ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

มาตรฐาน GAP พืชผัก ปรับเกณฑ์ใหม่ 2569 ต่างจากเดิมตรงไหน

เช็กทิศทางการทบทวนมาตรฐาน GAP พืชผักของกรมวิชาการเกษตร เกณฑ์เดิมใช้อะไรบ้าง มักเปลี่ยนตรงไหนเมื่อปรับปรุง และผู้ที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องเตรียมตัวอย่างไร

มาตรฐาน GAP พืชผัก ปรับเกณฑ์ใหม่ 2569 ต่างจากเดิมตรงไหน
คำตอบเร็ว: มาตรฐาน GAP พืชผักของไทย (อิงตาม มกษ. 9001 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร) มีรอบทบทวนปรับปรุงเป็นระยะโดยกรมวิชาการเกษตรและคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ทิศทางที่มักเปลี่ยนเมื่อมีการทบทวนคือเพิ่มความเข้มงวดด้านการบันทึกข้อมูลย้อนกลับ การสุ่มตรวจสารพิษตกค้าง และแหล่งน้ำที่ใช้ในแปลง เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน GAP อยู่แล้วควรตรวจสอบเวอร์ชันเกณฑ์ที่ใช้บังคับล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตรก่อนต่ออายุใบรับรองทุกครั้ง เพราะฉบับปรับปรุงอาจมีผลบังคับเฉพาะรอบตรวจประเมินถัดไป ไม่ใช่ย้อนหลัง

เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน GAP พืชผักไว้แล้วหลายรายกังวลว่าเมื่อมีการทบทวนมาตรฐานรอบใหม่ ใบรับรองเดิมจะยังใช้ได้หรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มก่อนตรวจประเมินรอบถัดไป บทความนี้อธิบายกรอบมาตรฐาน GAP พืชผักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และทิศทางทั่วไปที่มาตรฐานลักษณะนี้มักปรับปรุงเมื่อครบรอบทบทวน เพื่อให้เตรียมตัวได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอประกาศกะทันหัน

มาตรฐาน GAP พืชผักที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคืออะไร

ภาพประกอบ มาตรฐาน GAP พืชผักที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคืออะไร

GAP (Good Agricultural Practices) สำหรับพืชอาหารของไทยอ้างอิงมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9001 ซึ่งกำหนดโดยกรมวิชาการเกษตรร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ครอบคลุมข้อกำหนดหลักเรื่องแหล่งน้ำที่ใช้ปลูก พื้นที่ปลูกไม่มีความเสี่ยงปนเปื้อนวัตถุอันตราย การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรตามฉลากที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง การจัดการก่อนและหลังเก็บเกี่ยว การเก็บบันทึกข้อมูลการผลิต และสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงานในแปลง ผู้ผ่านการตรวจประเมินจะได้ใบรับรอง GAP ซึ่งมีอายุจำกัดตามรอบที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดและต้องยื่นขอต่ออายุก่อนหมดอายุ

เกณฑ์เดิมที่เกษตรกร GAP คุ้นเคยอยู่แล้ว

ภาพประกอบ เกณฑ์เดิมที่เกษตรกร GAP คุ้นเคยอยู่แล้ว
  • ตรวจแหล่งน้ำ 1 ครั้งต่อรอบการรับรอง เพื่อยืนยันว่าไม่มีการปนเปื้อนโลหะหนักหรือเชื้อจุลินทรีย์เกินเกณฑ์
  • บันทึกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นรายแปลง ระบุชื่อสาร วันที่ใช้ และอัตราการใช้
  • เว้นระยะเก็บเกี่ยวหลังพ่นสารตามฉลากผลิตภัณฑ์ (ระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว)
  • ตรวจประเมินซ้ำตามรอบอายุใบรับรองที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดไว้

ทิศทางเกณฑ์ที่มักเปลี่ยนเมื่อมีการทบทวนมาตรฐาน

ภาพประกอบ ทิศทางเกณฑ์ที่มักเปลี่ยนเมื่อมีการทบทวนมาตรฐาน

มาตรฐานสินค้าเกษตรของไทยมีกลไกทบทวนเป็นระยะตามแนวทางสากล (เทียบเคียง GLOBALG.A.P. และมาตรฐานคู่ค้าส่งออก) เพื่อให้ทันต่อความเสี่ยงใหม่และข้อกำหนดของตลาดปลายทาง ทิศทางที่พบบ่อยเมื่อมีการปรับปรุงมาตรฐานลักษณะนี้ ได้แก่

หมวดที่มักมีการทบทวนแนวทางเกณฑ์เดิมโดยทั่วไปทิศทางที่มักปรับเข้มขึ้นเมื่อทบทวน
การบันทึกข้อมูลย้อนกลับ (Traceability)บันทึกด้วยสมุดบันทึกแปลงตามแบบฟอร์มกระดาษเพิ่มช่องทางบันทึกผ่านระบบดิจิทัล/แอปพลิเคชัน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้เร็วขึ้น
การสุ่มตรวจสารพิษตกค้างสุ่มตรวจตามรอบการต่ออายุใบรับรองเพิ่มความถี่การสุ่มตรวจในกลุ่มพืชที่เคยพบประวัติสารตกค้างเกินเกณฑ์
แหล่งน้ำและพื้นที่ปลูกตรวจคุณภาพน้ำต้นทางครั้งเดียวต่อรอบกำหนดจุดตรวจเพิ่มเติมหากพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำเสี่ยงปนเปื้อนอุตสาหกรรม
การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องใช้สารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลากทบทวนบัญชีสารต้องห้าม/จำกัดให้สอดคล้องกับตลาดส่งออกที่เปลี่ยนแปลง

ผลกระทบต่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน GAP แล้ว

ภาพประกอบ ผลกระทบต่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน GAP แล้ว

เมื่อมาตรฐานมีการทบทวนปรับปรุง โดยทั่วไปใบรับรองที่ออกไปแล้วภายใต้เกณฑ์เดิมยังมีผลใช้ได้จนกว่าจะครบรอบอายุ แต่การตรวจประเมินเพื่อขอต่ออายุครั้งถัดไปมักต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ฉบับปรับปรุงแล้ว เกษตรกรจึงควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบการผลิตก่อนถึงกำหนดต่ออายุ เพื่อปรับระบบบันทึกข้อมูลและตรวจสอบแหล่งน้ำ/สารเคมีที่ใช้ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ก่อนวันตรวจจริง

ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรมักพลาดเมื่อมาตรฐานมีการปรับปรุง

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรมักพลาดเมื่อมาตรฐานมีการปรับปรุง
  • รอจนใกล้วันตรวจประเมินต่ออายุจึงเริ่มปรับระบบบันทึกข้อมูล ทำให้ข้อมูลย้อนหลังไม่ครบ
  • เข้าใจว่าใบรับรองเดิมถูกยกเลิกทันทีที่มีประกาศเกณฑ์ใหม่ ทั้งที่ปกติยังใช้ได้จนครบอายุ
  • ไม่ติดตามประกาศทบทวนมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตรหรือ มกอช. โดยตรง ฟังต่อ ๆ กันมาแล้วเข้าใจผิด
  • ใช้สารเคมีตามความเคยชินโดยไม่เช็คบัญชีสารที่อนุญาตฉบับล่าสุด
  • ไม่เก็บหลักฐานแหล่งที่มาของน้ำและปัจจัยการผลิตย้อนหลังให้ครบตามรอบที่กำหนด

สรุป

มาตรฐาน GAP พืชผักของไทยมีรอบทบทวนปรับปรุงตามกลไกของกรมวิชาการเกษตรและ มกอช. โดยทิศทางที่มักเปลี่ยนคือความเข้มงวดด้านการบันทึกข้อมูลย้อนกลับ การสุ่มตรวจสารพิษตกค้าง และแหล่งน้ำ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนอยู่แล้วไม่ต้องกังวลว่าใบรับรองจะถูกยกเลิกทันที แต่ควรวางแผนปรับระบบบันทึกข้อมูลล่วงหน้าก่อนรอบตรวจประเมินต่ออายุ และตรวจสอบเวอร์ชันเกณฑ์ที่ใช้บังคับจริงกับหน่วยงานโดยตรงเสมอ ติดตามข่าวมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ข่าวกฎหมายและมาตรฐานเกษตร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — หน่วยงานตรวจรับรองมาตรฐาน GAP พืชอาหารและประกาศเกณฑ์ที่ใช้บังคับ
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ผู้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9001 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ใบรับรอง GAP ที่มีอยู่แล้วจะถูกยกเลิกทันทีเมื่อมีเกณฑ์ใหม่หรือไม่

โดยทั่วไปไม่ถูกยกเลิกทันที ใบรับรองที่ออกภายใต้เกณฑ์เดิมยังมีผลจนครบอายุที่ระบุไว้ แต่การตรวจประเมินต่ออายุรอบถัดไปจะใช้เกณฑ์ฉบับปรับปรุงแล้ว ควรสอบถามวันบังคับใช้ที่แน่นอนกับกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่

ต้องตรวจสอบเกณฑ์ GAP ฉบับล่าสุดได้จากที่ไหน

ตรวจสอบได้จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เว็บไซต์กรมวิชาการเกษตร หรือสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งเผยแพร่มาตรฐาน มกษ. ฉบับที่ใช้บังคับปัจจุบันไว้เป็นทางการ

เกษตรกรรายย่อยที่ปลูกพืชผักหลายชนิดในแปลงเดียว ต้องขอ GAP แยกต่างหากไหม

ขึ้นอยู่กับขอบเขตที่ขอรับรองในใบสมัคร โดยทั่วไปสามารถขอรับรองครอบคลุมหลายชนิดพืชในแปลงเดียวกันได้หากปฏิบัติตามข้อกำหนดเดียวกันครบถ้วน แต่ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินให้ชัดเจนก่อนยื่นคำขอ

ถ้าตรวจพบสารพิษตกค้างเกินเกณฑ์ในรอบสุ่มตรวจ จะเกิดอะไรขึ้นกับใบรับรอง

ผลตรวจที่ไม่ผ่านเกณฑ์อาจนำไปสู่การพักใช้หรือเพิกถอนใบรับรองตามระเบียบของกรมวิชาการเกษตร ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมิน แนะนำให้แก้ไขสาเหตุต้นทางทันทีและปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อวางแผนแก้ไขก่อนรอบตรวจถัดไป

เกณฑ์ GAP พืชผักของไทยต่างจากมาตรฐานส่งออกอย่าง GLOBALG.A.P. อย่างไร

GAP ของไทย (มกษ. 9001) เป็นมาตรฐานภาคบังคับ/สมัครใจระดับประเทศที่เน้นความปลอดภัยอาหารพื้นฐานสำหรับตลาดในประเทศและคู่ค้าทั่วไป ส่วน GLOBALG.A.P. เป็นมาตรฐานเอกชนระดับสากลที่คู่ค้าส่งออกบางรายกำหนดเพิ่มเติม ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและแรงงานละเอียดกว่า เกษตรกรที่ต้องการส่งออกไปตลาดที่กำหนดมาตรฐานเฉพาะควรตรวจสอบข้อกำหนดของคู่ค้าปลายทางเพิ่มเติมจาก GAP พื้นฐาน