ปลูกพืชเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

กล้วยน้ำว้ามีกี่สายพันธุ์ พันธุ์ไหนเหมาะกับขายผลสดหรือแปรรูป

กล้วยน้ำว้ามีกี่สายพันธุ์ เทียบมะลิอ่อง ปากช่อง 50 ค่อม และน้ำว้าแดง ทั้งลักษณะเครือ ตลาดผลสดกับโรงแปรรูปที่ต้องการต่างกัน และมุมโรคตายพรายที่ต้องดูก่อนลงหน่อ

กล้วยน้ำว้ามีกี่สายพันธุ์ พันธุ์ไหนเหมาะกับขายผลสดหรือแปรรูป

คำตอบสั้น ๆ

แยกสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าตามสีไส้และลักษณะเครือ พร้อมเงื่อนไขเลือกพันธุ์ให้ตรงกับตลาดผลสดหรือโรงแปรรูป และมุมที่ต้องคิดเรื่องโรคตายพรายก่อนลงหน่อ

คำตอบเร็ว: กล้วยน้ำว้าที่ปลูกเป็นการค้าในไทยแยกกันด้วยสองอย่างหลักคือสีของไส้กลางผล และลักษณะเครือกับความสูงของต้น กลุ่มไส้ขาวอย่างน้ำว้ามะลิอ่องเป็นพันธุ์ที่โรงกล้วยตากและตลาดผลสดพรีเมียมชอบ เพราะเนื้อไม่คล้ำเมื่อสุกและรสหวานคงที่ กลุ่มไส้เหลืองอย่างน้ำว้าปากช่อง 50 ให้เครือใหญ่ผลใหญ่ เหมาะกับโรงแปรรูปกล้วยฉาบและกล้วยอบที่คิดเป็นน้ำหนัก ส่วนน้ำว้าค่อมมีต้นเตี้ยเก็บง่ายและทนลมจึงเหมาะกับพื้นที่ลมแรง และน้ำว้าแดงมักได้ราคาต่ำกว่าเพราะไส้คล้ำเมื่อสุก ในด้านโรคตายพราย ไม่มีพันธุ์น้ำว้าใดที่ปลอดจากโรคนี้โดยสมบูรณ์ ต่างกันเพียงระดับความทน จึงต้องเลือกหน่อพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้และตรวจสอบสถานการณ์โรคล่าสุดในพื้นที่กับกรมวิชาการเกษตรก่อนลงแปลง

คนที่ปลูกกล้วยน้ำว้าครั้งแรกมักได้หน่อมาจากญาติหรือเพื่อนบ้านโดยไม่รู้ว่าเป็นสายพันธุ์อะไร พอถึงเวลาขายถึงเจอปัญหาว่าโรงกล้วยตากไม่รับเพราะไส้ไม่ใช่สีที่ต้องการ หรือพ่อค้าผลสดกดราคาเพราะผลไม่สม่ำเสมอทั้งเครือ อีกกรณีที่เจ็บกว่านั้นคือปลูกไปสองปีแล้วเจอต้นเหลืองยืนต้นตายเป็นหย่อม ซึ่งเป็นอาการของโรคตายพรายที่เมื่อเข้าแปลงแล้วแก้ยากมาก บทความนี้จึงไล่เป็นเงื่อนไขว่าถ้าปลายทางเป็นตลาดแบบไหน ควรเลือกพันธุ์แบบไหน และต้องเช็กอะไรก่อนรับหน่อเข้าแปลง

กล้วยน้ำว้าแยกสายพันธุ์อย่างไร

ภาพประกอบ กล้วยน้ำว้าแยกสายพันธุ์อย่างไร

วิธีแยกที่ใช้กันจริงในวงการค้าไม่ได้เริ่มจากชื่อพันธุ์ แต่เริ่มจากสีไส้กลางผลเมื่อผ่าดู เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้รับซื้อถามก่อนเสมอ จากนั้นจึงดูลักษณะเครือ จำนวนหวี ขนาดผล และความสูงของต้นประกอบ

กลุ่มและพันธุ์สีไส้กลางผลลักษณะเครือและผลจุดเด่นที่ตลาดมอง
น้ำว้ามะลิอ่องไส้ขาวเครือขนาดกลาง ผลเรียงชิดสม่ำเสมอ ผลไม่ใหญ่มากเนื้อไม่คล้ำเมื่อสุก รสหวาน เป็นพันธุ์ที่โรงกล้วยตากต้องการ
น้ำว้าปากช่อง 50ไส้เหลืองเครือใหญ่ จำนวนหวีมาก ผลใหญ่และยาวกว่าพันธุ์ทั่วไปน้ำหนักต่อเครือสูง เหมาะกับโรงแปรรูปที่ซื้อเป็นกิโลกรัม
น้ำว้าค่อมไส้เหลืองถึงขาวอมเหลืองต้นเตี้ยกว่าพันธุ์อื่นชัดเจน เครือค่อนข้างสั้น ผลป้อมเก็บเกี่ยวง่าย ทนลม ลดปัญหาต้นล้มในพื้นที่ลมแรง
น้ำว้าเงินหรือกลุ่มไส้ขาวท้องถิ่นไส้ขาวผลป้อมสั้น เปลือกค่อนข้างหนาทนการขนส่งและวางขายได้หลายวัน
น้ำว้าแดงไส้ชมพูถึงแดงเครือขนาดกลาง ผลค่อนข้างป้อมตลาดเฉพาะกลุ่ม ราคามักต่ำกว่าไส้ขาวเพราะไส้คล้ำเมื่อสุก

ข้อสังเกตจากแปลงจริงคือชื่อพันธุ์ที่เรียกกันในแต่ละท้องถิ่นไม่ตรงกัน กล้วยที่คนภาคกลางเรียกอย่างหนึ่งอาจถูกเรียกอีกชื่อในภาคอีสาน วิธีที่ปลอดภัยกว่าการเชื่อชื่อคือขอผ่าผลสุกจากต้นแม่ที่จะแบ่งหน่อมาให้ดูด้วยตาตัวเองก่อน ดูทั้งสีไส้ ความสม่ำเสมอของผลในหวี และนับจำนวนหวีต่อเครือของต้นแม่จริง ๆ แทนการฟังคำบอกเล่า

ปัจจัยที่ต้องดูนอกจากชื่อพันธุ์

  • จำนวนหวีต่อเครือของต้นแม่ เป็นตัวบอกศักยภาพผลผลิตได้ดีกว่าชื่อพันธุ์ เพราะการดูแลและความสมบูรณ์ของดินมีผลมาก
  • ความสูงของต้น ต้นสูงเก็บยากและล้มง่ายในพื้นที่ลมแรง แต่มักทนร่มเงาได้ดีกว่าเมื่อปลูกแซมในสวนไม้ผล
  • ความสม่ำเสมอของผลในหวี ตลาดผลสดหักราคาทันทีเมื่อผลในหวีเดียวกันขนาดต่างกันมาก
  • ความหนาของเปลือก เปลือกหนากว่าทนการขนส่งไกลได้ดีกว่า แต่เมื่อคิดเป็นเนื้อต่อน้ำหนักรวมจะเสียเปรียบเมื่อขายให้โรงแปรรูป
  • ประวัติแปลงที่หน่อมา ข้อนี้สำคัญที่สุดและคนมักข้าม หน่อจากแปลงที่เคยมีต้นเหลืองยืนต้นตายไม่ควรนำเข้าแปลงใหม่ไม่ว่าพันธุ์จะดีแค่ไหน

เลือกพันธุ์ตามปลายทาง ขายผลสดหรือส่งโรงแปรรูป

คำถามที่ควรตอบก่อนเลือกพันธุ์คือจะขายให้ใคร เพราะเกณฑ์ของสองตลาดนี้แทบจะสวนทางกัน ตลาดผลสดวัดที่หน้าตาและความสม่ำเสมอ ส่วนโรงแปรรูปวัดที่น้ำหนัก เนื้อ และความคงที่ของวัตถุดิบ

ถ้าปลายทางคือสิ่งที่ผู้ซื้อวัดพันธุ์ที่มักตรงโจทย์สิ่งที่ต้องเตรียม
ตลาดสดและรถเร่ในพื้นที่เครือสวย ผลสม่ำเสมอ ไม่มีรอยครูดมะลิอ่อง หรือกลุ่มไส้ขาวท้องถิ่นห่อเครือกันครูด และทยอยตัดตามคิวรถ
โรงกล้วยตากและกล้วยอบน้ำผึ้งไส้ขาว รสหวานคงที่ ผลไม่ใหญ่เกินแม่พิมพ์มะลิอ่องเป็นหลักคุมความสุกให้สม่ำเสมอและส่งเป็นล็อตเดียวกัน
โรงกล้วยฉาบและกล้วยทอดกรอบผลดิบใหญ่ เนื้อแน่น ยางน้อย ปอกง่ายปากช่อง 50 หรือพันธุ์ผลใหญ่ตัดที่ระยะดิบแก่ ไม่ปล่อยให้เริ่มสุก
กล้วยบดสำหรับเด็กและแปรรูปเป็นผงเนื้อสีอ่อน ไม่คล้ำเมื่อบดกลุ่มไส้ขาวระบบบันทึกแปลงและมาตรฐานการผลิตที่ผู้ซื้อกำหนด
ขายใบตองและหน่อพันธุ์เสริมใบใหญ่ไม่ฉีก หน่อสมบูรณ์พันธุ์ที่ต้นแข็งแรงและแตกหน่อดีวางแผนตัดใบไม่ให้กระทบการเลี้ยงเครือ

เงื่อนไขตัดสินใจแบบเร็ว

  • ถ้ามีโรงกล้วยตากหรือกลุ่มแปรรูปในพื้นที่และรับซื้อแน่ ให้เลือกพันธุ์ไส้ขาวตามสเปกที่โรงนั้นใช้ และขอตัวอย่างผลที่โรงรับมาดูก่อนลงหน่อ
  • ถ้าขายเป็นน้ำหนักให้พ่อค้าคนกลาง ให้เลือกพันธุ์ที่เครือใหญ่และผลใหญ่ เพราะรายได้ผูกกับกิโลกรัมมากกว่าหน้าตา
  • ถ้าอยู่พื้นที่ลมแรงหรือแรงงานน้อย ให้เลือกพันธุ์ต้นเตี้ยอย่างน้ำว้าค่อม เพราะลดทั้งการล้มและความยากของการตัดเครือจากที่สูง
  • ถ้ายังไม่มีตลาดประจำ ให้เริ่มที่พันธุ์ไส้ขาวซึ่งขายได้ทั้งผลสดและเข้าโรงแปรรูป ยืดหยุ่นกว่าการลงพันธุ์เฉพาะทางตั้งแต่ต้น
  • ถ้าปลูกแซมในสวนไม้ผลเพื่อบังลมและสร้างรายได้ระหว่างรอ ให้เน้นพันธุ์ที่ทนร่มเงาได้พอควรและไม่สูงจนบังไม้ผลหลัก

โรคตายพรายกับการเลือกพันธุ์

ภาพประกอบ โรคตายพรายกับการเลือกพันธุ์

โรคตายพรายเกิดจากเชื้อราในดินที่เข้าทำลายระบบท่อลำเลียงน้ำของกล้วย อาการที่เห็นคือใบล่างเหลืองจากขอบใบเข้าหากลางใบ ก้านใบหักพับคาต้น ต้นค่อย ๆ ทรุดและยืนต้นตาย เมื่อผ่าลำต้นเทียมตามขวางจะเห็นจุดหรือเส้นสีน้ำตาลแดงกระจายในเนื้อ ซึ่งคือท่อน้ำที่ถูกทำลาย

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ เชื้อนี้อยู่ในดินได้นานหลายปีแม้ไม่มีกล้วยปลูกอยู่ และยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อออกจากดินที่ทำได้ในระดับแปลงเกษตรกรทั่วไป กล้วยกลุ่มน้ำว้าโดยรวมมักทนกว่ากล้วยหอมซึ่งอ่อนแอต่อโรคนี้มาก แต่ทนไม่เท่ากับปลอด และระดับความทนยังต่างกันตามสายพันธุ์ย่อยและตามสายพันธุ์ของเชื้อในแต่ละพื้นที่ ข้อมูลเรื่องสถานการณ์การระบาดและคำแนะนำพันธุ์จึงเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจลงแปลงใหญ่

สิ่งที่ทำได้จริงเพื่อลดความเสี่ยง

  • ใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือหน่อจากแปลงที่ไม่มีประวัติโรค เป็นมาตรการที่ได้ผลคุ้มที่สุด เพราะทางเข้าของเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือมากับหน่อพันธุ์
  • อย่ารับหน่อจากแปลงที่เคยมีต้นเหลืองยืนต้นตาย แม้ต้นที่ขุดมาจะดูสมบูรณ์ดีก็ตาม เชื้ออาจติดมากับดินที่ติดเหง้า
  • ล้างดินออกจากเครื่องมือและล้อรถไถก่อนเข้าแปลงใหม่ ดินไม่กี่กิโลกรัมที่ติดล้อมาจากแปลงที่มีโรคก็เพียงพอจะพาเชื้อเข้ามา
  • จัดการระบายน้ำให้ดี น้ำที่ไหลจากแปลงที่มีโรคผ่านแปลงเราเป็นเส้นทางแพร่เชื้อที่มองไม่เห็น ควรทำคันดินและร่องแยก
  • ขุดทำลายต้นที่แสดงอาการทันที อย่าปล่อยยืนต้นตายคาแปลงและอย่านำเหง้าไปทิ้งในแปลงอื่น
  • ปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุและรักษาความเป็นกรดด่างให้เหมาะ ดินที่มีชีวภาพหลากหลายมักช่วยชะลอการลุกลามได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่การรักษา
  • วางแผนสลับพื้นที่ปลูก ถ้าแปลงเดิมมีประวัติโรค ควรเลี่ยงการปลูกกล้วยซ้ำที่เดิมและปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องพืชที่เหมาะจะปลูกหมุนเวียน

คิดต้นทุนและรายได้ก่อนเลือกพันธุ์

การเลือกพันธุ์มีผลต่อตัวเลขปลายทางมากกว่าที่คิด เพราะพันธุ์ที่เครือใหญ่กว่าให้น้ำหนักต่อไร่สูงกว่า แต่ถ้าตลาดที่รับซื้อจ่ายตามคุณภาพไส้มากกว่าน้ำหนัก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้แปลงเป็นรายได้เสมอไป โครงคิดที่ใช้ได้คือคำนวณรายได้รวมเท่ากับปริมาณขายคูณราคาขาย แล้วหักต้นทุนรวมซึ่งเท่ากับต้นทุนคงที่บวกต้นทุนผันแปร เพื่อดูกำไรสุทธิต่อไร่ของแต่ละทางเลือก

ตัวแปรที่ต้องใส่ให้ตรงกับแปลงตัวเองคือ จำนวนกอต่อไร่ตามระยะปลูกที่เลือก น้ำหนักเครือเฉลี่ยของพันธุ์นั้นในดินของเรา อัตราการสูญเสียจากเครือที่ขายไม่ได้ และราคาที่ผู้ซื้อแต่ละรายให้จริง เนื่องจากราคากล้วยน้ำว้าแกว่งตามฤดูกาลและปริมาณของในตลาดค่อนข้างมาก จึงไม่ควรใช้ราคาที่เคยได้ในปีก่อนมาคำนวณแบบตายตัว ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือตลาดกลางสินค้าเกษตรในพื้นที่ก่อนตัดสินใจขยาย และเทียบทางเลือกกับพืชอื่นในหมวด ปลูกพืช ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากล้วยเหมาะกับพื้นที่ของตัวเองหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกพันธุ์

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกพันธุ์
  • เชื่อชื่อพันธุ์โดยไม่ผ่าผลสุกดูสีไส้ ชื่อเรียกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น การผ่าดูด้วยตาตัวเองเป็นวิธีที่แน่นอนกว่า
  • รับหน่อฟรีจากแปลงที่มีประวัติต้นเหลืองยืนต้นตาย เป็นการประหยัดค่าหน่อแล้วแลกกับความเสี่ยงที่แก้ไม่ได้ในระยะยาว
  • เลือกพันธุ์ผลใหญ่ทั้งที่ขายให้โรงกล้วยตาก ผลที่ใหญ่เกินสเปกแม่พิมพ์ทำให้โรงตัดราคาหรือไม่รับ
  • ปลูกพันธุ์เดียวทั้งแปลงโดยไม่ดูลม พื้นที่ลมแรงที่ปลูกพันธุ์ต้นสูงจะเจอต้นล้มช่วงเครือใกล้แก่ ซึ่งเป็นช่วงที่เสียหายแพงที่สุด
  • ไม่สอบถามสเปกจากผู้รับซื้อก่อนลงหน่อ การถามล่วงหน้าเรื่องสีไส้ ขนาดผล และความสุกที่ต้องการ ใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่กำหนดรายได้ไปอีกหลายปี
  • ละเลยการค้ำเครือในพันธุ์ที่เครือใหญ่ เครือหนักทำให้ต้นเอนหรือหักคาโคนเมื่อเจอฝนกับลมพร้อมกัน

สรุป

กล้วยน้ำว้าแยกกันที่สีไส้กลางผลเป็นหลัก แล้วจึงดูลักษณะเครือและความสูงของต้น กลุ่มไส้ขาวอย่างมะลิอ่องตอบโจทย์โรงกล้วยตากและตลาดผลสด กลุ่มไส้เหลืองอย่างปากช่อง 50 ให้น้ำหนักต่อเครือสูงจึงเหมาะกับโรงแปรรูปที่ซื้อเป็นกิโลกรัม ส่วนน้ำว้าค่อมเหมาะกับพื้นที่ลมแรงและแรงงานจำกัด วิธีตัดสินใจที่ถูกลำดับคือถามสเปกจากผู้รับซื้อก่อน แล้วค่อยเลือกพันธุ์ให้ตรง ไม่ใช่ปลูกไปก่อนแล้วค่อยหาตลาด ด้านโรคตายพรายให้ยึดว่าไม่มีพันธุ์ใดปลอดโรค การป้องกันที่ได้ผลจริงคือคุมทางเข้าของเชื้อผ่านหน่อพันธุ์ ดิน และเครื่องมือ ทั้งนี้สถานการณ์โรคและราคาเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนลงทุน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพันธุ์กล้วย คำแนะนำการผลิต และแนวทางจัดการโรคเหี่ยวหรือโรคตายพรายในกล้วย
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการจัดการแปลงกล้วย การคัดเลือกหน่อพันธุ์ และการขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานสินค้าเกษตรและข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหารและการบันทึกข้อมูลแปลง
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลเนื้อที่ปลูก ผลผลิต และราคากล้วยน้ำว้ารายเดือนสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบัน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

กล้วยน้ำว้าแบ่งสายพันธุ์ด้วยอะไร

วิธีที่ใช้จริงในการค้าคือแบ่งตามสีไส้กลางผลก่อน ได้แก่ กลุ่มไส้ขาว กลุ่มไส้เหลือง และกลุ่มไส้แดง จากนั้นจึงดูลักษณะเครือ จำนวนหวี ขนาดผล และความสูงของต้นประกอบ เหตุที่ยึดสีไส้เป็นหลักเพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้รับซื้อถาม โดยเฉพาะโรงแปรรูปซึ่งกำหนดสเปกวัตถุดิบไว้ชัดเจน

โรงกล้วยตากต้องการพันธุ์ไหน

ส่วนใหญ่ต้องการกลุ่มไส้ขาวอย่างน้ำว้ามะลิอ่อง เพราะเนื้อไม่คล้ำเมื่อสุกและตากแล้วได้สีที่ตลาดยอมรับ อีกทั้งขนาดผลไม่ใหญ่เกินไปจึงเข้ากับกระบวนการผลิตได้ดี ควรสอบถามสเปกที่แน่นอนกับโรงที่จะส่งก่อนลงหน่อ เพราะแต่ละโรงอาจกำหนดขนาดผลและระดับความสุกต่างกัน

น้ำว้าปากช่อง 50 ต่างจากน้ำว้าทั่วไปอย่างไร

จุดเด่นคือเครือใหญ่ จำนวนหวีมาก และผลใหญ่ยาวกว่าน้ำว้าพันธุ์ทั่วไป จึงให้น้ำหนักต่อเครือสูงและเหมาะกับการขายเป็นกิโลกรัมให้โรงแปรรูปประเภทกล้วยฉาบหรือกล้วยทอด ข้อแลกเปลี่ยนคือต้นและเครือที่ใหญ่ต้องการการค้ำยันและการจัดการน้ำกับปุ๋ยที่ดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะได้ผลไม่สม่ำเสมอทั้งเครือ

มีกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไหนที่ไม่เป็นโรคตายพรายบ้าง

ไม่มีพันธุ์น้ำว้าใดที่ปลอดจากโรคนี้โดยสมบูรณ์ มีเพียงระดับความทนที่ต่างกัน และความทนยังขึ้นกับสายพันธุ์ของเชื้อในแต่ละพื้นที่ด้วย สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการหวังพึ่งพันธุ์คือการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้ ไม่นำดินจากแปลงที่มีโรคเข้าแปลง และขุดทำลายต้นที่แสดงอาการทันที ควรตรวจสอบคำแนะนำล่าสุดกับกรมวิชาการเกษตร

อาการของโรคตายพรายสังเกตอย่างไร

เริ่มจากใบล่างเหลืองจากขอบใบเข้าหากลางใบ แล้วก้านใบหักพับห้อยคาต้น จากนั้นต้นจะทรุดลงและยืนต้นตาย เมื่อผ่าลำต้นเทียมตามขวางจะเห็นจุดหรือเส้นสีน้ำตาลแดงกระจายอยู่ในเนื้อ ซึ่งคือท่อลำเลียงน้ำที่ถูกทำลาย หากพบอาการนี้ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการจัดการแปลง

ปลูกกล้วยน้ำว้ากี่เดือนถึงตัดเครือได้

โดยทั่วไปกล้วยน้ำว้าจะให้เครือแรกเมื่ออายุราว 8-12 เดือนหลังปลูก ขึ้นกับพันธุ์ ชนิดของต้นพันธุ์ที่ใช้ ความสมบูรณ์ของดิน และการให้น้ำ หลังจากนั้นหน่อที่เลี้ยงไว้จะให้เครือต่อเนื่องเป็นรุ่น ๆ ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอหากวางแผนการไว้หน่อและตัดแต่งหน่อส่วนเกินอย่างเป็นระบบ

ควรเลือกหน่อแบบไหนไปปลูก

ควรใช้หน่อใบแคบที่สมบูรณ์จากต้นแม่ที่ให้เครือดี หรือใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อซึ่งมีข้อได้เปรียบเรื่องความสม่ำเสมอและความเสี่ยงโรคติดมากับหน่อที่ต่ำกว่า สิ่งที่ต้องเช็กเสมอคือประวัติแปลงต้นทาง ถ้าแปลงนั้นเคยมีต้นเหลืองยืนต้นตายไม่ควรนำหน่อเข้าแปลงใหม่