ปลูกพืชเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นปลูกยังไง ระยะปลูกเท่าไหร่ถึงได้ฝักเต็ม

ระยะปลูกข้าวโพดพันธุ์อายุสั้น 70-75 x 20-25 ซม. ได้ราว 8,500-11,000 ต้นต่อไร่ พร้อมตารางระยะปลูก ลำดับงานรายสัปดาห์ และสาเหตุที่ปลูกถี่เกินแล้วปลายฝักลีบ

ข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นปลูกยังไง ระยะปลูกเท่าไหร่ถึงได้ฝักเต็ม

คำตอบสั้น ๆ

ระยะปลูกข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นที่ใช้จริง 70-75 คูณ 20-25 เซนติเมตร ได้ราว 8,500-11,000 ต้นต่อไร่ พร้อมเหตุผลว่าทำไมปลูกถี่เกินแล้วปลายฝักลีบ และลำดับงานตั้งแต่เตรียมดินถึงเก็บเกี่ยว

คำตอบเร็ว: ข้าวโพดพันธุ์อายุสั้น (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุเก็บเกี่ยวราว 95-105 วัน ข้าวโพดหวานราว 68-75 วัน) ปลูกแบบแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแถว 70-75 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร หยอดให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม จะได้ประชากรราว 8,500-11,000 ต้นต่อไร่ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝักติดเต็มปลายฝักดีที่สุดในแปลงที่อาศัยน้ำฝน ถ้าดันประชากรเกิน 12,000 ต้นต่อไร่ในดินที่น้ำไม่พอ ฝักจะสั้นลง ปลายฝักลีบ และมีต้นที่ไม่ติดฝักเพิ่มขึ้นให้เห็นชัดตอนเก็บเกี่ยว

ปัญหาที่เจอซ้ำ ๆ ในแปลงข้าวโพดบ้านเราไม่ใช่เรื่องพันธุ์ไม่ดี แต่เป็นเรื่อง "หยอดถี่เกินกว่าที่น้ำในแปลงจะเลี้ยงไหว" คนปลูกมักคิดว่ายิ่งต้นเยอะยิ่งได้ฝักเยอะ พอถึงเวลาเก็บกลับได้ฝักเล็ก ปลายฝักลีบเป็นแถว น้ำหนักต่อไร่ลดลงทั้งที่ค่าเมล็ดพันธุ์และค่าปุ๋ยจ่ายเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม บทความนี้จึงตอบสองเรื่องที่ต้องตัดสินใจพร้อมกัน คือจะใช้พันธุ์อายุสั้นตอนไหน และจะวางระยะปลูกเท่าไหร่ให้ฝักเต็ม

ข้าวโพดเป็นพืชที่ต่างจากพืชไร่อื่นตรงที่ "ลำต้นหนึ่งต้นให้ฝักหลักเพียงฝักเดียว" ต่างจากถั่วหรือมันสำปะหลังที่ต้นชดเชยกันได้ ดังนั้นจำนวนต้นต่อไร่จึงเป็นตัวกำหนดเพดานผลผลิตโดยตรง และในทางกลับกัน ถ้าหนาแน่นเกินจนต้นแย่งแสงและน้ำ ต้นจะตอบสนองด้วยการทิ้งฝักหรือติดฝักไม่เต็ม ซึ่งเป็นกลไกเฉพาะของข้าวโพดที่ไม่เหมือนพืชอื่น

ระยะปลูกข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นที่ใช้จริงในแปลง

ภาพประกอบ ระยะปลูกข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นที่ใช้จริงในแปลง

หลักคิดง่าย ๆ คือ พื้นที่ 1 ไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร เอา 1,600 หารด้วย (ระยะแถวเป็นเมตร × ระยะต้นเป็นเมตร) ก็ได้จำนวนต้นต่อไร่ทันที เช่น 0.75 × 0.25 = 0.1875 ตารางเมตรต่อต้น เอา 1,600 หารได้ประมาณ 8,530 ต้นต่อไร่ ตารางข้างล่างคือระยะที่ใช้กันจริงในแปลงไทย

ระยะแถว × ระยะต้น (ซม.)ต้นต่อไร่ (1 ต้นต่อหลุม)เหมาะกับสถานการณ์ไหน
75 × 25ประมาณ 8,530ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาศัยน้ำฝน ดินร่วนปนทราย ฝนไม่แน่นอน ปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่
75 × 20ประมาณ 10,670ดินอุดม มีน้ำเสริม หรือข้าวโพดหลังนาที่คุมน้ำได้
70 × 25ประมาณ 9,140แปลงที่ใช้รถไถเดินตามยกร่องแคบ ล้อรถกว้าง 70 เซนติเมตร
70 × 20ประมาณ 11,430พันธุ์ทรงต้นตั้ง ใบชูขึ้น รับแสงได้ดีเมื่อปลูกถี่ และมีน้ำพอ
80 × 25ประมาณ 8,000ดินตื้น ดินทรายจัด หรือพื้นที่แล้ง ต้องการลดการแย่งน้ำระหว่างต้น
50 × 25 (ข้าวโพดฝักอ่อน)ประมาณ 12,800ฝักอ่อนที่ต้องการฝักเล็กสม่ำเสมอ ไม่ต้องการฝักใหญ่ จึงปลูกถี่ได้

สังเกตว่าข้าวโพดฝักอ่อนเป็นข้อยกเว้นเดียวที่ปลูกถี่ได้โดยไม่เสียหาย เพราะเราขายฝักอ่อนที่ยังไม่ผสมเกสร ขนาดฝักเล็กคือสิ่งที่ตลาดต้องการอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดหวานซึ่งขายน้ำหนักเมล็ดและความเต็มฝัก การใช้ระยะแบบฝักอ่อนคือการทำลายผลผลิตตัวเอง

เรื่องจำนวนเมล็ดพันธุ์ ระยะ 75 × 20-25 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 1-2 เมล็ดแล้วถอนแยกให้เหลือต้นเดียว จะใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมราว 3-3.5 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าใช้เครื่องหยอดที่แม่นยำจะลดลงได้เล็กน้อย ราคาเมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิตเปลี่ยนทุกฤดู ควรเช็กราคาปัจจุบันจากร้านค้าในพื้นที่และข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนคำนวณต้นทุน

ทำไมพันธุ์อายุสั้นถึงตอบโจทย์เมื่อฝนไม่แน่นอน

ภาพประกอบ ทำไมพันธุ์อายุสั้นถึงตอบโจทย์เมื่อฝนไม่แน่นอน

ข้อได้เปรียบของพันธุ์อายุสั้นไม่ได้อยู่ที่ "ให้ผลผลิตสูงกว่า" เพราะโดยธรรมชาติพันธุ์อายุยาวกว่ามีเวลาสะสมน้ำหนักเมล็ดมากกว่า แต่อยู่ที่ "โอกาสรอดของช่วงวิกฤต" ข้าวโพดมีช่วงที่ขาดน้ำไม่ได้เลยคือ 2 สัปดาห์ก่อนออกไหมถึง 2 สัปดาห์หลังออกไหม ถ้าฝนทิ้งช่วงตรงนี้ ผลผลิตหายไปได้มากกว่าครึ่งแม้ต้นจะดูเขียวอยู่ พันธุ์ที่ออกไหมเร็วกว่า 10-15 วัน จึงมีโอกาสผ่านช่วงวิกฤตก่อนที่ฝนจะทิ้งช่วงปลายฤดู

  • หนีฝนทิ้งช่วง พันธุ์อายุ 95-105 วัน ออกไหมราววันที่ 48-55 หลังงอก ขณะที่พันธุ์อายุ 115-120 วันออกไหมช้ากว่าราว 1-2 สัปดาห์ ซึ่งในปีที่ฝนหมดเร็วคือความต่างระหว่างได้ฝักกับไม่ได้ฝัก
  • ปลูกสองรุ่นในปีเดียว ในพื้นที่ที่ฝนมาเดือนเมษายน-พฤษภาคม พันธุ์อายุสั้นทำให้เก็บข้าวโพดต้นฝนทันแล้วปลูกปลายฝนต่อได้ในแปลงเดิม
  • ปลูกหลังนาได้ลงตัว แปลงหลังนาที่มีน้ำจำกัดจากอ่างหรือบ่อบาดาล ยิ่งรอบสั้นยิ่งลดจำนวนครั้งที่ต้องสูบน้ำ ต้นทุนน้ำมันลดตามจริง
  • ลดเวลาเสี่ยงต่อศัตรูพืช อยู่ในแปลงสั้นลงหมายถึงรอบที่หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดจะเข้าทำลายน้อยลงตามไปด้วย

ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับคือ พันธุ์อายุสั้นมักให้น้ำหนักเมล็ดต่อไร่ต่ำกว่าพันธุ์อายุยาวเมื่ออยู่ในเงื่อนไขที่น้ำและปุ๋ยพร้อมเต็มที่ ดังนั้นถ้าแปลงมีน้ำเสริมแน่ ๆ ตลอดฤดู การเลือกพันธุ์อายุยาวอาจคุ้มกว่า การตัดสินใจจึงต้องดูแหล่งน้ำก่อนดูสเปกพันธุ์

เลือกพันธุ์ให้ตรงกับตลาดที่จะขาย

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ขายเมล็ดแห้ง)

กลุ่มนี้อายุเก็บเกี่ยวราว 95-120 วันแล้วแต่พันธุ์ กลุ่มอายุสั้นจะอยู่ปลายล่างของช่วงนี้ พันธุ์ลูกผสมของกรมวิชาการเกษตร เช่น สายพันธุ์ในชุดนครสวรรค์ และพันธุ์การค้าจากบริษัทเมล็ดพันธุ์ มีสเปกอายุออกไหมและอายุเก็บเกี่ยวระบุบนถุงเสมอ ให้อ่านตัวเลข "วันออกไหม 50%" เป็นหลัก เพราะนั่นคือหมุดเวลาที่ใช้วางแผนน้ำจริง ไม่ใช่วันเก็บเกี่ยว

ข้าวโพดหวาน (ขายฝักสด)

อายุเก็บฝักสดราว 68-75 วันนับจากงอก ระยะปลูกที่นิยมคือ 75 × 25-30 เซนติเมตร ประชากรราว 7,000-8,500 ต้นต่อไร่ ต่ำกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เล็กน้อยเพราะตลาดฝักสดต้องการฝักใหญ่ได้ขนาด ไม่ใช่แค่น้ำหนักรวม และข้าวโพดหวานต้องปลูกแยกจากข้าวโพดชนิดอื่นอย่างน้อย 200-300 เมตร หรือเหลื่อมวันปลูกไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ ไม่งั้นละอองเกสรข้ามมาทำให้เมล็ดแข็งไม่หวาน ซึ่งเป็นข้อกำหนดเฉพาะของข้าวโพดหวานที่พืชอื่นไม่มี

ข้าวโพดฝักอ่อน

เก็บเร็วที่สุดราว 45-55 วัน ปลูกถี่ได้ถึง 12,000-13,000 ต้นต่อไร่ และต้องถอดยอดช่อดอกตัวผู้ก่อนละอองเกสรโปรยเพื่อให้ได้ฝักอ่อนไม่มีเมล็ด งานถอดยอดนี้ใช้แรงงานสูงและต้องทำต่อเนื่องทุกวัน ใครแรงงานไม่พออย่าเลือกตลาดนี้

ลำดับงานตั้งแต่เตรียมดินถึงเก็บเกี่ยว

ภาพประกอบ ลำดับงานตั้งแต่เตรียมดินถึงเก็บเกี่ยว
  1. ก่อนปลูก 15-30 วัน เก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ หรือใช้ชุดตรวจดินของกรมพัฒนาที่ดิน ข้าวโพดชอบดินที่ความเป็นกรด-ด่างราว 5.5-7.0 ถ้าต่ำกว่า 5.5 ให้ใส่ปูนโดโลไมต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนปลูก
  2. เตรียมดิน ไถดะแล้วตากดิน 7-10 วัน เพื่อฆ่าไข่แมลงและหนอนในดิน แล้วไถแปรปรับให้ร่วน แปลงลาดชันให้ปลูกขวางความลาดเพื่อลดการชะล้างหน้าดิน
  3. วันปลูก หยอดลึก 3-5 เซนติเมตรในดินที่ชื้นพอ ถ้าดินแห้งอย่าหยอดรอฝัง เพราะเมล็ดลูกผสมที่คลุกสารป้องกันราน้ำค้างจะเสื่อมเมื่อนอนแห้งในดินนาน
  4. อายุ 7-10 วัน ตรวจความงอกและถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น จุดที่ไม่งอกให้ปลูกซ่อมภายใน 10 วัน หลังจากนี้ต้นซ่อมจะโตไม่ทันและกลายเป็นต้นที่แย่งปุ๋ยโดยไม่ให้ฝัก
  5. อายุ 10-25 วัน ช่วงที่หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดเข้าทำลายยอดหนักที่สุด ให้เดินสำรวจใบยอดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สังเกตขี้หนอนคล้ายขี้เลื่อยในกรวยยอดและรูพรุนเรียงเป็นแถวบนใบที่คลี่ออกมา
  6. อายุ 20-25 วัน ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าที่มีไนโตรเจนสูงข้างแถวแล้วพรวนกลบ ให้ตรงกับช่วงที่ต้นเริ่มสร้างใบใหญ่ ถ้าใส่ช้ากว่านี้ ต้นจะกำหนดจำนวนแถวเมล็ดบนฝักไปแล้ว
  7. อายุ 45-55 วัน ช่วงออกดอกตัวผู้และออกไหม ห้ามขาดน้ำเด็ดขาด ถ้าใบม้วนเป็นหลอดตั้งแต่ก่อนเที่ยงคือสัญญาณว่าต้นเครียดน้ำแล้ว ต้องให้น้ำภายในวันนั้น
  8. อายุ 60-85 วัน ระยะเติมแป้งในเมล็ด ยังต้องการน้ำต่อเนื่อง สังเกตเส้นน้ำนมที่เลื่อนจากปลายเมล็ดลงหาขั้ว
  9. เก็บเกี่ยว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เก็บเมื่อเปลือกแห้งและเห็นจุดดำที่ขั้วเมล็ด ความชื้นเมล็ดตอนเก็บมักอยู่ราว 23-28% แล้วต้องลดความชื้นให้ถึงเกณฑ์ที่โรงงานรับซื้อกำหนด (โดยทั่วไปประมาณ 14-14.5%) ก่อนขาย ไม่งั้นโดนหักน้ำหนักตามความชื้นส่วนเกิน
ช่วงอายุสิ่งที่ต้องทำสัญญาณที่ต้องเฝ้าดู
0-10 วันตรวจความงอก ถอนแยก ปลูกซ่อมต้นงอกไม่สม่ำเสมอ ช่องว่างในแถว
10-25 วันสำรวจหนอนกระทู้ลายจุด กำจัดวัชพืชรอบแรกขี้หนอนในกรวยยอด ใบยอดแหว่งเป็นรู
20-30 วันใส่ปุ๋ยแต่งหน้าแล้วพรวนกลบใบล่างเหลืองจากปลายใบเข้าหากลางใบ คือขาดไนโตรเจน
45-60 วันดูแลน้ำช่วงออกไหม ห้ามขาดใบม้วนก่อนเที่ยง ไหมออกช้ากว่าดอกตัวผู้เกิน 5-7 วัน
60-85 วันให้น้ำช่วงเติมแป้ง เฝ้าโรคใบไหม้แผลยาวสีน้ำตาลบนใบล่าง เมล็ดปลายฝักลีบ
95-105 วันเก็บเกี่ยว ลดความชื้นเปลือกแห้ง จุดดำที่ขั้วเมล็ด

ปลูกถี่เกินแล้วฝักลีบเกิดขึ้นตรงไหน

ภาพประกอบ ปลูกถี่เกินแล้วฝักลีบเกิดขึ้นตรงไหน

นี่คือจุดที่คนปลูกข้าวโพดพลาดกันมากที่สุด และกลไกของมันเฉพาะเจาะจงกับข้าวโพดจริง ๆ

  • ช่องว่างระหว่างดอกตัวผู้กับไหมยืดออก เมื่อแย่งน้ำและแสง ต้นจะออกดอกตัวผู้ตามปกติแต่ไหมโผล่ช้า พอไหมโผล่ ละอองเกสรโปรยหมดไปแล้ว ผลคือฝักติดเมล็ดเป็นหย่อม ๆ หรือปลายฝักว่างเปล่ายาวหลายเซนติเมตร
  • ต้นไม่ติดฝักเลย ในประชากรที่สูงเกิน 12,000-13,000 ต้นต่อไร่ในสภาพน้ำฝน จะเริ่มเห็นต้นที่สูงเรียวแต่ไม่มีฝักปะปนอยู่ ยิ่งถี่ยิ่งเจอสัดส่วนนี้มากขึ้น
  • ฝักเล็กลงทั้งแปลง จำนวนแถวเมล็ดต่อฝักถูกกำหนดตั้งแต่อายุราว 3-5 สัปดาห์ ถ้าช่วงนั้นต้นเบียดกันจนแสงลงไม่ถึงใบล่าง ฝักจะเล็กลงตั้งแต่ยังไม่เห็นด้วยตา
  • ล้มง่าย ต้นที่ยืดหาแสงจะมีลำต้นเรียวและโคนต้นเล็ก พอเจอพายุฝนช่วงติดฝัก จะล้มทั้งแถวและเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องไม่ได้
  • โรคลามเร็วขึ้น ทรงพุ่มปิดสนิททำให้ใบแห้งช้าหลังฝน เป็นเงื่อนไขที่โรคใบไหม้แผลใหญ่และราสนิมชอบ

วิธีตรวจง่าย ๆ ในแปลงตัวเอง ตอนเก็บเกี่ยวให้สุ่มเก็บฝัก 20 ฝักจาก 4 จุด แล้วนับว่ามีกี่ฝักที่ปลายฝักลีบเกิน 2 เซนติเมตร ถ้าเกิน 1 ใน 4 ของตัวอย่าง แปลว่าฤดูหน้าควรลดประชากรลงราว 10-15% หรือขยับระยะต้นจาก 20 เป็น 25 เซนติเมตร แล้วเทียบผลกัน เรื่องนี้ต้องวัดในแปลงตัวเอง เพราะดินและปริมาณฝนของแต่ละพื้นที่ต่างกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ดแล้วไม่ถอนแยก ทำให้ประชากรจริงพุ่งไปถึง 20,000 ต้นต่อไร่โดยไม่รู้ตัว และได้ฝักลีบทั้งแปลง
  • วัดระยะแถวจากรอยล้อรถไถแทนที่จะวัดจากกึ่งกลางแถวจริง ทำให้แถวชิดกว่าที่ตั้งใจ 5-10 เซนติเมตรทุกแถว
  • เลือกพันธุ์อายุสั้นเพราะราคาถูก แต่ปลูกในแปลงที่มีน้ำพร้อม กลายเป็นเสียโอกาสผลผลิตที่พันธุ์อายุยาวกว่าจะให้ได้
  • ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าหลังอายุ 35-40 วัน ซึ่งเลยช่วงที่ต้นกำหนดขนาดฝักไปแล้ว ปุ๋ยไปลงที่ใบและลำต้นแทนที่จะไปลงที่ฝัก
  • ปลูกข้าวโพดหวานติดกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยไม่เว้นระยะหรือเหลื่อมวัน ทำให้ฝักสดมีเมล็ดแข็งขายไม่ได้ราคา
  • ไม่สำรวจหนอนกระทู้ลายจุดในช่วง 10-25 วัน แล้วมาพ่นสารตอนต้นโตสูงเกินเอี้ยวยอด ซึ่งสารลงไม่ถึงกรวยยอดที่หนอนอาศัยอยู่
  • ใช้สารกลุ่มกลไกออกฤทธิ์เดิมซ้ำติดกันหลายครั้ง ทำให้หนอนดื้อสารเร็ว ควรสลับกลุ่มตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและอ่านฉลากทุกครั้ง

เช็กลิสต์ก่อนหยอดเมล็ด

ภาพประกอบ เช็กลิสต์ก่อนหยอดเมล็ด
  • รู้แล้วหรือยังว่าจะขายตลาดไหน เมล็ดแห้ง ฝักสด หรือฝักอ่อน เพราะระยะปลูกต่างกันชัดเจน
  • อ่านถุงเมล็ดพันธุ์แล้วจดวันออกไหมและอายุเก็บเกี่ยวลงในปฏิทินแปลง
  • ตรวจว่าแหล่งน้ำสำรองพอสำหรับช่วงออกไหมหรือไม่ ถ้าไม่พอให้เลือกระยะต้นที่ห่างขึ้น
  • ตั้งเครื่องหยอดแล้วเดินทดสอบ 10 เมตร นับเมล็ดที่ตกจริงก่อนลงแปลงทั้งไร่
  • เตรียมแผนสำรวจหนอนกระทู้ลายจุดตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังงอก ไม่ใช่รอให้เห็นความเสียหายก่อน
  • เช็กราคารับซื้อและเกณฑ์ความชื้นของจุดรับซื้อในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อวางแผนวันเก็บเกี่ยวและการลดความชื้น

อยากดูเรื่องการปลูกพืชไร่ชนิดอื่นเทียบเคียง อ่านเพิ่มได้ที่หมวด ปลูกพืช ส่วนเรื่องการปรับปรุงดินและปุ๋ยดูที่ ดิน น้ำ ปุ๋ย และการคิดต้นทุนต่อไร่ดูที่ ต้นทุนและกำไร

สรุป

ระยะปลูกข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นที่ให้ฝักเต็มที่สุดในสภาพไทยคือแถวห่าง 70-80 เซนติเมตร ต้นห่าง 20-25 เซนติเมตร ไว้ต้นเดียวต่อหลุม ได้ประชากรราว 8,000-11,000 ต้นต่อไร่ โดยเลือกค่าต่ำเมื่อดินทรายและอาศัยน้ำฝน เลือกค่าสูงเมื่อมีน้ำเสริมและดินอุดม จุดชี้ขาดของผลผลิตไม่ได้อยู่ที่จำนวนต้น แต่อยู่ที่แปลงนั้นมีน้ำพอผ่านช่วงออกไหมหรือไม่

ข้อได้เปรียบจริงของพันธุ์อายุสั้นคือการหลบฝนทิ้งช่วงและเปิดโอกาสปลูกสองรุ่นต่อปี ไม่ใช่ผลผลิตต่อไร่ที่สูงกว่า และถ้าเห็นปลายฝักลีบเกินหนึ่งในสี่ของตัวอย่างที่สุ่ม ให้ลดประชากรลงในฤดูถัดไปแทนที่จะเพิ่มปุ๋ย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม ระยะปลูก อัตราเมล็ดพันธุ์ และการจัดการหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดตามคำแนะนำล่าสุด
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวโพดหวาน ปฏิทินการปลูกตามฤดูกาลในแต่ละภูมิภาค
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — การวิเคราะห์ดินและการปรับความเป็นกรดของดินก่อนปลูกพืชไร่
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ต้นทุนการผลิตและราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ในแต่ละช่วงเวลา

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ข้าวโพดพันธุ์อายุสั้นปลูก 1 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์กี่กิโลกรัม

ที่ระยะ 75 x 20-25 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 1-2 เมล็ดแล้วถอนแยกเหลือต้นเดียว จะใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมราว 3-3.5 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าใช้เครื่องหยอดแบบจานที่ปรับแม่นยำและเมล็ดมีความงอกสูง อาจลดลงเหลือราว 2.5-3 กิโลกรัม ตัวเลขจริงขึ้นกับขนาดเมล็ดของแต่ละพันธุ์ซึ่งระบุบนถุง ควรคำนวณจากจำนวนเมล็ดต่อกิโลกรัมที่ระบุจริงมากกว่าการเดา

ปลูกข้าวโพด 2 ต้นต่อหลุมได้ไหม

ทำได้ในบางระบบ เช่น ข้าวโพดหวานที่ใช้ระยะ 75 x 50 เซนติเมตรแล้วไว้ 2 ต้นต่อหลุม ซึ่งให้ประชากรใกล้เคียงกับการไว้ต้นเดียวที่ระยะ 75 x 25 เซนติเมตร แต่ข้อเสียคือรากสองต้นแย่งน้ำในจุดเดียวกัน ในแปลงอาศัยน้ำฝนที่ดินทรายจะเห็นความต่างชัดในปีแล้ง โดยทั่วไปการไว้ต้นเดียวกระจายตัวสม่ำเสมอจะให้ฝักเต็มกว่า

ข้าวโพดอายุสั้นให้ผลผลิตต่อไร่น้อยกว่าพันธุ์อายุยาวจริงไหม

ในเงื่อนไขที่น้ำและปุ๋ยพร้อมเต็มที่ พันธุ์อายุยาวมักให้น้ำหนักเมล็ดต่อไร่สูงกว่าเพราะมีเวลาสะสมแป้งนานกว่า แต่ในแปลงอาศัยน้ำฝนที่ฝนทิ้งช่วงบ่อย พันธุ์อายุสั้นมักให้ผลผลิตเฉลี่ยข้ามปีดีกว่าเพราะเสี่ยงเจอความแล้งช่วงออกไหมน้อยกว่า การเลือกจึงควรดูความมั่นคงของน้ำในแปลงเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ดูตัวเลขผลผลิตสูงสุดของพันธุ์

ทำไมฝักข้าวโพดปลายลีบทั้งที่ใส่ปุ๋ยเต็มที่

ปลายฝักลีบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปุ๋ยไม่พอ แต่เกิดจากการผสมเกสรไม่สมบูรณ์ในช่วงออกไหม สาเหตุที่พบบ่อยคือปลูกถี่เกินจนไหมโผล่ช้ากว่าละอองเกสร อากาศร้อนจัดเกิน 35 องศาเซลเซียสต่อเนื่องช่วงโปรยละออง หรือขาดน้ำในสัปดาห์ที่ออกไหมพอดี ให้ย้อนดูบันทึกฝนและวันออกไหมของแปลงตัวเองก่อนจะโทษปุ๋ย

ปลูกข้าวโพดหลังนาควรใช้ระยะเท่าไหร่

แปลงหลังนามักเป็นดินเหนียวที่อุ้มน้ำดีและควบคุมการให้น้ำได้ จึงใช้ระยะถี่กว่าแปลงอาศัยน้ำฝนได้ เช่น 75 x 20 เซนติเมตร ราว 10,600 ต้นต่อไร่ แต่ต้องยกร่องหรือทำร่องระบายน้ำให้ดี เพราะข้าวโพดทนน้ำขังได้ต่ำมาก รากจะเน่าและใบเหลืองภายในไม่กี่วันหากมีน้ำขังในแปลง

ข้าวโพดหวานต้องปลูกห่างจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่าไหร่

ควรเว้นระยะอย่างน้อย 200-300 เมตร หรือเหลื่อมวันปลูกไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ละอองเกสรจากข้าวโพดชนิดอื่นปลิวมาผสม ถ้าผสมข้ามชนิด เมล็ดบนฝักข้าวโพดหวานจะแข็งและไม่หวาน ขายฝักสดไม่ได้ราคา ข้อกำหนดนี้เป็นเรื่องเฉพาะของข้าวโพดหวานเพราะความหวานถูกควบคุมด้วยยีนในเมล็ดที่เกิดจากการผสม