คำตอบสั้น ๆ
กุยช่ายเป็นพืชปลูกครั้งเดียวตัดได้หลายรอบ ส่วนกุยช่ายขาวต้องคลุมแปลงไม่ให้โดนแสง บทความนี้รวมวิธีจากรายงานวิจัยและหน่วยงานรัฐ พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนที่ระบุที่มาของตัวเลข
คำตอบเร็ว: กุยช่ายเป็นพืชหลายฤดู ปลูกครั้งเดียวตัดได้ต่อเนื่องราว 3 ปี จนต้นเล็กลงจึงรื้อแปลงปลูกใหม่ งานทดลองของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิตัดกุยช่ายเขียวทุกประมาณ 45 วัน และทำกุยช่ายขาวด้วยการครอบกระถางดินเผาร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ประมาณ 10 วัน ใบจะยาว 25-30 เซนติเมตร ผลทดลอง 1 ปีได้กุยช่ายเขียวเฉลี่ย 7,641-7,699 กิโลกรัมต่อไร่ และกุยช่ายขาว 2,141-2,406 กิโลกรัมต่อไร่ ตัวเลขนี้มาจากแปลงทดลอง แปลงเกษตรกรจริงอาจต่างกันได้ ส่วนราคาขายผันผวนตามฤดูและพื้นที่ จึงต้องเช็กราคาตลาดของท่านเอง
กุยช่ายคือพืชอะไร ทำไมตัดได้หลายรอบ
กุยช่าย (Allium tuberosum) อยู่วงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม คนไทยกินทั้งใบ ก้านดอก และกุยช่ายขาวที่ได้จากการบังแสง จุดเด่นของพืชชนิดนี้คือเป็นพืชหลายฤดู ต้นเป็นกอ เมื่อตัดแล้วจะแตกใบใหม่จากโคนกอ เกษตรกรจึงไม่ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ทุกครั้งที่เก็บ รายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ระบุว่าปลูกครั้งหนึ่งเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องถึง 3 ปี และเกษตรกรผลิตทั้งกุยช่ายเขียวและกุยช่ายขาวสลับกันบนแปลงเดียวกัน
หัวใจของการทำเงินจากกุยช่ายจึงอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ ปลูกให้กอแข็งแรง ตัดให้ถูกจังหวะ และเลือกว่าจะส่งเป็นเขียวหรือขาว งานนี้ไม่ใช่งานที่ลงทุนมาก แต่ต้องเข้าแปลงบ่อย เพราะรอบตัดสั้น และงานบังแสงทำกุยช่ายขาวต้องมีแรงงานมาครอบ-เปิดกระถางตามวัน
ฤดูไหนเหมาะปลูก
กรมส่งเสริมการเกษตร (ศูนย์ ESC) จัดกุยช่ายไว้ในกลุ่มพืชผักที่เจริญเติบโตดีช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ตุลาคมถึงมกราคม ส่วนเอกสารของ มก. (หอสมุดชาวนาไทย) ระบุช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ปลายปีจึงเป็นเวลาที่วางแผนเริ่มแปลงใหม่ได้ดี ผู้เขียนขอเตือนว่ากุยช่ายไม่ได้ปลูกได้เฉพาะหน้าหนาว เพราะงานทดลองที่กล่าวถึงข้างบนเก็บผลผลิตตลอดปีทั้งหน้าร้อนและหน้าฝน เพียงแต่หน้าฝนต้องระวังโรคมากกว่า (อธิบายในหัวข้อโรคราสนิม)
ขั้นตอนปลูกกุยช่ายตั้งแต่เพาะกล้าถึงตัดครั้งแรก
ข้อมูลในหัวข้อนี้อ้างอิงรายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ปี 2557 ซึ่งรวบรวมวิธีปลูกมาตรฐานไว้ แล้วทดลองจริงที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
- เพาะกล้า รดน้ำบ่อย ๆ แต่ไม่ให้แฉะ เมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือนจึงเริ่มให้ปุ๋ยเคมีสัปดาห์เว้นสัปดาห์ จนต้นกล้าอายุ 3.5-4 เดือนจึงย้ายลงแปลง
- ย้ายปลูก ปลูกหลุมละ 5-7 ต้น ระยะ 30 x 30 เซนติเมตร (รายงานปี 2555 ใช้หลุมละ 5 ต้น ระยะ 25 x 30 เซนติเมตร)
- ใส่ปุ๋ย หลังปลูก 70 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 หรือ 13-0-26 อัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ และคลุมแปลงด้วยฟางข้าวเพื่อรักษาความชื้น
- ตัดครั้งแรก หลังปลูก 1 เดือน ให้ตัดเสมอพื้นดินเพื่อเร่งการแตกกอ จากนั้นตัดเมื่อใบยาวได้ขนาด ประมาณ 45 วันต่อรอบสำหรับกุยช่ายเขียว
ถ้าท่านไม่อยากเพาะกล้าเองให้เสียเวลา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่ากุยช่ายขาวเก็บเกี่ยวได้หลังย้ายปลูกจากการแยกกอ 3 เดือน วิธีแยกกอจากแปลงเดิมจึงเร็วกว่าการเพาะจากเมล็ด ส่วนกุยช่ายไต้หวันที่กินก้านดอก ระบุว่าเก็บได้หลัง 120 วันจากย้ายปลูก หรือ 90 วันจากการแยกกอ
| ขั้นตอน | ตัวเลขที่ระบุในแหล่งข้อมูล | แหล่ง |
|---|---|---|
| อายุต้นกล้าก่อนย้ายปลูก | 3.5-4 เดือน | สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ 2557 |
| จำนวนต้นต่อหลุม | 5-7 ต้น (ทดลองปี 2555 ใช้ 5 ต้น) | มทร.สุวรรณภูมิ 2555/2557 |
| ระยะปลูก | 30 x 30 ซม. (ทดลองใช้ 25 x 30 ซม.) | มทร.สุวรรณภูมิ 2555/2557 |
| ปุ๋ยหลังปลูก 70 วัน | 21-0-0 หรือ 13-0-26 อัตรา 10-15 กก./ไร่ | มทร.สุวรรณภูมิ 2557 |
| ตัดครั้งแรก | 1 เดือนหลังปลูก ตัดเสมอพื้นดิน | มทร.สุวรรณภูมิ 2557 |
| รอบตัดกุยช่ายเขียว | ประมาณ 45 วัน | มทร.สุวรรณภูมิ 2555 |
| กุยช่ายขาวจากการแยกกอ | เก็บได้หลังย้ายปลูก 3 เดือน | สวพส. (HRDI) |
ตัวอย่างคำนวณจำนวนหลุมและต้นกล้าต่อไร่
ตัวอย่างนี้เป็นเลขคณิตเพื่อประเมินล่วงหน้า ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย ที่ดิน 1 ไร่มี 1,600 ตารางเมตร ระยะ 30 x 30 เซนติเมตรใช้พื้นที่หลุมละ 0.09 ตารางเมตร ถ้าปลูกเต็มพื้นที่จะได้ราว 17,778 หลุม แต่ในแปลงจริงต้องเว้นทางเดินและร่องน้ำ สมมติว่าใช้พื้นที่ปลูกจริงประมาณ 80% (ตัวเลขสมมติ) จะเหลือราว 14,200 หลุม ถ้าหลุมละ 5 ต้นก็ต้องใช้ต้นกล้าราว 71,000 ต้น ถ้าหลุมละ 7 ต้นก็ราว 99,000 ต้น ท่านควรคำนวณซ้ำด้วยขนาดแปลงจริงก่อนสั่งกล้าหรือเตรียมกอพันธุ์
พันธุ์ที่ควรรู้จักก่อนเลือกกล้า
รายงานของ สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ปี 2557 เปรียบเทียบกุยช่าย 3 พันธุ์ คือ คลองม่วง ญี่ปุ่น และแต้จิ๋ว ในแปลงขนาด 1.20 x 12 เมตร ระยะ 25 x 30 เซนติเมตร ทดลอง 3 ปีตั้งแต่ ต.ค. 2555 ถึง ก.ย. 2558 ผลสรุปว่าพันธุ์คลองม่วงให้ผลผลิตสูงสุดในแทบทุกวิธีการผลิต ตัวอย่างเช่น ตัดกุยช่ายเขียววันที่ 6 พฤษภาคม 2557 พันธุ์คลองม่วงได้ 759.25 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ญี่ปุ่นได้ 146.65 และแต้จิ๋ว 172.24 กิโลกรัมต่อไร่ (ผลผลิตต่อการตัด 1 ครั้ง วิธีผลิตแบบปกติ)
ข้อสังเกตจากงานนี้อีกข้อคือ ปัญหาที่เกษตรกรเจอมักมาจากการเก็บเมล็ดหรือกอพันธุ์ไว้ปลูกเอง และปลูกในพื้นที่เดิมติดต่อกันหลายปี ทำให้ต้นอ่อนแอต่อโรคราสนิม ผลผลิตลดลง ดังนั้นการเปลี่ยนแหล่งพันธุ์หรือพักแปลงบ้างจึงเป็นเรื่องที่ควรคิดไว้ ไม่ใช่เพิ่งคิดเมื่อโรคระบาดแล้ว
ทำกุยช่ายขาวอย่างไร
กุยช่ายขาวคือกุยช่ายชนิดเดียวกับกุยช่ายเขียว แต่ถูกบังแสงขณะที่แตกใบใหม่ ใบจึงไม่สร้างสีเขียว ได้ใบสีเหลืองอ่อนถึงขาว นุ่มกว่า และใช้เวลาสั้นกว่ามาก รายงานปี 2555 ระบุว่ากุยช่ายขาวใช้เวลา 10 วันหลังครอบ ใบจึงยาวได้ 25-30 เซนติเมตรตามที่ตลาดต้องการ (สวพส. ก็ระบุความยาวใบ 25-30 เซนติเมตรเป็นขนาดชั้นหนึ่งเช่นกัน) ในขณะที่กุยช่ายเขียวใช้ 45 วัน
เปรียบเทียบภาชนะที่ใช้ครอบ
งานทดลองปี 2555 ทดลองครอบกุยช่ายด้วยกระถางดินเผา กระถางพลาสติก และกระถางดินเผาร่วมกับตาข่ายพรางแสง ผลคือกระถางดินเผาครอบร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ให้กุยช่ายขาวสูงสุด 2,406.40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เหตุผลที่รายงานให้ไว้คือตาข่ายช่วยพรางแสงให้กระถางดินเผา ทำให้อุณหภูมิภายในกระถางต่ำลง พูดง่าย ๆ คือกระถางดินเผากลางแดดร้อนได้ การคลุมตาข่ายทับจึงเป็นรายละเอียดเล็กที่รายงานชี้ว่าให้ผลต่างกันจริง
| รายการ | กุยช่ายเขียว | กุยช่ายขาว |
|---|---|---|
| เวลาจากตัดจนถึงเก็บรอบถัดไป | ประมาณ 45 วัน | ประมาณ 10 วันหลังครอบ |
| ความยาวใบที่ตลาดต้องการ | ตามขนาดตลาด | 25-30 ซม. |
| ผลผลิตทดลอง 1 ปี (กก./ไร่) | 7,641.60-7,699.20 | 2,140.80-2,406.40 |
| สิ่งที่ต้องเพิ่ม | ไม่ต้องใช้ภาชนะครอบ | กระถางดินเผา ตาข่ายพรางแสง 60% และแรงงานครอบ |
รายงานระบุว่าทั้งเขียวและขาวตัดสลับกันบนแปลงเดียวกัน ตลอด 1 ปีในงานทดลอง จึงเป็นการตัดเขียวและตัดขาวชนิดละประมาณ 6 รอบ ผู้เขียนอยากให้สังเกตตัวเลขอัตราส่วนว่า กุยช่ายขาวได้น้ำหนักน้อยกว่าเขียวราว 3 เท่าเมื่อรวมทั้งปี ราคาต่อกิโลกรัมที่สูงกว่าจึงต้องมากพอจะชดเชยทั้งน้ำหนักที่น้อยกว่าและแรงงานครอบกระถาง
ตัวอย่างประเมินรายได้ต่อไร่แบบง่าย
รายงาน มทร.สุวรรณภูมิ อ้างงานวิจัยเก่า (ปี 1986) ว่าเกษตรกรปลูกกุยช่ายมีรายได้จากการจำหน่ายประมาณ 20,000 บาทต่อไร่ต่อปี ตัวเลขนี้เก่ามากและผู้เขียนไม่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ เพราะราคาและต้นทุนปัจจุบันต่างไปแล้ว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือใช้สูตรจากผลผลิตทดลองคูณราคาที่ท่านขายได้จริงในพื้นที่
| ราคาสมมติ (บาท/กก.) | รายได้กุยช่ายเขียว 7,641 กก. | รายได้กุยช่ายขาว 2,141 กก. |
|---|---|---|
| 10 | 76,410 | 21,410 |
| 20 | 152,820 | 42,820 |
| 30 | 229,230 | 64,230 |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคิด ราคาที่ใส่ไม่ใช่ราคาตลาด และผลผลิตมาจากแปลงทดลองขนาดเล็กที่ดูแลใกล้ชิด การนำไปคูณกับพื้นที่ 1 ไร่ตรง ๆ จะประเมินสูงเกินจริงได้ง่าย แปลงใหญ่จะมีทางเดิน ต้นหาย และตัดไม่ทันรอบ ท่านควรจดผลผลิตจริง 2-3 รอบแรกบนแปลงเล็กก่อน แล้วค่อยขยาย ราคาขายส่งและขายปลีกกุยช่ายขึ้นลงตามฤดูและตลาด ผู้เขียนไม่พบแหล่งที่ระบุราคาอ้างอิงพร้อมวันที่ จึงไม่ใส่ราคาจริงในบทความนี้ ให้เช็กกับตลาดสดหรือพ่อค้ารับซื้อใกล้ท่าน
โรคราสนิม ศัตรูที่พบบ่อยที่สุด
รายงาน สวพ. มทร.สุวรรณภูมิ ระบุว่าโรคราสนิม (เชื้อรา Puccinia allii) เป็นโรคหลักที่ระบาดในกุยช่าย มักพบช่วงฝนชุกและอากาศเย็น เกษตรกรจึงต้องใช้สารเคมีฉีดป้องกันและถ้าระบาดมากก็รื้อแปลงปลูกใหม่ แนวทางป้องกันกำจัดที่ระบุไว้มีดังนี้
- ปลูกสายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม
- ไม่ปลูกหนาแน่นเกินไป เพื่อให้ลมผ่านและใบแห้งเร็ว
- เก็บเศษใบและต้นที่เป็นโรคออกไปเผาทำลาย หรือนำออกจากแปลงให้หมด
เรื่องสารเคมี ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ เพราะแหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านไม่ได้ให้ชื่อสารเป็นคำแนะนำ หากจำเป็นต้องใช้ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ครบ โดยเฉพาะระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว เพราะกุยช่ายตัดบ่อยมาก ถ้าฉีดแล้วตัดเร็วเกินไปจะมีสารตกค้างได้
ในงานทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิ ที่ใช้เวลา 3 ปี ผู้วิจัยรายงานว่าไม่พบการระบาดของโรคราสนิมตลอดการทดลอง แต่นี่เป็นผลของแปลงทดลองแห่งเดียว ไม่ได้หมายความว่าแปลงของท่านจะปลอดโรคเช่นกัน ถ้าฝนชุกและอากาศเย็น ควรเดินดูใบทุกวันที่เข้าแปลง สังเกตจุดตุ่มสีส้มหรือสนิมที่ใบ
เมื่อไรควรรื้อแปลงปลูกใหม่
ตามที่รายงานอ้างอิง แปลงกุยช่ายผลิตเขียวและขาวสลับกันได้ราว 3 ปี เมื่อสังเกตว่าต้นเล็กลง ไม่สมบูรณ์ ให้รื้อแปลงปลูกใหม่ สิ่งที่มือใหม่มักทำผิดคือรื้อช้า เพราะเสียดายแปลงที่ลงทุนไปแล้ว ทั้งที่ผลผลิตต่อรอบตกลงเรื่อย ๆ และแปลงเก่ามักเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค วิธีง่าย ๆ คือจดน้ำหนักที่ตัดได้ทุกรอบ ถ้าสามรอบติดกันน้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องและใบเรียวเล็กลง นั่นคือสัญญาณให้เริ่มวางแผนเตรียมแปลงใหม่ในพื้นที่ข้างเคียง
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มปลูกกุยช่ายขาย
- เลือกแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ไม่เก็บพันธุ์จากแปลงเก่าที่เป็นโรคมาปลูกต่อ
- เตรียมแปลงให้ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำขัง เพราะหน้าฝนเสี่ยงโรค
- มีน้ำให้รดสม่ำเสมอ ในงานทดลองรดน้ำทุกวันตลอดการทดลอง
- ถ้าจะทำกุยช่ายขาว เตรียมกระถางดินเผาขนาดราว 20 x 40 เซนติเมตร และตาข่ายพรางแสง 60% ตามที่ใช้ในงานทดลอง
- ติดต่อผู้รับซื้อหรือตลาดไว้ก่อน เพราะกุยช่ายเก็บได้ไม่นาน ตัดแล้วต้องขายเร็ว
- จดน้ำหนักและวันที่ตัดทุกรอบ เพื่อคำนวณกำไรจริงและรู้ว่าต้องรื้อแปลงเมื่อไร
เรื่องการเก็บรักษา สวพส. แนะนำว่ากุยช่ายขาวควรเก็บในที่ไม่มีแสง คลุมด้วยกระดาษ เพราะแสงจะทำให้ใบเริ่มเขียวและราคาตก ในทางปฏิบัติ ถ้ากระถางที่ครอบมีรอยรั่วให้แสงลอดเข้าไปได้ ใบมีโอกาสออกเขียวเป็นหย่อม ๆ ควรตรวจกระถางทุกวันและกลบรอยที่ขอบด้วยดินหรือวัสดุเดียวกัน
ปลูกคู่กับพืชอะไรในแปลงเดียวกัน หรือวางแผนต่อ
กุยช่ายเป็นพืชตระกูลหอม ในหน้าหนาวมีผักตระกูลเดียวกันและผักใกล้เคียงให้เลือกปลูกควบคู่เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านราคา เช่น วิธีปลูกกระเทียมสำหรับมือใหม่ หรือถ้าสนใจพืชกลุ่มต้นหอม อ่านเปรียบเทียบ ต้นหอมญี่ปุ่นกับต้นหอมไทย ปลูกขายส่งร้านอาหารต่างกันตรงไหน ส่วนคื่นฉ่ายที่ DOAE จัดว่าเป็นผักหน้าหนาวเหมือนกัน มีข้อควรรู้เรื่องความร้อนในที่ราบ ดูได้ใน ทำไมคื่นฉ่ายปลูกที่ราบร้อนแล้วต้นลีบ และถ้าอยากวางแผนทั้งปีว่าจะปลูกอะไรต่อจากกุยช่ายที่ตัดได้หลายรอบ ลองดู ทำแผนฟาร์ม 12 เดือน ประกอบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนปลูกกุยช่าย
- เก็บพันธุ์จากแปลงเดิมมาปลูกต่อหลายปี จนต้นอ่อนแอและเป็นราสนิมง่าย
- ปลูกถี่เกินไป ใบแห้งช้า โรคระบาดเร็วกว่าที่ควร
- ตัดสูงเกินไปหรือไม่ตัดเสมอพื้นดินในครั้งแรก ทำให้กอแตกน้อย
- ครอบกระถางไม่สนิท แสงเข้า กุยช่ายขาวกลายเป็นสีเขียวอ่อน ราคาตก
- ฉีดสารแล้วเก็บเกี่ยวเร็วกว่าระยะหยุดใช้ตามฉลาก
- รื้อแปลงช้า จนผลผลิตต่อรอบลดลงทั้งที่ยังจ่ายค่าน้ำค่าแรงเท่าเดิม
สรุป
กุยช่ายเป็นผักหน้าหนาวที่ตัดได้ต่อเนื่องราว 3 ปีต่อการปลูกหนึ่งครั้ง รอบตัดเขียวราว 45 วัน กุยช่ายขาวใช้เวลา 10 วันหลังครอบกระถางดินเผากับตาข่ายพรางแสง 60% ผลทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิให้ผลผลิตต่อปีสูงสุดตามตัวเลขข้างต้น แต่เป็นแปลงทดลอง ท่านควรลองแปลงเล็ก จดผลผลิตจริง เช็กราคาตลาดใกล้ตัว และระวังราสนิมช่วงฝนชุกอากาศเย็น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.สุวรรณภูมิ (ปี 2555) — รายงานการใช้ภาชนะบังแสงผลิตกุยช่ายขาว ผลผลิตเขียวและขาวต่อไร่ต่อปี (https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2555/25552391441140.pdf)
- สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.สุวรรณภูมิ (ปี 2557) — รายงานเปรียบเทียบพันธุ์กุยช่าย 3 พันธุ์ วิธีปลูก โรคราสนิม และอายุแปลง (https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2557/2557239875502.pdf)
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) คลังความรู้ — กุยช่ายขาวและดอกกุยช่ายไต้หวัน อายุเก็บเกี่ยวและขนาดผลผลิต (https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/72 และ https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/73)
- กรมส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ ESC — ผักที่เหมาะปลูกฤดูหนาว ตุลาคม-มกราคม (https://esc.doae.go.th/ปลูกผักฤดูหนาว/)
- หอสมุดชาวนาไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ผักที่ควรปลูกช่วงพฤศจิกายน-มกราคม (https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/5b0632f69f3c106b14260dea)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เพาะบอนสีขาย เริ่มต้นอย่างไรจากไม้ตลาดสู่ไม้ด่าง
เริ่มเพาะบอนสีขายจากไม้ตลาดต้นทุนต่ำ แล้วคัดต้นแปลกไว้ขยายซ้ำเพื่อลุ้นไม้ด่าง พร้อมขั้นตอนผ่าหัว ข้อมูลจากงานวิจัย และตัวอย่างคำนวณต้นทุน
ปลูกแคคตัสขายออนไลน์ เริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสมดี
มือใหม่ที่อยากขายแคคตัสออนไลน์ควรเริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสม บทความนี้ช่วยตัดสินใจตามทุนและเวลา พร้อมวิธีเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
เพาะเห็ดแครงขาย ใช้ขี้เลื่อยยางพาราอย่างไรและเก็บได้เมื่อไหร่
สรุปวิธีเพาะเห็ดแครงในถุงขี้เลื่อยยางพาราตามสูตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลำดับเวลา นึ่ง บ่ม เปิดดอก เก็บเกี่ยว และข้อควรคิดเรื่องขายสดหรือแห้ง
ปลูกเบญจมาศตัดดอก เปิดไฟกลางคืนคุมการออกดอกอย่างไร
อธิบายหลักการวันสั้นของเบญจมาศและวิธีเปิดไฟกลางคืนเพื่อให้ต้นสูงพอก่อนออกดอก พร้อมตัวเลขจากหน่วยงานทางการและข้อควรระวังเรื่องต้นทุนและราคา
ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน
กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ในเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้สรุปแต่ละพันธุ์ ตัวเลขผลผลิตจากเอกสารที่เสนอรับรอง จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ พร้อมบอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ประกาศ
ปลูกวานิลลาในไทย ทำค้าง ผสมเกสรด้วยมือ และบ่มฝักอย่างไร
วานิลลาต้องมีค้างให้เลื้อย ต้องผสมเกสรด้วยมือเพราะดอกบานวันเดียว และต้องบ่มฝักอีกหลายเดือนกลิ่นจึงออก บทความนี้ไล่งานแต่ละขั้นตามเอกสารของโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ UF/IFAS
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ส่งด่วน Zebra ZD230 เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์ใบปะหน้า สติกเกอร์ พิมพ์ระบบ TT และ DT แถมฟรี สติกเกอร์ + หมึกริบบอน
ดูรายละเอียด
กล่องโฟมชุด 4 ใบ พร้อมถ้วยปลูก และ ถุงดำ พร้อมปลูก กล่องโฟมปลูกผัก กล่องโฟมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ อุปกรณ์ครบพร้อมปลูก
ดูรายละเอียด
ชุดอุปกรณ์นำต้นกล้า (สำหรับรถปลูกข้าว 4 และ 6 แถว) คุณภาพ สำหรับรถปลูกข้าวเดินตาม Yanmar
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
กุยช่ายตัดได้กี่รอบต่อปี
ในงานทดลองของ มทร.สุวรรณภูมิ รอบตัดกุยช่ายเขียวห่างกันประมาณ 45 วัน และกุยช่ายขาวใช้ 10 วันหลังครอบ ตัดสลับกันตลอดปี ได้ชนิดละราว 6 ครั้งต่อปีตามแผนการทดลอง แปลงของเกษตรกรจริงจะได้กี่รอบขึ้นกับฤดู น้ำ ปุ๋ย และโรค
กุยช่ายขาวต่างจากกุยช่ายเขียวอย่างไร
เป็นพืชชนิดเดียวกัน ต่างกันที่กุยช่ายขาวถูกครอบให้ไม่โดนแสง ใบจึงไม่เป็นสีเขียว ใบยาว 25-30 เซนติเมตรหลังครอบประมาณ 10 วัน ผลผลิตรวมต่อปีน้อยกว่าเขียวในงานทดลอง แต่ใช้เวลารอบสั้นกว่า
ใช้กระถางแบบไหนครอบกุยช่ายขาวดีที่สุด
งานทดลองปี 2555 พบว่ากระถางดินเผาครอบร่วมกับตาข่ายพรางแสง 60% ให้ผลผลิตกุยช่ายขาวสูงสุดที่ 2,406.40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เทียบกับกระถางพลาสติกและกระถางดินเผาอย่างเดียว
ควรปลูกกุยช่ายช่วงไหน
กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกุยช่ายเป็นพืชผักหน้าหนาว (ตุลาคม-มกราคม) ส่วน มก. ระบุพฤศจิกายน-มกราคม ปลูกนอกช่วงนี้ก็ได้ แต่หน้าฝนและอากาศเย็นชื้นต้องระวังโรคราสนิมมากขึ้น
กุยช่ายเป็นโรคราสนิมต้องทำอย่างไร
เก็บใบและต้นที่เป็นโรคออกไปเผาหรือนำออกจากแปลง ไม่ปลูกหนาแน่น ใช้พันธุ์ที่ต้านทาน หากต้องใช้สารเคมีให้ปรึกษาเกษตรอำเภอและยึดฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว
แปลงกุยช่ายอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนต้องปลูกใหม่
รายงานที่อ้างอิงระบุราว 3 ปี เมื่อต้นเล็กลงและไม่สมบูรณ์ให้รื้อแปลงปลูกใหม่ ควรเตรียมแปลงใหม่ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ขาดผลผลิตช่วงเปลี่ยนแปลง
