ใส่ไข่ไก่/ไข่เป็ด ลังไข่ ถาดไข่ ที่วางไข่ ที่ใส่ไข่
ดูรายละเอียด
ใหม่ Side Mouth Shifter การปลูกต้นกล้าทางการเกษตรการปลูกถ่ายต้นกล้าผลไม้ข้าวโพดอัตโนมัติเต็มรูปแบบการปลูกถ่ายแบบมัลติฟัง
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ผสมอาหารไก่ใช้เองในฟาร์ม ไม่ได้ขาย ต้องขึ้นทะเบียนไหม
ถ้าผลิตใช้เลี้ยงในฟาร์มของตัวเองล้วน ไม่มีการจำหน่าย โดยทั่วไปไม่เข้าข่ายต้องขึ้นทะเบียนแบบผู้ผลิตเชิงพาณิชย์ แต่ทันทีที่เริ่มแบ่งขายให้ผู้อื่นแม้ปริมาณน้อย ควรตรวจสอบสถานะกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทันที
ฉลากเก่าที่พิมพ์ไว้แล้วจำนวนมาก ต้องทิ้งทันทีหรือไม่
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาผ่อนผันที่ประกาศฉบับล่าสุดกำหนดไว้ ควรตรวจสอบเฉพาะเจาะจงกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และไม่ควรสั่งพิมพ์ฉลากครั้งละจำนวนมากในช่วงที่ทราบว่ามีการปรับปรุงกฎหมาย
ไม่ติดฉลากให้ครบ มีโทษอย่างไร
กรมปศุสัตว์มีอำนาจสั่งระงับการผลิต/จำหน่าย ยึดหรืออายัดอาหารสัตว์ที่ฉลากไม่ถูกต้อง และดำเนินคดีตามบทกำหนดโทษใน พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ซึ่งมีทั้งโทษปรับและจำคุกตามความร้ายแรง
ต้องส่งตัวอย่างอาหารสัตว์ไปตรวจก่อนติดฉลากไหม
สำหรับอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่ต้องขอเลขทะเบียน มักต้องมีผลวิเคราะห์ส่วนประกอบประกอบการยื่นขอทะเบียน เพื่อให้ตัวเลขบนฉลากอ้างอิงได้จริง ควรติดต่อห้องปฏิบัติการที่กรมปศุสัตว์รับรอง
ผู้ผลิตรายย่อยหลายรายรวมกลุ่มกันผลิต ต้องขึ้นทะเบียนร่วมกันหรือแยกกัน
สถานที่ผลิตแต่ละแห่งต้องขึ้นทะเบียนตามที่ตั้งจริง หากรวมกลุ่มผลิตในสถานที่เดียวกันมักขึ้นทะเบียนในนามกลุ่ม/วิสาหกิจชุมชนได้ ควรตรวจสอบกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพื่อความชัดเจน
