ปลูกพืชเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ปลูกกุยช่ายขายตัดได้หลายรอบ และทำกุยช่ายขาวอย่างไร

ปลูกกุยช่ายตัดขายได้หลายรอบอย่างไร ทำกุยช่ายขาวด้วยการคลุมแปลงกันแสงให้ลำต้นขาวนวล อ้างอิงรายงานวิจัยและสถาบันวิจัยพื้นที่สูง พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนแบบสมมติ

ปลูกกุยช่ายขายตัดได้หลายรอบ และทำกุยช่ายขาวอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

กุยช่ายเป็นพืชปลูกครั้งเดียวตัดได้หลายรอบ ส่วนกุยช่ายขาวต้องคลุมแปลงไม่ให้โดนแสง บทความนี้รวมวิธีจากรายงานวิจัยและหน่วยงานรัฐ พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนที่ระบุที่มาของตัวเลข

คำตอบเร็ว: กุยช่ายเป็นพืชหลายฤดู ปลูกครั้งเดียวตัดได้ต่อเนื่องราว 3 ปี จนต้นเล็กลงจึงรื้อแปลงปลูกใหม่ งานทดลองของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิตัดกุยช่ายเขียวทุกประมาณ 45 วัน และทำกุยช่ายขาวด้วยการครอบกระถางดินเผาร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ประมาณ 10 วัน ใบจะยาว 25-30 เซนติเมตร ผลทดลอง 1 ปีได้กุยช่ายเขียวเฉลี่ย 7,641-7,699 กิโลกรัมต่อไร่ และกุยช่ายขาว 2,141-2,406 กิโลกรัมต่อไร่ ตัวเลขนี้มาจากแปลงทดลอง แปลงเกษตรกรจริงอาจต่างกันได้ ส่วนราคาขายผันผวนตามฤดูและพื้นที่ จึงต้องเช็กราคาตลาดของท่านเอง

กุยช่ายคือพืชอะไร ทำไมตัดได้หลายรอบ

ภาพประกอบ กุยช่ายคือพืชอะไร ทำไมตัดได้หลายรอบ

กุยช่าย (Allium tuberosum) อยู่วงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม คนไทยกินทั้งใบ ก้านดอก และกุยช่ายขาวที่ได้จากการบังแสง จุดเด่นของพืชชนิดนี้คือเป็นพืชหลายฤดู ต้นเป็นกอ เมื่อตัดแล้วจะแตกใบใหม่จากโคนกอ เกษตรกรจึงไม่ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ทุกครั้งที่เก็บ รายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ระบุว่าปลูกครั้งหนึ่งเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องถึง 3 ปี และเกษตรกรผลิตทั้งกุยช่ายเขียวและกุยช่ายขาวสลับกันบนแปลงเดียวกัน

หัวใจของการทำเงินจากกุยช่ายจึงอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ ปลูกให้กอแข็งแรง ตัดให้ถูกจังหวะ และเลือกว่าจะส่งเป็นเขียวหรือขาว งานนี้ไม่ใช่งานที่ลงทุนมาก แต่ต้องเข้าแปลงบ่อย เพราะรอบตัดสั้น และงานบังแสงทำกุยช่ายขาวต้องมีแรงงานมาครอบ-เปิดกระถางตามวัน

ฤดูไหนเหมาะปลูก

กรมส่งเสริมการเกษตร (ศูนย์ ESC) จัดกุยช่ายไว้ในกลุ่มพืชผักที่เจริญเติบโตดีช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ตุลาคมถึงมกราคม ส่วนเอกสารของ มก. (หอสมุดชาวนาไทย) ระบุช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ปลายปีจึงเป็นเวลาที่วางแผนเริ่มแปลงใหม่ได้ดี ผู้เขียนขอเตือนว่ากุยช่ายไม่ได้ปลูกได้เฉพาะหน้าหนาว เพราะงานทดลองที่กล่าวถึงข้างบนเก็บผลผลิตตลอดปีทั้งหน้าร้อนและหน้าฝน เพียงแต่หน้าฝนต้องระวังโรคมากกว่า (อธิบายในหัวข้อโรคราสนิม)

ขั้นตอนปลูกกุยช่ายตั้งแต่เพาะกล้าถึงตัดครั้งแรก

ข้อมูลในหัวข้อนี้อ้างอิงรายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ปี 2557 ซึ่งรวบรวมวิธีปลูกมาตรฐานไว้ แล้วทดลองจริงที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

  1. เพาะกล้า รดน้ำบ่อย ๆ แต่ไม่ให้แฉะ เมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือนจึงเริ่มให้ปุ๋ยเคมีสัปดาห์เว้นสัปดาห์ จนต้นกล้าอายุ 3.5-4 เดือนจึงย้ายลงแปลง
  2. ย้ายปลูก ปลูกหลุมละ 5-7 ต้น ระยะ 30 x 30 เซนติเมตร (รายงานปี 2555 ใช้หลุมละ 5 ต้น ระยะ 25 x 30 เซนติเมตร)
  3. ใส่ปุ๋ย หลังปลูก 70 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 หรือ 13-0-26 อัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ และคลุมแปลงด้วยฟางข้าวเพื่อรักษาความชื้น
  4. ตัดครั้งแรก หลังปลูก 1 เดือน ให้ตัดเสมอพื้นดินเพื่อเร่งการแตกกอ จากนั้นตัดเมื่อใบยาวได้ขนาด ประมาณ 45 วันต่อรอบสำหรับกุยช่ายเขียว

ถ้าท่านไม่อยากเพาะกล้าเองให้เสียเวลา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่ากุยช่ายขาวเก็บเกี่ยวได้หลังย้ายปลูกจากการแยกกอ 3 เดือน วิธีแยกกอจากแปลงเดิมจึงเร็วกว่าการเพาะจากเมล็ด ส่วนกุยช่ายไต้หวันที่กินก้านดอก ระบุว่าเก็บได้หลัง 120 วันจากย้ายปลูก หรือ 90 วันจากการแยกกอ

ขั้นตอนตัวเลขที่ระบุในแหล่งข้อมูลแหล่ง
อายุต้นกล้าก่อนย้ายปลูก3.5-4 เดือนสวพ. มทร.สุวรรณภูมิ 2557
จำนวนต้นต่อหลุม5-7 ต้น (ทดลองปี 2555 ใช้ 5 ต้น)มทร.สุวรรณภูมิ 2555/2557
ระยะปลูก30 x 30 ซม. (ทดลองใช้ 25 x 30 ซม.)มทร.สุวรรณภูมิ 2555/2557
ปุ๋ยหลังปลูก 70 วัน21-0-0 หรือ 13-0-26 อัตรา 10-15 กก./ไร่มทร.สุวรรณภูมิ 2557
ตัดครั้งแรก1 เดือนหลังปลูก ตัดเสมอพื้นดินมทร.สุวรรณภูมิ 2557
รอบตัดกุยช่ายเขียวประมาณ 45 วันมทร.สุวรรณภูมิ 2555
กุยช่ายขาวจากการแยกกอเก็บได้หลังย้ายปลูก 3 เดือนสวพส. (HRDI)

ตัวอย่างคำนวณจำนวนหลุมและต้นกล้าต่อไร่

ตัวอย่างนี้เป็นเลขคณิตเพื่อประเมินล่วงหน้า ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย ที่ดิน 1 ไร่มี 1,600 ตารางเมตร ระยะ 30 x 30 เซนติเมตรใช้พื้นที่หลุมละ 0.09 ตารางเมตร ถ้าปลูกเต็มพื้นที่จะได้ราว 17,778 หลุม แต่ในแปลงจริงต้องเว้นทางเดินและร่องน้ำ สมมติว่าใช้พื้นที่ปลูกจริงประมาณ 80% (ตัวเลขสมมติ) จะเหลือราว 14,200 หลุม ถ้าหลุมละ 5 ต้นก็ต้องใช้ต้นกล้าราว 71,000 ต้น ถ้าหลุมละ 7 ต้นก็ราว 99,000 ต้น ท่านควรคำนวณซ้ำด้วยขนาดแปลงจริงก่อนสั่งกล้าหรือเตรียมกอพันธุ์

พันธุ์ที่ควรรู้จักก่อนเลือกกล้า

รายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ปี 2557 เปรียบเทียบกุยช่าย 3 พันธุ์ คือ คลองม่วง ญี่ปุ่น และแต้จิ๋ว ในแปลงขนาด 1.20 x 12 เมตร ระยะ 25 x 30 เซนติเมตร ทดลอง 3 ปีตั้งแต่ ต.ค. 2555 ถึง ก.ย. 2558 ผลสรุปว่าพันธุ์คลองม่วงให้ผลผลิตสูงสุดในแทบทุกวิธีการผลิต ตัวอย่างเช่น ตัดกุยช่ายเขียววันที่ 6 พฤษภาคม 2557 พันธุ์คลองม่วงได้ 759.25 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ญี่ปุ่นได้ 146.65 และแต้จิ๋ว 172.24 กิโลกรัมต่อไร่ (ผลผลิตต่อการตัด 1 ครั้ง วิธีผลิตแบบปกติ)

ข้อสังเกตจากงานนี้อีกข้อคือ ปัญหาที่เกษตรกรเจอมักมาจากการเก็บเมล็ดหรือกอพันธุ์ไว้ปลูกเอง และปลูกในพื้นที่เดิมติดต่อกันหลายปี ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรคราสนิม ผลผลิตลดลง ดังนั้นการเปลี่ยนแหล่งพันธุ์หรือพักแปลงบ้างจึงเป็นเรื่องที่ควรคิดไว้ ไม่ใช่เพิ่งคิดเมื่อโรคระบาดแล้ว

ทำกุยช่ายขาวอย่างไร

กุยช่ายขาวคือกุยช่ายชนิดเดียวกับกุยช่ายเขียว แต่ถูกบังแสงขณะที่แตกใบใหม่ ใบจึงไม่สร้างสีเขียว ได้ใบสีเหลืองอ่อนถึงขาว นุ่มกว่า และใช้เวลาสั้นกว่ามาก รายงานปี 2555 ระบุว่ากุยช่ายขาวใช้เวลา 10 วันหลังครอบ ใบจึงยาวได้ 25-30 เซนติเมตรตามที่ตลาดต้องการ (สวพส. ก็ระบุความยาวใบ 25-30 เซนติเมตรเป็นขนาดชั้นหนึ่งเช่นกัน) ในขณะที่กุยช่ายเขียวใช้ 45 วัน

เปรียบเทียบภาชนะที่ใช้ครอบ

งานทดลองปี 2555 ทดลองครอบกุยช่ายด้วยกระถางดินเผา กระถางพลาสติก และกระถางดินเผาร่วมกับตาข่ายพรางแสง ผลคือกระถางดินเผาครอบร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ให้กุยช่ายขาวสูงสุด 2,406.40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เหตุผลที่รายงานให้ไว้คือตาข่ายช่วยพรางแสงให้กระถางดินเผา ทำให้อุณหภูมิภายในกระถางต่ำลง พูดง่าย ๆ คือกระถางดินเผากลางแดดร้อนได้ การคลุมตาข่ายทับจึงเป็นรายละเอียดเล็กที่รายงานชี้ว่าให้ผลต่างกันจริง

รายการกุยช่ายเขียวกุยช่ายขาว
เวลาจากตัดจนถึงเก็บรอบถัดไปประมาณ 45 วันประมาณ 10 วันหลังครอบ
ความยาวใบที่ตลาดต้องการตามขนาดตลาด25-30 ซม.
ผลผลิตทดลอง 1 ปี (กก./ไร่)7,641.60-7,699.202,140.80-2,406.40
สิ่งที่ต้องเพิ่มไม่ต้องใช้ภาชนะครอบกระถางดินเผา ตาข่ายพรางแสง 60% และแรงงานครอบ

รายงานระบุว่าทั้งเขียวและขาวตัดสลับกันบนแปลงเดียวกัน ตลอด 1 ปีในงานทดลอง จึงเป็นการตัดเขียวและตัดขาวชนิดละประมาณ 6 รอบ ผู้เขียนอยากให้สังเกตตัวเลขอัตราส่วนว่า กุยช่ายขาวได้น้ำหนักน้อยกว่าเขียวราว 3 เท่าเมื่อรวมทั้งปี ราคาต่อกิโลกรัมที่สูงกว่าจึงต้องมากพอจะชดเชยทั้งน้ำหนักที่น้อยกว่าและแรงงานครอบกระถาง

ตัวอย่างประเมินรายได้ต่อไร่แบบง่าย

รายงาน มทร.สุวรรณภูมิ อ้างงานวิจัยเก่า (ปี 1986) ว่าเกษตรกรปลูกกุยช่ายมีรายได้จากการจำหน่ายประมาณ 20,000 บาทต่อไร่ต่อปี ตัวเลขนี้เก่ามากและผู้เขียนไม่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ เพราะราคาและต้นทุนปัจจุบันต่างไปแล้ว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือใช้สูตรจากผลผลิตทดลองคูณราคาที่ท่านขายได้จริงในพื้นที่

ราคาสมมติ (บาท/กก.)รายได้กุยช่ายเขียว 7,641 กก.รายได้กุยช่ายขาว 2,141 กก.
1076,41021,410
20152,82042,820
30229,23064,230

ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคิด ราคาที่ใส่ไม่ใช่ราคาตลาด และผลผลิตมาจากแปลงทดลองขนาดเล็กที่ดูแลใกล้ชิด การนำไปคูณกับพื้นที่ 1 ไร่ตรง ๆ จะประเมินสูงเกินจริงได้ง่าย แปลงใหญ่จะมีทางเดิน ต้นหาย และตัดไม่ทันรอบ ท่านควรจดผลผลิตจริง 2-3 รอบแรกบนแปลงเล็กก่อน แล้วค่อยขยาย ราคาขายส่งและขายปลีกกุยช่ายขึ้นลงตามฤดูและตลาด ผู้เขียนไม่พบแหล่งที่ระบุราคาอ้างอิงพร้อมวันที่ จึงไม่ใส่ราคาจริงในบทความนี้ ให้เช็กกับตลาดสดหรือพ่อค้ารับซื้อใกล้ท่าน

โรคราสนิม ศัตรูที่พบบ่อยที่สุด

รายงาน สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ระบุว่าโรคราสนิม (เชื้อรา Puccinia allii) เป็นโรคหลักที่ระบาดในกุยช่าย มักพบช่วงฝนชุกและอากาศเย็น เกษตรกรจึงต้องใช้สารเคมีฉีดป้องกันและถ้าระบาดมากก็รื้อแปลงปลูกใหม่ แนวทางป้องกันกำจัดที่ระบุไว้มีดังนี้

  • ปลูกสายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม
  • ไม่ปลูกหนาแน่นเกินไป เพื่อให้ลมผ่านและใบแห้งเร็ว
  • เก็บเศษใบและต้นที่เป็นโรคออกไปเผาทำลาย หรือนำออกจากแปลงให้หมด

เรื่องสารเคมี ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ เพราะแหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านไม่ได้ให้ชื่อสารเป็นคำแนะนำ หากจำเป็นต้องใช้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ครบ โดยเฉพาะระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว เพราะกุยช่ายตัดบ่อยมาก ถ้าฉีดแล้วตัดเร็วเกินไปจะมีสารตกค้างได้

ในงานทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิ ที่ใช้เวลา 3 ปี ผู้วิจัยรายงานว่าไม่พบการระบาดของโรคราสนิมตลอดการทดลอง แต่นี่เป็นผลของแปลงทดลองแห่งเดียว ไม่ได้หมายความว่าแปลงของท่านจะปลอดโรคเช่นกัน ถ้าฝนชุกและอากาศเย็น ควรเดินดูใบทุกวันที่เข้าแปลง สังเกตจุดตุ่มสีส้มหรือสนิมที่ใบ

เมื่อไรควรรื้อแปลงปลูกใหม่

ตามที่รายงานอ้างอิง แปลงกุยช่ายผลิตเขียวและขาวสลับกันได้ราว 3 ปี เมื่อสังเกตว่าต้นเล็กลง ไม่สมบูรณ์ ให้รื้อแปลงปลูกใหม่ สิ่งที่มือใหม่มักทำผิดคือรื้อช้า เพราะเสียดายแปลงที่ลงทุนไปแล้ว ทั้งที่ผลผลิตต่อรอบตกลงเรื่อย ๆ และแปลงเก่ามักเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค วิธีง่าย ๆ คือจดน้ำหนักที่ตัดได้ทุกรอบ ถ้าสามรอบติดกันน้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องและใบเรียวเล็กลง นั่นคือสัญญาณให้เริ่มวางแผนเตรียมแปลงใหม่ในพื้นที่ข้างเคียง

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มปลูกกุยช่ายขาย

  • เลือกแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ไม่เก็บพันธุ์จากแปลงเก่าที่เป็นโรคมาปลูกต่อ
  • เตรียมแปลงให้ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขัง เพราะหน้าฝนเสี่ยงโรค
  • มีน้ำให้รดสม่ำเสมอ ในงานทดลองรดน้ำทุกวันตลอดการทดลอง
  • ถ้าจะทำกุยช่ายขาว เตรียมกระถางดินเผาขนาดราว 20 x 40 เซนติเมตร และตาข่ายพรางแสง 60% ตามที่ใช้ในงานทดลอง
  • ติดต่อผู้รับซื้อหรือตลาดไว้ก่อน เพราะกุยช่ายเก็บได้ไม่นาน ตัดแล้วต้องขายเร็ว
  • จดน้ำหนักและวันที่ตัดทุกรอบ เพื่อคำนวณกำไรจริงและรู้ว่าต้องรื้อแปลงเมื่อไร

เรื่องการเก็บรักษา สวพส. แนะนำว่ากุยช่ายขาวควรเก็บในที่ไม่มีแสง คลุมด้วยกระดาษ เพราะแสงจะทำให้ใบเริ่มเขียวและราคาตก ในทางปฏิบัติ ถ้ากระถางที่ครอบมีรอยรั่วให้แสงลอดเข้าไปได้ ใบมีโอกาสออกเขียวเป็นหย่อม ๆ ควรตรวจกระถางทุกวันและกลบรอยที่ขอบด้วยดินหรือวัสดุเดียวกัน

ปลูกคู่กับพืชอะไรในแปลงเดียวกัน หรือวางแผนต่อ

กุยช่ายเป็นพืชตระกูลหอม ในหน้าหนาวมีผักตระกูลเดียวกันและผักใกล้เคียงให้เลือกปลูกควบคู่เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านราคา เช่น วิธีปลูกกระเทียมสำหรับมือใหม่ หรือถ้าสนใจพืชกลุ่มต้นหอม อ่านเปรียบเทียบ ต้นหอมญี่ปุ่นกับต้นหอมไทย ปลูกขายส่งร้านอาหารต่างกันตรงไหน ส่วนคื่นฉ่ายที่ DOAE จัดว่าเป็นผักหน้าหนาวเหมือนกัน มีข้อควรรู้เรื่องความร้อนในที่ราบ ดูได้ใน ทำไมคื่นฉ่ายปลูกที่ราบร้อนแล้วต้นลีบ และถ้าอยากวางแผนทั้งปีว่าจะปลูกอะไรต่อจากกุยช่ายที่ตัดได้หลายรอบ ลองดู ทำแผนฟาร์ม 12 เดือน ประกอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนปลูกกุยช่าย

  • เก็บพันธุ์จากแปลงเดิมมาปลูกต่อหลายปี จนต้นอ่อนแอและเป็นราสนิมง่าย
  • ปลูกถี่เกินไป ใบแห้งช้า โรคระบาดเร็วกว่าที่ควร
  • ตัดสูงเกินไปหรือไม่ตัดเสมอพื้นดินในครั้งแรก ทำให้กอแตกน้อย
  • ครอบกระถางไม่สนิท แสงเข้า กุยช่ายขาวกลายเป็นสีเขียวอ่อน ราคาตก
  • ฉีดสารแล้วเก็บเกี่ยวเร็วกว่าระยะหยุดใช้ตามฉลาก
  • รื้อแปลงช้า จนผลผลิตต่อรอบลดลงทั้งที่ยังจ่ายค่าน้ำค่าแรงเท่าเดิม

สรุป

กุยช่ายเป็นผักหน้าหนาวที่ตัดได้ต่อเนื่องราว 3 ปีต่อการปลูกหนึ่งครั้ง รอบตัดเขียวราว 45 วัน กุยช่ายขาวใช้เวลา 10 วันหลังครอบกระถางดินเผากับตาข่ายพรางแสง 60% ผลทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิให้ผลผลิตต่อปีสูงสุดตามตัวเลขข้างต้น แต่เป็นแปลงทดลอง ท่านควรลองแปลงเล็ก จดผลผลิตจริง เช็กราคาตลาดใกล้ตัว และระวังราสนิมช่วงฝนชุกอากาศเย็น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.สุวรรณภูมิ (ปี 2555) — รายงานการใช้ภาชนะบังแสงผลิตกุยช่ายขาว ผลผลิตเขียวและขาวต่อไร่ต่อปี (https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2555/25552391441140.pdf)
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.สุวรรณภูมิ (ปี 2557) — รายงานเปรียบเทียบพันธุ์กุยช่าย 3 พันธุ์ วิธีปลูก โรคราสนิม และอายุแปลง (https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2557/2557239875502.pdf)
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) คลังความรู้ — กุยช่ายขาวและดอกกุยช่ายไต้หวัน อายุเก็บเกี่ยวและขนาดผลผลิต (https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/72 และ https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/73)
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ ESC — ผักที่เหมาะปลูกฤดูหนาว ตุลาคม-มกราคม (https://esc.doae.go.th/ปลูกผักฤดูหนาว/)
  • 📄หอสมุดชาวนาไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ผักที่ควรปลูกช่วงพฤศจิกายน-มกราคม (https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/5b0632f69f3c106b14260dea)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

กุยช่ายตัดได้กี่รอบต่อปี

ในงานทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิ รอบตัดกุยช่ายเขียวห่างกันประมาณ 45 วัน และกุยช่ายขาวใช้ 10 วันหลังครอบ ตัดสลับกันตลอดปี ได้ชนิดละราว 6 ครั้งต่อปีตามแผนการทดลอง แปลงของเกษตรกรจริงจะได้กี่รอบขึ้นกับฤดู น้ำ ปุ๋ย และโรค

กุยช่ายขาวต่างจากกุยช่ายเขียวอย่างไร

เป็นพืชชนิดเดียวกัน ต่างกันที่กุยช่ายขาวถูกครอบให้ไม่โดนแสง ใบจึงไม่เป็นสีเขียว ใบยาว 25-30 เซนติเมตรหลังครอบประมาณ 10 วัน ผลผลิตรวมต่อปีน้อยกว่าเขียวในงานทดลอง แต่ใช้เวลารอบสั้นกว่า

ใช้กระถางแบบไหนครอบกุยช่ายขาวดีที่สุด

งานทดลองปี 2555 พบว่ากระถางดินเผาครอบร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ให้ผลผลิตกุยช่ายขาวสูงสุดที่ 2,406.40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เทียบกับกระถางพลาสติกและกระถางดินเผาอย่างเดียว

ควรปลูกกุยช่ายช่วงไหน

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกุยช่ายเป็นพืชผักหน้าหนาว (ตุลาคม-มกราคม) ส่วน มก. ระบุพฤศจิกายน-มกราคม ปลูกนอกช่วงนี้ก็ได้ แต่หน้าฝนและอากาศเย็นชื้นต้องระวังโรคราสนิมมากขึ้น

กุยช่ายเป็นโรคราสนิมต้องทำอย่างไร

เก็บใบและต้นที่เป็นโรคออกไปเผาหรือนำออกจากแปลง ไม่ปลูกหนาแน่น ใช้พันธุ์ที่ต้านทาน หากต้องใช้สารเคมีให้ปรึกษาเกษตรอำเภอและยึดฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว

แปลงกุยช่ายอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนต้องปลูกใหม่

รายงานที่อ้างอิงระบุราว 3 ปี เมื่อต้นเล็กลงและไม่สมบูรณ์ให้รื้อแปลงปลูกใหม่ ควรเตรียมแปลงใหม่ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ขาดผลผลิตช่วงเปลี่ยนแปลง