คำตอบสั้น ๆ
กข79 โดดเด่นเรื่องข้าวนุ่มคุณภาพส่งออกและต้านทานโรคไหม้/เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ส่วน กข41 เด่นเรื่องลำต้นแข็งแรงต้านทานการหักล้ม เหมาะกับรถเกี่ยวนวด เทียบครบก่อนเลือกพันธุ์ปลูก
คำตอบเร็ว: กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 113-118 วัน จุดเด่นคือเป็นข้าวนุ่มคุณภาพส่งออก เมล็ดยาวเรียว ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ เหมาะกับพื้นที่ชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ส่วน กข41 จุดเด่นคือลำต้นแข็งแรงต้านทานการหักล้มได้ดี เหมาะกับการเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวนวด ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรังในพื้นที่ชลประทาน เกษตรกรที่เน้นขายข้าวนุ่มคุณภาพสูงหรือส่งออกควรพิจารณา กข79 ส่วนผู้ที่กังวลปัญหาข้าวล้มก่อนเก็บเกี่ยวหรือใช้รถเกี่ยวนวดเป็นหลัก กข41 ตอบโจทย์ได้ดีกว่า
กข79 และ กข41 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวแสงที่กรมการข้าวรับรองพันธุ์ทั้งคู่ แต่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนละด้าน ทำให้เกษตรกรที่กำลังเลือกพันธุ์สำหรับฤดูกาลถัดไปสับสนว่าควรเลือกพันธุ์ไหนดี บทความนี้จะเปรียบเทียบลักษณะเด่น ผลผลิตและความต้านทานโรค พื้นที่ปลูกที่เหมาะสม และแหล่งเมล็ดพันธุ์รับรองของทั้งสองพันธุ์ให้ครบถ้วน
ลักษณะเด่นของ กข79 (ชัยนาท 62)
กข79 พัฒนาโดยศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท จากการผสมพันธุ์ระหว่าง PSL00034-373-1-3 ซึ่งต้านทานโรคไหม้เป็นพันธุ์แม่ กับ PSBRc20 ซึ่งต้านทานทั้งโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพันธุ์พ่อ ได้รับการรับรองพันธุ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 จุดเด่นสำคัญของ กข79 คือเป็น "ข้าวนุ่ม" ที่มีปริมาณอมิโลสต่ำราว 16.82% หุงแล้วนุ่ม เมล็ดข้าวสารยาวเรียว ขนาดประมาณ 7.74 x 2.16 x 1.80 มิลลิเมตร ท้องไข่น้อย คุณภาพสีดีได้ข้าวเต็มเมล็ดชั้นหนึ่งเกือบเต็มจำนวน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตลาดข้าวนุ่มเพื่อการส่งออกต้องการ ทรงกอตั้ง สูงประมาณ 102 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างแข็ง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 113-118 วัน (วิธีปักดำ) ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 809 กิโลกรัมต่อไร่ และมีศักยภาพสูงสุดได้ถึงประมาณ 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ในสภาพแปลงที่จัดการดี
ข้อควรระวังของ กข79 คือมีแนวโน้มเมล็ดร่วงง่ายเมื่อสุกแก่เต็มที่ เกษตรกรจึงต้องวางแผนช่วงเวลาเก็บเกี่ยวให้เหมาะสม ไม่ปล่อยให้ข้าวสุกแก่เกินไปก่อนเกี่ยว เพื่อลดความเสียหายจากเมล็ดร่วงหล่นในแปลง
ลักษณะเด่นของ กข41
กข41 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสงเช่นเดียวกับ กข79 ทำให้ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรังในพื้นที่ที่มีน้ำชลประทานเพียงพอ จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของ กข41 คือลำต้นค่อนข้างแข็งแรง ทรงต้นตั้งตรง ต้านทานการหักล้มได้ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญมากสำหรับพื้นที่ที่ใช้รถเกี่ยวนวดข้าว เพราะข้าวที่ล้มก่อนเก็บเกี่ยวทำให้เก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักรได้ยากและสูญเสียผลผลิตมาก กข41 มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ในระดับหนึ่ง ส่วนอายุเก็บเกี่ยวและระดับความไวต่อช่วงแสงมีข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่ไม่ตรงกันทั้งหมด บางแหล่งระบุประมาณ 105 วันในฤดูนาปีและ 95-100 วันในฤดูนาปรัง เกษตรกรที่ต้องการตัวเลขแม่นยำสำหรับพื้นที่ของตนควรสอบถามศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวหรือศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่โดยตรง เพราะอายุเก็บเกี่ยวจริงยังผันแปรตามสภาพอากาศและวิธีการปลูกของแต่ละพื้นที่ด้วย
เทียบผลผลิตและความต้านทานโรคระหว่าง กข79 กับ กข41
| รายการ | กข79 (ชัยนาท 62) | กข41 |
|---|---|---|
| ผลผลิตเฉลี่ย | ประมาณ 809 กก./ไร่ สูงสุดได้ถึง 1,182 กก./ไร่ | ไม่มีตัวเลขผลผลิตเฉลี่ยที่ยืนยันชัดเจนจากแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ ควรสอบถามศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ |
| ความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล | ค่อนข้างต้านทาน (สืบทอดจากพันธุ์พ่อ PSBRc20) | ต้านทานได้ในระดับหนึ่ง |
| ความต้านทานโรคไหม้ | ค่อนข้างต้านทาน (สืบทอดจากทั้งพันธุ์พ่อและแม่) | ไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนจากแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ |
| ความต้านทานการหักล้ม | ลำต้นค่อนข้างแข็ง | จุดเด่นเฉพาะตัว ลำต้นแข็งแรงต้านทานการหักล้มได้ดี เหมาะกับเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวนวด |
| คุณภาพหุงต้ม | ข้าวนุ่ม อมิโลสต่ำ (16.82%) เมล็ดยาวเรียว คุณภาพส่งออก | ไม่มีข้อมูลอมิโลสหรือคุณภาพหุงต้มเฉพาะจากแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ |
จะเห็นว่า กข79 มีข้อมูลด้านผลผลิตและคุณภาพเมล็ดที่ครบถ้วนและยืนยันได้ชัดเจนกว่า เพราะเป็นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตลาดข้าวนุ่มโดยเฉพาะและมีการทดสอบอย่างเป็นระบบ ส่วน กข41 มีจุดเด่นเฉพาะทางที่ชัดเจนเรื่องความแข็งแรงของลำต้น แต่ข้อมูลด้านผลผลิตและคุณภาพเมล็ดในภาพรวมยังไม่ครบถ้วนเท่า กข79 จากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้
พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมกับแต่ละพันธุ์
- กข79 เหมาะกับพื้นที่นาชลประทานในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาททดสอบและส่งเสริมพันธุ์นี้เป็นหลัก
- กข41 เหมาะกับพื้นที่นาชลประทานที่มีความเสี่ยงเรื่องข้าวล้มก่อนเก็บเกี่ยว หรือพื้นที่ที่ใช้รถเกี่ยวนวดข้าวเป็นหลัก เนื่องจากจุดเด่นด้านความแข็งแรงของลำต้นช่วยลดความเสียหายจากการล้มได้ดี
แหล่งเมล็ดพันธุ์รับรองของ กข79 และ กข41
เกษตรกรที่ต้องการเมล็ดพันธุ์รับรองแท้ของทั้งสองพันธุ์ควรติดต่อผ่านช่องทางทางการของกรมการข้าวโดยตรง ได้แก่ กองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวประจำจังหวัด/ภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าได้เมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์ตรงตามลักษณะประจำพันธุ์ ไม่ปนกับพันธุ์อื่น สำหรับ กข79 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนาพันธุ์นี้โดยตรง การซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่ไม่ได้รับรองอาจได้เมล็ดพันธุ์ปลอมปนหรือคุณภาพไม่ตรงตามที่โฆษณา ซึ่งส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพข้าวที่ได้โดยตรง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกพันธุ์ข้าว กข79 หรือ กข41
- เลือก กข79 โดยไม่วางแผนเก็บเกี่ยวให้ทันเวลา เพราะพันธุ์นี้มีแนวโน้มเมล็ดร่วงง่ายเมื่อสุกแก่เต็มที่ หากเก็บเกี่ยวช้าเกินไปจะสูญเสียผลผลิตมาก
- เลือก กข41 เพราะเข้าใจว่าให้ข้าวนุ่มเหมือน กข79 ทั้งที่ข้อมูลด้านคุณภาพหุงต้มของ กข41 ยังไม่ปรากฏชัดเจนเท่า ควรตรวจสอบวัตถุประสงค์การขายก่อนเลือกพันธุ์
- ซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่ไม่รับรอง ทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ปนเปื้อนหรือไม่ตรงตามลักษณะประจำพันธุ์ ส่งผลเสียต่อผลผลิตทั้งแปลง
- ไม่พิจารณาความเสี่ยงข้าวล้มในพื้นที่ของตัวเองก่อนเลือกพันธุ์ พื้นที่ที่มีลมแรงหรือฝนตกหนักบ่อยควรให้น้ำหนักกับความแข็งแรงของลำต้นเป็นปัจจัยสำคัญ
สรุป
กข79 และ กข41 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวแสงทั้งคู่ แต่ตอบโจทย์คนละด้าน กข79 โดดเด่นเรื่องคุณภาพข้าวนุ่มและความต้านทานโรค/แมลงที่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน เหมาะกับเกษตรกรที่เน้นขายข้าวคุณภาพสูงหรือส่งออก ส่วน กข41 โดดเด่นเรื่องความแข็งแรงของลำต้นและการต้านทานการหักล้ม เหมาะกับพื้นที่ที่ใช้รถเกี่ยวนวดหรือเสี่ยงข้าวล้ม การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาจากเป้าหมายการขายและความเสี่ยงเฉพาะของพื้นที่ตัวเองเป็นหลัก และควรซื้อเมล็ดพันธุ์รับรองจากกรมการข้าวเท่านั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์จริง ศึกษาข้อมูลการปลูกพืชอื่นเพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลูกพืช
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการข้าว (ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท) — ลักษณะประจำพันธุ์ ผลผลิต และความต้านทานโรค/แมลงของข้าวพันธุ์ กข79
- กรมการข้าว — ข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์และแหล่งเมล็ดพันธุ์รับรองข้าวพันธุ์ กข41
- กองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว — ช่องทางจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวรับรองสำหรับเกษตรกร
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
รีวิว 12 หนังสือคู่มือเพาะปลูกพืชและขยายพันธุ์
เกณฑ์เลือกหนังสือคู่มือเกษตร 12 รายการจากชื่อสินค้า พร้อมจุดตรวจปีพิมพ์ ISBN สารเคมีและพันธุ์ ตามข้อมูลหน่วยงานรัฐ
รีวิว 8 ต้นพันธุ์สมุนไพร ตะไคร้ ข่า ขิง ขมิ้น กระชาย
เกณฑ์เลือกซื้อต้นพันธุ์สมุนไพร 8 รายการจากชื่อสินค้า พร้อมข้อมูลอายุเหง้า โรคเหง้าเน่า และเมล็ดควบคุมจากกรมวิชาการเกษตร
รีวิว 9 เชื้อเห็ดฟางและชุดเพาะเห็ดฟาง
เทียบ 9 เชื้อและชุดเพาะเห็ดฟาง จากข้อมูลในชื่อรายการและเอกสารกรมวิชาการเกษตร บอกตรง ๆ ว่าทีมงานยังไม่ได้ทดลองเพาะ
รีวิว 11 ก้อนเชื้อและชุดเพาะเห็ดนางฟ้า นางรม เห็ดขอน
เทียบ 11 ก้อนเชื้อและชุดเพาะเห็ด จากข้อมูลในชื่อรายการและเอกสารกรมวิชาการเกษตร บอกตรง ๆ ว่าทีมงานยังไม่ได้ทดลองเพาะ พร้อมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนสั่ง
รีวิว 10 ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์แคระและพันธุ์ท้ายเขื่อน
ไล่ดู 10 รายการท่อนพันธุ์เนเปียร์แคระ ท้ายเขื่อน และจักรพรรดิ ตามข้อมูลในชื่อรายการ แยกสิ่งที่มีแหล่งทางการยืนยันกับสิ่งที่ต้องถามร้าน
รีวิว 10 ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1
รวมเกณฑ์เลือกซื้อท่อนพันธุ์เนเปียร์ปากช่อง 1 และไล่ดู 10 รายการตามข้อมูลที่ระบุในชื่อรายการ ทีมงานยังไม่ได้ทดลองปลูกสินค้าเหล่านี้
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

MBK เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง
ดูรายละเอียด
หัวหอมใหญ่ป่น (ground onion Powder) บดระเอียด ผลิตจากหัวหอมใหญ่อบแห้ง 100% แบบ (ซอง)
ดูรายละเอียด
LENODI เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 7 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
กข79 กับ กข41 พันธุ์ไหนให้ผลผลิตสูงกว่ากัน
กข79 มีข้อมูลผลผลิตยืนยันชัดเจนเฉลี่ยประมาณ 809 กิโลกรัมต่อไร่ สูงสุดถึง 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วน กข41 ยังไม่มีตัวเลขผลผลิตเฉลี่ยที่ยืนยันได้ชัดเจนจากแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ ควรสอบถามศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่เพื่อข้อมูลที่แม่นยำ
พันธุ์ไหนต้านทานโรคและแมลงได้ดีกว่ากัน
กข79 มีข้อมูลความต้านทานที่ชัดเจนกว่าทั้งโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะได้รับการถ่ายทอดลักษณะต้านทานมาจากพันธุ์พ่อแม่โดยตรง ส่วน กข41 มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ในระดับหนึ่งแต่ข้อมูลโรคไหม้ยังไม่ชัดเจน
ทำไม กข41 ถึงเหมาะกับการเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวนวด
เพราะ กข41 มีลำต้นค่อนข้างแข็งแรงและต้านทานการหักล้มได้ดีเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ทำให้ต้นข้าวไม่ล้มก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยให้รถเกี่ยวนวดทำงานได้มีประสิทธิภาพและลดการสูญเสียผลผลิตจากข้าวล้ม
กข79 เหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการขายแบบไหน
กข79 เหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการขายข้าวคุณภาพสูงในตลาดข้าวนุ่มหรือเพื่อการส่งออก เพราะมีอมิโลสต่ำหุงแล้วนุ่ม เมล็ดยาวเรียวคุณภาพดี ตรงกับความต้องการของตลาดกลุ่มนี้
ควรซื้อเมล็ดพันธุ์ กข79 และ กข41 จากที่ไหนถึงจะมั่นใจได้ว่าแท้
ควรซื้อผ่านกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวประจำจังหวัด/ภูมิภาคเท่านั้น สำหรับ กข79 สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทซึ่งเป็นผู้พัฒนาพันธุ์โดยตรง หลีกเลี่ยงการซื้อจากแหล่งที่ไม่มีการรับรองเพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์ปลอมปน
