ปลูกพืช

วิธีปลูกกระชายดำให้หัวโตสำหรับมือใหม่

วิธีปลูกกระชายดำให้หัวโตสมบูรณ์ เลือกลักษณะดินและช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม ดูแลตลอดปีจนหัวสะสมอาหารเต็มที่ พร้อมอายุขุดที่เหมาะสมและวิธีเก็บรักษาหัวก่อนแปรรูป

วิธีปลูกกระชายดำให้หัวโตสำหรับมือใหม่
คำตอบเร็ว: กระชายดำต้องการดินร่วนปนทรายระบายน้ำดีมาก ไม่ทนน้ำขังเด็ดขาด ปลูกต้นฤดูฝนช่วงเดือนพฤษภาคมด้วยท่อนเหง้าที่มีตา 2-3 ตา ระยะปลูกประมาณ 25-30 x 25-30 ซม. ดูแลรดน้ำและใส่ปุ๋ยตลอดฤดูฝนแล้วปล่อยให้ใบโทรมและแห้งไปเองตามธรรมชาติช่วงหน้าหนาว-หน้าแล้งโดยไม่ต้องรบกวน เพราะหัวยังสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน กระชายดำใช้เวลานานถึง 1 ปีหรือมากกว่าจึงจะขุดได้ ต่างจากขมิ้นหรือข่าที่เก็บเกี่ยวเร็วกว่ามาก และควรขุดหัวในช่วงที่ใบแห้งสนิทแล้วเท่านั้นเพื่อให้ได้หัวที่สะสมสารสำคัญเต็มที่

กระชายดำเป็นพืชสมุนไพรที่คนมักเข้าใจผิดว่าปลูกดูแลเหมือนขมิ้นหรือข่าทั่วไป แล้วขุดเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปจนได้หัวเล็กไม่มีคุณภาพ ความจริงคือกระชายดำมีวงจรการเจริญเติบโตที่ยาวนานกว่าพืชตระกูลขิงข่าชนิดอื่นอย่างชัดเจน และต้องการดินที่ระบายน้ำดีเป็นพิเศษเพราะเหง้าเน่าง่ายมากหากน้ำขัง บทความนี้จะอธิบายลักษณะดินและช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม การดูแลตลอดปีจนกว่าหัวจะสะสมอาหารเต็มที่ และอายุเก็บเกี่ยวที่ให้คุณภาพหัวดีที่สุดพร้อมวิธีเก็บรักษาก่อนแปรรูป

ลักษณะดินและช่วงเวลาปลูกที่เหมาะกับกระชายดำ

ภาพประกอบ ลักษณะดินและช่วงเวลาปลูกที่เหมาะกับกระชายดำ

กระชายดำ (Kaempferia parviflora) เป็นพืชที่ปลูกได้ผลดีที่สุดในพื้นที่ดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุสูงและระบายน้ำดีมาก พื้นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพกระชายดำในไทยมักเป็นพื้นที่ลาดเนินหรือที่สูงเล็กน้อยซึ่งไม่มีน้ำขังแม้ในช่วงฝนตกหนัก เพราะเหง้าใต้ดินของกระชายดำเน่าง่ายมากหากอยู่ในดินที่แฉะติดต่อกันหลายวัน หากพื้นที่ปลูกเป็นดินเหนียวหรือที่ลุ่มควรยกร่องสูงอย่างน้อย 25-30 ซม. เพื่อช่วยระบายน้ำ

ช่วงเวลาปลูกที่นิยมคือต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ต้นได้อาศัยความชื้นจากฝนตลอดช่วงเจริญเติบโตในปีแรก วิธีปลูกใช้ท่อนเหง้าแก่ที่มีตา (ตาแขนง) อย่างน้อย 2-3 ตาต่อท่อน ฝังลึกประมาณ 5-10 ซม. ระยะปลูก 25-30 x 25-30 ซม. หรือปลูกเป็นร่องยกแนวตรงตามลักษณะพื้นที่

การดูแลตลอดปีจนกว่าหัวจะสะสมอาหารเต็มที่

ช่วงฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค.) เป็นช่วงที่ต้นเจริญเติบโตทางใบเต็มที่ ต้องการความชื้นในดินสม่ำเสมอแต่ไม่ขัง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นตั้งแต่ปลูก แล้วเสริมปุ๋ยสูตรที่มีโพแทสเซียมสูงในช่วงกลางฤดูฝนเพื่อสนับสนุนการสร้างหัวใต้ดิน ควรหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปในช่วงปลายฤดูฝน เพราะจะไปเร่งใบต่อเนื่องแทนที่จะให้ต้นเริ่มสะสมอาหารลงหัว

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว (พ.ย.-ธ.ค.) ใบของกระชายดำจะเริ่มเหลืองและโทรมลงตามธรรมชาติ นี่ไม่ใช่สัญญาณของโรคหรือปัญหา แต่เป็นวงจรชีวิตปกติที่ต้นกำลังเข้าสู่ระยะพักตัว โดยพลังงานทั้งหมดจะถูกส่งไปสะสมที่เหง้าใต้ดินแทน ช่วงนี้ควรลดการให้น้ำลงและหยุดรบกวนแปลง ไม่ควรขุดหรือพรวนดินในช่วงที่ใบเริ่มโทรม เพราะหัวยังพัฒนาไม่เต็มที่ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่าใบโทรมแปลว่าต้นตายหรือมีปัญหา แล้วรีบขุดดูหรือทิ้งแปลงไปเลย ทั้งที่ความจริงคือหัวยังคงขยายและสะสมสารสำคัญต่อใต้ดินอีกหลายเดือน

อายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมและวิธีเก็บรักษาหัวสดก่อนแปรรูป

จุดที่ทำให้กระชายดำต่างจากขมิ้นชันหรือข่าที่เก็บเกี่ยวได้ในเวลาประมาณ 8-10 เดือนอย่างชัดเจนคือ กระชายดำต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้นจึงจะได้หัวที่สะสมสารสำคัญ (เมทอกซีฟลาโวนอยด์) ในปริมาณที่เหมาะสม การขุดเก็บเกี่ยวก่อนกำหนดจะได้หัวขนาดเล็กและคุณภาพต่ำกว่ามาก สัญญาณที่บอกว่าพร้อมขุดคือใบเหนือดินแห้งตายสนิททั้งหมดแล้ว ซึ่งมักตรงกับช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์

เมื่อขุดแล้ว หัวกระชายดำสดมีความชื้นสูงและเน่าเสียง่ายมากหากปล่อยทิ้งไว้ ควรปัดดินออกให้หมดโดยไม่จำเป็นต้องล้างน้ำทันที เพราะความชื้นจากการล้างจะยิ่งเร่งการขึ้นราหากไม่ได้แปรรูปทันที หากยังไม่พร้อมแปรรูปควรเก็บไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทดีและรีบดำเนินการภายในเวลาไม่กี่วัน วิธีแปรรูปที่นิยมคือล้างทำความสะอาด หั่นเป็นแผ่นบางแล้วนำไปตากแดดหรืออบด้วยเครื่องอบลมร้อนจนแห้งสนิท เพื่อป้องกันเชื้อราและยืดอายุการเก็บสำหรับตลาดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ปลูกใต้ร่มไม้ผลหรือพืชแซม เพิ่มรายได้ระหว่างรอเก็บเกี่ยว

เพราะกระชายดำใช้เวลาปลูกนานเกือบ 1 ปีต่อรอบ เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากเลือกปลูกแซมใต้ร่มเงาไม้ผลยืนต้นที่มีอยู่แล้วในสวน เช่น สวนมะม่วง สวนมะพร้าว หรือสวนยางพาราที่ยังไม่ปิดทรงพุ่มสนิท เพราะกระชายดำทนร่มรำไรได้ดีกว่าพืชหัวชนิดอื่นหลายชนิด และช่วยใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวไม้ผลให้เกิดประโยชน์แทนที่จะปล่อยเป็นวัชพืช ข้อควรระวังคือร่มเงาที่ทึบเกินไปจะทำให้ต้นกระชายดำสร้างใบบางและหัวเล็กกว่าปลูกกลางแจ้งที่มีแสงเพียงพอ จึงควรเลือกปลูกในจุดที่มีแสงรำไรผ่านได้อย่างน้อยครึ่งวัน ไม่ใช่ร่มทึบตลอดทั้งวัน

อีกข้อดีของการปลูกแซมคือช่วยกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ เพราะระหว่างรอกระชายดำครบวงจรเกือบ 1 ปี เกษตรกรยังมีรายได้จากไม้ผลหลักตามปกติ ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากกระชายดำเพียงอย่างเดียวซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องราคาตลาดที่ผันผวนตามความต้องการสารสกัดสมุนไพรในแต่ละช่วง

เกรดหัวและช่องทางแปรรูปที่ต่างกันตามคุณภาพ

หัวกระชายดำที่ตลาดสมุนไพรและโรงงานแปรรูปให้ความสำคัญมักพิจารณาจากสีเนื้อในที่เข้มม่วงถึงดำสนิท ขนาดหัวที่สมบูรณ์ไม่ลีบเล็ก และอายุการปลูกที่ครบตามรอบ เพราะหัวที่ขุดก่อนกำหนดมักมีเนื้อสีอ่อนกว่าและมีปริมาณสารสำคัญกลุ่มเมทอกซีฟลาโวนอยด์ต่ำกว่าหัวที่ปล่อยให้ครบวงจรธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ราคารับซื้อหัวกระชายดำคุณภาพสูงกับหัวคุณภาพรองมักต่างกันชัดเจนในตลาด

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระชายดำที่พบในตลาดมีตั้งแต่กระชายดำแผ่นแห้งขายส่งให้โรงงานผลิตแคปซูลหรือชาสมุนไพร ไปจนถึงกระชายดำดองเหล้าหรือสารสกัดเข้มข้นสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ละช่องทางมีข้อกำหนดด้านคุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานการแปรรูปที่ต่างกัน หากต้องการขายเข้าสู่ห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องขึ้นทะเบียน อย. ควรศึกษาเงื่อนไขด้านความสะอาดและมาตรฐานการอบแห้งให้ครบถ้วนก่อนลงทุนแปรรูปเอง เนื่องจากราคารับซื้อกระชายดำแห้งในตลาดผันผวนตามปริมาณผลผลิตรวมและความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบราคาปัจจุบันกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือตลาดสมุนไพรในพื้นที่ก่อนตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกทุกครั้ง

ศัตรูพืชและปัญหาที่พบบ่อย

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของกระชายดำไม่ใช่แมลงศัตรูพืชโดยตรง แต่เป็นโรคเน่าของเหง้าจากเชื้อราและแบคทีเรียในดินที่ระบายน้ำไม่ดี ซึ่งป้องกันได้ดีที่สุดด้วยการเลือกพื้นที่ปลูกและระบบระบายน้ำตั้งแต่แรกตามที่กล่าวไปข้างต้น มากกว่าการแก้ไขด้วยสารเคมีหลังเกิดปัญหาแล้ว ส่วนแมลงที่อาจพบได้บ้างคือหนอนกัดกินใบและเพลี้ยไฟในช่วงใบอ่อน ซึ่งไม่รุนแรงเท่าปัญหาเรื่องน้ำขังที่เหง้า

เปรียบเทียบกระชายดำกับขมิ้นชันและข่า วางแผนแปลงให้เหมาะกับแรงงานที่มี

เกษตรกรที่กำลังตัดสินใจว่าจะปลูกพืชสมุนไพรตระกูลขิงข่าชนิดใด ควรเข้าใจความต่างของวงจรการปลูกให้ชัดเจนก่อน เพราะกระทบต่อการวางแผนกระแสเงินสดและแรงงานอย่างมาก ขมิ้นชันและข่าโดยทั่วไปเก็บเกี่ยวได้ในเวลาประมาณ 8-10 เดือน ทำให้หมุนเวียนเงินทุนได้เร็วกว่าและเสี่ยงต่อความเสียหายระหว่างทางน้อยกว่าเพราะรอไม่นาน ขณะที่กระชายดำต้องรอเกือบ 1 ปีเต็มหรือมากกว่า ซึ่งหมายความว่าเงินทุนที่ลงไปจะจมอยู่ในแปลงนานกว่า และมีความเสี่ยงสะสมตลอดทางยาวนานกว่า เช่น เสี่ยงเจอฝนตกผิดปกติ เสี่ยงเหง้าเน่าจากน้ำขังสะสม หรือเสี่ยงถูกสัตว์รบกวนในช่วงพักตัวที่ยาวนาน

ด้วยเหตุนี้เกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่จำกัดและต้องพึ่งพารายได้หมุนเวียนเร็ว มักเลือกปลูกขมิ้นชันหรือข่าเป็นพืชหลักและปลูกกระชายดำเป็นพืชเสริมในพื้นที่ส่วนน้อย เพื่อกระจายความเสี่ยงและไม่ให้เงินทุนทั้งหมดจมอยู่กับพืชที่ใช้เวลานานที่สุดเพียงชนิดเดียว ส่วนเกษตรกรที่มีเงินทุนสำรองเพียงพอและตลาดรับซื้อกระชายดำแน่นอนอยู่แล้ว การทุ่มพื้นที่ปลูกกระชายดำเป็นหลักก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล เพราะราคาต่อกิโลกรัมของกระชายดำแห้งมักสูงกว่าขมิ้นชันหรือข่าแห้งทั่วไปอย่างชัดเจน แต่ต้องยอมรับสภาพคล่องที่ต่ำกว่าระหว่างรอเก็บเกี่ยว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมือใหม่

  • ปลูกในดินเหนียวหรือพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขังโดยไม่ยกร่อง ทำให้เหง้าเน่าก่อนได้เก็บเกี่ยว
  • ตกใจเมื่อเห็นใบเริ่มโทรมช่วงปลายฝนแล้วรีบขุดดูหรือทิ้งแปลง ทั้งที่เป็นวงจรพักตัวตามธรรมชาติ
  • ขุดเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปตามความเคยชินจากขมิ้นหรือข่า ทำให้ได้หัวเล็กไม่สมบูรณ์
  • ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปช่วงปลายฤดูฝน ทำให้ต้นเร่งใบต่อแทนที่จะสะสมอาหารลงหัว
  • ล้างหัวด้วยน้ำแล้วเก็บพักไว้นานก่อนแปรรูป ทำให้ขึ้นราจากความชื้นสะสม
  • ไม่รอให้ใบแห้งสนิทก่อนขุด ทำให้ได้หัวที่สะสมสารสำคัญไม่เต็มที่

การขยายพันธุ์และคัดเลือกท่อนพันธุ์ให้ได้หัวคุณภาพรุ่นต่อไป

คุณภาพของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกมีผลต่อความสมบูรณ์ของหัวรุ่นถัดไปโดยตรง ท่อนพันธุ์ที่ดีควรคัดจากแปลงที่ไม่เคยมีประวัติโรคเน่าระบาด เลือกเหง้าแก่ที่มีตาสมบูรณ์ไม่ลีบแห้งหรือมีรอยช้ำ และควรผึ่งท่อนพันธุ์ในที่ร่มลมโกรกสัก 1-2 วันก่อนปลูกเพื่อให้แผลตัดแห้งสนิท ลดโอกาสเชื้อราเข้าทำลายทางบาดแผลขณะฝังลงดินที่ยังชื้น เกษตรกรบางรายจุ่มท่อนพันธุ์ในสารป้องกันเชื้อราชีวภาพก่อนปลูกเป็นการป้องกันเพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดความเสียหายจากโรคเน่าในระยะแรกได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในแปลงที่ดินยังไม่แห้งสนิทตอนเริ่มปลูก

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเก็บท่อนพันธุ์ไว้ใช้เองรุ่นต่อไป ควรคัดแยกหัวที่สมบูรณ์ที่สุดออกจากหัวที่จะขายหรือแปรรูปตั้งแต่ตอนขุด แล้วเก็บรักษาในที่ร่มอากาศถ่ายเทดีจนถึงฤดูปลูกถัดไป ไม่ควรใช้หัวขนาดเล็กหรือหัวที่มีตำหนิเป็นท่อนพันธุ์เพียงเพราะเสียดายไม่อยากขายหัวใหญ่ เพราะจะทำให้ผลผลิตรุ่นต่อไปทยอยเสื่อมคุณภาพลงเรื่อย ๆ ตามหลักการคัดเลือกพันธุ์ทั่วไป

ปลูกกระชายดำในพื้นที่ภาคกลางหรือภาคใต้ได้ผลดีเท่าภาคเหนือหรือไม่

กระชายดำที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพในไทยมักมาจากพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนซึ่งมีสภาพดินและภูมิอากาศเอื้ออำนวย แต่ไม่ได้หมายความว่าปลูกในภาคกลางหรือภาคใต้ไม่ได้เลย หากพื้นที่มีดินร่วนระบายน้ำดีจริงและสามารถควบคุมไม่ให้น้ำขังในช่วงฝนตกหนักได้ ก็ยังปลูกได้ผลผลิตในระดับที่ใช้ได้ เพียงแต่ต้องเข้มงวดเรื่องการยกร่องและระบบระบายน้ำมากกว่าพื้นที่ภาคเหนือที่มีความลาดเทตามธรรมชาติอยู่แล้ว ภาคใต้ที่มีฝนตกชุกและยาวนานกว่าภาคอื่นควรพิจารณาเป็นพิเศษเรื่องการเลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่ใช่ที่ลุ่ม และอาจต้องทำร่องระบายน้ำที่แข็งแรงกว่าปกติเพื่อรับมือกับปริมาณฝนที่มากกว่า

เตรียมพันธุ์ก่อนปลูกฤดูถัดไป ควรเก็บท่อนพันธุ์ไว้เองหรือซื้อใหม่ทุกปี

เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่นิยมคัดเหง้าส่วนที่สมบูรณ์จากรุ่นที่เก็บเกี่ยวไว้เป็นท่อนพันธุ์ปลูกต่อฤดูถัดไป เพราะประหยัดต้นทุนและมั่นใจในสายพันธุ์ที่ปลูกอยู่แล้วว่าเหมาะกับพื้นที่ ควรเก็บเหง้าที่ไม่มีรอยแผลหรือรอยแมลงเจาะ ผึ่งในที่ร่มลมโกรกจนผิวแห้งสนิทก่อนเก็บในภาชนะที่ระบายอากาศได้ วางในที่แห้งไม่อับชื้นจนกว่าจะถึงฤดูปลูกถัดไป หากพบว่าผลผลิตในแปลงเริ่มลดลงต่อเนื่องหลายฤดูโดยไม่มีสาเหตุจากดินหรือน้ำ อาจเป็นสัญญาณว่าสายพันธุ์เริ่มเสื่อมจากการปลูกซ้ำหลายรุ่น ควรพิจารณาซื้อท่อนพันธุ์ใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้มาสลับใช้บ้าง

สรุป

ปลูกกระชายดำให้ได้หัวโตต้องเริ่มจากเลือกดินร่วนระบายน้ำดีเป็นพิเศษเพราะเหง้าเน่าง่ายมาก ดูแลให้ความชื้นสม่ำเสมอตลอดฤดูฝนแล้วปล่อยให้ต้นพักตัวตามธรรมชาติในหน้าหนาว-หน้าแล้งโดยไม่รบกวน จุดสำคัญที่สุดคือต้องอดทนรอจนครบวงจรประมาณ 1 ปีและรอให้ใบแห้งสนิทก่อนขุด เพราะเป็นตัวกำหนดคุณภาพและปริมาณสารสำคัญของหัวโดยตรง ไม่ใช่แค่ขนาดหัวเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — งานวิจัยพืชสมุนไพรกระชายดำ ลักษณะดินที่เหมาะสมและวงจรการเจริญเติบโต
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการปลูกและเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรตระกูลขิงข่าสำหรับเกษตรกรรายย่อย

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเบื้องต้น โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เป็นทางการก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

กระชายดำปลูกในกระถางได้ไหม

ปลูกได้หากใช้กระถางลึกและมีรูระบายน้ำดีมาก ผสมดินร่วนปนทรายและอินทรียวัตถุให้ระบายน้ำเร็ว แต่ผลผลิตต่อกระถางจะน้อยกว่าปลูกในแปลงดินเปิดที่มีพื้นที่ให้เหง้าขยายตัวมากกว่า

ทำไมใบกระชายดำของฉันเหลืองและแห้งทั้งแปลง

หากเกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวถือเป็นเรื่องปกติตามวงจรพักตัวของพืช ไม่ต้องกังวลหรือรีบขุด แต่หากใบเหลืองแห้งในช่วงฤดูฝนที่ควรเจริญเติบโตเต็มที่ ควรตรวจสอบว่าดินมีน้ำขังจนเหง้าเริ่มเน่าหรือไม่

กระชายดำกับกระชายเหลืองต่างกันอย่างไร

กระชายดำเป็นคนละชนิดกับกระชายเหลืองที่ใช้ปรุงอาหารทั่วไป มีเนื้อในสีม่วงเข้มถึงดำและวงจรการปลูกยาวนานกว่ามาก ต้องดูแลเรื่องระบายน้ำและระยะเวลาเก็บเกี่ยวเข้มงวดกว่ากระชายเหลืองอย่างชัดเจน

ปลูกกระชายดำแล้วกี่ปีถึงจะขุดได้

โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 ปีนับจากวันปลูกจนถึงวันที่ใบแห้งสนิทและพร้อมขุด บางพื้นที่อาจปล่อยนานกว่านั้นเล็กน้อยเพื่อให้หัวสมบูรณ์เต็มที่ยิ่งขึ้น ไม่ควรขุดก่อนที่ใบจะแห้งตามธรรมชาติ

เก็บหัวกระชายดำสดไว้กินเองได้นานแค่ไหนก่อนเสีย

หัวสดที่ยังไม่แปรรูปมีความชื้นสูงและเก็บได้ไม่นาน ควรใช้หรือแปรรูป (หั่นตากแห้ง) ภายในไม่กี่วันหลังขุด หากต้องเก็บนานกว่านั้นควรแปรรูปเป็นแผ่นแห้งก่อนเสมอเพื่อป้องกันการขึ้นรา