ปลูกพืชเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ปลูกมะลิขายดอกให้ทันวันแม่ ต้องเริ่มบังคับดอกช่วงไหน

นับถอยหลังจากวันแม่ 12 ส.ค. 2570 ด้วยรอบ 37-43 วันจากยอดผลิถึงดอกตูม พร้อมวันตัดแต่งที่ควรลงมือ วิธีทยอยตัดเป็นรุ่น ตัวอย่างคำนวณ และราคาอ้างอิงที่ระบุปี

ปลูกมะลิขายดอกให้ทันวันแม่ ต้องเริ่มบังคับดอกช่วงไหน

คำตอบสั้น ๆ

มะลิลามีรอบเวลาจากยอดผลิถึงดอกตูมราว 37-43 วัน ใช้นับถอยหลังจากวันแม่ 12 สิงหาคม 2570 ได้ บทความนี้คำนวณช่วงตัดแต่ง วิธีแบ่งรุ่น และข้อควรระวังจากเอกสารของ ม.เกษตรศาสตร์และกรมส่งเสริมการเกษตร

คำตอบเร็ว: ให้นับถอยหลังจากวันที่ต้องส่งดอก ไม่ใช่นับจากวันที่อยากเริ่มทำ เอกสารของ ม.เกษตรศาสตร์ระบุว่าจากตาผลิจนได้ดอกตูมที่เก็บได้ใช้เวลาราว 37-43 วัน และควรเก็บให้ทันก่อนวันใช้จริง 1-3 วัน ถ้าตั้งเป้าเก็บราววันที่ 10-11 สิงหาคม 2570 ก็ต้องตัดแต่งยอดให้ผลิตาใหม่ในช่วงประมาณ 28 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคม 2570 และบำรุงต้นให้พร้อมก่อนหน้านั้นราว 1.5-2 เดือน (ช่วงปลายเมษายนถึงกลางพฤษภาคม) ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณย้อนจากแหล่งข้อมูลที่ระบุท้ายบทความ ควรลองในแปลงเล็กก่อนใช้ทั้งสวน เพราะสภาพอากาศแต่ละปีและแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน

คนปลูกมะลิส่วนใหญ่รู้ดีว่าช่วงวันแม่ราคาดอกมะลิขยับขึ้น แต่ที่พลาดกันบ่อยคือไปเริ่มคิดเรื่องบังคับดอกตอนเดือนกรกฎาคมแล้ว ดอกชุดที่ออกมาก็จะมาหลังวันงานหรือมาเป็นช่อเล็ก ๆ ที่ตลาดไม่อยากรับ ทั้งที่งานวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บอกชัดว่ามะลิลามีรอบเวลาที่คำนวณย้อนได้ บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งผ่านวันแม่ปีนี้ไปแล้ว จึงวางเป็นปฏิทินสำหรับวันแม่ปี 2570 ที่ปฏิทินของกระปุกดอทคอมระบุไว้ว่าตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม 2570 เพื่อให้มีเวลาเตรียมต้นเกือบสิบเดือน

รู้จักจังหวะออกดอกของมะลิลาก่อนนับวัน

ภาพประกอบ รู้จักจังหวะออกดอกของมะลิลาก่อนนับวัน

มะลิที่ขายกันเป็นการค้าคือมะลิลา (Jasminum sambac) เอกสารจากห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก. ระบุว่ามะลิลาออกดอกพร้อมกับยอดอ่อนที่ผลิใหม่ ช่อดอกอยู่ที่ปลายยอด ยอดที่ให้ดอกดีเป็นยอดสั้น ๆ มีใบ 2-3 คู่ และระยะจากยอดผลิจนเก็บดอกตูมได้อยู่ที่ราว 37-43 วัน แปลว่าถ้ารู้วันที่ยอดเริ่มผลิ ก็รู้วันเก็บดอกได้ค่อนข้างใกล้เคียง และไม่ต้องรอดูว่า "ดอกจะมาเมื่อไหร่" อีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง สถาบันวิจัยและพัฒนา มก. (KURDI) รายงานว่ามะลิออกดอกมากในฤดูร้อนและฤดูฝน ได้ผลผลิตเฉลี่ยราว 60 ลิตรต่อไร่ต่อวัน แต่ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหลือไม่ถึง 20 ลิตรต่อไร่ต่อวัน เพราะต้นพักตัวตามอุณหภูมิและความยาวของวัน ข้อดีสำหรับวันแม่คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นฤดูฝน ต้นมะลิแตกยอดตามธรรมชาติได้ดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ฝืนธรรมชาติแบบการบังคับดอกหน้าหนาว เพียงแต่ต้องจัดให้ยอดทั้งแปลงผลิพร้อมกันในวันที่คำนวณไว้

นับถอยหลังจากวันแม่ 2570 ทีละขั้น

ตารางนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานใด ฐานตัวเลขคือ 37-43 วันจากผลิยอดถึงเก็บดอก (ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก.) และการบำรุงต้นล่วงหน้า 1.5-2 เดือนก่อนบังคับ (KURDI) ส่วนเป้าเก็บดอกวันที่ 10-11 สิงหาคมเป็นข้อสมมติของผมเอง โดยเก็บก่อนวันแม่ 1-2 วันตามหลัก "ก่อน 1-3 วัน" ของแหล่งแรก เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าพวงมาลัยมีเวลาร้อยและกระจายของ

ขั้นงานช่วงเวลา (ตัวอย่างปี 2570)ที่มาของตัวเลข
วันแม่แห่งชาติ12 ส.ค. 2570ปฏิทินกระปุกดอทคอม
เป้าหมายเก็บดอกให้ทัน10-11 ส.ค. 2570สมมติเอง ก่อนวันงาน 1-2 วัน
ตัดแต่งยอดให้ผลิตาใหม่ราว 28 มิ.ย. - 5 ก.ค. 2570นับถอยหลัง 37-43 วัน
บำรุงต้นให้สมบูรณ์ ใส่ปุ๋ย ให้น้ำสม่ำเสมอราวปลาย เม.ย. - กลาง พ.ค. 2570ก่อนบังคับ 1.5-2 เดือน (KURDI)
เก็บดอกหลังตัดแต่ง (หากใช้ตัวเลขทดลองหน้าหนาว)ราว 30 วัน หลังตัดแต่งKURDI ทดลองหน้าหนาว ใช้เป็นเพียงข้อเทียบ

สังเกตว่าแหล่งข้อมูลสองแหล่งให้ตัวเลขต่างกัน คือ 37-43 วันจากยอดผลิ กับราว 30 วันหลังตัดแต่งในงานทดลองหน้าหนาวของอาจารย์กาญจน์เจริญ ศรีอ่อน (กำแพงแสน) ความต่างนี้อธิบายได้บางส่วนว่าอย่างหลังเป็นการวัดหลังตัดแต่งในหน้าหนาวด้วยสารกระตุ้น ส่วนอย่างแรกเป็นช่วงยอดผลิถึงดอกตูมโดยทั่วไป ผมจึงแนะนำให้ใช้ช่วงกว้าง 28 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคมเป็นกรอบ แล้วทยอยตัดแต่งเป็นรุ่น ๆ ภายในกรอบนั้น แทนที่จะตัดทั้งสวนวันเดียว วิธีนี้ถ้ารุ่นไหนมาช้าหรือเร็วไปสองสามวัน อีกรุ่นก็ยังทันตลาด การทยอยตัดเป็นรุ่นเป็นแนวคิดเดียวกับที่ KURDI แนะนำสำหรับการผลิตดอกหน้าหนาว (ตัดแต่งเป็นรุ่นช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม) ผมนำมาปรับใช้กับวันแม่

ขั้นตอนบังคับดอกให้ทันวันแม่

  1. เลือกแปลงและแบ่งรุ่น. แบ่งแถวออกเป็น 3-4 รุ่น ตัดแต่งห่างกันรุ่นละ 2-3 วัน ภายในกรอบ 28 มิ.ย. - 5 ก.ค. จดวันที่ตัดแต่งของแต่ละรุ่นลงสมุด เพื่อรู้ว่าปีหน้าควรขยับเท่าไร
  2. บำรุงต้นก่อนตัดแต่ง. KURDI แนะให้บำรุงต้นล่วงหน้าราว 1.5-2 เดือน ทั้งรดน้ำ ใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยเคมี เพราะต้นที่ไม่มีอาหารสะสมจะแตกยอดไม่สม่ำเสมอ ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 โดยปริมาณขึ้นกับความกว้างของทรงพุ่ม และแนะนำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำสม่ำเสมอไม่มากเกิน
  3. ตัดปลายยอดเบา ๆ. เอกสาร มก. ระบุให้ใช้เครื่องตัดแต่งตัดปลายยอดลงมา 2-3 ข้อ เพื่อให้ตาข้างผลิสม่ำเสมอ ถ้าตัดลึกเกินจะได้กิ่งกระโดงที่ไม่มีดอก ข้อนี้เป็นจุดที่คนทำสวนมักพลาด เพราะเห็นพุ่มรกแล้วอยากตัดหนักไปรอบเดียว
  4. กระตุ้นตา (ถ้าจำเป็น). งานทดลองของกำแพงแสนในหน้าหนาวใช้โพแทสเซียมไนเตรต (13-0-46) อัตรา 500 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นตอนเย็นหลังตัดแต่ง 1 ครั้ง ตัวเลขนี้มาจากงานทดลองหน้าหนาวเท่านั้น ยังไม่มีเอกสารที่ผมเปิดอ่านยืนยันการใช้ช่วงฤดูฝน ดังนั้นฤดูฝนควรลองกับต้นจำนวนน้อยก่อน และปรึกษาเกษตรอำเภอหรือสถานีวิจัยในพื้นที่
  5. เมื่อมีช่อดอกแล้ว. งานทดลองเดียวกันพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 20-20-20 อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยให้ดอกใหญ่ขึ้น ให้ถือเป็นแนวทางจากงานทดลอง และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
  6. นับวันและเก็บให้ทัน. ดูยอดผลิจริงในแต่ละรุ่น แล้วนับไปข้างหน้า 37-43 วัน ถ้ายอดผลิช้ากว่าที่คิด ให้เตรียมคนเก็บเพิ่มและช่องทางขายสำรองไว้ล่วงหน้า

ทรงพุ่มและแรงงาน ตัวแปรที่ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน

เอกสารของ รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี (มก. กำแพงแสน) ที่ตีพิมพ์ในห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทยเสนอวิธีจัดทรงพุ่มเพื่อเพิ่มพื้นที่ใบ เช่น วางแถวขวางตะวัน ระยะห่างระหว่างแถว 1.50 เมตร เลี้ยงโครงสร้างต้นสูง 1.50 เมตรโดยให้ใบเริ่มที่ความสูง 50 เซนติเมตรจากพื้น และคุมความหนาของแนวไว้ที่ 50 เซนติเมตร ในเอกสารคำนวณว่าจะปลูกได้ 26 แถวต่อไร่ และมีพื้นที่ผิวทรงพุ่มรวม 2,626 ตารางเมตรต่อไร่ ผลที่ได้คือคนเก็บเดินเก็บได้โดยไม่ต้องก้ม และกำหนดวันเก็บได้ค่อนข้างตรง อย่างไรก็ตามเป็นรูปแบบแปลงที่ต้องวางตั้งแต่ปลูก สวนที่มีอยู่แล้วปรับได้เพียงบางส่วน

เรื่องแรงงานเป็นเรื่องจริงที่ตัวเลขทางวิชาการไม่ได้บอก ในวันที่ดอกพร้อมเก็บ ต้องมีคนเก็บพร้อมกันหลายคน และดอกมะลิบานเร็ว ถ้าเก็บช้าไปครึ่งวันก็เสียราคา เอกสาร มก. เองก็ระบุว่าหากเลยกำหนดแล้วย่อมไม่ได้ราคา การแบ่งรุ่นจึงช่วยทั้งเรื่องความเสี่ยงของวัน และช่วยกระจายแรงงานเก็บ

ราคาช่วงวันแม่ ใช้ตัวเลขอย่างไรให้ไม่หลอกตัวเอง

กรมส่งเสริมการเกษตรแถลงเมื่อ 9 สิงหาคม 2567 ว่าพื้นที่ปลูกมะลิในประเทศประมาณ 2,200 ไร่ แหล่งผลิตสำคัญคือนครปฐม นครสวรรค์ พิจิตร ปทุมธานี และสมุทรสาคร ผลผลิตเฉลี่ย 850-1,100 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาขายปี 2566/67 ช่วงมีนาคม-กรกฎาคม และกันยายน-ตุลาคม เฉลี่ย 250-700 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเดือนสิงหาคมและช่วงพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เฉลี่ย 700-1,500 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขนี้เป็นของฤดูกาล 2566/67 ไม่ใช่ราคาปี 2569 หรือ 2570 ราคาวันแม่ปีหน้าไม่มีใครบอกล่วงหน้าได้ ราคาผันผวนตามฤดู ปริมาณดอกในตลาดวันนั้น และพื้นที่ จึงควรโทรถามตลาดที่ขายประจำก่อนวันงานราว 1-2 สัปดาห์ และดูราคาประกาศของตลาดดอกไม้ในวันนั้นจริง

สิ่งที่ตัวเลขของกรมส่งเสริมการเกษตรบอกได้อย่างปลอดภัยคือรูปแบบ ราคาเดือนสิงหาคมอยู่ในช่วงสูงกว่าเดือนที่ดอกออกมาก ใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจเรื่อง "คุ้มไหมที่จะลงแรงบังคับดอก" ได้ แต่ไม่ควรเอาไปคิดรายได้เป็นบาทต่อไร่ เพราะช่วงราคาสูงอยู่ไม่กี่วัน

ตัวอย่างคำนวณรายได้ (สมมติ ใช้ฝึกคิด)

สมมติสวน 1 ไร่เก็บดอกวันแม่ได้ 40 กิโลกรัม ค่าแรงเก็บและค่าขนส่งรวมสมมติ 6,000 บาทสำหรับรอบนั้น ตัวเลขทั้งสองเป็นข้อสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลขจริงจากแหล่งใด ต้นทุนต่อกิโลกรัม = 6,000 ÷ 40 = 150 บาท ถ้าขายได้ 700 บาท รายได้รวม = 40 × 700 = 28,000 บาท กำไรส่วนที่เกี่ยวกับรอบนี้ = 28,000 − 6,000 = 22,000 บาท แต่ถ้าดอกออกช้าไปแล้วขายได้เพียง 250 บาท รายได้รวม 10,000 บาท เหลือ 4,000 บาท ส่วนต่างระหว่างสองกรณีใหญ่กว่าส่วนต่างของราคาปุ๋ยหรือค่าแรงมาก ซึ่งอธิบายว่าทำไมการนับวันให้ตรงจึงสำคัญกว่าการประหยัดเล็กน้อยระหว่างทาง

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยในสวนมะลิช่วงวันแม่

  • ตัดแต่งพร้อมกันทั้งสวนในวันเดียว พอฝนตกหนักหรืออากาศเปลี่ยน ยอดผลิช้ากว่าคิดทั้งแปลง ไม่มีรุ่นสำรอง
  • ตัดลึกจนเหลือตอ ได้กิ่งกระโดงที่ไม่ออกดอก ตามที่เอกสาร มก. เตือนว่าต้องตัดเฉพาะปลายยอด 2-3 ข้อ
  • ไม่บำรุงต้นก่อนบังคับ ต้นที่เก็บดอกมาตลอดฤดูโดยไม่พัก ใส่ปุ๋ยน้อย จะแตกยอดไม่สม่ำเสมอ
  • เริ่มนับวันจากวันที่ตัดแต่ง ทั้งที่ควรนับจากวันที่ยอดผลิจริง ต้องเดินดูแปลงหลังตัดแต่งทุกวันช่วงแรก
  • วางแผนขายตอนวันก่อนวันแม่ แทนที่จะคุยกับตลาดหรือแม่ค้าพวงมาลัยล่วงหน้าว่าต้องการดอกวันไหน เท่าไร
  • เก็บดอกที่บานแล้วมาขาย ราคาตลาดต้องการดอกตูมที่ยังไม่บาน เก็บก่อนกำหนด 1-3 วันตามเอกสารเพื่อให้เหลือเวลาร้อยและกระจายสินค้า

แผนสำรองถ้าฝนหนักหรือยอดผลิช้า

ปี 2569 นี้หลายจังหวัดเจอน้ำท่วม ตามที่กรมการค้าภายในและสื่อรายงานช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม ถ้าสวนอยู่ในพื้นที่ลุ่ม แผนวันแม่ควรมีข้อสำรองเรื่องการระบายน้ำออกจากร่องสวนและแปลง และอย่าลงทุนบังคับทั้งสวนถ้าปีนั้นฝนตกซ้ำในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แหล่งข้อมูลที่ผมเปิดไม่ได้ระบุเกณฑ์ว่าฝนเท่าไรจึงควรเลื่อน ผมจึงไม่ใส่ตัวเลข ให้ดูประกาศพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยารายสัปดาห์ แล้วตัดสินใจเลื่อนรุ่นสุดท้ายได้ หากรุ่นแรกผลิยอดแล้วเจอฝนติดต่อกันหลายวัน ให้ตรวจโรคใบจุดและเก็บใบที่เสียออกทันที

ถ้าพลาดวันแม่จริง ๆ ราคาก็ไม่ได้หมดโอกาส กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าช่วงพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ราคาเฉลี่ยก็สูงด้วย (ฤดูกาล 2566/67) และเอกสาร KURDI ระบุเวลาเก็บดอกราว 30 วันหลังตัดแต่งในงานทดลองหน้าหนาว ดังนั้นงานนี้ไม่ได้จบแค่วันแม่ วงจรของมะลิยังไปต่อถึงลอยกระทงและปีใหม่ แต่การทำให้ได้ราคาหน้าหนาวต้องวางแผนตั้งแต่ตุลาคม ตามที่ KURDI เขียนว่าถ้าต้องการเก็บต้นเดือนมกราคม ให้บำรุงต้นช่วงตุลาคมและตัดแต่งต้นเดือนธันวาคม

ช่องทางขายและที่อ่านต่อ

ดอกมะลิที่ขายวันแม่ส่วนใหญ่เข้าตลาดดอกไม้ค้าส่ง เนื้อหาของตลาดปากคลองตลาดและตลาดดอกไม้ค้าส่งอื่นมีบทความแยกไว้แล้ว ลองอ่านเรื่องช่องทางขายส่งในบทความตลาดปากคลองตลาดของเว็บนี้ (/articles/market-pak-khlong-talat-flower-wholesale) และเรื่องตลาดดอกไม้ค้าส่งเชิงลึก (/articles/market-deep-ornamental-flower-wholesale) หากสนใจปฏิทินดอกไม้อีกชนิดที่ผูกกับเทศกาล ดูเรื่องดาวเรืองวันพระใหญ่ (/articles/plants-marigold-flower-cutting-festival-calendar) และถ้าอยากเทียบต้นทุนไม้ตัดดอกชนิดอื่น ดูกล้วยไม้ตัดดอก (/articles/plants-orchid-cut-flower-cost)

สรุป

วันแม่ไม่ได้ทำให้มะลิออกดอก เวลาต่างหากที่ทำให้ได้ดอกทัน ใช้ช่วง 37-43 วันจากยอดผลิถึงดอกตูมเป็นตัวตั้ง ถอยหลังจากวันที่ต้องส่งของ ทยอยตัดแต่งเป็นรุ่น ตัดปลายยอดแค่ 2-3 ข้อ บำรุงต้นล่วงหน้า และคุยกับตลาดก่อน สำหรับวันแม่ 12 สิงหาคม 2570 หมายถึงลงมือจริงราวปลายมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม ส่วนราคาจดเป็นสถิติในอดีตเท่านั้น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ตรวจราคาล่าสุดกับตลาดก่อนตัดสินใจเสมอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านกรมประชาสัมพันธ์: ลุยส่งเสริม "มะลิ" (9 ส.ค. 2567) — พื้นที่ปลูก ผลผลิตต่อไร่ ช่วงราคา 2566/67 พันธุ์ส่งเสริม สูตรปุ๋ย https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/314177
  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KURDI): การผลิตมะลินอกฤดู — ผลทดลองตัดแต่งกิ่งและโพแทสเซียมไนเตรต เวลาเก็บดอกราว 30 วัน การบำรุงต้นล่วงหน้า https://www3.rdi.ku.ac.th/?p=41865
  • 📄ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก.: การจัดการพื้นที่ผิวทรงพุ่มกับการผลิตดอกมะลิลา — รอบ 37-43 วันจากยอดผลิถึงดอกตูม การนับย้อนวันเก็บ การตัดยอด 2-3 ข้อ https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/6086900faea2975ab2d94d8e
  • 📄ไทยรัฐออนไลน์: เกษตรฯ ส่งเสริมการปลูกมะลิ (9 ส.ค. 2567) — รายงานข่าวคำแถลงเดียวกันของกรมส่งเสริมการเกษตร ใช้ตรวจเทียบ https://www.thairath.co.th/agriculture/agricultural-products/2806739
  • 📄กระปุกดอทคอม: ปฏิทินวันสำคัญ 2570 — วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2570 https://calendar.kapook.com/2570/important

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกมะลิขายดอกให้ทันวันแม่ ต้องเริ่มบังคับดอกช่วงไหน

นับถอยหลังจากวันเก็บดอกด้วยระยะ 37-43 วันจากยอดผลิถึงดอกตูม ถ้าเก็บราว 10-11 สิงหาคม 2570 ให้ตัดแต่งให้ยอดผลิช่วงประมาณ 28 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคม 2570 และบำรุงต้นก่อนหน้าราว 1.5-2 เดือน

ทำไมใช้ช่วงวันกว้าง ไม่ใช้วันเดียว

แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยและสภาพอากาศแต่ละปีไม่เท่ากัน การทยอยตัดแต่งเป็นรุ่นในกรอบวันที่ช่วยลดความเสี่ยงที่ดอกทั้งสวนมาช้าหรือเร็วเกินไป

ต้องใช้โพแทสเซียมไนเตรตไหม

ไม่จำเป็นทุกสวน เพราะฤดูฝนมะลิแตกยอดเองได้ดี ตัวเลข 500 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรเป็นผลทดลองหน้าหนาวของ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ควรลองกับต้นจำนวนน้อยก่อนและปรึกษาเกษตรอำเภอ

ราคาดอกมะลิช่วงวันแม่เท่าไร

ไม่มีราคาล่วงหน้าสำหรับปี 2570 ตัวเลขล่าสุดจากกรมส่งเสริมการเกษตรคือเฉลี่ย 700-1,500 บาทต่อกิโลกรัมเดือนสิงหาคม ฤดูกาล 2566/67 ใช้ดูรูปแบบราคาเท่านั้น ให้ถามราคาจริงจากตลาดที่ขายประจำ

พันธุ์มะลิลาที่ส่งเสริมมีอะไรบ้าง

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุ 3 พันธุ์ส่งเสริมคือ แม่กลอง ราษฎร์บูรณะ และชุมพร ราษฎร์บูรณะให้ผลผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ ชุมพรให้ผลผลิตมากแต่ไม่สม่ำเสมอ

ถ้าพลาดวันแม่แล้วทำอย่างไร

เตรียมรุ่นหน้าหนาวต่อ โดยบำรุงต้นช่วงตุลาคม ตัดแต่งต้นเดือนธันวาคม เก็บดอกต้นเดือนมกราคม และทยอยตัดเป็นรุ่นตามที่ KURDI แนะนำ